วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เจ้าหน้าที่ปะทะโจรใต้!! ชาวบ้านขับรถผ่านโดนลูกหลง บาดเจ็บเล็กน้อย





จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 กค. พ.ต.อ.สมปราช กรรณกานนท์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจาก รพ.มายอ ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้ามารักษาตัว จึงรีบไปตรวจสอบพบว่าแพทย์กำลังทำการรักษา นางเจ๊ะยารอ อาแว อายุ 57 ปี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด แพทย์ต้องรีบส่งต่อไป รพ.ปัตตานี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คนมีบาดแผลเศษกระจกบาดเล็กน้อย แพทย์ได้กลับบ้านได้
นอกจากนี้บริเวณหน้า รพ.พบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สี่ประตู สีบอร์นเงิน ป้ายทะเบียน กข3183 เบตง จอดอยู่ พบรูกระสุนบริเวณหลังคา หลังทะลุเบาะในห้องโดยสารและที่กระจกหน้าจกภายในรถมีเลือดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถคันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.มายอ เพื่อทำการเก็บพยานหลักฐาน จากการสอบสวน นายอุสมาน กาแลซา 27 ปี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว ให้การว่า ตนเป็นลูกของนางเจ๊ะยารอ ก่อนเกิดเหตุตนมาจาก จ.ยะลาและกำลังเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ ต.กระเสาะ โดยภายในรถมาด้วยกันรวม 6 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวมีทั้งผู้หญิงและเด็ก


ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงบนถนนสายชนบท พื้นที่ ม.4 ต.เกาะจัน อ.มายอ เห็นเจ้าหน้าที่ทหาร 10 กว่านายและไม่รู้ว่ามีปะทะกัน ตนจึงขับรถผ่านด่านตรวจ จนกระทั่งได้ยินเสียงปืนจากด้านหลังและมารู้ว่าแม่ ซึ่งอยู่ในรถบนเบาะหลังคนขับ ร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อตรวจดูพบว่าแม่ถูกยิง และน้องสาวบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คนตนก็รีบขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาล จากนั้นก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร          หลังเกิดเหตุ พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้เดินทางไปที่ รพ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวในห้อง ไอซียู จากนั้นจึงได้เข้าไปพูดคุยกับญาติและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพลตรีจตุพรยอมรับกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเกิดเหตุการณ์ และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนจะมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ
          พลตรีจตุพรได้ชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเกิดเหตุทหารจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 จำนวน 22 นายกำลังเดินลาดตระเวนแบบจรยุทธ ริมถนนสายดังกล่าว ก่อนจะหยุดตั้งด่านลอยบนถนน ปรากฏว่ามีเสียงปืนจากฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นป่า ทหารก็มีการวางกำลังป้องกันและมีการสกัดรถไม่ให้ผ่านเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะมีการยิงโต้ตอบกันขึ้น จังหวะนั้นก็มีรถคันกล่าวขับผ่านไป ช่วงที่มีการยิงปะทะกันและไม่รู้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นฝ่ายไหนจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุและไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบเพราะเป็นเรื่องสุดวิสัย ตนได้มีการพูดคุยกับผู้เสียหายเบื้องต้นก็เข้าใจกันแล้ว
โดยผู้เสียหายก็ได้ฝากถึงเจ้าหน้าที่ว่า การสกัดหรือโบกรถให้จอดขอให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งตนก็ขออภัยด้วยเพราะจังหวะนั้นอาจจะสกัดรถได้ไม่เต็มที่ ซึ่งจะรับไปแก้ไข ส่วนการช่วยเหลือเยียวยานั้นยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติและอยู่ในที่เกิดเหตุทุกนายนั้น ก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย และหากเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและผิดจริงในกรณีทำเกินกว่าเหตุก็ต้องรับผิด ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ตามกระบวนการของกฎหมายไม่มียกเว้น ซึ่งเราไม่ปฏิเสธการรับผิดชอบและหากมีการร้องเรียนก็จะดำเนินการตามที่ร้องเรียนมาซึ่งเป็นสิทธิของผู้เสียหายอยู่แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม