วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)


แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)
แถลการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 
 
คัดลอกมาให้อ่านกัน ว่าอัตลักษณ์แบบนี้แหละครับ ที่เรียกว่า
เป็นอัตลักษณ์ของผู้คน คนไทยเชื้อสายมาลายู ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  

        พวกเขาอ้างเหมือนกับว่า พวกเขาคือผู้ดูแลความสงบสุข และยังอ้างว่า เค้าจะไม่รับรองความปลอดภัยของประชาชน  แท้จริงพวกเขาคือคนที่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประชาชนกระนั้นหรือ   
 
         ตอนท้าย ๆ ยังืนยันหัวชนฝา ตามอัตลักษณ์ของกูคือ ไม่เอาความสมานฉันท์  หน่อยเดียวคือ แล้วทำไมมึงไม่บอกละ ว่าแล้วมึงจะเอายังงัย ถ้าไม่สมานฉัน
 
         หลงเหลือมายาภาพของสหพันธ์นิสิตนักศึกษากลุ่มนี้ ไว้ตอนสุดท้ายว่า ขอประนามอย่างรุนแรงต่อกลุ่มใดก็ตามที่ใช้อาวุธเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไม่ว่ากลุ่มนั้นจะอยู่ในสังกัดใดก็ตาม   หมายถึง ประนาม RKK  หมายถึง ไอ้พวกที่อ้างว่าจะออกมาพัฒนาชาติไทย ที่ฆ่าคนบริสุทธิ์มานับไม่ถ้วน โดยอ้างคัมภร์ อ้างพระเจ้า ค้ายาเสพติด วางระเบิดชุมชน พวกนี้ด้วยหรือปล่าว
 
         หรือว่า กูก็แกล้งประนามแม่ม ไปหยั่งงั้นแหละ เพื่อให้ภาพมันดูดี พวกสหพันธ์ ที่ผสมพันธ์กับโจรแบ่งแยกดินแดน ทำหน้าที่ตีสองหน้า ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ เห็นแล้วอนาถซะเหลือเกิน
 
 **************************************************  
 
 
แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)
เรื่อง ขอประณามอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ใช้อาวุธเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์และขอร้องรัฐ
อย่ามองประชาชนเป็นศัตรู
 
           จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ได้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมากจนมิอาจประเมินมูลค่าได้ และหากเทียบกับงบประมาณที่ภาครัฐได้ทุ่มลงมาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 109,000 ล้านบาทในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นยอดเงินที่สูงมาก แต่เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สูญเสียไป นั่นก็คือ ความเคารพ ความไว้วางใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างชาวมลายูมุสลิม ไทยพุทธ ไทยจีนและไทยคริสตร์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

          หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความบอบช้ำกับหลายๆ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเพศใด ศาสนาใดก็ล้วนแล้วแต่ได้รับความสูญเสียทั้งสิ้นและเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอีกครั้งคือ

1- เหตุการณ์สังหารสองแม่ลูกที่ อ.ปะนาเระ

         สำหรับเหตุการณ์สังหาร 2 แม่ลูกที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตคือนางรัตยา แดงประเทศ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 2 ต.คอกกระบือ อ.ปะนาเระ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม.เข้าศีรษะ 1 นัด และ ด.ญ.จีรพัฒน์ แดงประเทศ อายุ 14 ปี ลูกสาวของนางรัตยา เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าลำตัว

        ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมข้อเรียกร้องรวม 5 ข้อคือ

        1.ให้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุสังหารสองแม่ลูกให้ได้ภายใน 3 วัน
        2.ให้จัดกำลังทหารเข้ามารับผิดชอบพื้นที่เขตรอยต่อระหว่าง ต.คอกกระบือ ต.ท่าน้ำ และ ต.พ่อมิง อย่างถาวร
        3.ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ต.ท่าน้ำ รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
        4.ถ้าชาวบ้านใน ต.คอกกระบือเสียชีวิตอีก จะไม่รับผิดชอบความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ ต.คอกกระบือและ
        5.ไม่เอาความสมานฉันท์

2- เหตุการณ์สังหารสองแม่ลูกที่ บ้านกูจิงลือปะ

        สำหรับเหตุการณ์สังหาร 2 แม่ลูกที่ บ้านกูจิงลือปะ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07:00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 มีคนร้ายไม่ทราบฝ่ายแต่งชุดไอ้โม่ง ประมาณ 5-6 คน ได้ดักซุ่มยิงสองแม่ลูกในสวนยางบนเชิงเขาลูโบ๊ะบาเดาะ เทือกเขาเมาะแต บ้านกูจิงลือปะ ประมาณ 20 นัด ทำให้สองแม่ลูกเสียชีวิตทันทีในสวนยางพารา ในสภาพใส่ชุดที่กำลังจะไปกรีดยาง ซึ่งสองแม่ลูกที่เสียชีวิตคือ นางเจ๊ะแมะ หะแย อายุ 50 ปี และน.ส.บัลลาาตี ลาบอ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 บ้านกูจิงลือปะ ม.4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

         จากการที่นักศึกษาได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อผลักดันให้มีการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสันติประชาธรรมมาโดยตลอดนั้น ทำให้ทราบถึงทัศนคติของภาคสังคมโดยรวมซึ่งส่วนใหญ่แล้วบริโภคข้อมูลข่าวสารจากสื่อกระแสหลักเพียงด้านเดียวแล้วเกิดความรู้สึกจนเชื่อว่า เมื่อชาวมลายูมุสลิมเป็นผู้สูญเสียฝ่ายที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำคือชาวไทยพุทธ และเมื่อฝ่ายผู้สูญเสียเป็นชาวไทยพุทธฝ่ายที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำคือ ชาวมลายูมุสลิม เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงและดูเหมือนว่าท่าทีของภาครัฐเองกับปรากฏการณ์เช่นนี้ก็ค่อนข้างจะปล่อยเลยตามเลยตามยถากรรมของประชาชนที่ต้องแบกรับโดยลำพังจนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นความเจตนาของภาครัฐหรือไม่

        รัฐบาลเองก็ดูจะไม่มีน้ำยาอะไรมากนัก นอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้วก็ยังไม่ได้แสดงออกถึงการเอาจริงเอาจังที่จะแก้ไขปัญหาอีกด้วย แต่สิ่งที่นักศึกษามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้อ่านจากแถลงการณ์ข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวตำบลคอกกระบือ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กับกรณีเหตุการณ์ความสูญเสียสองแม่ลูกอันเนื่องจากถูกคนร้ายลอบทำร้ายจนเสียชีวิต คือชะตาชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางของสงครามกลางเมืองอย่างเต็มรูปแบบ เพราะเมื่อต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าฝ่ายตนเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำจึงคิดว่ามีความชอบธรรมที่จะตอบโต้ด้วยรูปแบบหรือวิธีการต่างๆที่ไร้ขีดจำกัดจนเกิดภาวะของการปราศจากหลักประกันความปลอดภัยจากภาครัฐอย่างสมบูรณ์

        ดังนั้นด้วยความที่ยังไม่หมดหวังกับแนวทางการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีที่อยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และคิดว่ารัฐเองก็เชื่อว่าสันติวิธีแบบนี้เท่านั้นที่จะสามารถนำมาซึ่งสันติภาพที่ชายแดนใต้อย่างแท้จริง  เราในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐและทุกรัฐประเทศในสากลที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทำตามหน้าที่ของผู้ปกครองที่ไม่ได้มองประชาชนเป็นศัตรู เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีความต่างกับความเป็นรัฐได้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างมีศักดิ์ศรีและมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน โดยการสนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนมลายูมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีพื้นที่ประชาธิปไตยแบบการเมืองภาคพลเมือง โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการเมืองแบบผ่านตัวแทน และจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความเกี่ยวข้องกับความสูญเสียของ ประชาชนในทุกเหตุการณ์ อย่างเช่น เหตุการณ์กรือเซะ เหตุการณ์ตากใบ เหตุการณ์ซ้อมทรมานนักศึกษา เหตุการณ์ซ้อมทรมานอิหม่ามยะผา  กาเซ็ง เป็นต้น

       และหากแม้ว่ากองทัพจะสามารถปราบปรามกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบล้มตายอย่างราบคาบในวันพรุ่งนี้ก็ตาม เชื่อว่าความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะยังไม่สามารถสะกดคำว่าสันติภาพได้ ตราบใดก็ตามที่ภาครัฐในฐานะผู้ปกครองยังไม่ยอมรับความจริงและไม่ทำให้ความจริงได้ปรากฎต่อสาธารณชน ในความเป็นตัวตนของชาวมลายูมุสลิมที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย

      สุดท้ายนี้ขอประณามอย่างรุนแรงต่อกลุ่มใดก็ตามที่ใช้อาวุธเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไม่ว่ากลุ่มนั้นจะอยู่ในสังกัดใดก็ตาม


ด้วยจิตคาราวะต่อผู้รักสันติ
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)
21/02//2553
http://narater2010.blogspot.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม