วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

แค่คนดูต้นทาง ปล่อยมันเหอะครับ แด๋วผมพามันไปดูปลายทางเอง


แนวร่วมรับสารภาพ เป็นคนดูต้นทางเหตุระเบิดทหารพรานพลีชีพ 4 นายที่สายบุรี

โดย : "Ibrahim"

        กรณีเหตุการณ์ คนร้ายลอบวางระเบิด ชป.ร้อย.ทพ.4412 ฉก.ทพ.44 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 4 นาย ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ที่บ้านตะบิ้ง หมู่ 1 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา


         การก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายได้ลอบวางระเบิดไว้บริเวณข้างทาง ซึ่งเป็นถนนช่วงปรับปรุงก่อสร้างเส้นทางในห้วงกลางคืน เพื่อดักลอบสังหารเจ้าหน้าที่ที่ลาดตระเวนเส้นทางอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อถึงเวลาช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชป.ร้อย.ทพ.4412 ฉก.ทพ.44 ได้ลาดตระเวนปฏิบัติหน้าที่ถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้ซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าวทำการจุดชนวนระเบิดซึ่งมีน้ำหนักบรรจุไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม แรงระเบิดได้ถูกรถกระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับความเสียหายขาดกลางช่วงกระบะ กระเด็นเสียหายอย่างหนักเจ้าหน้าที่กระเด็นตกไปคนละทิศทาง เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหลังกระบะ ถูกสะเก็ดระเบิด เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ




              ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายมะยูโซะ มะยะเด็ง ผู้ต้องสงสัยไปทำแผนจุดลอบวางระเบิด และได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนดูต้นทาง ในการลอบวางระเบิดจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 6 นาย กองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองกว่า 500 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ อาวุธปืนครบมือ ยังคงกระจายกำลัง ปิดล้อมหมู่บ้าน ในหลายตำบล เป็นวันที่ 3 ตามที่แหล่งข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มผู้ต้องสงสัยเคลื่อนไหวอยู่ทั้งก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ


         เป็นที่น่าสังเกตคนผู้ต้องสงสัยที่ทำการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หากหลักฐานไม่เพียงพอที่จะมัดตัวเอาผิด จะไม่มีการยอมรับสารภาพ ซึ่งในเรื่องของข้อกฎหมายจะมีองค์กรขาประจำของ ผกร. เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกลุ่ม ผกร. ซึ่งจะคอยให้คำแนะนำในเรื่องของคำให้การกับเจ้าหน้าที่เพื่อเขียนสำนวนฟ้องร้องต่อศาล ให้การแบบไหนจะพ้นผิดหรือได้รับโทษทัณฑ์ที่ไม่หนักหนา และมีการบอกผ่านต่อๆ กันจนกลายเป็น “วาทกรรม” ที่คุ้นชินและคุ้นหูอยู่บ่อยๆ กับคำว่า “คนดูต้นทาง” “คนชี้เป้า”“คนให้ที่พักพิง”“คนส่งเสบียง”“คนเก็บอาวุธ” หรือแม้แต่เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์รับ-ส่ง คนร้ายทำการก่อเหตุ


          ไม่เคยมีสักครั้งที่คนร้ายปากแข็งเหล่านี้จะยืดอกรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง นอกจากว่าจนด้วยหลักฐานที่เจ้าหน้าที่นำมาชี้ชัดว่าเป็น“ผู้กระทำความผิด” นี่คืออีกสันดานหนึ่งของเหล่าโจรใต้ที่ทำการก่อเหตุฆ่าคนแล้วไม่บาปอีกทั้งยังได้บุญ


         ล่าสุดโฆษกโจรใต้ประกาศผ่านสื่อออนไลน์จะไม่หยุดเหตุความรุนแรง ขอให้ ปชช.เสียสละชีวิตและทรัพย์สินเพื่อให้กลุ่มผลประโยชน์ ผกร. ได้ใช้เป็นข้ออ้างในการเดินหน้าเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์รายวันต่อไปด้วยการลอบวางระเบิดลอบยิง พี่น้องประชาชนทั้งไทยพุทธมุสลิม ในพื้นที่ซึ่งคงต้องรับชะตากรรมต่อไป แล้วเวลานี้พี่น้องคนไทยยังสูญเสียไม่พออีกหรือ จะยอมก้มหน้ารับชะตากรรมโดยไม่สู้ใช่ไหม? เราจะปล่อยให้เหล่าอาชญากรนอกศาสนา คนเนรคุณแผ่นดินไทย มันลอยหน้าลอยตาประกาศจะฆ่าเราอยู่ต่อไปอีกหรือไร?...

--------------------------

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้า กรณีคนร้ายลอบวางระเบิด ทหารพรานชุด รปภ.ครู เมื่อ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา




             วันนี้ 29 กันยายน 2560 เวลา 1000 ณ มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุธบริหาร พลตรี จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าจากกรณีเหตุการณ์ เมื่อ 22 กันยายน ที่ผ่านมา คนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4412 ชุดรักษาความปลอดภัยครู โรงเรียนตะบิ้ง ม.๑ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จังหวัดปัตตานี บริเวณถนนสาย 42 (เก่า) ระหว่าง บ้านเจาะกือแย หมู่3 – บ้านตะบิ้ง หมู่ 1 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพานท่อระบายน้ำ เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต รวม 4 นาย บาดเจ็บ 5 นาย และราษฎรได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย



            จากการปฏิบัติในช่วงที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามควบคุมตัวผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 รายพร้อมทั้งได้เชิญตัวไปดำเนินกรรมวิธีซักถาม ขยายผล ผู้ต้องหารายนี้ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าตนเองอยู่ในกลุ่มขบวนการ เมื่อปี 2554 ผ่านการชักชวนจาก/สาบานตน(ซูมเปาะห์)จาก นายยารานิง แตมามุ สมาชิกกลุ่ม ผกร.คนสำคัญ ผ่านการฝึกทางยุทธวิธี (ขั้นปอเนาะ) และให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด ในครั้งนี้จริง โดยมีนายยาการียา บาโง เป็นผู้สั่งการให้ตนและพวกเข้าร่วมประชุมก่อนเกิดเหตุการณ์ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยมีการแบ่งหน้าที่ในการก่อเหตุ โดย นายยาการียา บาโง/โต๊ะนิ ทำหน้าที่ สั่งการนายสุไลมาน ดอเลาะ/เละ ทำหน้าที่ ดูต้นทาง/รับระเบิด นายอายมาน กูโน/มัง/กูโน ทำหน้าที่ กดระเบิด/รับระเบิด นายแพนดี หะยีวาเตะ/มัง ดูต้นทางและร่วมกดระเบิด และนายมารวาน มีทอ/มิง ทำหน้าที่ ต้นทางและร่วมกดระเบิด




          ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 พนักงานสอบสวน ภ.จว.ป.น. ได้เดินทางมาสอบสวนและบันทึกความยินยอมรับสารภาพ ณ หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 43 พร้อมนำตัวผู้ต้องหาได้นำไปชี้จุดประกอบการสารภาพ จำนวน 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่มีการประชุมวางแผนในพื้นที่ ม.4 ตำบลกะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี จุดที่ตนเองดูต้นทางความเคลื่อนไหว เจ้าหน้าในวันเกิดเหตุ และ จุดที่ นายสุไลมาน ดอเลาะ/เละ ใช้เป็นจุดดูต้นทางความเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่ในวันเกิดเหตุ



          อย่างไรก็ตาม พลตรี จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ระบุว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน เมื่อ 22 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นการกระทำของ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่มีเป้าหมาย ในการข่มขู่สร้างอิทธิพล เพื่อเรียกรับผลประโยชน์เก็บค่าคุ้มครองจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำ ไปยังประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ถูกเรียกค่าคุ้มครอง ขอให้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา เพื่อจะได้นำผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ระเบิดรถจักรยานยนต์บอมบ์ หน้าป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลป่าไร่ อ.แมลาน จ.ปัตตานี




             เมื่อ 29 ก.ย. เวลาประมาณ 1015 เกิดเหตุระเบิดบริเวณกำแพงหน้าฐานปฏิบัติการชุดคุมครองตำบลบ่าไร่ บ้านวังกว้าง ม.5 ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้กำแพงได้รับความเสียหายไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้



        ขณะที่ ฉก.ทพ.22 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ลาน  เข้าทำการตรวจที่เกิดเหตุ  จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้นำระเบิดน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ซึ่งซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ ก่อนจะฉวยโอกาสขับรถมาจอดไว้ข้างกำแพงของฐาน ช่วงที่เจ้าหน้าที่ไม่ทันสังเกต หลังจากนั้นก็ได้กดชนวนระเบิด แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต  หลังจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนประกอบระเบิดดังนี้
  • 1.ระบบการจุด วิทยุสื่อสาร จุดด้วยวงจรถอดรหัส DTMF
  • 2.ภาชนะบรรจุ ถังแก๊ส 15 กก.
  • 3.เศษวิทยุสื่อสาร
  • 4.แผงวงจรถอดรหัส
  • 5.สะเก็ดระเบิด เหล็กเส้นตัดคละขนาด
  • 6.รถพ่วงข้าง ฮอนด้าดรีม สี ขาว-แดง ป้ายทะเบียน 552 ปัตตานี
  • 7.วัสดุอำพราง ถังน้ำสีฟ้าขนาด 200 ลิตร

        ทั้งนี้จากหลักฐานที่พบเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บเป็นหลักฐานและส่งไปให้ ศพฐ.10 เพื่อทำการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าการก่อเหตุในครั้งนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มใดบ้าง อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครองได้ตั้งจุดตรวจ,จุดสกัดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ในการหลบหนีพร้อมตรวจยานพาหนะอย่างเข้มงวด  จากเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว  เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่สร้างสถานการณ์ร้ายรายวันสร้างความเดือนร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560

ล่าตัวมือระเบิดทหาร 4 ศพ ผบ.นำค้นเจอหลักฐานอีก คุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย




ปัตตานี - ความคืบหน้าในการไล่ล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุวางระเบิดทหาร 4 ศพ ใน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด ผบ.นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต่อเนื่อง เจอหลักฐานอีกเพียบ เผยคุมผู้ต้องสงสัยสอบเข้มแล้ว 6 ราย

จากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 เดินทางด้วยรถยนต์เพื่อดูแลความปลอดภัยโรงเรียน เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 5 นาย มีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดพื้นที่ ม.1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับความคืบหน้าในวันนี้ (26 ก.ย.) พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ยังคงนำกำลังกว่า 100 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้หน่วยกำลังร่วมเข้าทำการขยายผลปิดล้อมตรวจค้นอีก 4 เป้าหมาย ในพื้นที่ ต.ตะบิ้ง และพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบล และอาจจะขยายพื้นที่ตรวจค้นอำเภอข้างเคียง เนื่องจากพบเบาะแสความเคลื่อนไหวกลุ่ม นายยาการียา บาโง ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงมีหมายจับ 8 หมายจับ และเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ซึ่งในการตรวจค้นเป้าหมายทั้ง 4 จุด ได้มีการตรวจเก็บดีเอ็นเอบุคคลที่อยู่บริเวณพื้นที่ตรวจค้น จำนวน 17 ราย รวมไปถึงได้ยึดอุปกรณ์ก่อเหตุ เอกสารจำนวนหลายรายการ เพื่อนำไปตรวจสอบ และตรวจหาวัตถุพยานว่าจะมีความเชื่อมโยง หรือพบหลักฐานรอยนิ้วมือแฝงที่ตรงกับหลักฐานในที่เกิดเหตุหรือไม่


โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา จากการไล่ล่าปิดล้อมตรวจค้นอย่างเข้มงวด ทำให้ขณะนี้ได้มีการเชิญตัวบุคคลต้องสงสัย โดยใช้กฎอัยการศึกในการควบคุมตัว เพื่อสอบสวนขยายผลที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี แล้ว 6 ราย ซึ่งในจำนวนนี้พบว่า 1 ราย มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิด อส.ใน อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เมื่อปี 2558 ซึ่งหนึ่งในนี้ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ทำให้การสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าถึงกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่แนวทางการสืบสวนเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งกลุ่มที่ก่อเหตุพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น อ.กะพ้อ และ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี


พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เปิดเผยว่า ได้ทำการการตรวจค้นอย่างละเอียดพบวัตถุพยานเป็นอุปกรณ์ช่าง และแสงไฟ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้ได้พุ่งเป้าไปที่วัตถุพยานที่น่าจะเชื่อมโยงกับการก่อเหตุ เชื่อว่าคนร้ายมาจากนอกพื้นที่ ฉะนั้น คนร้ายไม่น่าจะนำอุปกรณ์รวมไปถึงวัตถุระเบิดมาเอง เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเอามาจากในพื้นที่ โดยมีแนวร่วมให้การสนับสนุน ทั้งการขุดและวัตถุระเบิด วัตถุพยานที่ได้วันนี้ บางหลักฐานตรวจสอบแล้วเบื้องต้นมีความเชื่อมโยง และน่าจะขยายผลไปถึงผู้ก่อเหตุ และผู้สั่งการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดน่าจะมี 6-7 คน ซึ่งหลังจากได้รับรายงานจากหลายหน่วยที่ได้แบ่งการปฏิบัติ ขณะนี้มาถูกทางแล้ว คดีมีความคืบหน้าไปมาก

วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

เป็นโจรใต้ มันได้สิทธิพิเศษเช่นนี้นี่เอง

แม่ทัพภาค 4 ส่งมอบ 765 รายชื่อ ปลดเปลื้องพันธะทางกฎหมาย เซตซีโร่พาคนกลับบ้าน

           พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า โครงการพาคนกลับบ้าน สืบเนื่องจากพี่น้องประชาชน ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ พบว่ายังมีข้อบกพร่องหลายอย่าง ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีการปรับปรุงใหม่ โดยยึดนโยบายเหมือนเดิม แต่มีการปรับปรุงบุคลากร เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลเรื่องพาคนกลับบ้าน และผู้ที่เห็นต่างที่จะเข้าร่วมโครงการ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีความรัดกุมมากขึ้น คือการดูในคุณสมบัติ และที่สำคัญต้องเป็นผู้เห็นต่างเข้ามาร่วม สำหรับแนวทางของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ดำเนินการมี 3 ช่องทางคือ

  • ช่องทางที่ 1 ขณะนี้ทางแม่ทัพภาคที่ 4 รับผู้มารายงานตัว จำนวน 10 รายแล้ว โดยการโทรศัพท์สายตรงซึ่งตรงนี้ไม่มีโครงการ ไม่มีเงิน ไม่มีแผน ใช้ใจกับใจ โทรศัพท์มาก็ไปรับ 
  • ช่องทางที่ 2 ผู้เห็นต่างกลัวญาติพี่น้องจะไม่ปลอดภัย สามารถให้ญาติโทรศัพท์ติดต่อมาได้ จะมีทางเจ้าหน้าที่เข้าไปรับตัว 
  • ช่องทางที่ 3 มีการเชิญผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ผกก.เก่า จคม.เก่า มาเป็นวิทยากรพิเศษ เล่าประสบการณ์ ความรู้สึก เพื่อที่จะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน อาจจะได้บ้าง 70 เปอร์เซ็นต์ หรือได้แค่ 1 เปอร์เซ็น ก็จะเป็นประโยชน์ 
         นอกจากนี้ยังมีการพาไปศึกษาดูงาน เพื่อที่จะกลับมาพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง มีโครงการพระราชดำริฯให้ฝึกอาชีพ ฉะนั้นอยากจะให้ผู้ที่เห็นต่างมาร่วมกัน มาร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สอดรับกับการพัฒนาในพื้นที่สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อให้ลูกหลานได้มีอนาคตที่ดีขึ้น สำหรับเรื่องการแบ่งแยกดินแดนเป็นไปได้อย่างแน่นอน ตารางนิ้วเดียวก็ไม่ให้ เมื่อท่านมาร่วมพัฒนาชาติไทย ท่านสามารถซื้อที่ดินกี่ไร่ก็ได้ ต้องมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่


การเมืองท้องถิ่น จ้าง ผกร. กลุ่ม ซาการียา บาโง ยิง นายย๊ะยอ ดือเระ ปมผลประโยชน์




          เมื่อ 15 ก.ย. 60 เวลา 19.20 น. สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุประชาชนถูกยิงเสียชีวิต ในพื้นที่ ม.2 ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุ อยู่ภายในบาราเซาะห์ประจำหมู่บ้าน จากนั้นจึงเข้าไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อคือ นายย๊ะยอ ดือเระ อายุ 52 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนคาดว่าเป็นอาวุธปืน .38 ยิงเข้าศีรษะ 1 นัด สอบถามถามประชาชนในที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ระหว่างเกิดเหตุ ผู้ตายและชาวบ้านประมาณ 8-10 คน กำลังยืนละหมาดลักษณะหน้ากระดานแถวเดียว อยู่ในบาราเซาะห์ของหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีคนร้ายเดินเข้ามาด้านหลัง ก่อนชักอาวุธปืนจ่อยิงศีรษะ จนผู้ตายเสียชีวิตทันทีต่อหน้าชาวบ้าน หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีเพื่อนรออยู่หลบหนีไป




          สอบถามผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า คนร้ายคล้ายกับกลุ่ม ผกร. กลุ่มนายซาการียา บาโง ซึ่งมีหมายจับ ป.วิอาญาอยู่ระหว่างหลบหนีและเคลื่อนไหวในพื้นใกล้เคียง โดยชาวบ้านแจ้งว่าช่วงกลางวันมีวัยรุ่นแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านลักษณะเข้ามาดูเส้นทางแต่ชาวบ้านคิดว่าเป็นวัยรุ่นทั่วไปจึงไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งเกิดเหตุ


           จากการให้ข้อมูลของทีมข่าวเกาะติดพื้นที่ ให้ข้อมูลเชิงลึกว่าเหตุการตาย นายย๊ะยอ ดือเระ ผช.ผญ.ม.2 ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรีฯน่า ซึ่งสืบเนื่องมาจาก การเมืองท้องถิ่น ก่อนที่ นายย๊ะยอฯ จะมาเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีบุคคลอีก 2-3 คน เป็นคู่แข่งที่อยากได้ตำแหน่งนี้และได้มีการข่มขู่ให้ถอนตัวแต่นายย๊ะยอฯ ปฏิเสธ โดยตำแหน่งนี้ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการดูแลงบประมาณของหมู่บ้าน ประกอบกับลักษณะนิสัยส่วนตัวของนายนายย๊ะยอฯ ที่เป็นคนพูดจาตรงๆ อาจทำให้กลุ่มคนดังกล่าวทวีความไม่พอใจ นำไปสู่ชนวนการยืมมือ ผกร.กลุ่มนายซาการียา บาโง เป็นมือสังหาร โดยจ่ายค่าจ้างวานเป็นเงิน 15,000 บาท


          โดยหลังเกิดเหตุ ได้มีแนวร่วม ผกร.ได้พยายามสร้างข้อมูลเท็จว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ ซึ่งชาวบ้านในที่เกิดเหตุรวมทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ยืนยัน ไม่ใช่ฝีมือ จนท. แน่นอน เพราะนายย๊ะยอ ฯ มีความสัมพันธ์ที่ดี กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 

         เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผกร.อาจขาดเงินในการหลบหนีหรือเคลื่อนไหวเพราะในห้วงที่ผ่านมามีการเข้มงวดในการตรวจสอบชายแดนและเส้นทางการเงินของกลุ่ม ผกร.อย่างเข้มข้นทำให้การจ่ายเงินของขบวนการมีปัญหาซึ่ง ผกร.แต่ละกลุ่มต้องดิ้นเอาตัวรอดเองในอนาคตอาจมีการปล้นชิงทรัพย์ประชาชนในพื้นที่เพื่อ หาเงินทุนในการเคลื่อนไหวและอำพลางโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่   โดยสร้างกระแสให้ทีมงูเต๊ะ รับบาปไป ซึ่งทีมงูเต๊ะก้อคงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากพวก ผกร.หิวเงิน นั่นเอง ที่ยอมฆ่าคนบริสุทธ์เพื่อแลกกับเศษเงินแค่ 15,000 บาท คงได้แต่หวังว่าพี่น้องประชาชนใน จชต. ไม่หลงเชื่อ มุข งูเต๊ะ โง่ๆ ของ ผกร.ที่สร้างมาเพื่อหลอกเด็ก ติดยา ดมกาว

วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560

เหนื่อยไหมครับท่าน ! ลองเปลี่ยนงานบ้างไหมครับ



        วันที่ 22 ก.ย.60 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุด ชป.ร้อย.ทพ.4412 ฉก.ทพ.44 ขณะทำการ ลาดตระเวนเส้นทางด้วยรถยนต์กระบะของทางราชการ เบื้องต้นแรงระเบิดส่งผลให้กำลังพล เสียชีวิต จำนวน 4 นาย และได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย นอกจากนี้ยังมีชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน เหตุเกิดบริเวณถนนสาย 42 ( เก่า ) บ้านตะบิ้ง หมู่ที่ 1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี


รายชื่อผู้เสียชีวิต 4 ราย
  • 1.อส.ทพ.ชูวิทย์ บุญชู จ.ปัตตานี
  • 2.อส.ทพ.ณัฐพล รังสิมันตุชาติ จ.นครศรธรรมราช
  • 3.อส.ทพ. ปฐมพร คงสัย จ.ตรัง
  • 4.อส.ทพ.พิทัก คมสิต ศักดิ์วิเศษสม จ.เพชรบุรี
รายชื่อ ผู้บาดเจ็บ 6 ราย
  • 1.ส.อ.ธีรวุฒิ ป่านแก้ว (หน.ชุด) ได้รับบาดเจ็บ นำส่ง รพ.สายบุรี
  • 2.อส.ทพ.ธันยา เอื้องฟ้าไพรวัลย์ ได้รับบาดเจ็บ นำส่ง รพ.สายบุรี
  • 3.อส.ทพ.จักรกฤษ จี่เอ้ย
  • 4.อส.ทพ.เอกชัย คำแคว่น
  • 5.อส.ทพ.ประหยัด อินทร์แก้
  • 6.น.ส.รอมมือละ สือรี 
ถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช อ.สายบุรี จ.ปัตตานี


             ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ ได้ประณาม ผู้ก่อเหตุ ว่า ผู้ที่ลอบวางระเบิดได้นำระเบิดไปฝังไว้ที่ถนนเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ผ่าน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นลักษณะของกลุ่มคนสุดโต่ง และ ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ นับเป็นฝีมือของกลุ่มที่ไร้มนุษยธรรม ไร้อุดมการณ์ หวังผลประโยชน์ส่วนตนโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของชาวบ้านและยังส่งผลหลายด้านในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย  หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสผู้ก่อเหตุ กรุณาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป












วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560

ความเลวร้ายของโรงงานผลิตโจรใต้ BRN กลุ่มของนายยาการียา บาโง โจรใต้สายบุรี





           การบ่มเพาะความชั่วร้ายของกล่มุขบวนการ BRN เปรียบเสมือนโรงงานที่ได้ประทานความโหดเหี้ยมพร้อมกับพฤติกรรมโหดร้ายป่าเถื่อน ไม่รู้สึกรู้สากับความสูญเสียที่มอบให้กับคนในพื้นที่ กลุ่มคนพวกนี้มีจิตใจที่ไม่เหมือนมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาจากกลุ่มขบวนการ BRN เพื่อเป็นฆ่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับคนที่มาขัดขวางผลประโยชน์ของกลุ่ม ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่าน ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มที่ก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่พร้อมกับเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ สตรี คนชรา แม้แต่เด็กก็ยังไม่เว้น แม้แต่คนที่กำลังละหมาดในบาราเซาะห์หมู่บ้านก็ยังไม่เว้น กระทำได้แม้แต่ในสถานที่ประกอบศาสนกิจทางศาสนา

          ดังที่ล่าสุดคนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงนายย๊ะยอ ดือเระ อายุ 52 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เสียชีวิตในบาราเซาะห์หมู่บ้าน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ต่อมาไม่กี่นาทีพวกสื่อแนวร่วมของกลุ่มขบวนการโจรใต้ BRN ก็ เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความบิดเบือนความจริงใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ บอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าหน้าจะไปตรวจสอบและมีพยานชี้ชัดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่น ก่อนที่ผลพิสูจน์ปลอกกระสุนปืน .38 ชี้ชัดออกมาว่าเป็นกลุ่มของนายยาการียา บาโง หรือที่เรียกกัน ซาการียา ที่ต้องการเขี่ย นายย๊ะยอ ดือเระ พ้นเส้นทางการเมืองท้องถิ่น เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มขบวนการ

          นาย ยาการียา บาโง หรือ ซาการียา เกิดวันที่ 17 พ.ค. 2527 อาศัยอยู่ที่ 48 ม.4 ต.บือเระ จ.ปัตตานี เข้าขบวนการ เมื่อ ปี 49 โดยการเข้าร่วมกับการสาบานตนกับ นายมะรีเป็ง มะหะ เคยเข้าร่วมการฝึก RKK ใน โรงเรียนญิฮาดวิทยา (ศาลสั่งยึดที่แล้ว) กลุ่มของนายยาการียามีด้วยกันหลายคนแต่ละคนเป็นคนในพื้นที่สายบุรี ถึงจะมีหลายคนแต่ก็จะเลือกคนปฏิบัติการเพียง 6 คน ซึ่ง 6 คนนี้อาจจะหมุนเวียนกันไป แต่คนที่เป็นแกนนำระดับปฏิบัตการ คือ นายยาการียา บาโง หรือ ซาการียา รับผิดชอบก่อเหตุในพื้นที่ อ.สายบุรี อีกทั้งยังรับก่อเหตุจากการจ้างวานนอกพื้นที่ อ.สายบุรี เรามาดูความโหดร้ายที่กลุ่มขบวนการ BRN ได้มอบให้นายซาการียา เป็นผู้กระทำมอบความเจ็บปวดความสูญเสียให้กับคนในพื้นที่ว่ามันโหดร้ายป่าเถื่อนยิ่งกว่าไซฏอนร้ายเสียอีก
  • 1.เมื่อ 4 ธ.ค. 51 ก่อเหตุยิง ส.ต.ท.ฉัตรมงคล แอมสูงเนิน ตำรวจสายบุรี เสียชีวติ
  • 2.เมื่อ 22 ก.ย. 55 ก่อเหตุคาร์บอมบ์สายบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน 
  • 3. เมื่อ 31 ต.ค. 55 ก่อเหตุกราดยิงและลอบวางระเบิดร้านค้าภายในงานประจำปีเทศบาลตำบลตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าของร้านเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 4 ราย 
  • 4. เมื่อ 13 เม.ย. 55 ก่อเหตุยิงรถเมล์เล็กสายบุรี – ปัตตานี ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 7 คน สาหัส 2 คน มีเด็กอายุ 13 ปีรวมอยู่ด้วย 
  • 5. เมื่อ 21 ก.ย. 55 ก่อเหตุระเบิดคาร์บอมตัวเมือง อ.สายบุรี ทำให้ เสียชีวิต 4 และบาดเจ็บ 17 คน และก่อเหตุยิงร้านทองเสียชีวิตไป 5 คน 
  • 6. เมื่อ ปี 55 ก่อเหตุระเบิดภายในโรงเรียนบ้านบาตู อ.บาเจาะ ทำให้ครูบาดเจ็บ 2 คน และทหารบาดเจ็บ 2 นาย 
  • 7. เมื่อ 19 พ.ค. 56 ก่อเหตุยิงทหารพรานหญิง เสียชีวิต และทำให้ลูกชายและลูกชายบาดเจ็บสาหัส 3 คน
  • 8. เมื่อ 27 เม.ย. 57 ยิงสองสามีภรรยาเสียชีวิตเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายยาเส้นเสียชีวิตในตลาดนัดปาลัส
  • 9. เมื่อ 26 เม.ย. 57 วางระเบิดงานแข่งขันตกปลาอำเภอสายบุรี ริมหาดวาสุกรี จังหวัดปัตตานี เสียชีวิตทันที 3 คน บาดเจ็บ 17 คน 
  • 10. เมื่อ 30 ส.ค.59 ก่อเหตถปล้นรถยนต์ขนนมส่งโรงเรียน ไปประกอบระเบิด
  • 11. เมื่อ 15 ก.ย. 60 ยิง นายย๊ะยอ ดือเระ อายุ 52 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เสียชีวิต ขณะกำลังละหมาด

        แหละนี้คือความชั่วร้ายของ นายยาการียา ที่เข่นฆ่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีพี่น้องประชาชนบาดเจ็บล้มตายมากแม้แต่เด็กผู้หญิงก็ไม่ละเว้น นี้คือความเจ็บปวดจากการกระทำของนายยาการียา ไซฏอนร้ายที่กลุ่ม BRN ได้สร้างขึ้นเพียงเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มตนเองเท่านั้น โดยไม่เคยแยแสต่อความรู้สึกเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความสูญเสียเลยแม้แต่น้อย

องค์การต่อต้านการก่อการร้ายอินโดฯ แพร่คลิป อดีตไอซิสกลับใจแฉ ไอซิส คือ “รังจระเข้”




โดย อิบรอฮีม อาแว
-18 กันยายน 2017


           อดีตผู้ก่อการร้ายชาวอินโดนีเซียที่ละทิ้งแนวคิดรุนแรง สุดโต่ง ชี้ว่า กลุ่มก่อการร้ายไอซิสเป็น “รังจระเข้” ใน ‘ดินแดนแห่งความเท็จ” ขณะที่ขบวนการของพวกเขา เป็นไปเพื่อมุ่งแสวงหาอำนาจ เงินทองและผู้หญิงเท่านั้น

           องค์การต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดนีเซีย ได้แพร่คลิปวิดีโอ ซึ่งอดีตผู้ก่อการร้ายได้ออกมาเผยความในใจ เกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส โดยกล่าวว่า คนเหล่านี้เข้าร่วมไอซิสด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

           สถานี “IBS” ออสเตรเลียในอินโดนีเซียกล่าวว่า คนเหล่านี้ไม่ได้เข้าร่วมทำสงครามกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส เพียงแต่พวกเขาเข้าใจผิด คิดว่า รังไอซิสเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น



           ‘Lasmayty’ หนึ่งในอดีตสมาชิกของไอซิสชาวอินโดนีเซีย กล่าวว่า สิ่งที่พวกเขาเห็นมันเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมาก และเป็นสัญญาลวงของผู้ก่อการร้าย
             Diphneza อดีตสมาชิกไอซิสอีกคนกล่าวว่า เงื่อนไขที่นั้น (ซีเรีย) มีความซับซ้อนมาก บุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมไอซิสจะต้องทำการขอบคุณที่ตนไม่ได้กระโจนเข้าสู่รังจระเข้ เพราะมันเป็นดินแดนแห่งการโกหก

            เขากล่าวเสริมว่า : “อย่าเสียเวลา เงินทองและพลังงานของคุณเลย อย่าพลาดชีวิตของคุณในการไปพึ่งพาไอซิสเป็นอันขาด”

          อดีตผู้ก่อการร้ายชาวอินโดนีเซียได้ภาวนาว่า ไอซิสจะถูกทำลายไปในเร็ว ๆ นี้ และได้อธิบายว่าวัตถุประสงค์ของผู้ก่อการร้ายไม่ได้สนับสนุนพระดำรัสของพระเจ้า หรือพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน พระเจ้าเกลียดชังพวกเขา

          ‘Nyla’ อดีตผู้ก่อการร้ายชาวอินโดนีเซียกล่าวว่า “การที่พวกเขาประกาศจัดตั้งรัฐอิสลามกำมะลอนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นคนดี ฉันไม่เคยคิดเลยว่าสถานการณ์ในซีเรียจะเลวร้ายและย่ำแย่มาก เมื่อฉันไปถึงที่นั่น ฉันได้เห็นพฤติกรรมของพวกเขาที่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์”

           พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ถูกคุมขังเนื่องจากไม่ได้ละเมิดกฎหมายภายในประเทศของอินโดนีเซีย

           ชาวอินโดนีเซียราว 800 คน ได้เดินทางไปยังซีเรียเพื่อเข้าร่วมกับผู้ก่อการร้ายไอซิสและเพื่ออาศัยอยู่ในรัฐอิสลามกำมะลอตามที่ได้ถูกแอบอ้าง

           Diffansya กล่าวว่า “เมื่อมีการหยิบยกและพูดคุยเรื่องผู้หญิง ก็เป็นที่ชัดเจนมาก ฉันเห็นเงื่อนไขเหล่านี้ด้วยตัวเอง เมื่อฉันกับครอบครัวได้มาที่นี่ สมาชิกที่เป็นโสดถูกจับตามองโดยผู้ก่อการร้าย”

          เขากล่าวเสริมว่า พวกเขาคิดว่านี่เป็นการแต่งงานแบบญิฮาด และสำหรับคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น จะมีการแข่งขันในเรื่องการแต่งงาน

          หญิงชาวอินโดนีเซียกล่าวว่า พวกเขาจะแต่งงานถึงสี่ครั้ง หย่าแล้วก็กลับมาแต่งงานอีกครั้ง ไม่ทราบว่าพวกเขามีการแต่งงานกี่ครั้ง

        สาวบริสุทธิ์ที่แต่งงานกันเป็นครั้งแรกจะได้รับเงินจากไอซิส เขากล่าวว่า “เรามักจะเครียดและถูกกดดันทางจิตใจมาก ในสมัยที่อยู่ที่นั่น เรากังวล และถ้าเราทำผิดเราจะถูกลงโทษ”

        เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียหวังว่า คลิปวิดีโอดังกล่าว ซึ่งมีอดีตสมาชิกของกลุ่มก่อการร้ายไอซิสออกมาสารภาพนั้น จะสามารถจัดการกับการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มก่อการร้ายนี้ได้

วันอังคารที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560

ผกร.สารภาพจุดซ่อนปืน พบ AK-47 พร้อมกระสุน ในสวนยางพารา


ผกร.สารภาพจุดซ่อนปืน พบ AK-47 พร้อมกระสุน ในสวนยางพารา


เมื่อ 31 ส.ค. 60 เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวนายเจ๊ะอุสมาน บือแน ตามกฎอัยการศึก หลังจากการซัดทอดของ นายฟีดาอี ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์ซักถาม ค่ายอิงยุทธบริหารปัตตานี ไปตรวจค้นอาวุธปืนที่ซ่อนไว้ในสวนยางพาราในพื้นที่ บ้านปูลากาซิง ม.4 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พบถุงพลาสติกข้างในมีอาวุธปืน AK-47 และกระสุนอีก จำนวน 12 นัด ก่อนจะนำไปตรวจสอบขยายผลพิสูจน์หลักฐานต่อไป


          พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี นำกำลังร่วมกับ ทหารพรานที่ 22 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นำตัว นายเจ๊ะอุสมาน บือแน อายุ 37 ปี หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 3-9410-00602-08-3 บ้านเลขที่ 50/1 บ้านปูลากาซิง ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ไปทำการค้นอาวุธปืนหลังจากรับสารภาพว่าได้นำอาวุธปืนมาฝังไว้ บริเวณร่องน้ำในสวนยางพารา พื้นที่ ม.4 บ้านปูลากาซิง ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี


เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวนายอุสมาน บือแน ถึงบริเวณสวนยาง ได้วางกำลังเพื่อป้องกันการหลบหนี หลังจากนั้นจึงนำตัว นายเจ๊ะอุสมาน บือแน ไปชี้จุดซุกซ่อนอาวุธปืนบริเวณสวนยางพารา ซึ่งยังมีต้นไม้เล็กขึ้นปกคลุม เจ้าหน้าที่จึงทำการขุดและไม่นานก็พบกับถุงพลาสติกจึงนำขึ้นมาพบว่าข้างในมีอาวุธปืน AK-47 พร้อมกระสุน จำนวน 12 นัด และซองกระสุนจำนวน 1 ซอง ก่อนจะนำอาวุธปืนของกลางไปทำการตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดวิทยาศาสตร์เข้าทำการตรวจเก็บสารพันธุกรรม (DNA) วัตถุพยายในที่เกิดเหตุ เพื่อขยายผลว่าอาวุธปืนที่พบนี้เคยก่อเหตุคดีใดมาบ้าง

วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560

โจรน้ำท่อม ‘สโตยดารุสสลาม’ เข้ามอบตัวแล้ว



           จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 60 มีกลุ่มชายแต่งตัวเลียนแบบกลุ่มโจรในต่างประเทศ อ้างว่าเป็นกลุ่ม “สโตยดารุสสลาม” ก่อนถ่ายคลิปแพร่ภาพสด จนทำให้เกิดความตื่นตระหนก ตำรวจได้มีการจับกุม จนสามารถจับผู้ต้องหาได้ 1 คน รับสารภาพว่าทำไปเพราะคึกคะนองจากการเมายาเสพติด และตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คนนั้น


          ล่าเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 60 เวลา 14.00 น. ผู้ต้องหาอีก 1 คือนายสิทธิชัย โสลิกี หรือ ก็อต อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 65 ม.6 ปลักมาลัย ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล แกนนำกลุ่มดังกล่าวได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้วที่ สภ.ละงู พร้อมครอบครัว


       
         นายสิทธิชัย ได้ขอแถลงการณ์ เพื่อขอโทษพี่น้องประชาชนชาวสตูลอีกครั้ง ว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ที่ไปทำไปด้วยความคะนอง โดยขณะนั้นยังไม่ได้เสพน้ำต้มกระท่อม แต่กำลังเตรียมต้มอยู่ยังไม่ได้มีการเสพ โดยการกระทำดังกล่าว เนื่องจากตนเองต้องการที่จะสื่่อสารกับวัยรุ่นที่มึนเมายาเสพติดและสวมชุดมุสลิม ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ทำไปเพื่อต้องการตักเตือนเท่านั้น ส่วนอาวุธปืนที่อยู่ในวิดีโอก็เป็นปืนปลอม และไม่มีความคิดเรื่องการแบ่งแยกดินแดน หากสร้างความเดือดร้อนให้ใครก็ขอโทษจากใจจริง

        ด้านตำรวจสภ.ละงู ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนว่ากล่าวตักเตือนทั้งผู้ปกครองและเด็กที่อาจกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก่อนปล่อยตัวกลับไป เนื่องจากนายสิทธิชัยไม่ได้เข้าข่ายกระทำความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือความคิดด้านความมั่นคงแต่อย่างใด อีกทั้งอาวุธเป็นเพียงอาวุธปลอมจึงทำได้เพียงลงบันทึกประจำวัน และว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น รวมทั้งเน้นย้ำให้มารดาดูแลบุตรไม่ให้ประพฤติตัวในลักษณะเช่นนี้อีก เพราะอาจเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบได้ แม้นายสิทธิชัยจะเคยต้องคดีครอบครองอาวุธปืนถูกจับมาแล้วก็ตาม

         ทั้งนี้ทาง สภ.ละงู ขอกล่าวเตือนผู้ปกครอง ให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน และให้ความรู้ในการใช้โซเซียลเพราะอาจเป็นดาบสองคมได้หากใช้โดยไม่ยั้งคิด เหมือนอย่างเช่นกรณีนี้ แม้จะไม่เข้าข่ายการกระทำความคิดแต่หากทำด้วยความคะนองอาจจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมและคนรอบข้างได้

วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

NGO อย่าเสือกที่บ้านกู



ป้ายผ้าปริศนา“กูขอเตือน NGO อย่าเสือกที่บ้านกู”ความคิดต่างที่ฝ่ายต้านโรงไฟฟ้าต้องรับฟัง


          นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้ทำการโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวเนื้อหาใจความ “เช้านี้ที่เทพา มีป้ายต้อนรับการมาเยือนของเพื่อนผองน้องพี่ที่ไม่เอาถ่านหินด้วยกิจกรรมการเดินรณรงค์จากแยกพระพุทธสู่รอบตลาดเทพาในวันนี้ จัดโดยชาวบ้านเทพาเอง เขาตั้งเป้าหมายเพื่อสร้างความกล้าให้กับพี่น้องเทพา คนเทพาส่วนใหญ่ไม่มีใครเอาถ่านหินหรอก แต่ด้วยอำนาจสารพัดที่กดทับเขา ยิ่งในยุคที่ ท.ทหาร ใหญ่โตนี้ด้วยแล้ว การปลดปล่อยความกลัว ส่งเสริมความเชื่อมั่นในการยืนยันในสิทธิชุมชนปกป้องบ้านเกิด จึงเป็นเป้าหมายของวันนี้ครับ”


        ป้ายผ้าคัดค้านการจัดกิจกรรม “เดินรณรงค์ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา” ซึ่งเป็นข้อความสั้นๆ แต่ได้ใจความ “กูขอเตือน NGO อย่าเสือกที่บ้านกู” ย่อมมีนัยบ่งบอกอะไร? บางอย่างที่ฝ่ายค้านไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องรับฟัง

  •    ผู้ที่ทำการติดป้ายผ้าดังกล่าวเป็นใคร? 
  •   หรือมีคนหนุนหลังเพื่อดิสเครดิตฝ่ายต้านก็ไม่อาจจะทราบได้ 
     

        ป้ายผ้าดังกล่าวเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดี “คนเทพาส่วนใหญ่ไม่มีใครเอาถ่านหิน” ไม่เป็นความจริงแต่ประการใดเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ 

       คนในพื้นที่ที่ต้องการ “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” มีไม่ใช่น้อยเช่นกัน 

        จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม? วันนี้ (วันที่ 10 ก.ย.60) กลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาจึงจัดกิจกรรมการเดินรณรงค์ขึ้นมาเพื่อหามวลชนแนวร่วมนั่นเอง
NGO หรือนักวิชาการหรือนักศึกษาหรือหมอหรือคนต่างพื้นที่คือตัวปลุกระดมชี้นำทางความคิด ชาวบ้านเทพาที่ต้องการให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า อยากเห็นการพัฒนานำมาซึ่งความเจริญของประเทศ ของพื้นที่ นั่นสิ!! คือของจริง...

แผนชั่ว!!“ทำลายเสาหินในกุโบร์”ที่รูสะมิแล



"แบดิง โกตาบารู"


            จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นอีกทั้งยังเป็นการทำลายความรู้สึกของพี่น้องมุสลิม เมื่อชายคนหนึ่งได้เข้าไปทำลายเสาหินในกุโบร์ที่หมู่บ้านรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เหตุการณ์ครั้งนี้ได้มีการกล่าวอ้างชาวบ้านเห็นผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารแล้วเข้าไปทำลายเสาหินในกุโบร์จนได้รับความเสียหายดังกล่าว


          ในเวลาต่อมาในสื่อสังคมออนไลน์ และแอพลิเคชั่น Line ได้มีกดแชร์ส่งต่อกันเป็นวงกว้าง เกิดกระแสวิพากวิจารณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมุ่งเป้าโจมตีว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารเนื่องจากมีผู้เห็นเหตุการณ์ ชี้เป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลาม และไม่ให้เกียรติต่อดวงวิญญาณบรรพชน




         เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความรู้สึก เป็นเส้นบางๆ ที่ส่งผลกระทบนำมาสู่ความบาดหมางและความขัดแย้งในเรื่องศาสนา หลายต่อหลายครั้งที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ และเกิดการเข้าใจผิดด้วยการแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมเดิมๆ ที่พยายามทำมาโดยตลอด


         ข้อสังเกต
 
  • ทำไม? ชาวบ้านที่มีการกล่าวอ้างเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวจึงไม่แจ้งตำรวจให้ดำเนินการจับกุม หรือแจ้งคนในชุมชนมาห้ามปรามให้หยุดการกระทำดังกล่าวเสีย หรือเป็นเพียงการจัดฉากอ้างตัวละครกับความพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นตามแผนชั่ว!!

         พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้ความสำคัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้กรุณาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารทุกหน่วยเร่งสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชนผ่านผู้นำศาสนาและอิหม่ามในทุกมัสยิด และเร่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็วที่สุด จึงขอให้พี่น้องประชาชนอย่าไปหลงเชื่อแผนการชั่วร้ายดังกล่าว


         ทั้งนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และส่งเสริมสนับสนุนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่ริดรอนสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา หรือกีดกันความคิดความเชื่อของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ที่มีความหลากหลายวัฒนธรรม รัฐบาลได้สนับสนุนการประกอบศาสนกิจของศาสนิกชนจนเป็นที่ประจักษ์


        สุดท้ายขอให้ประชาชนได้ช่วยกันสอดส่องดูแลชุมชนของตนเอง และรู้จักเสพข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน จะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีอีกต่อไป

กลยุทธ์!! ขบวนการยาเสพติด เกี่ยวโยงกับเยาวชน เหตุความรุนแรงอย่างไร?





        ยาเสพติด...นับว่าเป็นปัญหาหนึ่ง จากหลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ภาครัฐจะมีนโยบาย มาตรการ และการปฏิบัติในการตรวจจับอย่างเข้มงวด แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่น ซึ่งในบางพื้นที่ยังคงปรากฏสถานการณ์รุนแรง แม้ข้อมูลความเกี่ยวพันโดยตรงอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด กับกลุ่มขบวนการจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็สามารถจะสรุปในขั้นต้นได้ว่า ปัญหายาเสพติดเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวพันกันกับสถานการณ์ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นทางตรงและทางอ้อม


         การค้าและการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่ามีการจับกุมทั้งในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ตามลำดับ โดยอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีการจับกุมคดีค้าและเป็นภูมิลำเนาของนักค้าที่ถูกจับกุมนอกพื้นที่สูงสุด การลำเลียงยาเสพติดทั้งกัญชา ยาบ้า ใบกระท่อม ส่วนใหญ่ จะมาจากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบางส่วนเล็ดลอดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยวิธีการนำรถยนต์ที่มีช่องลับซุกซ่อนยาเสพติดขับไปรับ หรือซุกซ่อนมากับสินค้าเกษตร หรือแลกเปลี่ยนรถยนต์โดยซื้อรถจากนราธิวาสหรือพื้นที่ใกล้เคียงไปแลกกับรถของนักค้าที่ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ และทำโอนลอยกัน ทั้งยังเป็นพื้นที่พักและกระจายยาเสพติดไปยังจังหวัดอื่นในภาคใต้ 


            มีกลุ่มผู้ค้าทั้งใหม่และเก่า กลุ่มผู้ค้าสำคัญมักมีเจ้าหน้าที่รัฐและนักค้ายาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยจะเก็บซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามบ้านเช่า ป่าละเมาะแนวชายแดน และบ้านญาติในประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเหตุสถานการณ์ความรุนแรงทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ จำเป็นต้องลำดับความเร่งด่วนในการป้องกันเหตุความรุนแรง ส่งผลให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่เกิดช่องว่าง ในส่วนของจังหวัดยะลา มีกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ส่วนรายย่อยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีความเกี่ยวข้องกับนักค้ายาเสพติดในจังหวัดนราธิวาสและสงขลา และที่จังหวัดปัตตานี ส่วนใหญ่เป็นรายย่อยเกี่ยวข้องกับนักค้ายาเสพติดจากจังหวัดนราธิวาสและยะลา พบการแพร่ระบาดในพื้นที่ประกอบอาชีพประมงที่มีแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่


          การแพร่ระบาดของยาเสพติด จำนวนผู้เสพยาเสพติดให้โทษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 20,000 -30,000 คน ที่ผ่านมาพื้นที่ที่มีการจับกุมคดีเสพสูงสุด 3 อันดับแรก คือ อำเภอเมืองนราธิวาส สุไหงโก-ลก และเมืองปัตตานี กลุ่มผู้ใช้ยา ได้แก่ กลุ่มแรงงานทางการเกษตร รับจ้าง ประมง ว่างงาน นักเรียนนักศึกษา วัยรุ่น และที่สำคัญแนวโน้มผู้เข้ารับการบำบัดรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น มีอัตราส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ในแต่ละปี และเกือบครึ่งเป็นผู้ติดยาบ้า กัญชา และเฮโรอีน กลุ่มอายุของผู้เข้ารับการบำบัดสูงสุด คือ 20-25 ปี 15-19 ปี และ 25-29 ปี กลุ่มผู้เข้ารับบำบัดสูงสุดคือ กรรมกร ว่างงาน และนักเรียน และที่น่าเป็นห่วงโดยผู้เสพที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


         หากเราเฝ้าสังเกตและติดตามเรื่องราวของปัญหายาเสพติดในบ้านเราบรรดานักค้ายาเสพติดรายสำคัญๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลอื่นๆ ทั้งกลุ่มผู้ค้าของหนีภาษี การพนัน ค้ามนุษย์ ฯลฯ คนกลุ่มนี้บางส่วนคาดว่าเป็นแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มขบวนการผู้ก่อเหตุ สำหรับในด้านของกลุ่มผู้เสพ ซึ่งอายุอยู่ในช่วง 15-24 ปี เป็นเยาวชนว่างงาน ขาดการศึกษา ทางบ้านมีฐานะยากจน 

         ผู้หลงผิดบางส่วนถูกหลอกให้เชื่อในสิ่งที่ผิดตกเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุ เยาวชนเหล่านี้จะ มีความเกลียดชังเจ้าหน้าที่และภาครัฐ พร้อมที่จะถูกชักจูงให้ก่อความปั่นป่วนในสังคมได้ตลอดเวลา เพื่อให้ภาครัฐเกิดความซับสนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

         จากสถานการณ์และปัญหาที่เกิดจากยาเสพติดดังกล่าว ภาครัฐทั้งฝ่ายบ้านเมือง และฝ่ายความมั่นคง ได้ เฝ้าระวังทั้งในพื้นที่และตามแนวชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางบกและทางน้ำเพื่อตัดวงจรของขบวนการขนส่งลำเลียงยาเสพติด การเฝ้าระวังป้องกันมิให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเข้าไปสนับสนุน หรือเป็นน้ำเลี้ยงการก่อความไม่สงบทั้งทางตรงและทางอ้อม สร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยฝึกอบรมให้ความรู้ นำผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ทางศาลยุติธรรมตักสินแล้วโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนเข้ารับการอบรม สร้างการรับรู้ สู่การตัดสินใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อต้านยาเสพติด และร่วมมือกับภาครัฐในการเฝ้าระวังให้ข่าวสาร เพื่อพัฒนาความร่วมมือไปสู่การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป....

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

เมาน้ำท่อม ตะโกนลั่น เอาล้ออั้วมา เอาล้ออั้วมา

             


         เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสตูล กก.สส๓.บก.สส.ภ.๙ ได้รับแจ้งจากฝ่ายปกครอง เรื่อง รายงานข่าววัยรุ่นไลน์สดอ้างกลุ่ม สโตย ดารุสลามสตูล 


        โดยฝ่ายปกครองได้ติดตามสืบหากลุ่มชายจำนวน ๔ คนบันทึกภาพเคลื่อนไหวมีพฤติกรรมไปในทางยั่วยุปิดหน้าปิดตา มีอาวุธคล้ายปืน ขวานตามคลิปไลน์สดในเฟส ที่ใช้ชื่อ ซาน'น ลุ' ล๊ะ (ฮาซาน แอหลัง) ที่ได้แพร่ภาพสด เมื่อวันที่ ๑ก.ย.๒๕๖๐ เวลา ๑๖.๒๐น. 


         และเมื่อวันที่ ๓ ก.ย.๒๕๖๐ ได้สืบเสาะค้นหาเจ้าของชื่อเฟสดังกล่าวทราบว่าชื่ออาซาน บ้านอยู่บริเวณหลังมัสยิดบ้านเกาะยวน ม.๓ ต.ละงู จึงได้ไปบ้านดังกล่าว พบ นาย เจริญศักดิ์ แอหลัง หมายเลขบัตรปชช. ๓ ๙๑๐๕ ๐๐๓๒๒ ๙๖ ๘ เลขที่๔๔๑ หมู่ที่๓ ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล (บิดา ด.ช.อาซาน) ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการสอบถามข้อมูล ขณะนั่น ด.ช.อาซานไม่อยู่ที่บ้าน นายนายเจริญศักดิ์ฯ จึงได้โทรศัพท์ตามตัว ด.ช.อาซาน มาพบเจ้าหน้าืั้ จากการสอบถาม ด.ช. อาซาน แอหลัง หมายเลขบัตรปชช. ๑ ๙๑๙๙ ๐๐๓๒๙ ๗๘ ๓ เกิดวันที่ ๒ พ.ย.๒๕๔๕ บ้านเลขที่ ๔๔๑ หมู่ที่๓ ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล ต่อหน้าบิดา ยอมรับว่าเป็นชื่อเฟสของตนจริง และตนเป็นคนถ่ายภาพเคลื่อนไหวเอง บุคคลในภาพซึ่งมี ๔ คน ทราบชื่อเล่นชื่อ 
  • ๑. นาย ก๊อต 
  • ๒. นาย ซีกีร 
  • ๓. นาย ซัน 
  • ๔. นาย ซันวี 
            ภาพเคลื่อนไหวนี้ได้ถ่ายที่สวนปาล์มบ้านปลักมาลัย ม.๖ ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ระหว่างสอบถาม ด.ช.อาซาน พ.ต.ท.เสกสิทธิ์  รอง ผกก.สส.ภ.จว.สตูล ด.ต.พรชัย พรหมสุวรรณผบ.หมู่ กก.๕ บก.ส.๑ เดินทางมาสอบถามข้อมูลเช่นกัน จึงให้นายเจริญศักดิ์ ฯพาด.ช.ไปชี้สถานที่ถ่ายทำวิดีโอตามที่ด.ช.อาซาน บอก 


            หลังจากดูสถานที่ถ่ายทำวิดีโอแล้ว จนท.ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสตูล ติดตามสืบหาชื่อจริงของบุคคลทั้ง ๔ คน ตามที่ ด.ช.อาซาน กล่าวอ้าง คือ
  • ๑. นาย ก๊อต คือ นายสิทธิชัย โสลิกี  อายุ๒๐ ปี เลขที่ ๔๒/๔ ม.๒ ต.นาทอน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล (ใส่โม่งสีดำปิดใบหน้า มือขวาถืออาวุธปีนปลอม ใส่เสื้อสีชมพู สพายกระเป๋าเฉียง) 
  • ๒.นาย ซีกีร คือนายฮารอ เกษม  อายุ ๒๓ ปี เลขที่๑๕๘ ม.๙ ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล (เสื้อสีเทา คลุมผ้าปิดใบหน้าสีครีม ยืนมุมหลังขวามือนายก๊อต)
  • ๓.นายซัน คือนายกิตติธัช หวันตาหลา ๒๓ปี เลขที่ ๒๐๖ ม.๓ ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล(ใส่เสื้อสีแดง มือขวาชูขวาน หมวกดำปิดใบหน้า)
  • ๔.นายซันวี ยังไม่พบชื่อจริง(ใส่เสื้อสีขาว ใส่หมวก ผ้าลายปิดใบหน้า)
            จากการปฏิบัติงานในการสืบหาสอบถามพฤติกรรมผู้เกี่ยวข้องแพร่ภาพสดในครั้งนี้พอสรุปได้ว่า มาจากสาเหตุมึนเมาน้ำพืชกระท่อม และไม่ได้เจตนาสร้างสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หากมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลดังกล่าวหรือได้รับข้อมูลเพิ่มเติมและมีรายละเอียดมากกว่านี้ข้าพเจ้าจะรายงานมาให้ท่านทราบต่อไป

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม