วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ผลประโยชน์.. “เงินบริจาค” ของกลุ่ม BRN นำเยาวชนไปเข้าคุก??




"RUSLAN"


            อิสลามคือศาสนาแห่งสันติภาพ และขันติธรรม ดังนั้นผู้ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะประพฤติตนขัดแย้ง กับหลักการดังกล่าว ยิ่งกว่านั้นไม่มีแหล่งกำเนิดใดๆ จากอัลกุรอาน และหะดิษของท่านนบีมุฮัมมัด ที่บ่งชี้ไปในทิศทางดังกล่าว การเรียกร้องในอิสลามที่ปรากฏอยู่ในอัลกุรอาน ได้เชิญชวนด้วยวิธีการที่เฉลียวฉลาด และนิ่มนวลซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะถือได้ว่า เป็นความรุนแรงแต่ประการใด ดังปรากฏในอัลกุรอาน ซูเราะ อัลนะห์ล โองการที่ 125 ความว่า “จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของเจ้าโดยสุขุม และการตักเตือนที่ดี แจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้นพระองค์ทรงรู้ดียิ่ง ถึงผู้ที่หลงจากทางของพระองค์ และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาของผู้ที่อยู่ในทางที่ถูกต้อง”


           เมื่อย้อนกลับจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จชต. สามารถเห็นได้ว่าการปฏิบัติของกลุ่ม BRN พยายามชักจูงชี้นำให้ผู้หลงผิด ปฏิบัติตัวผิดจากหลักคำสอนของศาสนาที่ได้กล่าวไว้ในอัลกุรอาน และยังใช้วิธีและเหตุผลชั่วๆ เพื่อให้เด็กเยาวชนเข้ามามีส่วนในการก่อเหตุ ดูได้จากมือระเบิดที่บิ๊กซีปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา จากการจับผู้ต้องสงสัยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี เพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ การทำงานเป็นขบวนการของกลุ่ม BRN หวังแค่ผลประโยชน์ฝ่ายตน และต้องการทำลายคนในพื้นที่ สร้างความคิดผิดๆ เพื่อความสะใจภัยใต้อุดมการณ์อุบาทว์ของกลุ่ม BRN โดยใช้งบประมาณจากการบริจาคของประชาชนบางส่วน นำเยาวชนไปเข้าคุก?? นั้นเอง


         “สถาบันการศึกษา”คือเป้าหมายหลักของกลุ่มขบวนการ โดยเลือกใช้สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สถาบันปอเนาะ ทำการขับเคลื่อนงานการเมืองผ่านองค์กรนักศึกษา อุสตาซและเยาวชนผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน เคลื่อนไหวจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นต่อเป้าหมาย เด็ก เยาวชน นักเรียนโรงเรียนสอนศาสนา นักศึกษา และกลุ่มปัญญาชน โดยใช้ “อัตลักษณ์”และ“วาทกรรม” ในการขับเคลื่อนขยายฐานมวลชน ยิ่งไปกว่านั้นรูปแบบการเคลื่อนไหวขององค์กรนักศึกษาสถาบันต่างๆ โดยมีกลุ่มบางกลุ่ม ซึ่งรู้จักกันดีได้พยายามปลุกระดมด้วยการจัดเวทีเสวนา เคลื่อนไหวในพื้นที่และนอกพื้นที่มาโดยตลอด นอกจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังมีการขยายเครือข่ายไปยังสถาบันการศึกษานอกพื้นที่อีกด้วย


          เช่นเดียวกับการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่ม BRN ที่ยิ่งนับวันยิ่งมีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น ทั้งมีการค้าของเถื่อน ค้ายาเสพติด และสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ต่อคนในพื้นที่คือ การเรี่ยไร หรือขอเงินรับบริจาค เพื่อไปสร้างอาคาร สถาบันปอเนาะฯลฯ เงินเหล่านี้บางส่วนก็นำไปสร้างหรือใช้งานจริง แต่กลุ่มเห็นแก่ตัวบางกลุ่มนำเงินส่วนนี้ไปเป็นค่าจ้าง ค่าเลี้ยงดูผู้ก่อเหตุรุนแรงซึ่งทำผิดกฎหมาย ร่วมไปถึงการสร้างบ้านใหม่ให้กับตัวเอง ซื้อรถใหม่ ซึ่งตามหลักศาสนาไม่สนับสนุนให้ทำในลักษณะนี้ เพราะเป็นการนำเงินไปใช้ในทางที่ผิดถือว่าบาปหนัก แต่กลุ่มไร้สมองไร้อุดมการณ์คงไม่คิดเช่นนั้นหรอก!! 
     
         ปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นนับสิบๆปี ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากกลุ่มผู้ที่มีอุดมการณ์ใหม่ๆพร้อมที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลาโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง สมมุติว่าเราลองคำนวณเงินบริจาคที่ประชาชนในพื้นที่ ที่มีจิตสัทธาให้การบริจาค 1 บาท/คน แล้วประชากรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดยะลา ปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ4 อำเภอจังหวัดสงขลา มีพี่น้องที่ต้องจำใจ ประมาณ 3 แสนคน ตกเดือนละ 3 แสน ปีละ 3 ล้านหกแสนบาท เวลาที่ผ่านมา หากตีค่าเป็นเงินรวมๆ ก็เกือบ 100 ล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้ไม่ใช่น้อยๆ เป็นสิ่งล่อตาล่อใจสำหรับกลุ่ม BRN ที่คอยแสวงหาผลประโยชน์ก็เป็นได้ ปัญหาตามมาคงไม่ใช่ใครที่ไหนคงหนีไม่พ้นเยาวชนในพื้นที่ ที่ต้องรับกรรมจากความคิดไร้อุดมการณ์ของกลุ่ม BRN หึหึ..


         อย่างนี้ไม่เรียกว่า “กลุ่มผลประโยชน์ BRN” แล้วจะเรียกว่าอะไร..... ความรุนแรงต้องหมดไป ทุกเชื้อชาติและศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้ความแตกต่าง ซึ่งจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ แม้ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในสังคมเดียวกันจะมีอยู่ทั่วไป แต่หากมีการเคารพ และยอมรับซึ่งความแตกต่าง มีความไว้ใจและมีความปรารถนาดีต่อกัน สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ประชาชนทุกชาติพันธุ์ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม