วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560

พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน รอดสงคราม ฝังซ่อนใต้ดิน เกือบ 2 พันปี




            พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน ถูกนำมาประดิษฐานที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงคาบูล หลังขุดพบถูกฝังใต้ดิน นักโบราณคดีคาดถูกซ่อนไว้ใต้ดินป้องกันหัวขโมย มาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 3-5 ซ้ำยังสามารถรอดพ้นจากภัยสู้รบในพื้นที่สุดอันตรายมาได้




           เมื่อ 19 มี.ค.60 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวฮือฮา พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน และถูกฝังซ่อนไว้ใต้ดินเพื่อป้องกันหัวขโมย รวมทั้งยังรอดปลอดภัยขณะอยู่ในพื้นที่สู้รบที่อันตรายที่สุดในประเทศอัฟกานิสถาน ในที่สุดได้รับการบูรณะและนำมาประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในกรุงคาบูล เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ชมพระพุทธรูปองค์นี้กันแล้ว ขณะที่บรรดานักโบราณคดีคาดว่า มีอายุเก่าแก่และถูกซ่อนไว้ใต้ดินตั้งแต่ช่วงราวศตวรรษที่ 3-5


            ข่าวแจ้งว่า พระพุทธรูปโบราณองค์นี้ถูกซ่อนไว้ในชั้นดิน ที่เมืองเมส อัยนัค ห่างจากกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร โดยได้ถูกค้นพบเมื่อปี 2555 ขณะที่บริษัทชาวจีนได้เข้ามาทำเหมืองแร่ทองแดงในบริเวณดังกล่าว และได้ขุดพบพระพุทธรูปโบราณใต้ผืนดินอย่างไม่คาดฝัน โดยบริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้อยู่ในกลุ่มวิหารโบราณบนพื้นที่กว้างขวาง 4 ตารางกิโลเมตร ในเขตจังหวัดโลการ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นเขตฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบัน



          นายเออร์มาโน คาร์โบนารา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะโบราณวัตถุ ชาวอิตาลี กล่าวว่า พระพุทธรูปโบราณองค์นี้ยังอยู่ครบเกือบหมดทั้งองค์ และเศียรของพระก็ยังอยู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก โดยพระพุทธรูปโบราณองค์นี้อยู่บริเวณช่องโพรงในดิน ซึ่งโดยรอบมีการวาดประดับตกแต่งเป็นลวดลายดอกไม้ และเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีสวดมนต์


          นายคาร์โบนารา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีกว่าในการย้ายพระพุทธรูปขึ้นมาจากโพรงดิน โดยพระพุทธรูปองค์นี้ทำจากดินเหนียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำเมส อัยนัค อีกทั้งนายคาร์โบนารายังกล่าวด้วยความทึ่งว่า การลงสีพระพุทธรูป โดยมีมวยผมสีดำ พระปรางค์สีชมพู และดวงตาสีฟ้า ถือเป็นเทคนิคที่ซับซ้อนอย่างแท้จริงของช่างฝีมือโบราณที่ปั้นพระพุทธรูปองค์นี้.

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มทภ.4 โต้เพจเฟซฯ Patani Peace ยันไม่ได้จัดฉากมอบตัว “อาหามะ” เชื่อพยายามทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายความมั่นคง




         แม่ทัพภาค 4 โต้เพจเฟซบุ๊ก Patani Peace ระบุไม่ได้จัดฉากมอบตัว “อาหามะ” และไม่ใช่อดีตทหารพราน ชี้การเผยข้อมูลเท็จเป็นความพยายามที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายความมั่นคง

         วันนี้ (27 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวถึงกรณี เพจกลุ่ม Patani Peace โพสต์ข้อความกล่าวหาว่า การมอบตัวของ “นายอาหามะ ตือเระ” เป็นการจัดฉากของทหาร เพราะเป็นอดีตทหารพราน เพื่อมาสร้างผลงาน นั้นว่า เป็นความพยายามที่ทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายความมั่นคง เพราะสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่ในช่วงขาลง เพราะไม่มีกลุ่มผู้นำอย่าง “สะแปอิง บาซอ” และขาดเงินสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรง สถานการณ์ค่อนข้างระส่ำระสาย และ OIC ก็ไม่สนับสนุน อีกทั้งชาวบ้านก็ไม่สนับสนุนกลุ่มเหตุรุนแรง จึงทำให้เกิดการกระทำทุกรูปแบบเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐ

          สำหรับ นายอาหามะ เป็นผู้ต้องหาความมั่นคงมีถึง 5 หมายจับ ป.วิอาญา ทั้งคดี เช่น ทั้งร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันสะสมกำลังพลเพื่อการก่อการร้าย, ร่วมกันก่อการร้าย ฆ่าผู้อื่น ปล้นทรัพย์ มีอาวุธปืน, ต้องสงสัยตาม พ.ร.ก. และร่วมกันตั้งตนก่อการร้ายเป็นอังยี่ หรือซ่องโจร

        ทั้งยังมีพฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ และเคยผ่านการฝึกระดับPermudor มากกว่า 1 ปี และเคยลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2550 บริเวณสี่แยกจาหัน ท่าสาปลำใหม่ จ.ยะลา และวางระเบิดสามแยกบ้านสะเนียง ท่าสาปลำใหม่ จ.ยะลา

      พล.ท.ปิยวัฒน์ ยังระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับอยู่ในกองกำลังทหารพรานชายแดนใต้ ตั้งแต่ปี 2549 ฉะนั้น ไม่สามารถจะมาเป็นอาสาสมัครทหารพรานได้ เพราะการเป็นอาสาสมัครทหารพรานจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติก่อน

     โดยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา นายอาหามะ ติดต่อเพื่อขอเข้ามอบตัว นายอาหามะ ได้โทรศัพท์มาหาด้วยตัวเองในเวลา 07.00 น. ประโยคแรกที่เอ่ยมาคือ ถามว่าใช่หมายเลขโทรศัพท์ของแม่ทัพภาคที่ 4 หรือไม่ และได้พูดคุยกันอยู่ระยะหนึ่ง และการไปรับตัวทาง นายอาหามะ โดยทางเจ้าตัวเป็นผู้กำหนดจุดรับตัวเอง 

       ก่อนที่จะประสานงานเพื่อไปรับในช่วงบ่าย ที่บ้านกูแบปูรง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่ง นายอาหามะ ระบุว่า ให้แม่ทัพมารับแล้วหากเดินทางมาถึงจะเดินออกไปมอบตัวเอง ยังจุดนัดพบ ในการเดินทางไปวันดังกล่าวมี พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับการทหารพรานที่ 41 ซึ่งควบคุมพื้นที่รามัน เป็นผู้ตรวจสอบพื้นที่ และร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งกระบวนการรับตัวทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และทาง นายอาหามะ ก็สมัครใจโทรมาเอง





        แม่ทัพภาคที่ 4 ยังระบุว่า มีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการติดต่อมาอีกหลายราย แต่ยังไม่ได้ประสานการรับตัว ทั้งนี้ เชื่อว่าอาจเป็นการโทรศัพท์มาตรวจสอบว่า ตนเองรับสายเองหรือไม่ โดยยืนยันว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไป ตนเองรับสายเองตลอดเวลา และสามารถโทรศัพท์ติดต่อมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมจะไปรับได้ทุกเมื่อ

      แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า นี่เป็นความพยายามของผู้ก่อความไม่สงบที่ออกมาตอบโต้ เนื่องจากกลัวว่าสมาชิกจะทยอยเข้ามามอบตัวมากขึ้น ส่วนที่ระบุว่า นายอาหามะ เป็นทหารพราน สังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 นั้น อยากจะถามว่า เป็นทหารพรานได้อย่างไร ในเมื่อบุคคลที่เข้ามารายงานตัวนั้น มีหมายจับอยู่หลายหมายจับด้วยกัน

     พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ของเขาในขณะนี้เข้าขั้นระส่ำระสายพอสมควร ตนจึงเปิดช่องทางให้กลุ่มผู้เห็นต่างติดต่อเข้ามารายงานตัว “ที่สำคัญคนที่เขียนข่าวนี้เป็นฝ่ายเดียวกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่ ถามว่าใครจะเอาคนที่มีหมายจับมาเป็นทหารพราน” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

      “ต่อไปคงปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของผม และกองทัพภาคที่ 4 ว่า รับสินบนหรือรับส่วย เขาเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาเอง ผมไม่ได้ไปบังคับใครให้มา เขามาหา ผมก็ไปรับก็แค่นั้น ผมบอกแล้วว่าถ้าคิดว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ดี ก็ให้ลงมาจากภูเขา หากมองว่าไม่ดี ก็ให้อยู่บนภูเขาต่อไป เขากลัวลูกน้องของตัวเองจะลงมาหาผม ก็ต้องดิ้นกันสุดชีวิต ยืนยันว่าผู้เห็นต่างคนนี้ ไม่ใช่ทหารพรานแน่นอน หากนำผู้ที่มีหมายจับ มาเป็นทหารพรานไม่ได้” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวอีก


      พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า ยังมีผู้เห็นต่างอีกหลายคนติดต่อมาหาตน จาก อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี โดยระบุว่า เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในพื้นที่ แต่ยอมรับว่ามีแนวคิดแบ่งแยกดินแดน ซึ่งตนก็คุยกับเขาประมาณครึ่งชั่วโมง และเขาระบุว่าจะติดต่อกลับมาใหม่

     ทั้งนี้ เฟซบุ๊กดังกล่าวได้อ้างว่า ผู้เห็นต่างที่แม่ทัพภาคที่ 4 ไปรับตัว แม่ทัพจึงได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปรับที่บ้านกูแบปูรง ม.1 ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ชื่อนายอาหามะ ตือเระ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/2 ม.5 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา เป็นทหารพรานตั้งแต่ปี 2550 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41
 
สำหรับหมายจับ ป.วิอาญา ของนายอาหามะ จำนวน 5 หมาย มีดังนี้
  • 1.หมายจับที่ จส.107/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.ลำใหม่
  • 2.หมายจับที่ จส.604/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา
  • 3.หมายจับที่ จส.462/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา
  • 4.หมายจับที่ จส.634/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา
  • 5.หมายจับที่ จส.531/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รวบแนวร่วมโจรใต้ที่สายบุรี


           ปัตตานี – เมื่อ 20 ก.พ.60 เวลา 12.10 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 (ฉก.ทพ.44) โดย ชป.ร้อย.ทพ.4412 สนธิกำลังร่วมกับ ชป.พิเศษ, ชปข.ฉก.ทพ.44 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.สืบสวน สภ.สายบุรี ร่วมกันติดตามจับกุมบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มเป้าหมายแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ บ.ลานช้าง ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

            ผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายอับดุลรอพา สอแล๊ะ หมายเลขประจำตัวประชาชน 3-9407-00264-40-6 แนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับปฏิบัติการ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับ นายฮานาพี นีลอ ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 7 เม.ย.59



           โดย นายฮานาพี นีลอ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดี สังหาร ส.ท.หญิง อานันตาเซีย ดือราแม ทหารพรานหญิง สังกัด ฉก.ทพ.44 เสียชีวิตบนถนนในหมู่บ้าน หมู่ 1 บ.พอเหมาะ ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 แต่ระหว่างการเข้าจับกุมได้เกิดการยิงต่อสู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้ายเป็นเวลานานกว่า 5 นาที และหลังจากเสียงปืนสงบเจ้าหน้าพบว่า นายฮานาพีถูกยิงเสียชีวิต

           ส่วน นายอับดุลรอพา สอแล๊ะ เป็นบุคคลเป้าหมายของหน่วยงานความมั่นคง โดยเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่ บ.ลานช้าง ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งขณะเข้าทำการตรวจสอบเมื่อ นายอับดุลรอพาฯ เห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหลบหนีออกทางหลังบ้านไปในสวนยาง เจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตาม จนสามารถควบคุมตัวได้




         การปฏิบัติการติดตามจับกุมเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงโดยไม่จำเป็นเพื่อลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

         เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอับดุลรอพา สอแล๊ะ ไปจัดทำประวัติยัง สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี และส่งตัวไปเข้าสู่กระบวนการซักถามเพื่อหาความเชื่องโยงต่อกรณีการก่อเหตุในห้วงที่ผ่านมา และติดตามหากลุ่มแนวร่วมที่เป็นเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ค้นยาเสพติดเจออาวุธสงครามที่แว้ง นราธิวาส



         วันที่ 22 ก.พ.60 เวลา 06.30 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ คงแดง รอง ผกก.สส.สภ.แว้ง จ.นราธิวาส พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน สภ.แว้ง ได้ทำการตรวจค้นบ้านพัก เป้าหมายยาเสพติดบ้านเลขที่ 151/2 บ.แว้ง ม.1 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส



         ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายอุสนัน มะนอร์ อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาบ้านเลขที่151/2 บ.แว้ง ม.1 ต./อ.แว้ง จ.นราธิวาส หมายเลขบัตรประชาชน 3-3608-00002-59-4 พร้อมอาวุธปืน ปลย.HK-33 (แบบพับฐาน) จำนวน 1 กระบอก, ซองบรรจุกระสุนชนิดยาว จำนวน 1 ซอง และกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 16 นัด



           เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว นายอุสนัน มะนอร์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แว้ง จ.นราธิวาสเพื่อดำเนินคดี ส่วนอาวุธปืนพร้อมกระสุนส่งศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 (ศพฐ.10) จ.ยะลา เพื่อทำการตรวจหาประวัติในสารบบต่อไป.

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"จูเลีย กิลลาด" ในโลกควรมีผู้นำแบบเธอ



นายกรัฐมนตรี ออสเตรเลีย "จูเลีย กิลลาด" น่าจะได้รับการยกย่องเป็นราชินีของโลก เพราะสิ่งที่เธอพูดต้องมีความกล้าหาญและความเชื่อมั่นอย่างมาก ซึ่งทุกประเทศในโลกควรมีผู้นำแบบเธอ

-------------------------------

           เธอกล่าวว่า มุสลิมที่กำลังเรียกร้องกฎหมายอิสลาม หรือ ชะรีอะห์ ได้ถูกขอให้ออกจากประเทศออสเตรเลียภายในวันพุธ เพราะว่าออสเตรเลียมองมุสลิมบ้าคลั่งเป็นผู้ก่อการร้าย. 

        สุเหร่าทุกแห่งจะให้ความร่วมมือกับเราในการค้นหามุสลิมกลุ่มนี้. มุสลิมที่อพยพจากประเทศอื่นเข้ามาอาศัยในประเทศออสเตรเลียจะต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับประเทศของเราและไม่คาดหวังที่จะเปลี่ยนเราให้เป็นอย่างเขา ถ้าหากทำไม่ได้ เรายินดีเชิญให้ออกจากประเทศของเรา 


        มีคนออสเตรเลียจำนวนมากที่เป็นกังวลว่าเราอาจกำลังดูหมิ่นศาสนา... แต่ดิฉันขอให้ความมั่นใจกับประชาชนของประเทศออสเตรเลียว่าสิ่งที่ดิฉันดำเนินการอยู่นี้เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับประเทศและประชาชน
เราพูดภาษาอังกฤษที่นี่ไม่ใช่ภาษาอาราบิค ดังนั้นถ้าท่านต้องการอาศัยอยู่ในประเทศของเรา ท่านต้องเรียนรู้ที่จะพูดภาษาอังกฤษในประเทศออสเตรเลีย


        เราเชื่อในพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าและเราเชื่อในพระเจ้า. เราจึงเชื่อและติดตามคำสอนของพระคริสต์และไม่มีศาสนาอื่น. นั่นเป็นสาเหตุที่ท่านจะเห็นภาพของพระเจ้าและหนังสือพระคัมภีร์ในทุกสถานที่ ถ้าท่านมีความรู้สึกขัดแย้งกับสิ่งเหล่านี้ ท่านมีอิสระในการออกจากประเทศออสเตรเลีย ไปยังประเทศอื่นใดในโลกนี้ 


      ออสเตรเลียคือประเทศของเรา เป็นดินแดนของเรา และนี่คือวัฒนธรรมของเรา เราจะไม่ติดตามศาสนาของท่าน. แต่เราเคารพในความรู้สึกของท่าน 

      ดังนั้นถ้าท่านจะอ่านคัมภีร์โกหล่านหรือละหมาด กรุณาอย่าสร้างมลพิษทางเสียงโดยการใช้ลำโพงอ่านเสียงดัง. 

     กรุณาอย่าอ่านคัมภีร์โกหร่านหรือทำละหมาดในโรงเรียนของเรา. ในสำนักงาน หรือในสถานที่สาธารณะ ท่านสามารถทำได้เงียบๆในบ้านของท่านหรือในสุเหร่าซึ่งจะไม่ทำความไม่สะดวกสบายให้กับเรา
    ถ้าท่านมีประเด็นอะไรกับธงชาติของเราหรือการเคารพธงชาติของเรา หรือศาสนาของเรา หรือวิถีชีวิตของเรา. ขอกรุณาออกจากประเทศออเตรเลียได้ตลอดเวลาและไม่ต้องกลับมาอีก

(Angel)นายกรัฐมนตรี. "จูเลีย กิลลาด"(Angel)

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ท่อน้ำเลี้ยง โจรฟาตอนี หรือปล่าว ?



           เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 ก.พ.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด(บก.สกส.บช.ปส.)กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)สนธิกำลังร่วมกับ บก.ปส.4 และ บก.ขส. บช.ปส.ร่วมกันปฏิบัติการสืบสวน ติดตามกลุ่มเป้าหมายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งพักยาพื้นที่พัทลุง ลงไปยังพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จว.นราธิวาส จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 คน 
  • นายอาแว สาแล๊ะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.7 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา 
  • นายก่อเส็ม เอียดขาว อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 ม.7 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จว.พัทลุง 
  • น.ส.อภิญญา หมัดจันทร์ อายุ 28 ปีอยู่บ้านเลขที่ 110 ม.3 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จว.พัทลุง 
  • น.ส.นูรไอนี สาแหละ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม. 1 ต.โละจูด อ.แว้ง จว.นราธิวาส 
       พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 494 มัดรวมประมาณ 988,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง มิตรซูบิชิ สีเทาหมายเลขทะเบียน กง 8802 นราธิวาส โทรศัพท์มือจำนวน 3 เครื่อง อาวุธปืนพกขนาด .45 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 7 นัด


            เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.สกส.บช.ปส.หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปแหล่งพักยาจึงได้เฝ้าติดตามรถยนต์เป้าหมายคันหมายทะเบียน กง 8802 นราธิวาส พบว่าเดินทางเข้ามาจอดยังบ้านเลขที่ 110 ม.3 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว


         จากการตรวจค้นพบยาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ด้านหลังพนักพิงเบาะด้านหลังซึ่งดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อนจำนวนประมาณ 724,000 เม็ดเจ้าหน้าชุดสืบสวนจึงได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบยาบ้าซุกซ่อนไว้อีกจำนวน 264,000 เม็ด โดยการฝังไว้ใต้พื้นห้องน้ำหลังบ้าน รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดประมาณ 988,000 เม็ด จึงได้ทำการบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน


        จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้เก็บพักยาและลำเลียงไปส่งยัง อ.สุไหงโกลก จว.นราธิวาส  โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต"  จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.ปส.4 ดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ญี่ปุ่นเจอปัญหาแล้ว











静岡に住んでいるイスラム家庭が豚肉などを含んだ学校給食に苦慮しているらしい。

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ที่เมืองชิซึโอกะ ครอบครัวมุสลิมบางคนกำลังมีความขัดแย้งกับโรงเรียนเรื่องอาหารกลางวัน


とある集会で

ผู้หญิงคนหนึ่งพูดในที่ประชุมว่า


「理解を」

"โปรดเข้าใจศาสนาของเราด้วย"


と訴えたイスラム女性がいて現在日本の各界に波紋を呼んでいる。

แต่คนญี่ปุ่นบางคนก็รู้สึกตำหนิกับเรื่องนี้


自分はイスラムに対して偏見はないし、イスラム教徒のほとんどはそのほかのものよりもまじめな人たちだと思っている。

ผมไม่มีอคติกับชาวมุสลิมนะครับ ผมคิดว่าพวกเขาเป็นผู้เลื่อมใสในศาสนาที่ดี


しかし、給食を別メニューでつくるとなるとそれだけで自治体にとってはかなりの出費になってほかの日本人にしわ寄せが来るのは必至だ。

แต่ที่โรงเรียน ถ้าทำเมนูใหม่ขึ้นมาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม


考えてみてほしい、材料はとうぜん分けねばならず、そればかりか、窯も調理器具もまったく別に用意しなければならない。

ถ้าต้องทำอาหารเพื่อชาวมุสลิม ต้องใช้วัตถุดิบอีกอย่างและต้องทำอาหารอีกอย่าง


何よりもそれを作る調理師だってまったく別に雇わなければいけなくなるのだ。

ต้องจ้างคนทำอาหารเพิ่มอีกด้วย


全体の給食費は上がってしまうだろう。

ค่าใช้จ่ายของโรงเรียนสำหรับอาหารกลางวันก็เพิ่มขึ้นอีก


自分の住む足立区などは実に4人に1人が貧困児童と言われていて、給食以外はスナック菓子ですませている子が実際多い。

(中には給食費さえ払えない子供も)

เมืองของผม Adachi-ku เด็ก 25% เป็นเด็กยากจน พวกเขาได้กินอาหารแค่ที่โรงเรียนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ต้องกินขนมอยู่ที่บ้าน

(บางคนก็ไม่สามารถจ่ายค่าอาหรกลางวันที่โรงเรียนได้)


イスラムの人たちには豚肉でさえ食べられない子供が日本ではとても多いのだとわかってほしい。

ผมหวังว่าชาวมุสลิมบางคนจะเข้าใจนะครับ เด็กญี่ปุ่นบางคนก็ไม่มีแม้กระทั่งเนื้อหมูจะทาน


イスラムの人たちがあまりに強引だと外国にきて

ถึงแม้ถ้าครอบครัวญี่ปุ่นที่เป็นมุสลิมต้องการเมนูพิเศษที่โรงเรียน ผมคิดว่าพวกเขาพูดแบบนี้ครับ


「自分たちは変わるつもりはない、あなた達がかわってください」

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงในประเทศของคุณได้ คุณควรจะเปลี่ยนแปลง"


と言っているようなものだ。

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้