วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

โรคหลงมุสลิม



คนไทยจะยอมเสียด้ามขวานง่าย ๆ หรือ
(Vinitara)


    ตอนนี้คนไทยเราบรรดาผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งกำลังหลงงมงายในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่รู้จักพออยู่พอกินตามพระราชดำรัสของในหลวง ลูกเด็กเล็กแดงและวัยรุ่นส่วนหนึ่งก็ถูกมอมเมาจากสื่อในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ในขณะที่สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังวิกฤต เหมือนดาบกำลังจ่อคอหอยจริงๆ ก็ไม่อยากจะบอกเล่าเก้าสิบกัน แต่คิดแล้วคิดอีก อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด ถ้าเกิดแล้วเดี๋ยวจะว่าไม่บอก 

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่มีการปล้นปืนเมื่อ ม.ค.๔๗ เป็นต้นมาจนถึง พ.ย.๕๒ เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก ท่านลองอ่านสรุปเหตุการณ์ข้างล่างนี้ดูก็แล้วกัน ถ้าท่านเห็นว่าคนไทยทั้งหลายที่เป็นเจ้าของประเทศน่าจะยังไม่ทราบเรื่องก็ forward ให้ทราบกันจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ 

   ๑.
การเคลื่อนไหวของแนวร่วมอิสลามและ sympathizer ทุกระดับ เป็นไปอย่างสอดประสาน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในพื้นที่มีไทยอิสลามเป็นคนส่วนใหญ่ของพื้นที่ และพร้อมแล้วสำหรับการปกครองตนเองตามวิถีอิสลาม อันจะนำมาซึ่งการแยกการปกครองในพื้นที่ ๓ จชต. เป็นอันดับแรก โดยมีความเปราะบางทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลต้องเทิดทูนอิสลามเป็นปัจจัยหนุนช่วยอันทรงพลัง การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีการสอดประสานกันดังนี้ 
       ๑.๑ นักวิชาการอิสลามพยายามชี้นำความคิดโดยหยิบประเด็นต่าง ๆที่เป็นประโยชน์มาใช้และ บิดเบือนเรื่องจริงที่เขาจะเสียประโยชน์โดยยกเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง พวกเขาพยายามจัดเสวนา และสัมมนาโดยใช้สื่อของรัฐทุกรูปแบบให้เป็นประโยชน์และยังใช้งบประมาณจากโครงการวิจัยต่างๆของรัฐเสียอีกด้วย บรรดานักวิชาการไทยพุทธที่รู้ไม่เท่าทันก็ตกเป็นแนวร่วมโดยไม่รู้ตัว 
       ๑.๒ สื่ออิสลามเร่งโหมปูกระแสแบ่งแยกการปกครองในพื้นที่ ที่มีไทยอิสลามเป็นคนส่วนใหญ่ของพื้นที่ เพื่อส่งลูกให้นักการเมืองอิสลามรับลูกต่อ 
       ๑.๓ นักการเมืองอิสลามก็รับลูกต่อโดยเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเพื่อพยายามจะให้เป็นผลทางกฎหมาย ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็มีพรรคการเมือง(ไทยอิสลาม)เป็นของตนเองแล้ว ( ถ้าพรรคการเมืองมีแต่ไทยอิสลามมันจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือรัฐธรรมนูญตามไม่ทัน? ) 
       ๑.๔ กลุ่มผู้นำศาสนาอิสลาม ก็รุกหนักเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาเพื่อนำมลายูอิสลามออกสู่การรับรู้และรับรองของโลกภายนอก (รู้กันบ้างไหมว่ารัฐทุ่มเงินให้ปอเนาะ และทุ่มเงินให้ไทยอิสลามไปฮัจญ์ปีละเท่าไหร่แต่ไทยพุทธไม่เห็นได้ไปดูสังเวชนียสถานบ้างเลย) 
       ๑.๕ กลุ่มทุนอิสลามขนาดใหญ่กำลังรุกคืบเข้าคุมวิถีชีวิตของคนใน ๓ จชต. ด้วยการสร้างอาณาจักรอิสลามแบบครบวงจรขึ้นที่ใจกลางเมืองปัตตานี 
       ๑.๖ กลุ่มปฏิบัติการอิสลามได้ใช้การก่อเหตุร้ายในลักษณะที่มนุษย์ไม่ควรกระทำต่อกัน เช่น การฆ่าตัดคอ เป็นต้น ทั้งการยิง ระเบิด เผา ทำลาย ขู่บังคับซื้อที่ดิน เกิดขึ้นเป็นประจำจนคนไทยพุทธถอยร่นออกจาก ๓ จชต. แม้กระทั่งในพื้นที่หลังพิงสุดท้ายของไทยพุทธ คือ อ.โคกโพธิ์ และแม้แต่ที่ดินผืนสุดท้ายที่หน้าวัดช้างให้ สัญญลักษณ์ของความเป็น "ไทยพุทธ" ก็กำลังจะหลุดจากมือไทยพุทธคนสุดท้าย 
       ๑.๗ องค์กรเอกชนกำลังรุกเข้าคุมมวลชนระดับรากหญ้าเพื่อเตรียมรับการเลือกตั้ง 

     ๒. แล้วรัฐบาลล่ะทำอะไร รัฐบาลยังพยายามซื้อใจอิสลามอย่างไม่ลดละ อาทิ 
       ๒.๑ การแสดงท่าที่ตอบรับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่จะพิจารณาแยกการปกครองใน ๓ จชต. 
       ๒.๒ การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาและธุรกิจของอิสลามอย่างเต็มที่ 

     ๓.
นักการเมืองล่ะ นักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านพยายามเข้าไปแข่งกันซื้อใจไทยอิสลาม แต่ฝ่ายค้านสุดโต่งมาก ดังเช่นมีผู้ที่เสนอให้ตั้งนครรัฐปัตตานีและสร้างมัสยิดใหญที่สุดในภูมิภาคขึ้น เพื่อรื้อฟื้นความภาคภูมิใจของไทยอิสลาม 

     ๔.
จนท. ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ล่ะ ยังคงสามารถป้องปรามการเคลื่อนไหวก่อเหตุแนวร่วมได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่เป็นที่น่าเสียใจที่ จนท. ผู้ปฏิบัติในพื้นที่กลับถูกกดดัน จากนักวิชาการ นักการเมือง จะให้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ด้วยการตั้งข้อกล่าวหาและบั่นทอนในลักษณะต่าง ๆ 

        สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป 


        - เสถียรภาพของรัฐบาลที่ไม่ค่อยจะเสถียรภายใต้การกดดันของกลุ่มอำนาจเก่าก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่การหาเสียงของพรรคไทยอิสลาม (พรรคอะไรเอ่ย)ในลักษณะเลือกไทยอิสลามเพื่อไทยอิสลาม กำลังเข้มข้น 
        - ส่วนหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบปัญหา จชต. โดยตรงก็ยังสับสน ไม่ลงตัว โดยเฉพาะ เมื่อการแยกอำนาจการใช้งบประมาณของ ศอ.บต. ออกจาก กอ.รมน. ที่ยังคาราคาซังอยู่ เกิดความสับสนอย่างยิ่งต่อ จนท. ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ และจะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนส่วนน้อยไทยพุทธ 
        - ดังนั้น จนท.ผู้ปฏิบัติในพื้นที่จะต้องไม่เสียกำลังใจและไม่ท้อถอย จึงจะคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยเฉพาะต้องเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการรุกไล่ไทยพุทธ ที่พวกแบ่งแยกดินแดนพยายามบุกรุก กว้านซื้อและ และที่ดินที่ใกล้ที่อยู่/ที่ทำกินของไทยพุทธ โดยอ้างการสร้างมัสยิดและปอเนาะ ซึ่งดูเหมือนเพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกตุ 
        - คนไทยทั้งหลายควรตระหนักและติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด


   การปิดล้อมเพื่อรุกไล่คนกลุ่มน้อยไทยพุทธให้ถอยร่นออกจาก ๓ จชต. เพื่ออ้างการรื้อฟื้นรัฐปัตตานีปรากฎรูปธรรมชัดเจนขึ้นตามลำดับ 

.... จากการก่อเหตุฆ่าฟันไทยพุทธและไทยอิสลามที่ยังมีเยื่อใยต่อไทยพุทธจนสามารถปิดล้อมทางสังคมควบคู่กับการปิดล้อมทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ่อคนไทยพุทธ ด้วยการขัดขวาง ทำลายในทุกรูปแบบต่อธุรกรรมค้าขายของไทยพุทธจนไทยพุทธถอยร่น นับว่าเป็นการเปิดทางสู่การสร้างอาณาจักรอิสลามครบวงจรซึ่งจะสามารถควบคุมทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของผู้คนใน ๓ จชต. ไว้ในกำมือ (อิสลาม) ในที่สุด 

ซึ่ง มาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจดังกล่าวดูเหมือนว่ากำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นและสอดประสาน ขณะนี้ได้มีการรุกเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งเป็นหลังพิงสุดท้ายของคนพุทธแล้ว คือ จ.ปัตตานี อันเป็นพื้นที่เตรียมก่อตั้งอาณาจักรอิสลาม และโดยเฉพาะที่ อ.โคกโพธิ์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไทยพุทธและไทยอิลามมีจำนวนใกล้เคียงกัน โดยการโหมก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดงานชักพระที่กลางเมืองโคกโพธิ์เมื่อ ๕ ม.ค.๕๒ ซึ่งส่งผลกระทบทางด้านจิตใจอย่างรุนแรงในวงกว้างโดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีถิ่นกำเนิดใน ๓ จชต. จนเริ่มมีการประกาศขายบ้านและที่ดินกันแล้ว แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การประกาศขายที่ดินหน้าวัดช้างให้ จำนวน ๑๐๐ ไร่ ของเจ้าของที่ดินไทยพุทธคนสุดท้ายแล้ว

-----------------------
รู้แล้วอย่าเงียบเฉย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม