วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

‘บทเรียนล่าหมูป่า’ความสูญเสียที่ควรจำ!!



" Ibrahim"


             สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น คาดว่าเป็นการแสดงศักยภาพความมีตัวตนของกลุ่มขบวนการอีกทั้งยังมุ่งทำลายสาธารณูปโภคโดยเฉพาะการปฏิบัติการยิงหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งยังคงมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนโดยเพาะในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส


            และล่าสุดจากลางบอกเหตุความเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรใต้ที่ลงมือยิงหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถัดมาแค่วันเดียวกลุ่มโจรใต้ได้ลงมือก่อเหตุลอบทำร้ายชาวบ้านหาของป่าจนได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

             ตามรายงานข่าวแจ้งว่าขณะชาวบ้านหาของป่า จำนวน 11 คน ใช้รถยนต์ 2 คันเป็นยานพาหนะ เดินทางไปหาของป่าบริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้านกำปงบือแน ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยได้นำรถยนต์ทั้ง 2 คัน จอดไว้บริเวณด้านล่างหลังมัสยิด จนกระทั่งกลุ่มชาวบ้านได้ล่าหมู่ป่าได้จำนวน 7 ตัว จึงเดินทางลงจากเชิงเขาเพื่อกลับบ้านพัก โดยได้แยกย้ายนั่งโดยสารรถยนต์กระบะคันแรก 5 คน คันที่สอง 6 คน คันแรกขับออกไปก่อน ส่วนคันที่สองเมื่อขับออกจากที่จอดรถประมาณ 100 เมตร ถูกคนร้ายซึ่งซุ่มอยู่บริเวณป่าเชิงเขา ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิง แต่ถูกกลุ่มชาวบ้านหาของป่าใช้อาวุธปืนลูกซองยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้าย จนกระทั่งกลุ่มคนร้ายใช้ความชำนาญหลบหนีเข้าป่าไป จากการตรวจสอบพบจุดซุ่มยิง 5 จุด เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. ซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุได้จำนวนหนึ่ง เพื่อส่งพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิยาศาสตร์ต่อไป




            เหตุการณ์ชาวบ้านหาของป่าถูกคนร้ายซุ่มยิงไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งนำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย แต่เหตุใดจึงไม่เกรงกลัว!! หรือหลาบจำ ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับการล่าหมูป่า


           หากตั้งคำถามเหตุผลใด? กลุ่มโจรใต้จึงลอบทำร้ายชาวบ้านที่ขึ้นไปหาของป่าบนภูเขา หากจะถอดบทเรียนการก่อเหตุหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา คงจะมีเหตุแค่ผลเดียวคือ ไม่ต้องการให้ชาวบ้านไปรู้เห็นที่ตั้งฐานพักแรมของกลุ่มโจรใต้บนภูเขา 

            วิธีการเดียวที่จะห้ามไม่ให้ใครก็ตามที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปคือการสร้างความหวาดกลัวด้วยการลอบทำร้าย ซึ่งการลงมือในแต่ละครั้งมักจะได้ผลในช่วงเวลาหนึ่งแต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีกลุ่มชาวบ้านกล้าเสี่ยงตายขึ้นไปหาของป่าอยู่อีกซึ่งเป็นเช่นนี้อยู่ทุกปี เราได้ยินข่าวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้ถือได้ว่ายังโชคดีที่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตแค่ได้รับบาดเจ็บแต่คงเป็นบทเรียนที่จะต้องจดจำ


           หากสถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ยังคงมีการก่อเหตุของกลุ่มโจรใต้อยู่ การเข้าไปหาของป่าก็ต้องล้มเลิกความคิดเอาไว้ก่อน มิเช่นนั้นหากเราเอาชีวิตไปเสี่ยงผลลัพธ์ที่ได้ไม่คุ้มเสีย ฝากไปยังพี่น้องในพื้นที่นำบทเรียนที่ได้รับมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นความสำคัญลำดับต้นๆ ที่รัฐให้ความใส่ใจดูแล แต่ในขณะเดียวกันเราในฐานะประชาชนก็จะต้องดูแลชุมชน ดูแลครอบครัว 

           ที่สำคัญจะต้องดูแลตัวเองก่อน ลดปัจจัยเสี่ยงซึ่งนำมาสู่ความสูญเสีย รออีกไม่นานเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติเมื่อไหร่ การใช้ชีวิตประจำวันไม่ต้องหวาดกลัวหวาดระแวงอีกต่อไป 

            เมื่อนั้นจะไปมาหาสู่ จะไปไหนมาไหนก็ย่อมกระทำได้ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกันดั่งเช่นในอดีตที่ผ่านมา....

*****************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม