วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ยึดประเทศไทย

เรื่อง  ที่มาของขบวนการยึดประเทศไทย ..


ความพยายามจะล้างศาสนาพุทธให้หมดไปจากโลก เริ่มต้นให้เห็นเป็นรูปธรรมตั้งแต่กลุ่มนิกายลัทธิคลั่งศาสนาของชาวมุสลิมได้บุกยึดประเทศอินเดียในปีพ.ศ.1500 เป็นต้นมา ทำให้ศาสนสถานเช่นโบสถ์ วัด วิหารต่างๆ ทางพุทธศาสนาแทบจะไม่หลงเหลือให้เห็น ยุคนั้นแม้แต่พระสงฆ์หรือแม้แต่จะแต่งกายคล้ายคลึงก็ต้องถูกฆ่าตายเมื่อถูกพบเห็น ผู้ที่รอดตายคือพวกกลุ่มที่แปลงกายหลบซ่อนและหนีพ้นแผ่นดินมาได้เท่านั้น ซึ่งมีเพียงไม่กี่รูปรายละเอียด :


และหลังจากนั้นในราวพ.ศ.2100 เป็นยุคล่าอาณานิคมของกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ทั้งสเปน โปรตุเกส อังกฤษ ฝรั่งเศส ได้แบ่งกันออกค้นหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและยึดดินแดนคนละซีกโลก จนได้เกือบทั้งอัฟริกาเหนือ-ใต้ อเมริกาเหนือ-ใต้ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์และเอเชีย รวมทั้งหมู่เกาะใหญ่น้อยในมหาสมุทรทั้งหมด ตกเป็นของกลุ่มประเทศทั้งหลายเหล่านี้ทั้งหมด


มหาอำนาจทั้ง 4 ประเทศได้เข้ามาปลูกฝังลงรากเพื่อเป็นฐานเผยแผ่ศาสนาคริสต์ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นต้นมา ซึ่งเป็นยุทธวิธีหรือวิธีการที่ใช้ในการเข้ายึดมหาอำนาจและบริหารจัดการประเทศต่างๆ ทั่วโลกสำเร็จมาแล้ว ศาสนาต่างถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจ ใช้ความเข้มแข็งกว่าในทุกๆ ด้าน ค่อยๆ ทำลายและกลืนกลบวัฒนธรรมศาสนาและความเชื่อท้องถิ่นจนในที่สุด ก็สามารถรุกคืบเข้าครอบครองทั้งหมดโดยง่ายดาย เพราะไม่มีความสามัคคีของคนในชาติประชาชนไม่มีพลังจะต่อต้าน เกิดความแตกแยกภายในก่อน


ประเทศไทยรอดพ้นจาการตกเป็นอาณานิคมของทั้ง 4 มหาอำนาจได้อย่างหวุดหวิดแทบไม่น่าเชื่อ ประเทศรอบข้างทั้งหมดตกเป็นเมืองขึ้นแทบทั้งสิ้น แต่ไม่ว่าครั้งใดก็ตามที่ประเทศมหาอำนาจย่างก้าวเท้าเข้าสู่แผ่นดินสยาม จะเกิดเหตุการณ์ที่มหาอำนาจคู่แข่งต้องสู้รบทำสงครามสู้กันเองจนอ่อนแอล่าถอยไปเอง ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง สเปน-โปรตุเกส สเปน-อังกฤษ หรืออังกฤษกับฝรั่งเศส โดยพวกเขาวางแผนยั่วยุให้เกิดกระเสความคลั่งชาติ สร้างกรณีพิพาทเพื่อนำไปสู่การใช้กำลังประทะ เช่นเดียวกับที่เคยใช้ได้ผลในการยึดครองประเทศทั่วโบกมาแล้ว ซึ่งประเทศไทยหากใช้กำลังทหารเข้าแก้ปัญหาหรือทำสงครามจะแพ้ทันที เพราะพวกเขาได้จัดวางกำลังพลที่ที่แฝงตัวเข้าแทรกซึม สร้างความแตกแยกในหมู่ขนในรูปแบบต่างๆ จนหมดสิ้นแล้ว


ดังนั้นเอกราชและอธิปไตยที่ประเทศไทยรักษาอยู่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้เพราะๆอำนาจแห่งพระคุณพระรัตนไตรหรือพระพุทธบารมี และด้วยพระปัญญาบารมีของท่านผู้นำประเทศ ที่ใช้สติอย่างรอบคอบในการตัดสินใจทุกกรณี


ปัจจุบันแม้ความเป็นประเทศมหาอำนาจจะเปลี่ยนเป็นประเทศ อเมริกาและคู่อริเป็นขาวกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่มีอิทธิพลในกลุ่มประเทศอิสลามทั่วโลก แต่เนื้อแท้ของความขัดแย้งจริง ยังเป็นเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรกันอยู่ ที่การกระทำในอดีตกำหนดให้มาเป็นคู่กรณีต่างเผ่าพันธุ์กันและต้องมาชำระวิบากกรรมในชาตินี้


กลุ่มชาวมุสลิมหัวรุนแรงก็คือกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆ ในดินแดนตะวันออกกลางที่เคยเจริญรุ่งเรื่องที่สุดของอารยธรรมยุคแรกเมื่อ 5000 ปีก่อนและต่อมาล่มสลายลงเพราะถูกกลุ่มชาวยุโรปในยุคต้นคริสตกาลบุกยึดทำลายล้างจนสิ้นชาติ


ส่วนอเมริกา ผู้มีบทบาทในการกำหนดนโยบายโลกก็เป็นทายาทของอดีตมหาอำนาจโรมันในอดีตที่แยกกันเป็นใหญ่ในยุโรปอีก คือ 4 มหาอำนาจนั่นเอง คือสเปน โปรตุเกส อังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งต่อมาทั้งหมดก็มาร่วมกันอีกในทวีปอเมริกา หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กลายเป็นประเทศอเมริกามหาอำนาจที่ทรงอิทธิพลล่าสุดของโลก และเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ชาวมุสลิมตามล่าล้างแค้นอยู่


ด้วยอำนาจแห่งความพยาบาทเคียดแค้นทำให้ทั้งสองต้องมีเหตุให้มีความขัดแย้งโดยมีเหตุปัจจัยเรื่องของผลประโยชน์เป็นแรงผลักดันตามเส้นทางวิธีแห่งโลกมนุษย์ คู่อริทั้งสองต้องมาห้ำหั่นกันอย่างรุนแรงและก็ยังดำเนินวิถีดั้งเดิมในอดีตอยู่คือการใช้หลักธรรมศาสนามาบิดเบือนนำเป็นข้ออ้างในการคุกคามอยู่เหมือนเดิม แม้จะมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปแต่สรุปก็คือ การรุกรานเข้าครอบงำ และยึดครองในที่สุด อยู่นั่นเอง


ความวุ่นวายปั่นป่วนที่กำลังเป็นอยู่ในประเทศของเราขณะนี้ เป็นผลกระเทือนต่อเนื่องจากการต่อสู้เพื่อความเป็นใหญ่ของอภิอำนาจสองขั้ว ซึ่งต่างมีดี จุดอ่อน จุดแข็ง เป็นอาวุธคนละด้านกัน ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้เช่นเดียวกัน เป็นเพียงผลกระทบของกิจกรรมที่จะนำความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น หรือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้มีวิวัฒนาการทางโครงสร้างใหม่ ขึ้นมาแทน ในขณะที่โครงสร้างเก่ากำลังผุกร่อนล่มสลาย ใช้ไม่ได้อีกต่อไปมันได้เคลื่อนไหวทั่วทั้งโลก ไม่เฉพาะในประเทศไทย


กลุ่มต่างๆ ที่ออกมาแสดงพลังขณะนี้ก็เป็นเพียงเหยื่อหรือเบี้ยให้เขาขุนของกลุ่มคณะบุคคลที่ครองอำนาจจริงๆ ในสังคมที่ไม่อาจยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นผู้คอยรับประโยชน์เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใดเครือข่ายใดที่ถูกตั้งขึ้น ซึ่งเป็นผู้คอยรับประโยชน์เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใดเครือข่ายใดที่ถูกตั้งขึ้น หรืออุปโลกน์เรียกกันเกลื่อนเมืองของกลุ่มผลประโยชน์ที่ต่อสู้กันล้วนตกเป็นเครื่องมือของมหาอำนาจที่คอยจ้องฮุบประเทศทั้งหมดอยู่


พวกเขาจึงเป็นเพียงตัวแทนเหตุการณ์หรือความเคลื่อนไหวแท้ที่จริงเป็นเรื่องของธรรมชาติ แม้พวกเขาจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม แต่ความจริงก็เป็นเพียงปัจจัยนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น เพียงพวกเขาไม่รู้ว่าพวกของคนเป็นตัวทำลายหรือสร้างสรรค์เท่านั้น


เพราะความจริงนั้นทุกสิ่งอย่างได้ถูกกำหนดมาแล้ว ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจะไม่ตอบสนองหรือเป็นไปตามความต้องการของผู้ใด .... เด็ดขาด !....



ลิงค์ : http://www.legendfirst.com/index.php?mo=5&qid=149352
ผู้ตั้งหัวข้อ : ขุนศึกอุดร 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม