วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ทำแล้วได้อะไร? ทุกครั้งที่ก่อเหตุ ล้วนเป็นลูกหลานของท่าน





            ผู้นำศาสนาในจังหวัดยะลา วอน ผู้ก่อเหตุความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะในห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน หยุดการกระทำดังกล่าว ชี้ทุกครั้งที่ก่อเหตุ พี่น้องมุสลิม ทั้ง เด็ก ผู้หญิง คนชรา ได้รับความเดือดร้อน...


           นายนิมุ มะกาเจ ผู้นำศาสนาในจังหวัดยะลา ได้กล่าวถึง เหตุสังหารหมู่ 5 ศพ ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ว่า ขณะนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนรอมฎอนจะมีมากขึ้น ทั้งจำนวนผู้เสียชีวิต และวิธีการที่เหี้ยมโหด และเป็นการก่อเหตุในเดือนศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย ยิ่งในช่วง 10 วัน สุดท้ายของเดือนถือศีลอดนั้นมีความสำคัญอย่างมาก แต่กลับมาเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาไม่กี่วัน จากการฆาตกรรมหมู่ 4 ศพ ที่ไปร่อนทองที่นราธิวาส มาจนถึง 5 ศพ ที่ยะลานั้น ต้องยอมรับว่าคนในพื้นที่บางส่วนเกิดความวิตกกังวลอย่างหนัก ถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และไม่อาจคาดเดาว่าผู้ก่อเหตุมีจุดมุ่งหมายอะไร

            เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบถูกบิดเบือนไปในทางทีผิดจนหลงเชื่อว่า ทุกครั้งที่ก่อเหตุร้ายสร้างความสูญเสียให้กับทางรัฐ พวกตนเองจะได้รับบุญ โดยเฉพาะในห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน แต่การกระทำดังกล่าว เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่มีบทบัญญัติใดๆ ทั้งผู้รู้ทางศาสนา หรือมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ว่า การฆ่าคน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุถูกครอบงำจนหลง ถูกบิดเบือนจากข้อเท็จจริงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ หลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้องคือ ทำแต่ความดี ละเว้นความชั่วทุกประการ ทำบุญทำทานกับคนยากจนผู้ขัดสน ทั้งมอบเงินทอง เสื้อผ้า อาหาร ตามกำลังทรัพย์ที่เรามี โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอนเดือนอันประเสริฐนี้

            “วอนผู้ที่ก่อเหตุให้หยุดการกระทำดังกล่าว ทุกครั้งที่ก่อเหตุ ล้วนเป็นลูกหลานของท่าน พี่น้องมุสลิม ทั้ง เด็ก ผู้หญิง คนชรา ได้รับความเดือดร้อน”
นายนิมุ มะกาเจ กล่าว.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม