วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ึความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ฐานปฏิบัติการ จนท.ทหาร และบ้านเรือนประชาชน






         จากการตรวจสอบพบเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก แบบสี่ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน ขค 7214 สงขลา รถยนต์กระบะคันดังกล่าวถูกคนร้ายจำนวน 4  คน ขับขี่รถ จยย. ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดขนาด ยิงขึ้นฟ้า 4-5 นัด และบังคับให้ นายสาแม  มีนา ขึ้นรถและจับเป็นตัวประกันไปด้วยขับหลบหนีไป เหตุเกิด หน้าบ้านเลขที่ 70/2 บ้านค่าย หมู่ที่ 7  ตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อ 23 กรกฎาคม 2560 เวลา 19.45 นาฬิกา จนกระทั่งคนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุดังกล่าว ภายในรถพบศพ นายสาแม มีนา อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด บริเวณศีรษะ ซึ่งการสังหารดังกล่าวเป็นการกระทำของคนร้าย เพื่อเป็นการทำลายพยานหลักฐาน เพราะตัวประกันได้เห็นหน้าคนร้าย
         คาดว่า กลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวที่เชื่อมโยงในการปล้นรถกระบะแล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ก่อนจะนำระเบิดไปซุกในรถแล้วขับไปก่อเหตุ คาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พค.ที่ผ่านมา
          จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4   ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียการกระทำซึ่งใช้พี่น้องประชาชน และยานพาหนะของพี่น้องประชาชนเป็นเกราะกำบัง และการยิงและขว้างระเบิดดังกล่าวยังโดนบ้านเรือนราษฎรผู้บริสุทธิ์ ในการก่อเหตุถือเป็นการกระทำที่โหดร้าย ป่าเถื่อนรวมถึงการสังหารเจ้าของรถซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักศาสนา บุคคลเหล่านี้ จะไม่ได้รับแม้แต่กลิ่นไอของสวรรค์ โดยรถคันดังกล่าวหากหลุดรอดออกไป คาดว่าจะนำไปประกอบระเบิดแต่เจ้าหน้าที่ ได้ติดตามได้เสียก่อน การกระทำที่เหี้ยมโหดนี้สมควรที่ทุกส่วนร่วมกันประณาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานตลอดจนกล้องวงจรปิดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาบังคับใช้กฎหมาย และสั่งให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้ไล่ติดตามคนร้าย ต่อไป
           สำหรับคนร้ายที่บาดเจ็บ หากผู้ใดพบเห็นให้แจ้งมาที่หมายเลข 1341 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หรือ หน่วยความมั่นคงในพื้นที่และการให้ที่พักพิงต่อผู้ก่อเหตุรุนแรงถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา

********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม