วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ตม.มหาชัย“ทลายรังพระเถื่อน-ต่างด้าวหนีเข้าเมือง-ซ้ำซาก” พกเงินเป็นหมื่น





               วันที่ 21 มิ.ย.60 “ที่บริเวณป่าละเมาะ ฝั่งตรงข้ามตลาดมหาชัยเมืองใหม่”ถนนพระราม 2 ต.คอกกระบือ พ.ต.อ.เดชรพี คงดี ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มคนคล้ายพระสงฆ์หลบเข้าไปพักอาศัยอยู่ และช่วงเช้าออกบิณฑบาตอยู่เป็นประจำพร้อมด้วย ด.ต.สกล แลเลิศ ผบ.หมู่ ตม.จว.สมุทรสาคร เข้าตรวจสอบหลังพร้อมด้วย ด.ต.สกล แลเลิศ ผบ.หมู่ ตม.จว.สมุทรสาคร




         เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ อยู่ที่หมู่ 2 ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร ปรากฏว่า กลุ่มพระดังกล่าวกำลังพักอาศัยหลับนอน พร้อมผูกเปลไว้กับต้นไม้จำนวนหนึ่ง จึงแสดงตัวขอตรวจสอบรวมทั้งสิ้น 4 รูป โดยมีบางรายสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ แต่ไม่มีเอกสารการเข้าเมือง จึงนิมนต์ไปยังวัดเจษฎารามพระรามหลวง ตำบลมหาชัย อ.เมืองฯ เพื่อขอให้ทางวัดช่วยตรวจสอบเอกสาร ก่อนพบว่า มีหนังสือรับรองสองฉบับๆ หนึ่งเป็นหนังสือไทย ซึ่งเป็นหนังสือรับรอง ว่า พระกิตโพธิ์ อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา ประเทศกัมพูชา เลขที่ N0907917 ออกที่ KITH PROD มาอยู่จำพรรษาที่วัดเกียรติไพบูลย์ ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ลงวันที่10 พฤศจิกายน 2558 ลายเซ็นพระครูกิตติรัตนสุนทร ประธานสงฆ์ ส่วนอีกฉบับเป็นตัวหนังสือภาษาเขมร ชื่อนายคิด พรต อายุ 30 ปี สัญชาติกัมพูชา และนายดานิง อายุ 25 ปี สัญชาติกัมพูชา





          “จากการสอบสวนว่า หลังเข้ามาประเทศและมาพักอาศัยตามป่ารกร้างได้กว่า 1 สัปดาห์ ค่อนออกบิณฑบาตรไปตามปรกติ อย่างไรก็ตามน่าจะมีขบวนการพาเข้ามา ส่วนเส้นทางเข้าเมืองส่วนใหญ่มาทางชายแดน อาทิ จังหวัดจันทบุรี โคราช อยุธยา และสมุทรสาคร ด้านพระที่จับได้ชาวต่างด้าวจำนวน 2 รูป สัญชาติกัมพูชา ส่วนพระไทยอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยมีของกลางอาหารแห้ง และเงินมีธนบัตรประมาณ 10,000 บาท จึงนำตัวทำการสึกก่อนแจ้งข้อหาบุคคลต่างด้าวหลบหนีเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะผลักดันกลับไปยังประเทศภูมิลำเนา”

โซเชียลแชร์ว่อน ชายสวมชุดดะวะห์โชว์ยิงปืน เอ็ม 16-อาก้าฉลองรายอ



ยะลา - โลกโซเชียลแชร์ว่อน ชายสวมชุดดะวะห์โชว์ยิงปืน เอ็ม 16-อาก้า คาดเป็นการยิงเฉลิมฉลองต้อนรับวันฮารีรายอในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



            วันนี้ (26 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อโซเชียลและสังคมออนไลน์โดยเฉพาะในกลุ่มไลน์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายกลุ่ม ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอ โดยมีชายหนุ่มชาวมุสลิมสวมชุดดะวะห์ ในขณะที่ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 และ อาก้า รวมทั้งปืนพกสั้น สลับกันยิงใส่สวนยางพารา ยิงขึ้นฟ้า กันเป็นที่สนุกสนาน


           โดยผู้ที่อยู่ในคลิปได้พูดเป็นภาษามาลายูท้องถิ่น (ภาษายาวี) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แปลเป็นไทยได้ว่า ถ่ายคลิปให้เห็นอีก 2 คนหรือเปล่า แม็คหนึ่งให้ยิง 3 คน รวมทั้งได้ยินเสียงเด็กร้องภายในคลิปด้วย ซึ่งคลิปดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นที่ใด แต่เชื่อว่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีคนมาแสดงความคิดเห็นว่า ถ่ายคลิปโชว์ฉลองรายอ



           ทั้งนี้นอกจากคลิปดังกล่าว ยังมีผู้ที่แชร์ภาพร่องรอยของความเสียหายของหลังคาบ้าน ซึ่งถูกหัวกระสุนปริศนาไม่ทราบที่มา ตกใส่หลังคาบ้านจนเป็นรูในค่ำคืนของวันที่ประกาศเป็นวันฮารีรายอ


           ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบว่า บุคคลที่ปรากฏในคลิปคือผู้ใดแล้ว โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มบุคคลในคลิป ยิงปืนเพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลฮารีรายอ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีคำสั่งจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ให้มีการประชาสัมพันธ์กับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ห้ามการยิงปืนขึ้นฟ้า หรือ การจุดประทัดเฉลิมฉลอง จนสร้างความรำคาญให้กับคนส่วนรวม และยังทำให้เกิดอันตรายกับผู้ที่เล่นประทัดได้






"สะมะแอ ท่าน้ำ อดีตแกนนำพูโล ถูกมาเลเซียจับข้อหามีอาวุธปืน"



          ตามที่มีข่าวสารออกมาว่า นายหะยีสะมะแอ ท่าน้ำ หรือ นายสะมะแอ สะอะ อายุ 60 กว่าปีอดีตผู้นำขบวนการพูโล ได้ถูกทางการมาเลเซียเข้าควบคุมตัว ในข้อหามีอาวุธปืนครอบครอง


          นายสะมะแอ ท่าน้ำ อดีตแกนนำพูโล ถูกมาเลเซียจับ ข้อหามีอาวุธปืนผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อนายหะยีสะมะแอ แต่ไม่ไม่สามารถติดต่อได้ จึง ประสานกับคนใกล้ชิด และข้าราชการทหารระดับสูง ทราบว่าเป็นเรื่องจริง โดยผู้ใกล้ชิดในพื้นที่ เปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาประมาณ บ่าย 2 โมงเย็น จนท.ทางการมาเลเซียได้ทำการปิดล้อมที่ร้านอาหารของหะยีสะมะแอ ที่รัฐเปรัค ทางตอนเหนือของมาเลเซีย ประเทศมาเลเซีย และพบอาวุธปืน จึงได้ถูกควบคุมตัว ไปฝากขังที่เรือนจำบาลิ่ง รัฐเคดาห์ มาเลเซียสาเหตุทราบว่า ในบริเวณดังกล่าวมีเหตุยิงกัน จึงได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว


        สำหรับ นาย หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ อดีตหัวหน้าขบวนการพูโล ซึ่งมีอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ถูกจับกุมดำเนินคดีและติดคุกในเรือนจำไทยหลายปี กระทั่งได้รับการพักโทษและปล่อยตัวเป็นอิสระเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2558 ตามนโยบายสร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อกระบวนการสันติวิธี ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

        จากนั้นนายสะมะแอ เดินทางกลับที่บ้าน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และไปๆมา ที่มาเลเซีย เพราะเปิดร้านอาหารที่รัฐเปรัค นอกจากนั้น ได้ช่วยเหลือโครงการของรัฐ และร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะ โครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อให้ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ แพะ สร้างอาชีพสร้างรายได้

        อย่างไรก็ตาม ทางด้านผู้ใหญ่ฝ่ายทหารหลายท่านรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นคงต้องให้ศาลมาเลเซียดำเนินการตามขั้นตอนของประเทศมาเลเซีย และจากนั้นจะติดต่อเพื่อช่วยเหลือในโอกาสต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นมาอย่างไร ซึ่งทางญาติได้เดินทางไปเยี่ยมแล้ว"

‘ซะกาด’เงินบริจาค..กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นนำไปใช้ทำอะไร?



"กะ กันดา"

        “ซะกาต” ภาษาอาหรับ: زكاة‎ IPA: [zækæːh] หรือ ทานประจำปี หมายถึงทรัพย์สินส่วนเกินจำนวนหนึ่ง ซึ่งมุสลิมต้องจ่ายให้แก่ผู้ที่มีสิทธิได้รับเมื่อครบรอบปี ถ้ามุสลิมคนใดมีทรัพย์สิน เงินทอง สินค้าที่เหลือในรอบปีแล้วไม่ทำการบริจาค ผู้นั้นก็ผู้หนึ่งที่ทำผิดบัญญัติของอิสลาม


        โทษของผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมจ่ายซะกาต 
        ใคร? ที่ไม่ยอมจ่ายซะกาตโดยปฏิเสธการวาญิบของมัน ในขณะที่เขารู้หุก่มของมันดีถือว่าเขาเป็น “กาฟิร” ต้องทำการเก็บซะกาตจากเขา และต้องโทษประหารหากเขาไม่กลับตัวเตาบัตเพราะเขาได้ตกจากศาสนาแล้ว แต่หากเขาไม่ยอมจ่ายเพราะความตระหนี่ถือว่าไม่ตกจากศาสนา และต้องทำการจัดเก็บจากเขาพร้อมกับลงโทษด้วยการยึดทรัพย์ของเขาครึ่งหนึ่ง

        วาญิบเหนือผู้ที่ครอบครองทรัพย์ครบพิกัดที่จะต้องทำการจ่ายซะกาตของทรัพย์นั้น เพราะอัลลอฮฺได้สัญญาด้วยการลงโทษที่แสนสาหัสสำหรับทุกคนที่ไม่ยอมจ่ายซะกาต


         ที่กล่าวมาคือ บทบัญญัติของศาสนาอิสลามในการจ่าย“ซะกาต”และบทลงโทษของผู้ที่ไม่ยอมจ่าย ผิดบทบัญญัติของศาสนา ซึ่งมุสลิมที่ดีจะต้องปฏิบัติตาม และหากไม่ปฏิบัติยังถือว่าเป็นการผิดกฎหมายในบางประเทศที่ใช้กฎหมายอิสลาม ส่วนในประเทศไทยของเราพี่น้องมุสลิมจะต้องจ่ายทั้ง“ซะกาต”และเงินภาษีให้กับรัฐ


        จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยคนส่วนใหญ่ต่างนับถือศาสนาอิสลาม และเป็นพื้นที่เกิดปัญหาความไม่สงบจากกลุ่มที่คิดต่างจากรัฐทำการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ตลอดจนมีการปลุกระดม บ่มเพาะ เพื่อแย่งชิงมวลชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกขบวนการ โดยอาศัยความเป็นมลายู การนับถือศาสนา เชื้อชาติ รวมถึงประเพณีวัฒนธรรม และอัตลักษณ์เดียวกัน จึงง่ายต่อการชักนำสร้างความรู้สึกร่วมให้ผู้คนเหล่านั้นต่อต้านอำนาจรัฐ


          สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นใช้ได้ผลตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาคือประเด็นในเรื่องของศาสนา อาศัยความละเอียดอ่อนในเรื่องของความรู้สึกต่อความคิด ความเชื่อ ความศรัทธาของผู้ที่นับถือ นำไปสู่การบิดเบือนหลักคำสอนศาสนาให้กลุ่มสมาชิกแนวร่วมหลงเชื่อ โดยอาศัยผู้นำศาสนาที่ผู้คนเคารพนับถือ อิหม่าม อุสตาส ในการใส่ข้อมูลผิดๆ บ่มเพาะจนกระทั่งคนเหล่านั้นเห็นถูกเป็นผิด ยอมถวายตัวลงมือก่อเหตุและเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องฆ่าคนแล้ว ได้บุญ ไม่บาป เป็นการต่อสู้เพื่อศาสนากำจัดผู้รุกรานแผ่นดินเกิด


         กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ได้อาศัยบทบัญญัติศาสนาอิสลามในการแสวงประโยชน์จากการจ่าย“ซะกาต” 

        หลายท่านคงได้ยินได้ฟังนี้มาว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการจัดเก็บเงิน“ซะกาต”จากพี่น้องมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ 1 บาทต่อคน ซึ่งในความคิดของใครหลายคนอาจจะคิดว่าเงิน 1 บาทเล็กน้อยมาก ผู้เขียนเองก็สงสัยมานานเหมือนกันว่าเป็นความจริงหรือไม้? อย่างไร? แต่ได้เพียงเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ จนกระทั่งได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้ที่คร่ำหวอดปฏิบัติงานอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีข้อมูลความจริงครบถ้วนอยู่ในมือ และแล้ว..ถึงบางอ้อ!!!..แท้จริงแล้วกลุ่มขบวนบีอาร์เอ็นนำเงินที่ได้จากการบริจาคนั้นไปใช้ทำอะไร?


        ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน ขบวนการบีอาร์เอ็นกล้าที่จะบิดเบือนหลักศาสนา ไม่มีความย่ำเกรงต่อพระเจ้า ไม่เกรงกลัวต่อบาป นำเงินจากการบริจาค“ซะกาต”ของพี่น้องมุสลิมไปใช้ผิดประเภทผิดหลักศาสนา ผิดอย่างไร? เรามาดูข้อมูลกันค่ะ..


         การแสวงผลประโยชน์ของกลุ่ม BRN ซึ่งนับวันยิ่งเด่นชัดขึ้นทุกที เค้าลางความชั่วร้ายที่เห็นจางๆ ในอดีต กลับเริ่มปรากฏกายให้เห็นชัดขึ้นท่ามกลางกลิ่นควันปืนและเสียงระเบิด เสียงโอดโอยของผู้บาดเจ็บ เสียงร่ำไห้ของผู้สูญเสีย ความเชื่อมโยงของกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นกับเครือข่ายค้าของเถื่อน ยาเสพติด มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง หรือกระทั่งแม้แต่การเรี่ยไร หรือขอรับเงินบริจาค เพื่ออ้างนำไปสร้างมัสยิดเพื่อใช้ประกอบศาสนกิจ หรือสถาบันการศึกษาทางศาสนาปอเนาะ กลับพบว่ามีเงินทุนที่ได้รับจากการบริจาคทั้งในพื้นที่เอง และจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จากการบอกเล่าของคนในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลว่าเงินเหล่านี้บางส่วนมีการนำไปสร้างหรือใช้งานจริง แต่เงินบางส่วนได้ส่งให้กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นนำเงินไปจัดซื้อหาอาวุธ อุปกรณ์ผลิตระเบิด อีกทั้งเป็นค่าจ้าง ค่าเลี้ยงดูผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีเงื้อมมือของกฎหมาย


        ยังไม่นับรวมถึงเงินที่ได้รับการบริจาค“ซะกาต”ของพี่น้องมุสลิม แกนนำกลุ่มขบวนการกลับเอาไปใช้ส่วนตัว เสวยสุขสำราญอยู่ดีกินดียังต่างประเทศ รวมทั้งมีการนำไปสร้างบ้านใหม่ ซื้อรถใหม่ให้กับตัวเองญาติพี่น้องในเมืองไทย ซึ่งผิดหลักศาสนาอย่างร้ายแรง ที่นำเงินบริจาค“ซะกาต”ไปใช้ในทางที่ผิดถือว่าเป็น“บาปหนัก”

         ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมานานหมักหมมมาหลายสิบปี คนที่ตั้งใจบริจาค“ซะกาต”มีความคิดดี แต่คนคิดชั่วกลับนำบริจาค“ซะกาต”ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ลองคำนวณเล่นๆ กันดูค่ะว่าเงินบริจาคที่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ร่วมกัน“ซะกาต” 1 บาทต่อคน หากประชากรในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ บวกรวม 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา มีพี่น้อง 3 แสนคน ตกเดือนหนึ่งได้เงิน“ซะกาต” 3 แสน ปีหนึ่ง 3 ล้านหกแสนบาท แล้วเวลาที่ผ่านมาเงิน“ซะกาต” ที่กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นนำไปใช้รวมแล้วร่วมๆ เกือบ 100 ล้านกว่าบาทกลับมาซ้ำเติมปัญหาด้วยการก่อเหตุ “สุมไฟใต้” ไม่ให้มอดดับเพื่อผลประโยชน์ของแกนนำเพียงไม่กี่คน แล้วปัญหาความเดือดร้อนทั้งปวงตกอยู่ที่ใคร? คงหนีไม่พ้นพี่น้องมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เองที่ต้องตกเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำ นำไปสู่ความเดือดร้อนที่กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นหยิบยื่นให้....จากเงินบริจาค“ซะกาต”ของเราเอง....

-----------------------

วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ความโหดร้าย...ไร้ความเป็นมนุษย์ในเดือนอันศักดิ์สิทธิ์



โดย...มลายูบางกอก


          เราทุกคนทั่วโลกล้วนรู้ดีว่าเดือนรอมฎอน เป็นเดือนแห่งความเมตตาจากพระผู้อภิบาล แห่งสากลจักรวาล ที่พระองค์ทรงมีให้แก่ชั้นฟ้าและแผ่นดิน ดังนั้นในเดือนรอมฎอนของทุกๆ ปีบรรดาปวงบ่าวผู้ศรัทธาจะพยายามปฏิบัติอิบาดะฮฺ เพื่อสนองคำบัญชาของพระองค์ที่ได้สั่งใช้ และให้ละเว้นในสิ่งที่พระองค์ ทรงห้าม จุดประสงค์เดียวเท่านั้นที่บรรดาผู้ศรัทธาได้ตั้งใจทำอิบาดะฮฺ ก็เพื่อทำการภักดีที่มีต่อพระองค์อย่างแท้จริงและหวังความโปรดปรานความเมตตาแก่เพื่อนมนุษย์


          แต่ก็ยังมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นมนุษย์ แต่จิตใจเป็นสัตว์เดรัจฉานขาดความยำเกรง ต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560 การกระทำอันโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมของกลุ่มที่มีจิตใจเป็นสัตว์เดรัจฉานแต่มีร่างกายเป็นมนุษย์ ที่ได้สร้างความเสียใจสะเทือนใจ ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ต่อประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับทราบข่าวสาร 

           ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการ กองร้อย 15324 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 จำนวน 10 นาย ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เมื่อลาดตระเวนมาถึงจุดเกิดเหตุ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ได้ซุกซ่อนฝังไว้ใต้ผิวถนน เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต จำนวน 6 นาย เป็นนายทหารชั้นประทวน 1 นาย พลทหาร 5 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย




            การกระทำอันโหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรมเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ได้สร้างความเสียใจสะเทือนใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ต่อประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ในห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ ที่มุสลิมทั่วโลกต่างมุ่งขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) แสวงหาสร้างความดี งดเว้นการกระทำชั่วร้ายทั้งปวงตามบัญญัติอิสลาม
         มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ รู้ดี รู้ชั่ว อะไรควรกระทำและอะไร ไม่ควรกระทำ ในห่วงเดือนอันศักดิ์สิธิ์นี้ ต่างจากสัตว์เดรัจฉานซึ่ง คิดดีไม่ได้ ทำดีไม่เป็น ไม่รู้ว่าอะไรควรกระทำ และอะไรไม่ควรกระทำ เปรียบเช่นเดียว กับ กลุ่มสัตว์เดรัจฉานกลุ่มนี้ที่ได้ตั้งกลุ่มเป็นภาคีต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) ไม่ให้ความยำเกรงเคารพภักดี ได้ฆ่าชีวิตผู้ปกป้องแผ่นดิน และดูแลสร้างความสงบสุขต่อประชาชนของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) จนเกิดการนองเลือด บนแผ่นดินที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.)สร้าง กลุ่มสัตว์เดรัจฉานกลุ่มนี้แน่นอนอัลลอฮฺ (ซ.บ.)ได้ห้ามสวนสวรรค์แก่เขา และที่พำนักของเขาก็คือนรก..........


---------------

ใคร?..คือคนสั่งตาย‘อุสตาสดารี’


"แบมะ ฟาตอนี"


           สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงเดินหน้าก่อเหตุไม่เว้นวัน แม้ว่าเดือนนี้จะเป็นเดือนรอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมก็ตามที ซึ่งผู้ที่ลงมือปฏิบัติการไม่มีความเกรงกลัวต่อบาป เดินหน้าเข่นฆ่าผู้คนด้วยการลอบยิง ลอบวางระเบิดคร่าชีวิตประชาชน เจ้าหน้าที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้นำศาสนา


          ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมาคนร้ายได้ลงมือก่อเหตุด้วยการลอบยิงนายอาแว เตาะซาตู หรือ“อุสตาสดารี”อุสตาสสอนศาสนา และเป็นเจ้าของโรงเรียนมูลนิธิชุมชนอิสลาม บ้านปะแดลางา หมู่ที่ 5 ตำบลตะลุปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา


          “อุสตาสดารี”ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า“ชัยฏอนชั่ว”กำลังมาพรากชีวิตหยิบยื่นความตายถึงหน้ามัสยิดในโรงเรียนสอนศาสนาของตนเอง ซึ่งพฤติกรรมของคนร้ายเป็นการกระทำที่อุกอาจหวังผลต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่กำลังปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฏอน




สาเหตุความตาย“อุสตาสดารี”




         “อุสตาสดารี”เป็นผู้นำศาสนาท่านหนึ่งที่ไม่นิยมความรุนแรง หาทางออกของความขัดแย้งด้วยแนวทาง“สันติวิธี”เป็นผู้ที่ยึดมั่นศรัทธาในหลักคำสอนทางศาสนาที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันที่ผ่านมาต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบของกลุ่มขบวนการ


         อีกทั้ง“อุสตาสดารี”ยังขัดขวางความต้องการของ “นายดูนเลาะ แวมะนอ”ในการเอาคนของกลุ่มขบวนการขึ้นเป็นผู้นำศาสนาในพื้นที่


  • การตายของ“อุสตาสดารี” ซึ่งจะพอมองออกถึงเค้าลางปมสังหารในครั้งนี้ว่ามาจากสาเหตุใด? 
  • ใคร? คือผู้สั่งการ 
      
       เมื่อปะติดปะต่อจิ๊กซอร์เข้าด้วยกันแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสั่งตาย “อุสตาสดารี” คงจะเป็นใครเสียไม่ได้นอกจากแกนนำคนสำคัญเป็นแกนนำสุดโต่งของกลุ่มขบวนการBRN “นายดูนเลาะ แวมะนอ” ซึ่งหลบหนีหมายศาลกบดานเงียบยังประเทศเพื่อนบ้าน คอยบัญชาการให้มีการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ นำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ 

           อีกทั้งในบางเรื่องอาจจะมาจากความขัดแย้งกันเองภายในกลุ่มขบวนการ จึงมีการสั่งตายตามมา  “ ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว ” กำจัดเสี้ยนหนามยอกอกแล้วโยนผิดให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ นั่นคือพฤติกรรมเดิม ๆ ที่กลุ่มขบวนการหน้าตัวเมียใช้มาโดยตลอด.


-------------------------

ทพ.สนธิกำลังลาดตระเวนพื้นที่รือเสาะ ก่อนยิงปะทะคนร้ายกว่า 15 นาที

เดือด! ทพ.สนธิกำลังลาดตระเวนพื้นที่รือเสาะ ก่อนยิงปะทะคนร้ายกว่า 15 นาที

         
       นราธิวาส - จนท.ทหารพราน สนธิกำลังลาดตระเวนหลังชาวบ้านแจ้งมีกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่รือเสาะ ก่อนเปิดฉากยิงปะทะกลุ่มผู้ก่อการร้าย คนร้ายได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ตรวจพบขนำที่คนร้ายใช้เป็นเพิงพักบนเทือกเขาบูโด
      
       วันนี้ (25 มิ.ย.) พ.อ.พสิษฐ์ ชาญเลขา หัวหน้าชุดปฏิบัติการร่วมจังหวัดนราธิวาส/ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 46 พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 และชุดรบพิเศษควบคุมที่ 543 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ และฝ่ายปกครอง จำนวน 4 ชุดปฏิบัติการ ใช้กฎอัยการศึกในการปิดล้อม หลังรับแจ้งข่าวจากชาวบ้านในพื้นที่เชิงเทือกเขาบูโด บ้านบือแนลือโบ๊ะ ม.4 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ว่า มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายเข้ามากบดานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังกว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าว
         
เดือด! ทพ.สนธิกำลังลาดตระเวนพื้นที่รือเสาะ ก่อนยิงปะทะคนร้ายกว่า 15 นาที
       
       หลังรับแจ้ง พ.อ.พสิษฐ์ สั่งการให้กองกำลังทหารพรานนำกำลังปิดล้อมเพื่อลาดตระเวน พร้อมประสานขอกำลังเสริมจาก ร.ท.วรวิทย์ ทรัพย์เจริญ ผู้บังคับชุดรบพิเศษควบคุมที่ 543 นำกำลังเจ้าหน้าที่ 20 นาย พร้อมชุดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดนราธิวาส รวมกำลังเจ้าที่ กว่า 50 นาย เข้าพื้นที่ ซึ่งขณะลาดตระเวนถึงบ้านบือแนลือโบ๊ะ ม. 4 ต.สุวารี เกิดเหตุคนร้ายประมาณ 3-5 คน ใช้อาวุธปืนพกสั้น และปืนสงครามยิงเข้าใส่กลุ่มเจ้าที่ทหาร จนเกิดการยิงปะทะขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เชิงเขา จนทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 15 นาที คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทาง และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีขึ้นเขาบูโด
      
       หลังสิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณเชิงเขาบูโด พบเพียงรอยเลือดซึ่งคาดว่าเป็นของกลุ่มคนร้ายที่ได้บาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังปิดล้อมไล่ล่าพื้นที่ล้อมเขาบูโด ต.สุวารี อ.รือเสาะ เพื่อติดตามคนร้ายที่หลบหนีกบดาน มาดำเนินคดีต่อไป
         
เดือด! ทพ.สนธิกำลังลาดตระเวนพื้นที่รือเสาะ ก่อนยิงปะทะคนร้ายกว่า 15 นาที
        
เดือด! ทพ.สนธิกำลังลาดตระเวนพื้นที่รือเสาะ ก่อนยิงปะทะคนร้ายกว่า 15 นาที

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้