วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

คนหาย NGO ปลุกกระแสโซเชี่ยล กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ ผลสุดท้าย




           งามหน้าไปตามๆ กันเมื่อมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและ นาง อัญชนา หิมินะ ประธานกลุ่มด้วยใจร่วมถึงติงสื่อแนวร่วมทั้งหลาย ได้เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อและ แถลงการณ์ กรณีนายดาโ มะถาวร ครูสอนตาดีกา สะบ้าย้อย จ.สงขลา ถูกอุ้มระหว่างเดินทางกลับบ้าน ขณะที่ต่อมาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเซียลว่าการหายตัวไปของ นายดาโหะ มะถาวร พร้อมมีการชี้นำว่า
การหายตัวไปในครั้งนี้เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร



http://prachatai.org/journal/2017/05/71530http://prachatai.org/journal/2017/05/71491



         กรณีเหตุการณ์ ดาโหะ มะถาวร หรือ เจ๊ะฆูโอะ ผู้อำนวยการและครูสอนโรงเรียนตาดีกาประจำหมู่บ้านทุ่งพอ (ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามขั้นพื้นฐาน สำหรับเด็กช่วงชั้นประถมศึกษา) ม.3 อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ถูกอุ้มโดยกลุ่มคนร้ายไม่เปิดเผยตัวตน เมื่อ 13 พ.ค. 2560 เวลาประมาณ 20.20 น. และได้รับการปล่อยตัวที่สถานีขนส่ง (บขส.) จ.สตูล เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 60 ถึงบ้านอย่างปลอดภัย ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 60 เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายดาโหะ มะถาวร ไปยังค่ายอิงคยุทธ (ศูนย์ซักถาม) เพื่อสอบถามหาความจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร
ความจริงที่เกิดขึ้น

          นายดาโหะยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่ารู้จักกับ น.ส.นาดา เจริญผล ทางเฟสบุ๊ค เมื่อ ก.ค.59 หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยทางข้อความเฟสบุ๊ค/ทางไลน์และทางโทรศัพท์ ได้ประมาณ 5 เดือน หลังจากนั้นนายดาโหะได้มีการนัดพบที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สถานที่นัดพบเป็นบ้านเช่าของ น.ส.นาดา ฯ (ปัจจุบันได้เลิกเช่าไปแล้ว) และได้อาศัยบ้านดังกล่าวประมาณ 3 คืน หลังจากนัดพบกันและได้กลับบ้านของตนและมีการติดต่อกันเรื่อยมา 

          จนกระทั่งถึง 13 พ.ค. 60 เวลาประมาณ 0600 ตนจึงได้ติดต่อกับ น.ส.วนาดา ฯ อีกและให้มารับตนที่หน้าบ้านของตน ในขณะ น.ส.นาดา ฯ เดินทางมาขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีบรอนต์ จำทะเบียนไม่ได้ มาจาก จ.สตูล ตนได้ขับรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีดำ ออกไปกินน้ำชากับเพื่อนชื่อ นายตอเล๊ะ เด็นมานิ ห่างจากบ้านประมาณ 500 เพื่อรอเวลา น.ส.นาดาฯ มาถึงที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 2030 น.ส.นาดา ฯ ได้ขับรถดังกล่าวมาถึงหน้าบ้าน หลังจากนั้นได้รับโทรศัพท์จาก น.ส.นาดา ฯ บอกว่าถึงหน้าบ้านแล้ว ตนจึงได้ขับรถดังกล่าวมาที่บริเวณหน้าบ้านของตน และได้จอดรถดังกล่าวบริเวณหน้าบ้านหลังจากนั้น และได้เดินไปขึ้นรถของ น.ส.นาดา ฯ หลังจากขึ้นรถไปแล้วประมาณ 5นาที ตนได้โทรศัพท์บอกภรรยาชื่อ น.ส.หม๊ะกรือซา เจะหมะ ว่ามีคนมารับและให้นำรถ จยย.ที่จอดบริเวณหน้าบ้าน ให้นำมาจอดภายในบ้านด้วย



        ตนถึงบ้าน น.ส.นาดาฯ พื้นที่ จ.สตูล เวลาประมาณ 0200 หลังจากนั้น ได้ติดต่อทางไลน์กับน้องชายชื่อ นายรุดดี มะถาวร มีใจความว่า “ตอนนี้สบายดีบอกพ่อกับแม่ด้วยไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวจะโทรหา” หลังจากนั้น ได้นอนที่บ้านหลังดังกล่าว 

       จากนั้นเวลาประมาณ 0500 นายดาโหะ ได้โทรศัพท์หาภรรยา มีใจความว่า “สบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ภรรยาถามว่ามีใครทำอะไรหรือเปล่า นายดาโหะตอบไปว่า ไม่มีใครทำอะไร” หลังจากวางสายไปได้ประมาณ 5 นาที นายดาโหะ ได้โทรศัพท์หาน้องชายและบอกว่ายังปกติไม่มีใครทำอะไร 

       หลังจากนั้นน้องชายได้ถามกับว่าอยู่ที่ไหน จึงตอบไปว่าไม่รู้เหมือนกัน จากนั้นได้วางสายไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 1100 ของวันที่ 14 พ.ค. 60 น้องชายได้โทรศัพท์ติดต่อ นายดาโหะ บอกว่าสบายดี และน้องชายได้ถามว่าอยู่แถวไหน จึงตอบไปว่าจำไม่ว่าอยู่ที่ไหน และได้วางสายไป 

       ต่อมาเวลาประมาณ 1500 นายอำเภอสะบ้าย้อย (จำชื่อไม่ได้) ได้ใช้โทรศัพท์ของน้องชายโทรมาหา นายดาโหะ และถามว่าสบายดีไหม เป็นยังไงบ้าง นายดาโหะ ตอบไปว่าสบายดี หลังจากนั้นนายอำเภอ ได้ฝากบอกทิ้งท้ายว่าให้โทรศัพท์หาภรรยาทุกๆ หนึ่งชั่วโมง จึงได้วางสายไป 

        ต่อมาเวลาประมาณ 1630 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ชื่อ นายตอพา และสมสา ได้โทรศัพท์มาหา นายดาโหะ และสอบถามเหมือนกับนายอำเภอสะบ้าย้อย หลังจากนั้นเวลาประมาณ 1900 นายดาโหะ ได้โทรศัพท์หาภรรยาและอยากคุยกับลูก แต่ภรรยาได้บอกว่าลูกนอนแล้วค่อยคุยพรุ่งนี้ จากนั้นวางสายไป 

         ต่อมาเช้าวันที่ 15 พ.ค. 60 เวลาประมาณ 0700 นายดาโหะ ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.นาดา ฯ นายดาโหะ บอกว่าจะกลับบ้านแล้ว เพราะที่บ้านวุ่นวายแล้ว หลังจากนั้นเวลาประมาณ 0830น.ส.นาดาฯ ได้ขับรถ จยย.ยี่ห้อ (จำไม่ได้) ไปซื้อตั๋วให้กับนายดาโหะ หลังจากซื้อตั๋วเสร็จ ได้รอรถตู้บริเวณหน้าบ้านของ น.ส.นาดา ฯ จนกระทั่งเวลาประมาณ 1000 ได้ขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางกลับ แต่ในขณะเดินทาง ได้โทรศัพท์หาน้องชายว่าให้มารับที่ บขส.หาดใหญ่ จนถึงเวลาประมาณ 1200 ได้ถึง บขส.หาดใหญ่ จากนั้นน้องชายได้มารับและกลับมาที่บ้านของตนเวลาประมาณ 1400 และนี้คือความจริงทั้งหมด


          แต่ประเด็นที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ และสื่อทั้งหลายแถลงการณ์เผยแพร่ข้อมูล เพื่อชี้นำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ การกระทำโดยไร้การตรวจสอบข้อเท็จจริง ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยจำกับบทเรียนที่เกิดขึ้นในการนำเสนอการไม่ตรวจสอบข้อมูลการบิดเบือดข้อมูล 

        
          ดังเช่น กรณี กอ.รมน.ภาค 4 สน. ฟ้องหมิ่นประมาท แพร่รายงานสิทธิมนุษยชนปี 59 อันเป็นเท็จ แต่ทั้งนี้ กอ.รมน. ภาค 4 ก็ได้ถอนฟ้องให้ กลับไม่สำนึกแทนที่จะตรวจสอบข้อมูลเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตน แต่ก็ยังไม่หลาบจำยังหน้าดานหน้าทน เสนอข้อมูลบิดเบือนอันเป็นเท็จ นี่คงเป็นบทเรียนในการออกแถลงการณ์การเผยแพร่ข้อมูล ถ้าถามหาความรับผิดชอบของ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ และสื่อบางสำนักจะมีมากน้อยแค่ไหน? ควรจะออกมาขอโทษต่อสังคมและคนในพื้นที่โดยเฉพาะครอบครัวของนายดาโหะด้วย หรือแค่เป็นการกระทำสาดโคลนใส่ผู้อื่นแต่ไม่ยอมชำระล้างปล่อยให้เหม็นต่อไป...คอยติดตามกันต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม