วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ที่ไหนมีไอ้พวกนี้ ที่นั้นก็จะเกิดเหตุการแบบนี้



บ้านเราก็คาร์บอม อินโดก็ จกย.บอร์ม !!!


           คนร้ายขับขี่จักรยานยนต์เข้าไปกดระเบิดฆ่าตัวตายบริเวณหน้าสถานีตำรวจในเมืองสุราการ์ตา (โซโล) บนเกาะชวาของอินโดนีเซียเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (5 ก.ค.) เป็นเหตุให้ตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย

          ทางการอินโดฯได้ระดมกำลังตำรวจกว่าร้อยนายคุ้มกันสำนักงานตำรวจบนถนน อาดิ สุจิปโต (Jl. Adi Sucipto) ในเมืองสุราการ์ตา หลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายบริเวณถนนทางเข้าสถานีตำรวจ ก่อนถึงเทศกาลตรุษอีดิลฟิฏรีเพียง 1 วัน


        บอย รัฟลี อามาร์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบุว่า คนร้ายพยายามนำรถจักรยานยนต์ บุกเข้าไปยังถนนหน้าสถานีตำรวจ เมื่อเวลาประมาณ 07.35 น. (ตรงกับเวลาในไทย)
“เขาอ้างว่าจะเข้าไปที่โรงอาหาร และพยายามนำรถฝ่าเข้าไปให้ได้ จากนั้นก็กดระเบิดฆ่าตัวตาย” โฆษกตำรวจให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์ เมโทร ทีวี “เท่าที่ทราบคือคนร้ายเสียชีวิต”  จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บด้วย


        ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด ซึ่งเป็นชาวเมืองสุราการ์ตา เรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอให้ช่วยกันเฝ้าระวัง “ขอให้ประชาชนทุกคนอย่าตื่นตระหนก... ขอให้ตั้งใจถือศีลอดต่อไปอย่างเต็มที่ และอย่าได้หวาดกลัวการก่อเหตุร้าย”  “ผมสั่งให้ผู้บัญชาการตำรวจเร่งสืบหาเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้แล้ว”

         เมื่อเดือน ม.ค.เพิ่งจะเกิดเหตุยิงปะทะและระเบิดฆ่าตัวตายบนถนนใจกลางกรุงจาการ์ตา โดยคนร้าย 4 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และยังมีพลเรือนถูกสังหารไปด้วย 4 คน บาดเจ็บอีกนับสิบ ถือเป็นเหตุโจมตีครั้งเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นในแดนอิเหนาในรอบ 7 ปี โดยอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก เคยเผชิญเหตุระเบิดโจมตีโดยมุสลิมหัวรุนแรงหลายระลอกระหว่างปี 2000-2009 โดยเฉพาะเหตุระเบิดไนต์คลับบนเกาะบาหลีเมื่อปี 2002 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 202 ศพ

         ปฏิบัติการกวาดล้างอย่างจริงจังของตำรวจอินโดนีเซียทำให้เครือข่ายนักรบหัวรุนแรงอ่อนกำลังลงไปมาก ทว่าการปรากฏตัวของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในตะวันออกกลางซึ่งเรียกร้องเชิญชวนมุสลิมเข้าไปเป็นแนวร่วม กำลังกลายเป็นภัยคุกคามใหม่ที่ทางการอิเหนาต้องรับมือ

        ปัจจุบันคาดว่ามีชาวมุสลิมอินโดนีเซียหลายร้อยคนเดินทางไปเป็น “นักรบญิฮัด” ในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเกรงว่ากลุ่มคนที่ได้รับการปลูกฝังแนวคิดสุดโต่งเหล่านี้จะหวนกลับมาฟื้นฟูเครือข่ายก่อการร้ายในแดนอิเหนา และนั่นอาจหมายถึงเหตุวินาศกรรมครั้งใหญ่ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม