วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

PerMAS - เจ๊ะมุ มะมัน ผลประโยชน์ที่ลงตัวบนความสูญเสีย


PerMAS - เจ๊ะมุ มะมัน ผลประโยชน์ที่ลงตัวบนความสูญเสีย


           เหตุการณ์ฆ่าเด็กชายสามพี่น้อง อายุ 6 ปี 9 ปี และ 11 ปี เป็นครอบครัวของ นายเจ๊ะมุ มะมัน กับ นางพาดีละห์ แมยู เหตุเกิดที่บ้านปะลุกาแปเราะ ตำบลปะลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา โดยเด็กชายสามพี่น้องเสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่ นายเจ๊ะมุ กับ นางพาดีละห์ พ่อกับแม่ของเด็ก ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะนางพาดีละห์ฯ อาการสาหัส เพราะกำลังตั้งครรภ์ได้ 4 เดือนด้วย

            หลังเกิดเหตุมีการปล่อยข่าวและกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านและภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ว่าอาจเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ นายเจ๊ะมุฯ ได้ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ต่างไม่ตรงกันกับสาเหตุที่แท้จริงของคนร้าย ที่มุ่งสร้างปมชนวนสังหารคนในครอบครัวของตนเอง แต่ในส่วนตัวของนายเจ๊ะมุฯ ยังมีคดีติดตัวข้อหาฆ่าผู้อื่น ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างประกันตัวต่อสู้ทางคดีอยู่ ส่วนคดีความมั่นคงที่เคยถูกควบคุมตัวเมื่อปลายปีก่อนนั้น ศาลได้ยกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้ว

            จากเหตุการณ์อันเศร้าสลดต่อการสูญเสียชีวิตของเด็กถึง 3 ชีวิตของครอบครัวมะมันในครั้งนี้ หลายองค์กรได้ออกมาประณามการก่อเหตุต่อเด็กทั้ง 3คน ดังกล่าว โดยเฉพาะการออกแถลงการณ์ขององค์กรสำคัญระดับโลกอย่างองค์กรยูนิเซฟ ซึ่งนายพิชัย ราชภัณฑารี ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทย ระบุว่า ยูนิเซฟ ขอประณามการสังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ในครั้งนี้ และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงต่อเด็กในทุกรูปแบบ



         หน่วยงานในพื้นที่ทั้งทหารและตำรวจต่างให้ความสำคัญต่อคดีดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) พลโทสกล ชื่นตระกูล ถึงกับลงพื้นที่ไปดูสถานที่เกิดเหตุด้วยตนเอง ดังที่เป็นข่าวมีการนำเสนอของสื่อมวลชนทุกแขนงไปแล้วนั้น แต่เป็นที่น่าสังเกตทั้งๆ ที่หลายหน่วยงานให้ความสำคัญด้วยการไปเยี่ยมครอบครัวและขอพบนายเจ๊ะมุฯ กับภรรยา แต่กลับถูกกลุ่ม PerMAS กีดกันไม่ให้เข้าถึงตัว โดนบล็อกตัวตั้งแต่นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

           ถัดมาเพียงไม่กี่วัน กลุ่ม PerMAS กลับหิ้วปีกนายเจ๊ะมุ มะมัน ขึ้นเวทีแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี พร้อมๆ กับเชิญสื่อต่างประเทศ เพื่อเป็นการประโคมข่าวที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสอดคล้องกับการโฆษณาชวนเชื่อของ BRN ในการบิดเบือนข้อเท็จจริงทุกรูปแบบในการโยนความผิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำ จะเห็นได้ว่ามีการวางแผนเตรียมการเป็นขั้นเป็นตอน มีการทำงานเป็นทีม ตั้งแต่การลงมือก่อเหตุ มีการปล่อยข่าวลือ ประโคมข่าวโดยอาศัยสื่อมวลชนที่เป็นแนวร่วมมุมกลับ ในส่วนงานด้านการทหารสั่งการ RKK เข่นฆ่าประชาชนชาวไทยพุทธ ฆ่าพระ เด็ก สตรี และคนชรา พร้อมกับการสร้างความชอบธรรมด้วยการโปรยใบปลิวเป็นการเอาคืนจากการเสียชีวิตของเด็ก 3 ศพ

            ความสัมพันธ์เชิงลึกของกลุ่ม PerMAS กับ BRN ได้ตอกลิ่มย้ำความชัดเจนดังที่ทุกคนตั้งข้อสงสัยก่อนหน้านี้ว่ามีการทำงานประสานสอดรับกันในเชิงนโยบายโดย BRN เน้นงานด้านทหาร กลุ่ม PerMAS มุ่งงานด้านการเมืองโดยมีเป้าประสงค์เดียวกันคือมุ่งไปสู่เอกราช กรณีความสูญเสียของครอบครัวนายเจ๊ะมุ มะมัน หรือเป็นเพียงการวางแผนที่แยบยลของกลุ่มขบวนการเองที่ลงมือฆ่าเด็ก แล้วสร้างสถานการณ์โยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐ อาศัยสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวใหญ่เพื่อแย่งชิงพื้นที่สื่อ ทำการประชาสัมพันธ์ โฆษณาชวนเชื่อทุกรูปแบบให้ประชาชนเห็นคล้อยตาม แล้วสั่งการให้กลุ่ม PerMAS และกลุ่ม NGOs บางกลุ่มซื้อตัวนายเจ๊ะมุ มะมัน บล็อกตัวไม่ให้หน่วยงานภาครัฐเข้าถึง จัดฉากการให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่ขบวนการ BRN ต้องการ ในการสร้างข่าวสื่อไปยังต่างประเทศ

             หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ขบวนการ BRN และกลุ่ม PerMAS โคตรเลวมากๆ ที่ร่วมกันวางแผนกระทำความชั่วกับเด็กที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของปัญหาไฟใต้ ส่วนนายเจ๊ะมุ มะมัน พ่อของเด็กแท้ๆ ที่เสียชีวิตหากโดน PerMAS ซื้อตัวโดยมีกลุ่ม BRN อยู่เบื้องหลังก็ไม่รู้จะสรรหาคำด่าคำไหนดีมาด่านายเจ๊ะมุฯ กับการแลกชีวิตลูก เพียงแค่แลกกับเศษเงินของกลุ่ม PerMAS ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้รับเงินเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐไปแล้ว จากการเสียชีวิตบุตรทั้ง 3 คน เป็นเงิน 1,500,000 บาท กรณีนางพาดีละห์ แมยู ภรรยาท้อง 4 เดือน ได้รับบาดเจ็บ 50,000 บาท และนายเจ๊ะมุ ที่ได้รับบาดเจ็บ10,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,560,000 บาท นี่คือกระบวนการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มขบวนการ BRN โดยมีกลุ่ม PerMAS เดินเกมส์ แต่คงอีกไม่นานความจริงจะปรากฏ จะเกิดความกระจ่าง จะได้รู้ข้อเท็จจริงกันเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุและจะมีการแถลงเป็นทางการ ให้ประชาชนได้รู้กันว่าฆาตกรตัวจริงที่ลงมือก่อเหตุใจเยี่ยงสัตว์ในครั้งนี้จะเป็นโจรใต้ BRN หรือเจ้าหน้าที่รัฐกันแน่


ตนไทยปลายด้ามขวาน

*********************************

วิสามัญโจรใต้ ม่อยกะรอกไปอีกสองตัว



 






           วันที่ 17 ก.พ. เมื่อเวลา 16.50 น. ฉก.นราธิวาส 33 ได้นำกำลังจำนวน 5 ชุดปฏิบัติการ ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ในพื้นที่หมู่บ้านตะโล๊ะแน็งอามาน ม.9 ต.บางปอ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนสอนศาสนานิรันดรวิทยา ระหว่างเข้าตรวจค้นคนร้ายที่อยู่ในบ้านพักเลขที่ 20/2 ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลานานกว่า 15 นาที โดยที่เจ้าหน้าที่ได้ตะโกนบอกให้มอบตัว แต่คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ จึงได้ตัดสินใจยิงตอบโต้จนเสียงปืนสงบลง เข้าตรวจสอบภายในบ้านพักหลังดังกล่าว พบคนร้ายถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่เสียชีวิตบริเวณห้องนอน โดยมีอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ตกอยู่ข้างศพทราบชื่อทั้ง 2 คน คือ

  • นายอับดุลเลาะ แกตอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/2 ม.9 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส และ
  • นายมะรอดือหลันดือเระ ดูเซ็ง อยู่บ้านเลขที่ 52 ม.1 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

ลอบวางระเบิดกับดักเจ้าหน้าที่ โชคดีรู้ทัน บาดเจ็บเล็กน้อย





 


             วันที่ 18 ก.พ. เมื่อเวลา 08.50 น. สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ฉก.นราธิวาส 32 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ไปลอบวางระเบิดจนเสาไฟฟ้าริมถนนสายเพชรเกษม ช่วงบริเวณรอยต่อบ้านยาโงะ กับบ้านบูเก๊ะบากง ม.3 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จนเสาไฟฟ้าหักโค่น เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าตรวจสอบ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่

            ในช่วงเช้าเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบกล่องกระดาษต้องสงสัยคล้ายระเบิดวางอยู่ที่บริเวณไหล่ถนน ใกล้กับเสาไฟฟ้าที่หักโค่น จำนวน 5 - 6 กล่อง และเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบทีละกล่อง พบว่า

  • กล่องแรกเป็นของปลอมด้วยการใช้อาวุธปืนลูกซองยิงทำลาย 
  • ส่วนกล่องที่ 2 กล่องที่ 3 และ 4 เป็นของจริง เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาในการใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงยิงทำลาย 
  • ส่วนกล่องที่ 5 เจ้าหน้าที่เห็นผิดสังเกตจึงได้ใช้เชือกไปคล้องไว้แล้ว ก่อนที่จะแจ้งให้ทุกคนในที่เกิดเหตุหาที่กำบัง และเมื่อดึงกล่องออกมาพบว่าข้างใต้กล่องเป็นตัวจุดชนวนระเบิด ที่คนร้ายได้เชื่อมต่อไว้กับระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้มหนัก 80 กก. ที่ลอบนำไปวางไว้ริมถนนห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว 
          ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และรถยนต์ได้รับความเสียหาย 2 คัน โดยผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย

  • น.ส.มูรนี มามะ ผช.ผู้สื่อข่าว “ASTVผู้จัดการ” 
  • น.ส.ปฑิตตา หนูสันทัด ผช.ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส. และ 
  • จ.ส.ต.อมรชน ทองประดับ ผบ.หมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.ยี่งอ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแผ่นหลัง และแน่นหน้าอก อาการไม่สาหัสมากนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลยี่งอ 
          นอกจากนี้ พบรถยนต์กระบะหุ้มเกราะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กค 6554 ยะลา ซึ่งเป็นรถตัดสัญญาณของชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่กระจกหลังแตก และรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นปาเจโรสปอร์ต สีดำ ทะเบียน กค 6775 นราธิวาส ของนายแวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำ จ.นราธิวาส ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่กระจกหน้า และฝากระโปรง พบหลุมระเบิดลึก 2 เมตร กว้าง 4 เมตร โดยมีซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนร้ายได้มีการวางแผนลวงไว้เป็นอย่างดีด้วยการวางระเบิดจริงและระเบิดปลอมเพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความสับสน โดยต้องการมุ่งหวังชีวิตของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องขณะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พันธมิตรอธรรม ฆาตรกรรมต่อเนื่อง


จุดเริ่มต้น “ฆาตรกรรมสร้างเรื่อง”

           จากกรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงคนในครอบครัวของนายเจะมุ มะมัน ที่บ้านเลขที่ 143/4 บ้านปะลุกาแปเราะ หมู่ 7 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะกลับจากละหมาดที่สุเหร่าดารุสมูบิน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะกำลังไขกุญแจเข้าบ้าน คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงครอบครัวมะมัน เป็นเหตุให้ ด.ช.มูยาเฮค มะมัน อายุ 11 ปี เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด.ช.บาฮารี มะมัน อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ ด.ช.อีลยาส มะมัน อายุ 6 ปี เรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนปะลุกาแปเราะ เสียชีวิต ส่วนนายเจะมุ มะมัน อายุ 40 ปี และนางพาดีละห์ แมยู อายุ 33 ปี ภรรยากำลังท้อง 4 เดือน ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และปืนสั้น 9 มม. กว่า 40ปลอก โดยคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 4 คน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ภายหลังการฆาตกรรมสร้างเรื่องเริ่มได้ก่อตัวขึ้น

 

            ฆาตรกรรมต่อเนื่อง (Serial Murders) ก็ตามมาอย่างกระชั้นชิด เพื่อผูกเรื่องและดึงดูดความสนใจ ทำให้สมจริงว่าเป็นการแก้แค้น ( คิดเอง ทำเอง สร้างภาพสถานการณ์เอง )


ภาพความเลวร้าย ... พฤติกรรมของกลุ่มบุคคลเดียวกัน

  • การเลือกเป้าหมาย : เลือกเป้าหมายอ่อนแอ (Soft Targets) เด็ก ผู้หญิง ประชาชนทั่วไป แม้กระทั่งพระสงฆ์ 
  • ลักษณะการฆ่า : โหดเหี้ยม ไร้ความปรานี ฆ่า และ เผา ทำลายศพ ไม่ใช่วิสัยนักรบเพื่ออุดมการณ์ แต่เป็นฆาตกรโรคจิต 
  • ใส่ร้ายป้ายสี สร้างความชอบธรรม : แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่, เขียนแผ่นป้ายข้อความอ้างความชอบธรรม ว่าเป็นการแก้แค้น โยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่กรณีเด็ก 3 ศพ ยังไม่มีใคร สามารถพิสูจน์ได้ว่า ฆาตรกรตัวจริง คือใคร 





จากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกภาคส่วนออกมาประณาม
“นี่เป็นเพียงแถลงการณ์หนึ่งของการประณาม”

แถลงการณ์ 12 องค์กร: ประณาม "การฆ่า" ที่ไร้ความเป็นมนุษย์ของผู้ก่อเหตุจากบาเจาะถึงแม่ลาน

แถลงการณ์ 12 องค์กรเครือข่าย ฉบับพิเศษ/2557
ประณาม “การฆ่า” ที่ไร้ความเป็นมนุษย์ของผู้ก่อเหตุจากบาเจาะถึงแม่ลาน


          จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ในห้วงตั้งแต่ วันที่ 3-11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการกระทำการอันโหดร้ายป่าเถื่อนต่อเด็ก ผู้หญิง และพระสงฆ์ ผู้น่าสงสารและเปราะบางที่สุด เราสุดทนแล้ว ในฐานะที่เป็นองค์กรภาคเอกชนและองค์กรประชาชนที่ทำงานพัฒนาในพื้นที่มายาวนาน และต้องอยู่ในสภาพที่เห็นคนตายเกือบทุกวัน ตลอดสิบปีที่ผ่านมา โดยที่มีความรุนแรง ความถี่ และโหดร้ายขึ้นทุกวัน ทำได้แม้กระทั่งเด็ก ผู้หญิง พระสงฆ์ ที่ไม่มีทางสู้ จึงขอประณามการก่อเหตุทั้งหมด และขอออกแถลงการณ์ เรียกร้อง ต่อฝ่ายกระทำการที่ป่าเถื่อนโหดเหี้ยม ดังนี้.-
  • 1. ไม่ว่าคุณเป็นใคร ฝ่ายใด คุณโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ สมควรได้รับการประณามจากสังคม และขอให้กรรมที่คุณก่อไว้ ได้รับการลงโทษ อยู่อย่างทุกข์ทรมาน เหมือนตกนรกทั้งเป็น กรรมติดตัวคุณไปทุกชาติทุกภพ หากคุณยังคงเป็นคนมีศาสนาใดๆ ขอให้ได้รับโทษทัณฑ์ ตามหลักของศาสนานั้นๆ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ทั้งในขณะเป็นมนุษย์และหลังความตายที่คุณไม่มีทางหนีพ้น 
  • 2. หยุดการกระทำที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์นี้เสีย เพราะมนุษย์ผู้ยังมีหัวใจรักต่อเพื่อนมนุษย์ ในทุกหย่อมหญ้า นับหมื่น นับแสน นับล้าน จะมีส่วนในการสาปแช่งการกระทำที่เลวร้ายของคุณ 

ชาวมุสลิมนราฯ ร่วมละหมาด ขอสันติสุขกลับสู่ชายแดนใต้ หลังเหตุกราดยิงครอบครัว “มะมัน”


          นายมะมัน มะอูเซ็ง เลขาอิหม่าม ฆอเต็บประจำ อ.บาเจาะ กล่าวว่า อาวุธของชาวมุสลิมคือ การวิงวอนขอจากอัลลอฮ์เท่านั้นไม่มีการใช้อาวุธในการเข่นฆ่ากัน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเจ๊ะมุ ถือเป็นการสูญเสียครั้งที่ยิงใหญ่ของชาวมุสลิมในพื้นที่เพราะเป็นการกระทำที่จงใจให้เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งเปรียบเสมือนผ้าขาว โดยกระทำการของกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงไม่สามารถที่จะให้อภัยได้ และเป็นเรื่องที่ผิดต่อหลักศาสนาด้วย
พันธมิตรอธรรม

           ในขณะที่ทุกฝ่ายร่วมกันประณาม อีกทั้งร่วมละหมาด ขอสันติสุขกลับสู่ชายแดนใต้ เหตุไฉน “ เพื่อนอันวาร์ ” กลับมองต่างมุม “ แถม ยังได้เผยแพร่แถลงการณ์ร้องเรียน องค์กรระหว่างประเทศและองค์กรสิทธิฯ ช่วยหามาตรการในการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ตกเป็นจำเลยคดีทางการเมืองในพื้นที่ โดยเผยแพร่ผ่านเพจกลุ่ม “เพื่อนอันวาร์ - Save Anwar” (https://www.facebook.com/saveanwar?
fref=ts) และใช้ชื่อลงนามในแถลงการณ์ว่า "ผู้ต้องขังคดีการเมือง" ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ( ผ่านกองบรรณาธิการ สำนักสื่อ Wartani )



แถลงการณ์ จากผู้ต้องขังคดีทางการเมืองปาตานี


เรื่อง ร้องเรียนกรณีเหตุการณ์กราดยิงครอบครัวของจำเลยคดีทางการเมืองปาตานี เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บ 2 ราย

เรียน องค์กรระหว่างประเทศและองค์กรต่างประเทศทุกองค์กร


เนื้อหาสาระสามารถสรุปใจความสำคัญได้ว่า

            จากกรณีที่มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงครอบครัวของ นายเจะมุ มะมัน ซึ่งเป็นจำเลยคดีทางการเมืองในพื้นที่ปาตานี เคยถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางปัตตานี เมื่อปี 2553 เพื่อต่อสู้คดีศาลชั้นต้น ได้พิพากษายกฟ้อง และนายเจะมุ มะมัน ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในปี 2554 การทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธสงครามจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตต่อจำเลยคดีทางการเมืองปาตานี ไม่ได้มีเพียงเหตุการณ์นี้เพียงกรณีเดียว ก่อนหน้านี้มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ผู้ต้องหา อดีตจำเลย และจำเลยในคดีทางการเมืองปาตานีเสียชีวิตด้วยเหตุดังกล่าวมาแล้วหลายราย จึงขอเรียกร้องต่อองค์กรระหว่างประเทศ หรือองค์กรต่างประเทศ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน กฎหมาย ความยุติธรรม ช่วยคุ้มครองจำเลย

           นาย อิสมาอีล ฮายีแวจิ บรรณาธิการสำนักสื่อ Wartani ได้เปิดพื้นที่สื่อให้กับ พันธมิตรอธรรม ของเขาได้ใช้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะ กลุ่มPerMAS และซามูไรรับจ้าง Shintaro ในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา และในครั้งนี้อ้างว่า “เพื่อนอันวาร์”

หยุด อย่าใส่ร้ายป้ายสี – ด่วนสรุปเอง เพราะ 



จนท.3 ฝ่ายลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานคดี  กราดยิงครอบครัว “มะมัน”
           ผู้นำศาสนาวอนชาวบ้านเข้าใจ จนท. ขณะที่ นายเซ็ง ใบหมัด กรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นขอวิงวอนให้ชาวบ้านเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะไม่มีอะไรเป็นสิ่งจูงใจว่าเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำ เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แถมภาพลักษณ์ยังเสียหาย เราจะจับกุมคนร้ายมาลงโทษได้ โดยชาวบ้านทุกคนต้องให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแส เพื่อคนดีๆ จะได้อยู่ร่วมกันในสังคมและสร้างความเจริญให้กับหมู่บ้าน ส่วนคนเลวๆ จะได้ไม่สามารถแฝงตัวอยู่ในสังคมได้อีกต่อไป

         จาก ฆาตรกรรมสร้างเรื่อง มาสู่ ฆาตรกรรมต่อเนื่อง และ พันธมิตรอธรรม ถ้าสังเกตให้ดี ๆ แล้วจะเห็นได้ว่า มีความพยายามที่จะสร้างเรื่อง สร้างเหตุการณ์ ทั้งการปฏิบัติการรุนแรงด้วยอาวุธสงครามและการกระทำที่อำหิต และสนับสนุนด้วยงานทางด้านการเมือง โดยเฉพาะการโฆษณาชวนเชื่อ ปลุกระดมสร้างความแตกแยก ถามว่า ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นฝีมือใคร แล้วผลประโยชน์ก้อนโตจากการสร้างภาพยนตร์เรื่องสั้นเรื่องนี้ ใครจะเป็นผู้รับ Wartani – PerMAS – BRN

“ นักล่า RKK ”

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เมื่อความจริงปรากฎ อูลามะ BRN ชี้เหตุร้ายใน จชต. คือ “ญิฮาด” เสี้ยมสมุนฆ่าได้ไม่เว้นมุสลิม

เมื่อความจริงปรากฎ อูลามะ BRN ชี้เหตุร้ายใน จชต. คือ “ญิฮาด” เสี้ยมสมุนฆ่าได้ไม่เว้นมุสลิม



            ยังถกเถียงกันไม่จบว่า ความขัดแย้งในภาคใต้ของประเทศไทยระหว่างฝ่ายรัฐและขบวนการก่อเหตุรุนแรงที่ถึงขณะนี้อาจเรียกได้ว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดน ที่ส่งผลให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โดยฝ่ายแรกเป็นผู้ปกป้องกับฝ่ายหลังเป็นผู้ก่อเหตุนั้น ในมุมมองของศาสนาเป็นการต่อสู้ตามที่หลักศาสนาอิสลามเรียกว่า “ญิฮาด” หรือไม่ 

            โดยเฉพาะฝ่ายขบวนการได้นำหลักการต่อสู้ในแนวทางของอัลลอฮ์ (สุบหฺฯ) มาบิดเบือนโดยมุ่งหวังใช้ความศรัทธาอันบริสุทธิ์ของบ่าวของพระองค์ ให้แนวร่วมปฏิบัติการที่ติดอาวุธเข้าใจผิดว่ากำลังถูกละเมิดสิทธิ ในความเป็นมุสลิมของตน และต้องจับอาวุธลุกขึ้นต่อสู้เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ในพื้นที่แห่งนี้

           ซึ่งจากเอกสารการบิดเบือนศาสนาที่เจ้าหน้าที่ได้จากการตรวจค้นมีส่วนหนึ่งเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของ อูลามะของขบวนการต่อการญิฮาดที่ปัตตานี ส่วนใหญ่กล่าวถึงการขับไล่ เข่นฆ่าคนศาสนาอื่นโดยเฉพาะคนไทยพุทธว่าสามารถทำได้โดยชอบธรรม ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่พี่น้องมุสลิมด้วยกันหากมีความพยายามทำลายการต่อสู้ ของพวกเขาก็สามารถฆ่าได้เช่นกัน นี่อาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้แนวร่วมปฏิบัติการรุ่นใหม่กระทำการอย่างอุกอาจโดยไม่เลือกหน้า ที่อยากจะยกตัวอย่างให้เห็น เช่น

           นายมุคตาร์ กีละ นักการเมืองผู้มีนิสัยโอบอ้อมอารี มีความจริงใจที่จะช่วยเหลือประชาชนโดยการตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคประชาธรรม” ที่เคยมีอุดมการณ์ร่วมกับขบวนการในช่วงหนึ่ง แต่กลับมาต่อสู้ตามแนวทางสันติซึ่งผิดหลักการของขบวนการ จึงถูกสังหารและมีความพยายามโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในที่เกิดเหตุสามารถยิงคนร้ายเสียชีวิต และพบว่าเป็นคนของขบวนการเอง ทำให้ไม่สามารถบิดเบือนกล่าวหาได้สำเร็จ (รายละเอียดเพิ่มเติม http://pulony.blogspot.com/2012/01/blog-post_13.html

           หรืออีกกรณีที่ยังเป็นที่กล่าวถึงความเลวทรามของขบวนการในหมู่ประชาชนทั่วไปคือ อิหม่ามยะโก๊บ หร่ายมณี ผู้นำทางจิตวิญญาณของพี่น้องมุสลิมซึ่งมีบทบาทในการเป็นอิหม่ามที่ต่อต้านการบิดเบือนคำสอน ทางศาสนาและการใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด ได้ถูกลอบสังหารพร้อมๆ กับความเชื่อมโยงที่ชี้ชัดว่าเป็นฝีมือของฝ่ายขบวนการ (รายละเอียดเพิ่มเติม http://pulony.blogspot.com/2013/08/blog-post.html )

         ฆ่าคนมุสลิมที่เป็นที่รักของประชาชนทั่วไปเพราะขัดแย้งทางความคิดกับกลุ่มของตนโดยกล่าวหาว่าเป็น “มูนาฟิก” จะเรียกได้อย่างไรว่าเป็น “ญิฮาด”

           การก่อเหตุร้ายโดยอ้างการญิฮาดข้างต้นจึงขัดกับหลักการต่อสู้ในแนวทางของพระเจ้าโดยสิ้นเชิง เพราะในความเป็นจริงการญิฮาดนั้น ผู้รู้ทางศาสนาอิสลามได้วินิจฉัยแล้วว่าสามารถกระทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ถูกกดขี่และขับไล่อย่างอยุติธรรม ถูกลิดรอนสิทธิ์ทางศาสนา และจะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ทางจริยธรรมในการทำสงคราม เพราะฉะนั้นการก่อความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ย่อมไม่ถือว่าเป็นการญิฮาด

          และการญิฮาดจะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ทางจริยธรรมในการทำสงคราม คือ การต่อสู้กับบรรดาผู้เป็นศัตรู แต่อย่าเริ่มเป็นศัตรูก่อน...

            ดังอายะห์อัลกุรอาน ความว่า แท้จริงอัลลอฮ์(สุบหฺฯ)ไม่ทรงรักผู้รุกราน(2:190) นอกจากนั้นต้องไม่ทำลายศพ ไม่ฆ่าเด็ก สตรี คนชรา พลเรือน ผู้บริสุทธิ์และกลุ่มบุคคลที่ทำสัญญาสงบศึก ไม่ทำลายทรัพย์สิน ไม่ตัดโค่นหรือเผาทำลายต้นไม้ ไม่ฆ่าสัตว์ แต่จะต้องให้ความเมตตาและการเอาใจใส่ เช่น ให้การบริการทางการแพทย์หรือพยาบาลต่อเชลยศึก

          แต่ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกระทำในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ล้วนขัดต่อหลักการข้างต้นทั้งสิ้น 


          แม้แต่ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ท่านสะมะแอ เบ็นอับดุลลาติป ฮารี ผู้นำศาสนาในพื้นที่ยังได้ออกมาให้คำวินิจฉัยว่า เหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้มิใช่การ “ญิฮาด” แต่เป็นความพยายามของผู้ก่อความไม่สงบที่นำหลักการนั้นมาใช้ ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับว่าการต่อสู้ของพวกเขานั้นเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งของญีฮาด โดยเฉพาะจากประชาชนผู้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการสอนของศาสนาอิสลาม ตรงกันข้ามกลับสร้างความ มัวหมองให้แก่ภาพลักษณ์ของศาสนาอิสลามจากการที่พยายามเชื่อมโยง การต่อสู้ของพวกตนเข้ากับศาสนา

           ผลจากการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรงข้างต้นส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรงทั้งการสูญเสียชีวิตและทำลายสภาพสังคมจิตวิทยา สร้างความหวาดระแวงระหว่างพี่น้องมุสลิมและประชาชนผู้นับถือศาสนาอื่นๆ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนและยากที่ประสานรอยร้าวกลับมาได้ในเวลาอันสั้น หรืออาจไม่สามารถนำสังคมที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในอดีตให้กลับมาได้อีกก็เป็นได้

             อย่างทราบกันดีว่าจากยอดผู้เสียชีวิต ( ธ.ค.56 ) สรุปแล้วมีจำนวนถึง 4,884 คน ไม่รวมผู้บาดเจ็บอีกกว่าหมื่นคน ผู้ที่เสียชีวิตมากที่สุดคือชาวมลายูผู้นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งประชาชนทราบดีว่าเกิดจากการกระทำของขบวนการแต่กลับทำไม่รู้ไม่เห็น และมักจะปฏิเสธที่จะพูดถึงการต่อต้านพวกก่อความไม่สงบ อันเนื่องมาจากความกลัวในเรื่องความปลอดภัยของตนเองเพราะถูกข่มขู่จากขบวนการซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญ

              จากหลายพันหลายหมื่นเหตุการณ์ที่ผ่านมา แม้จะมีความพยายามนำเสนอภาพบุคคลเหล่านี้ในฐานะนักสู้หรือวีรบุรุษก็ตาม แต่จากประจักษ์พยานหลักฐานที่ชี้ชัดว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุร้าย และหลักการของศาสนาอันดีงามที่ถูกบิดเบือน กำลังสร้างให้เกิดกระแสที่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อของคนมลายูมุสลิมที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อเหตุรุนแรง ที่จะลุกขึ้นมารวมพลังต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับการก่อเหตุรุนแรงของพวกเขาต่อไป การฆ่าฟันกันได้ไม่เว้นแม้แต่คนมุสลิมมลายูด้วยกันพี่น้องมุสลิมเราส่วนใหญ่ไม่มีใครหรอกที่จะเห็นดีด้วย ใครก็ตามที่เข่นฆ่าประชาชนเหมือนผักปลา อัลเลาะห์จะเป็นผู้ตัดสินลงโทษเอง อย่าว่าแต่เข้าสวรรค์เลยแม้แต่ประตูนรกก็จะไม่เปิดรับพวกเขา อีกไม่นานหรอก อามีน... 

ซอเก๊าะ นิรนาม

ถอดสลัก PerMAS กับการกำหนดใจตนเอง ผิดหลักการ ฝันที่เป็นไปไม่ได้


ถอดสลัก PerMAS กับการกำหนดใจตนเอง ผิดหลักการ ฝันที่เป็นไปไม่ได้




           การขับเคลื่อนให้เกิดกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ความขัดแย้งเช่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในหลายมิติในปัจจุบัน รวมถึงความพยายามเคลื่อนไหวทางการเมืองของปีกสนับสนุนทางการเมืองอย่างกลุ่ม PerMAS ที่ชี้นำชักจูงให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมให้เชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โดยกล่าวอ้างขั้นตอน “การกำหนดใจตนเอง” ผ่านการเสวนาสาธารณะ โดยใช้เหตุความเป็นชาติพันธ์ ศาสนาที่แตกต่าง เพื่อเชื้อเชิญหรือนำไปสู่การเข้ามาแทรกแซงภายในขององค์กรระหว่างประเทศ ถึงวันนี้แม้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและนอกประเทศ แต่ผลของกลุ่มคนที่พยายามชักศึกเข้าบ้านเหล่านี้ ถึงวันนี้ไม่เพียงแต่จะหริบหรี่มิหน่ำซ้ำยังมีวี่แววว่าจะดับลง เพราะในความเป็นจริงนอกจากไม่สามารถทำได้แล้ว ยังถูกบิดเบือนและผิดวิถีข้อตกลงระหว่างประเทศขององค์กรระดับโลกอย่างสหประชาชาติอย่างชัดเจน

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น “ที่นี่มีคำตอบ”

         ความพยายามจัดการเสวนา 200 เวทีอย่างที่ทุกท่านทราบโดยการสนับสนุนเงินทุนจากต่างประเทศนั้น โดยหลักใหญ่ใจความแล้ว กลุ่มคนเหล่านั้นทราบดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ในการกำหนดใจตนเองตามมติสหประชาชาติซึ่งจะกล่าวต่อไป แต่ด้วยผลประโยชน์มหาศาลที่สร้างความอยู่ดีกินดีให้มวลสมาชิกที่อ้างว่าทำเพื่อประชาชนฟาตอนีกำลังทำให้เขาและเธอเหล่านั้นใช้โอกาสในการระดมเงินทุนมหาศาลเพื่อตนเองและพวกพ้องอย่างที่เราเห็นว่า สมาชิกของกลุ่ม PerMAS ทุกคนมีชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือย โดยใช้ความทุกข์ยากของพี่น้องเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนต่อรอง

          ผมมีโอกาสได้ศึกษาผลงานวิจัยของท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ซึ่งได้ทำผลงานวิจัยเกี่ยวกับมูลเหตุของการเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่ จชต. และความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้งในส่วนของกองกำลังติดอาวุธและปีกสนับสนุนด้านการเมืองซึ่งในวันนี้ใช้ชื่อว่า PerMAS ซึ่งได้กล่าวถึงภาพรวมของความพยายามนำเหตุร้าย (ที่พวกเขาก่อขึ้นเอง) มาเป็นปัจจัยชักจูงให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซงเพื่อนำไปสู่การใช้กลไกของการกำหนดใจตนเองที่สหประชาชาติได้บัญญัติเป็นกฎหมายระหว่างประเทศให้กับประเทศที่เป็นภาคีต้องปฏิบัติ

สิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง (right to self-determination)
          อาจฟังไม่คุ้นเคยสำหรับผู้ที่ไม่เคยศึกษามาก่อน แต่เป็นประเด็นหลักที่ผู้ก่อเหตุรุนแรงโดยเฉพาะกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองสนับสนุนการก่อเหตุซึ่งในที่นี้คือกลุ่ม PerMAS นำมาใช้สร้างกระแสบิดเบือนด้วยคาดหวังว่าจะใช้กลไกกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาขับเคลื่อน แต่สิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง



          ตามที่บัญญัติไว้ในกฏหมายระหว่างประเทศ โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่ได้เคยมีคำพิพากษาให้สิทธิประชาชนในพื้นที่ขัดแย้งเช่น ติมอร์ตะวันออกสามารถกำหนดเจตจำนงตนเองได้ แต่ก็เป็นกรณีที่แตกต่างไปจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากติมอร์ตะวันออกเป็นดินแดนอาณานิคมของโปรตุเกสที่ถูกครอบครองโดยอินโดนีเซีย ดังนั้นจึงมีสิทธิตามกฎหมายระหว่างประเทศที่จะเลือกว่าจะเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้อินโดนีเซียต่อไป หรือจะแยกตัวเป็นรัฐเอกราช แต่ในขณะที่พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นดินแดนภายใต้อธิปไตยของไทยตั้งแต่ในอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ประชาชนในพื้นที่จึงไม่มีสิทธิที่จะเลือกกำหนดเจตจำนงของตนเองเพื่อแยกออกเป็นรัฐอิสระและประชาคมระหว่างประเทศก็ไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงอธิปไตยของไทยได้

             นอกจากนั้น ไทยยังได้ทำถ้อยแถลงตีความในกฏหมายสิทธิมนุษยชนทุกฉบับที่ไทยได้เป็นภาคีไว้แล้วว่า สิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเองนั้นไม่ให้ตีความอนุญาตหรือสนับสนุนการกระทำใดๆ ที่จะเป็นการแบ่งแยกหรือทำลายบูรณภาพแห่งดินแดน หรือเอกภาพทางการเมืองของรัฐเอกราชอธิปไตย ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงแต่บางส่วน จึงเป็นการเน้นย้ำให้เห็นชัดเจนว่าการแยกดินแดนตามยุทธศาสตร์ฝ่ายก่อความไม่สงบดังกล่าวไม่สามารถที่จะกระทำได้ตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศในปัจจุบัน

         น่าคิดว่า...แล้วคนกลุ่มนี้กำลังทำอะไรอยู่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิดหลักการและเป็นไปไม่ได้ ผลประโยชน์หรืออุดมการณ์ ผมว่าผู้อ่านน่าจะคาดเดาได้ครับ

เงื่อนไขชาติพันธ์และศาสนา

          ท่านผู้วิจัยได้หยิบยกเหตุผลถึงการใช้กรณีชาติพันธ์และศาสนามานำเสนอได้อย่างน่าฟังว่า ด้วยเงื่อนไขความไม่คำนึงถึงผลกระทบของความแตกต่างที่จะตามมาของเจ้าอาณานิคมที่เคยปกครองดินแดนต่างๆ ทำให้เกิดปัญหากับประชาชนในพื้นที่มากมาย แต่สำหรับพื้นที่ภาคใต้ของไทยมีความพยายามโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทั้งสองฝ่ายคือทหารและการเมือง ที่จะหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขสำคัญโดยอ้างถึงอัตลักษณ์ความแตกต่าง ซ้ำร้ายยังใช้การข่มขู่เข่นฆ่าเพื่อให้ผู้ศรัทธาต่างศาสนาซึ่งในที่นี้คือประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธให้ออกจากพื้นที่

ไม่มีตัวตน ไม่ประกาศความรับผิดชอบ

           อีกประการที่แตกต่างกับกลุ่มก่อการร้ายทั่วโลกโดยสิ้นเชิงคือ การก่อการร้ายโดยทั่วไปมักมีวัตถุประสงค์ที่ประจักษ์ชัด และการประกาศความรับผิดชอบว่าเป็นผู้กระทำ เพื่อสื่อให้คู่ขัดแย้งและประชาคมโลกได้รับรู้ว่าเขาเหล่านั้นต้องการอย่างไร แต่สำหรับพื้นที่ภาคใต้ของไทย ยังไม่เคยมีองค์กรใดๆ ประกาศความรับผิดชอบ ยิ่งกว่านั้นยังโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นผู้กระทำ ด้วยเหตุนี้จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ของคู่ขัดแย้งต่อรัฐ ความต้องการแยกตัวเป็นเอกราชจึงไม่ได้รับความชอบธรรมโดยหลักการ เช่นความขัดแย้งในภูมิภาคอื่นๆ ที่พื้นที่เหล่านี้มีขบวนการแบ่งแยกดินแดนอย่างเปิดเผยเป็นระยะเวลานานและมีความรุนแรงกว่าในขณะที่ปัญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ปรากฏแม้แต่กลุ่มผู้นำที่รับผิดชอบในการเรียกร้องแยกตัวออกเป็นรัฐอิสระอย่างเปิดเผย
เป็นอีกมุมมองของผู้วิจัยที่มีความชัดเจน นำเสนอด้วยเหตุและผลที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่จริง

ก่อเหตุหวังผลการทางการเมืองในอนาคต

            เรื่องน่าเศร้าอีกประเด็นคือ การก่อเหตุร้ายจนทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากมายทุกวันนี้ เกิดขึ้นเพราะความมักใหญ่ใฝ่สูงของบรรดาแกนนำและแนวร่วม ซึ่งพิจารณาอย่างไรก็ผิดหลักการ การแอบอ้างอุดมการณ์ ใช้หลักศาสนาและความแตกต่างทางอัตลักษณ์มาเป็นเงื่อนไข เพื่อใช้ประชาชนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ ขณะที่ตนเองและพวกพ้องเสวยสุขอย่างหน้าชื่นตาบาน ทำเหมือนกับว่าประชาชนโง่เขลาเบาปัญญาไม่รู้ในสิ่งที่พวกเขากำลังกระทำอยู่

              ในบทสรุปของงานวิจัยได้กล่าวถึงความเป็นไปไม่ได้ทั้งมวลของการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งไม่สามารถนำมากล่าวได้ทั้งหมดด้วยพื้นที่ที่มีน้อยนิด แต่ผมอยากสะท้อนให้สังคมเห็นถึงการนำเสนอบนหลักการอย่างเป็นขั้นตอนของท่านผู้วิจัยว่ามีเหตุผลสนับสนุนที่สอดคล้อง อย่างน้อยผมอยากให้ทุกท่านลองศึกษาดูเพื่อให้รู้เท่าทันกับกลุ่มผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ เพื่อจะได้ทราบว่าเกมส์ที่เขาเหล่านั้นกำลังเล่นโดยใช้ประชาชนเป็นตัวประกันสุดท้ายผลจะเป็นอย่างไร.... เดาได้ไม่ยากครับ

ซอเก๊าะ นิรนาม

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เหตุกราดยิงที่ปัตตานี ชาวบ้าน-พระบิณฑบาต ตาย 4 เจ็บ 7

เหตุกราดยิงที่ปัตตานี ชาวบ้าน-พระบิณฑบาต ตาย 4 เจ็บ 7
คนร้ายควบ จยย.กราดยิงชาวบ้านขณะตักบาตรตอนเช้าที่ อ.แม่ลาน มีพระเสียชีวิต 1 รูป ชาวบ้านเสียชีวิตอีก 3 รายบาดเจ็บ 7 ราย ก่อนมีการยิงตอบโต้จนคนร้ายบาดเจ็บหนีไป เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังออกติดตาม
      
13 ก.พ.2557 เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.อ.สาธิต พลพินิจ ผกก.สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกัน ที่บริเวณ ถนนในหมู่บ้าน บริเวณศาลาบ้านใหม่ หมู่ที่1 ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี
เมื่อไปถึงพบชาวบ้านกำลังลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.แม่ลาน ส่วนในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นพระและชาวบ้าน 2 ราย ทราบชื่อ พระพนม พระวัดป่าสวย และนางสมใจ ขุนเกลี้ยง ภรรยาตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ ทั้ง 2 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัด และมีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย ที่โรงพยาบาล เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทราบชื่อ นางจำเนียร พุทธฤทธิ์ อายุ 59 ปี และ ด.ช.ฐิติวัติ ขุนเกลี้ยง ลูกของนางสมใจ





สลด !กราดยิงชาวบ้านที่มาใส่บาตร ตาย 4

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย แพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้นก่อนจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลศูนย์ยะลาทราบชื่อ ดังนี้ 1.ส.ต.ต.อุดมชัย ผิวผ่อง อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยพระ (ชป.รปภ.พระนปพ.22) 2.นางรำพัน อักษรแก้ว อายุ 53 ปี 3.นายคล้าย หลักทรัพย์ อายุ 72 ปี 4.นางฉาย ทองเรือง อายุ 75 ปี 5.ด.ช.ชินทรัพย์ พรมมณี อายุ 12 ปี 6.นายบริพัทธ์ กุลณรงค์ อายุ 25 ปี และ 7.ด.ญ.ขวัญชนก ขุนเกลี้ยง อายุ 10 ปี
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นศาลาที่พักริมถนนในหมู่บ้าน ภายในศาลาพบข้าวของที่ใช้ตักบาตรตกเกลื่อนกระจาย บนถนนห่างจากศาลาประมาณ 5 เมตร พบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 จำนวนกว่า 10 ปลอก และขวดพลาสติกข้างในมีน้ำมันเบนซิน เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
      
สอบสวนทราบว่า ศาลาดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านไทยพุทธจะมารวมตัวกันทุกเช้าเพื่อใส่บาตรให้พระที่เดินบิณฑบาต โดยก่อนเกิดเหตุ ขณะที่พระพนม เดินออกจากวัดป่าสวย ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 600 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ นปพ. 2 นาย เดินดูแลความปลอดภัย มาถึงศาลาดังกล่าวก็ได้ให้ชาวบ้านใส่บาตรตามปกติทุกวัน แต่ระหว่างที่พระกำลังให้พรอยู่นั้น ได้มีคนร้าย 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับมาจอดแล้วใช้อาวุธปืนสงครามสาดกระสุนยิงใส่กลุ่มชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ทันที
อย่างไรก็ตาม การรายงานจำนวนคนร้ายไม่ตรงกันเนื่องจากสื่อบางสำนักรายงานว่า  มีคนร้าย 6 คน สวมใส่ชุดพรางเลียนแบบเจ้าหน้าที่ ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน เข้ามาก่อเหตุครั้งนี้
เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ ส่วนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้ออกมายิงคนร้ายด้วย ทำให้คนร้ายถูกยิงบาดเจ็บทำขวดน้ำมันตก และหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีพระ ตำรวจ และชาวบ้านเสียชีวิต และบาดเจ็บดังกล่าว มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมพื้นที่และเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี แต่ยังไม่ปรากฏพบคนร้ายแต่อย่างใด
มติชนออนไลน์รายงานว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบหยดเลือดคนร้ายและมีพยานเห็นคนร้ายถูกยิง อาจจะได้รับบาดเจ็บด้วย ดังนั้น พ.ต.ท.ทนง พวงมณี รอง ผกก.สภ.แม่ลาน รับผิดชอบคดี จึงรายให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งประสานกำลัง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ พร้อมทั้งให้ประสานขอความร่วมมือกำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยตรวจสอบ รพ./อนามัย รวมทั้งแพทย์ตำบลของกำนัน มีผู้บาดเจ็บมารักษาในหมู่บ้านไปมา และตรวจสอบกุโบว์หรือสุสานในหมู่บ้านว่ามีการฝังศพผู้เสียชีวิตที่คาดว่าอาจมีคนร้ายเสียชีวิตด้วยหรือไม่

*****************************************

          เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 13 ก.พ. เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงกลุ่มชาวบ้านทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดที่บ้านศาลาใหม่ ม.1 ต.แม่ลาน พบชาวบ้านกำลังลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.แม่ลาน ส่วนในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นพระ และชาวบ้าน 2 ราย ทราบชื่อ
  • 1.พระพนม พระวัดป่าสวย 
  • 2.นางสมใจ ขุนเกลี้ยง ภรรยาตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ ทั้ง 2 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัด และมีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย ที่โรงพยาบาล เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทราบชื่อ 
  • 3.นางจำเนียร พุทธฤทธิ์ อายุ 59 ปี 
  • 4.ด.ช.ฐิติวัติ ขุนเกลี้ยง ลูกของนางสมใจ 
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ทราบชื่อ
  • 1.ส.ต.ต.อุดมชัย ผิวผ่อง อายุ 24 ปี ตำรวจ นปพ.ปัตตานี 
  • 2.นางรำพัน อักษรแก้ว อายุ 53 ปี 
  • 3.นายคล้าย หลักทรัพย์ อายุ 72 ปี 
  • 4.นางฉาย ทองเรือง อายุ 75 ปี 
  • 5.ด.ช.ชินทรัพย์ พรมมณี อายุ 12 ปี 
  • 6.นายบริพัทธ์ กุลณรงค์ อายุ 25 ปี 
  • 7.ด.ญ.ขวัญชนก ขุนเกลี้ยง อายุ 10 ปี 
           ทั้ง 7 รายแพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้นก่อนจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นศาลาที่พักริมถนนในหมู่บ้าน ภายในศาลาพบข้าวของที่ใช้ตักบาตรตกเกลื่อนกระจาย บนถนนห่างจากศาลาประมาณ 5 เมตร พบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 จำนวนกว่า 10 ปลอก และขวดพลาสติกข้างในมีน้ำมันเบนซิน ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ศาลาดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านไทยพุทธจะมารวมตัวกันทุกเช้าเพื่อใส่บาตรให้พระที่เดินบิณฑบาต ขณะที่พระพนม เดินออกจากวัดป่าสวย ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 600 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ. 2 นาย เดินดูแลความปลอดภัย เมื่อมาถึงศาลาดังกล่าวก็ได้ให้ชาวบ้านใส่บาตรตามปกติทุกวัน แต่ระหว่างที่พระกำลังอวยพรอยู่นั้น ได้มีคนร้าย 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับมาจอดแล้วใช้อาวุธปืนสงครามสาดกระสุนยิงใส่กลุ่มชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ทันที เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ ส่วนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้ออกมายิงคนร้ายด้วย ทำให้คนร้ายถูกยิงบาดเจ็บทำให้ขวดน้ำมันตก และหลบหนีไป






 














วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

โจรใต้แต่งชุดทหาร สังหารชาวบ้านในพื้นที่!!

โจรใต้แต่งชุดทหาร สังหารชาวบ้านในพื้นที่!! 

         เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (9 ก.พ.57) เจ้าหน้าที่ทหารทำการลาดตระเวนบนเทือกเขาตะเว บริเวณ บ.บือแจง ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้เกิดการปะทะกันขึ้นกับโจรใต้ สิ้นเสียงปืนพบคราบเลือดโจรใต้คาดว่าได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังตามไล่ล่าต่อไป

          ที่เกิดเหตุพบที่พักโจรใต้กว่า 10 หลัง อุปกรณ์ประกอบระเบิด ซุกซ่อนอยู่บริเวณโคนไม้และอื่นๆ อีกหลายรายการ ทั้งนี้คาดว่าเป็นฐานใหญ่ของกลุ่มโจรใต้ใช้หลบซ่อนตัว วางแผน และเตรียมก่อเหตุ...

           ผลการปะทะพบกองเลือดโจรใต้คาดว่าได้รับบาดเจ็บ และสามารถยึดอุปกรณ์ประกอบระเบิด RPG และอื่น ๆ อีกหลายรายการ


          จากการขยายผลทราบว่าโจรใต้ทั้งสองในภาพคือ ตัรมีซี ดือเร๊ะ และซราฮัน สามะ ทั้งสองเป็นหน่วยฮารีเมามลายู มีรังอยู่บนเขาตะเว จนมาวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สนธิกำลังสลายรังดังกล่าว ทั้งนี้ปืนทั้งสองกระบอกที่โจรใต้สองคนถืออยู่เป็น M16 ที่ปล้นจาก พัน.พัฒนา 4 นี่แหละโจรใต้ ที่เขาเรียกว่าขี้ขลาด ลอบกัด ฆ่าผู้หญิง ยิงชาวบ้าน กล้าทำไม่กล้ารับ...

ยิง พระ ทหารชุดคุ้มครอง และ ชาวไทยพุทธ ที่ใส่บาตรตอนเช้า




ปัตตานี - คนร้ายควบ จยย.กราดยิงใส่ ตร.นปพ. พระและชาวบ้านขณะตักบาตรตอนเช้าที่ อ.แม่ลาน ทำให้พระเสียชีวิต 1 รูป เมียตำรวจพร้อมลูกชายและชาวบ้านเสียชีวิตอีก 3 รายบาดเจ็บ 7 ราย ก่อน ตร.นปพ.และชาวบ้านใกล้เคียงยิงตอบโต้จนคนร้ายบาดเจ็บหนีไปทิ้งขวดบรรจุน้ำมันเบนซินไว้ เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังไล่ล่าตามรอยเลือด คาดมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 06.30 น. วันนี้ (13 ก.พ.) พ.ต.อ.สาธิต พลพินิจ ผกก.สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายกราดยิงกลุ่มชาวบ้านทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบ้านศาลาใหม่ ม.1 ต.แม่ลาน หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบชาวบ้านกำลังลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.แม่ลานส่วนในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นพระและชาวบ้าน 2 ราย ทราบชื่อ พระพนม พระวัดป่าสวย และ นางสมใจ ขุนเกลี้ยง ภรรยาตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ ทั้งสองถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัด และมีผู้เสียชีวิตอีก 2 รายที่โรงพยาบาลเนื่องจากทนพิศบาดแผลไม่ไหว ทราบชื่อ นางจำเนียร พุทธฤทธิ์ อายุ 59 ปี และ ด.ช.ฐิติวัติ ขุนเกลี้ยง ลูกของนางสมใจ

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ทราบชื่อ

  • 1.ส.ต.ต.อุดมชัย ผิวผ่อง อายุ 24 ปี ตำรวจ นปพ.ปัตตานี
  • 2.นางรำพัน อักษรแก้ว อายุ 53 ปี
  • 3.นายคล้าย หลักทรัพย์ อายุ 72 ปี
  • 4.นางฉาย ทองเรือง อายุ 75 ปี
  • 5.ด.ช.ชินทรัพย์ พรมมณี อายุ 12 ปี
  • 6.นายบริพัทธ์ กุลณรงค์ อายุ 25 ปี
  • 7.ด.ญ.ขวัญชนก ขุนเกลี้ยง อายุ 10 ปี
             ทั้ง 7 รายแพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้นก่อนจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลศูนย์ยะลา




             จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นศาลาที่พักริมถนนในหมู่บ้าน ภายในศาลาพบข้าวของที่ใช้ตักบาตรตกเกลื่อนกระจาย บนถนนห่างจากศาลาประมาณ 5 เมตรพบปลอกกระสุนปืนอาก้า และ เอ็ม 16 จำนวนกว่า 10 ปลอก และขวดพลาสติกข้างในมีน้ำมันเบนซิน เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

          สอบสวนทราบว่า ศาลาดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านไทยพุทธจะมารวมตัวกันทุกเช้าเพื่อใส่บาตรให้พระที่เดินบิณฑบาต โดยก่อนเกิดเหตุ ขณะที่พระพนม เดินออกจากวัดป่าสวย ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 600 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ. 2 นายเดินดูแลความปลอดภัย เมื่อมาถึงศาลาดังกล่าวก็ได้ให้ชาวบ้านใส่บาตรตามปกติทุกวัน แต่ระหว่างที่พระกำลังอวยพรอยู่นั้น ได้มีคนร้าย 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันขับมาจอดแล้วใช้อาวุธปืนสงครามสาดกระสุนยิงใส่กลุ่มชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ทันที เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ ส่วนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้ออกมายิงคนร้ายด้วย ทำให้คนร้ายถูกยิงบาดเจ็บทำให้ขวดน้ำมันตกและหลบหนีไป หลังเกิดเหตุปรากฏว่ามี พระตำรวจ และ ชาวบ้าน เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม

Gadget

ยังไม่สามารถใช้งานเนื้อหานี้ผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสได้