วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561

2 เพจมั่วโจมตีนายกรัฐมนตรี และแม่ทัพภาคที่ 4 ไร้ซึ่งวิจารณญาณ






"Ibrahim"

            กรณี สื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มการเมืองเสื้อแดง “เรารักเสื้อแดง เกลียดสลิ่ม V 2” ได้ทำการโพสต์ภาพการ์ตูนที่มีการตัดต่อภาพใบหน้าของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อีกทั้งนำภาพข่าว “มทภ.4 ปลื้ม! แนวร่วมพูโล 103 คน ขอเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน” พร้อมกับได้มีการโพสต์ข้อความ “ดังไปทั่วโลก สื่อการ์ตูนต่างชาติแฉ ประยุทธ์เปิดประตูบ้านรับกลุ่ม ไอเอส เข้าไทย แม่ทัพภาค 4 รู้เห็นใช้แนวร่วมพูโลจับมือไอซิสฝึกอาวุธในไทย”ซึ่งประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561


            ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2561 เพจ: เสียง แห่งสันติภาพ และเพจ: มารา กล้วยตานี ได้นำโพสต์ดังกล่าวมาทำการโพสต์ต่อในหน้าเพจ และได้ติดแฮชแท็กอ้างแหล่งที่มา จาก #สื่อต่างประเทศ จากพฤติกรรมดังกล่าวของทั้ง 2 เพจ ตั้งใจนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวหาโจมตีใส่ร้าย นายกรัฐมนตรี และแม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ซึ่งแอดมินของเพจดังกล่าวทำการโพสต์มั่วอีกทั้งไม่มีวิจารณญาณ


ข้อเท็จจริง

           จากการตรวจสอบที่มาของภาพการ์ตูนพบที่มีการตัดต่อภาพใบหน้าของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเข้าไปในภาพ พบว่าภาพเขียนการ์ตูนดังกล่าวมุ่งโจมตีนักสิทธิมนุษยชน ว่าเป็นเครื่องมือ UN เป็นผู้เปิดพรหมแดนให้มุสลิม โรฮีนจา จากประเทศบังคลาเทศเข้าพม่าทำการเข่นฆ่าผู้คน




            ส่วนภาพข่าว “มทภ.4 ปลื้ม! แนวร่วมพูโล 103 คน ขอเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน” ภาพข่าวดังกล่าวได้ทำการเผยแพร่โดยไทยรัฐออนไลน์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 จ.ปัตตานี พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติโครงการพาคนกลับบ้าน โดยมีนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยในที่ประชุมหารือความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการพาคนกลับบ้านในประเด็นการอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการยุติธรรมและขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ โดยภายหลังการประชุมได้มีการพบปะกับผู้ที่เข้ารายงานตัว โครงการพาคนกลับบ้านจำนวน 103 คน พร้อมญาติพี่น้องซึ่งประกอบด้วยสมาชิกบีอาร์เอ็น และพูโลเก่า รวมถึงผู้ที่เข้าไปหลบหนียังประเทศเพื่อนบ้าน


            จากการกระทำดังกล่าวของกลุ่มการเมืองเสื้อแดง “เรารักเสื้อแดง เกลียดสลิ่ม V 2”ที่เป็นต้นตอของการโพสต์ดังกล่าว รวมทั้งเพจ: เสียง แห่งสันติภาพ และเพจ: มารา กล้วยตานี ต้องการอะไร!! ที่แน่ๆ 

           ได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ในข้อที่ (1) โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


            การสื่อเพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจผิดต่อนายกรัฐมนตรีและแม่ทัพภาคที่ 4 ถือได้ว่าร้ายแรงกับข้อความใส่ร้ายป้ายสี “ดังไปทั่วโลก สื่อการ์ตูนต่างชาติแฉ ประยุทธ์เปิดประตูบ้านรับกลุ่ม ไอเอส เข้าไทย แม่ทัพภาค 4 รู้เห็นใช้แนวร่วมพูโลจับมือไอซิสฝึกอาวุธในไทย” เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องทำการตรวจสอบนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี 

            การสืบค้น IP เครื่องของผู้กระทำความผิดคงไม่ยากเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะกระทรวง ICT ที่จะต้องรับหน้าเสื่อดำเนินการเรื่องนี้ มิเช่นนั้นเหตุการณ์เช่นนี้คงจะเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดรัฐไม่จริงจัง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เสพสื่อสังคมออนไลน์คงจะแยกแยะเรื่องไหนจริงเรื่องไหนไม่จริง เพราะบางเรื่องมีบุคคลบางกลุ่มพยายามแต่งเติมเสริมแต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมือง ทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ จ้องทำลายล้มล้างรัฐบาล เป็นเรื่องของการเมืองแต่ไม่คิดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภาพรวมของประเทศ
*****************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม