แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลุงคำต๋า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลุงคำต๋า แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประชาชนร่วมลอยกระทง “แม่น้ำปัตตานี” คับคั่ง ด้านฝ่ายมั่นคง รปภ.เข้ม! หวั่นเหตุร้าย



ประชาชนร่วมลอยกระทง “แม่น้ำปัตตานี” คับคั่ง ด้านฝ่ายมั่นคง รปภ.เข้ม! หวั่นเหตุร้าย

ปัตตานี - ลอยกระทงปัตตานีคับคั่ง ภายในงานมีการจัดกิจกรรมประกวดหนูน้อยนพมาศ ตลอดริมฝั่งแม่น้ำปัตตานีกว่า 500 เมตรมีประชาชนร่วมลอยกระทงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ส่วนใหญ่ใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำกระทงมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงรักษาความปลอดภัยในบริเวณงานอย่างเข้มงวด

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ลานวัฒนธรรมและริมฝั่งแม่น้ำปัตตานี นายวรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2557 เพื่อเป็นพุทธบูชา และร่วมอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของชาติไทยให้ดำรงสืบไป โดยบริเวณเวทีกลางมีการจัดการประกวดธิดานพมาศ หนูน้อยนพมาศ และการประกวดกระทงประเภทสวยงาม และการแสดงบนเวทีมีประชาชนมาร่วมชมกันจำนวนมาก

ขณะที่ริมแม่น้ำปัตตานีมีประชาชนทุกเพศทุกวัย และมาทั้งครอบครัวนำบุตรหลานมาลอยกระทงจนริมแม่น้ำปัตตานีที่ยาวกว่า 500 เมตรเต็มไปด้วยประชาชนที่หนาแน่นมากกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ประดับตกแต่งกระทงกันอย่างสวยงามโดยในปีนี้ ประชาชนส่วนใหญ่จะนำวัสดุทั้งจากธรรมชาติ ล๊อตเตอร์รี่ ขนมปัง และกรวยไอศกรีมมาประดับกระทง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย ทำให้บรรยากาศลอยกระทงในปีนี้มีความคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกำลังภาคประชาชน ที่สนธิกำลังดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งทางเข้าออกของงาน บริเวณโดยรอบ และเส้นทางต่างๆ รวมไปถึงทางน้ำ ตลอดจนเสร็จสิ้นกิจกรรมลอยกระทงในค่ำคืนนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมงานลอยกระทงได้อย่างอุ่นใจ และป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์

http://www.io-pr.org/index.php?name=news&file=readnews&id=535


วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557


นี่คือความจริงของลังกาสุกะ-ปาตานี



            นานมาแล้วตั้งแค่ยุคหิน มีผู้คนอาศัยอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิ (แหลมทองอินโดจีน หรือคาบสมุทรมลายู) ผู้คนในยุคแรกนี้เกิดขึ้นจากการผสมผสานชาติพันธุ์ระหว่างพวกมองโกลอยด์ (มอญ พม่า ลาว เขมร เวียดนาม) พวกนิกริโต (เซมัง ซาไก ปาปวน) และพวกออสตราลอยด์ (ชวา สุมาตรา บาหลี ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย)




         ผู้คนเหล่านี้อยู่ร่วมกันมาเป็นเวลาช้านาน ดังเห็นได้จากเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทิ้งไว้เป็นหลักฐาน ได้แก่ ขวานหิน หรือขวานฟ้า (บาตูลิตา) ทั้งรูปแบบเหลี่ยม ผืนผ้า และแบบมีบ่า พบอยู่ทั่วไปตั้งแต่ตอนใต้ของประเทศจีน เรื่อยลงมาถึงบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี และตลอดปลายแหลมทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นที่บ้านป่าบอน อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พบขวานหินนี้จำนวนมาก




         นอกจากนี้ พระราชกวี หรือท่านเจ้าคุณอ่ำ ธัมมทัตโต วัดโสมนัสราชวรวิหาร ยังกล่าวไว้ในหนังสือ “พุทธศาสตร์สุวัณณภูมิปกรณ ราชบุรีวัตถุกถา ตำนานเมืองขุนไทย”ซึ่งท่านได้ค้นคว้าและรวบรวมประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยจากการอ่านแผ่นกเบื้องจาน (กระเบื้องจาร) พบว่าคนไทยได้อาศัยอยู่ในแหลมทองแห่งนี้มาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล คนไทยสร้างบ้านแปลงเมือง มีการปกครอง มีภาษาหนังสือ และวัฒนธรรมเป็นของตนเองมาเป็นเวลาช้านานแล้ว




           พลโทดำเนิร เลขะกุล ได้กล่าวถึงเมืองปัตตานีเก่าว่า ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำปัตตานี พบหลักฐานการตั้งชุมชนโบราณเรียงรายกันอยู่หลายแห่ง เช่นที่บ้านเนียง –วัดหน้าถ้ำ ในเขตจังหวัดยะลา พบภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ ในถ้ำในเขตวัดคูหาภิมุข แสดงให้เห็นว่าบริเวณนั้นเคยเป็นที่อยู่ของผู้คนยุคก่อนประวัติศาสตร์




           เมื่อวันเวลาผ่านไป เกิดการอพยพย้ายถิ่น การติดต่อค้าขายกับผู้คนจากภายนอก สภาวะทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งการทำสงครามทำให้ผู้คนในดินแดนแถบนี้มีเลือดผสมผสานระหว่างคนเชื้อชาติต่างๆ ทั้งไทย จีน อินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย กรีก โรมัน พม่า มอญ เขมร มลายู เซมัง ซาไก ชาวน้ำ และชนพื้นเมืองต่างๆ จึงน่าจะกล่าวได้ว่า ไม่มีผู้คนกลุ่มใดในดินแดนแห่งนี้ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์จากเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของตน




           ถิ่นกำเนิดของชนชาติไทย (ไท) มีอยู่หลายทฤษฏีด้วยกัน ในทางวิชาการปัจจุบันเชื่อว่าคนไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณทางตอนใต้ของประเทศจีน และทางตอนเหนือของภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนบริเวณรัฐอัสสัมของอินเดีย โดยมีแนวคิดจากความคล้ายคลึงของภาษาถิ่น ประเพณี และวัฒนธรรม




         นายแพทย์สุด แสงวิเชียร ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาคและโบราณคดีไทยยังสนับสนุนทฤษฏีดังกล่าวนี้ โดยการศึกษาเปรียบเทียบมนุษย์สมัยหินที่ได้ทำการขุดค้นพบในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี กับโครงกระดูกคนไทยในปัจจุบัน พบว่ามีความเหมือนกันทุกอย่าง




         แต่เดิม ดินแดนที่มีชนชาติไทยอาศัยอยู่ ผู้คนในดินแดนนั้นได้เรียกตนเอง และถูกเรียกจากชนเผ่าอื่นว่า “ชาวเซียม – สยาม – ชาม – ฉาน – ไต – ไท” ส่วนชื่อของแว่นแคว้น รัฐ หรืออาณาจักรจะใช้ชื่อเมืองหลวง หรือราชธานีเป็นสำคัญ เช่น อาณาจักรเงินยางเชียงแสน อาณาจักรสุโขทัย และอาณาจักรอยุธยา เป็นต้น




         จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ชื่อ “ประเทศสยาม”อย่างเป็นทางการในหนังสือสนธิสัญญาต่างๆ เพื่อการเจริญสัมพันธไมตรี และการติดต่อค้าขายกับชาวตะวันตก




        ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ประเทศไทย”ตามแนวคิดชาตินิยม เมื่อ 24มิถุนายน พ.ศ.2482 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเรียกประชาชนและสัญชาติจาก “สยาม”เป็น “ไทย”อันหมายถึงความเป็นอิสระ ไม่เป็นทาส และได้ใช้มาจวบจนถึงปัจจุบัน




          มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายแห่งกล่าวไว้ว่า ชาวสยามได้มาอยู่บนดินแดนแหลมทองนี้เป็นเวลาช้านานแล้ว ดังเช่นในจดหมายเหตุจีนราชวงศ์ชิง บันทึกไว้เมื่อ พ.ศ.2311 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงส่งราชทูตไปถวายเครื่องบรรณาการ และพระราชสาร์นแด่จักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ เจ้ากรมพิธีการทูตของจีนได้ถวายรายงานเรื่อง “เสียมหลอก๊ก”หรือสยามประเทศนั้นมีต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งราชวงศ์สุย (พ.ศ.1124-1161) ราชวงศ์ถัง (พ.ศ.1161-1451)




           สมัยนั้นเรียกว่าประเทศเซี้ยะโท้ว หรือ ฉีตู (สันนิฐานว่ามีที่ตั้งอยู่ ณ เมืองไทรบุรี สงขลา นครศรีธรรมราช หรือเวียงสระที่สุราษฎร์ธานี) พระเจ้าแผนดินเซี้ยะโท้ว นับถือศาสนาพุทธ และมีแซ่เดียวกับพระพุทธเจ้า ชาวเสียมหลอก๊กนั้นเป็นชนชาติเดียวกับชาวฮูหลำ (อาณาจักรฟูนัน) ประเทศนี้ตั้งอยู่ริมทะเลทางทิศใต้




           ในหนังสือสยาเราะห์กรือยาอันมลายูปะตานี ของอิบรอฮิม ซุกรี ได้บันทึกประวัติศาสตร์เมืองปัตตานีไว้ว่า ในดินแดนแห่งนี้มีชาวสยามตั้งภูมลำเนาอยู่แต่เดิม หลังจากนั้นจึงมีชาวฮินดูจากอินเดียเดินทางเข้ามา และมีชาวมลายูเป็นชนชาติหลังสุดที่เข้ามาอาศัย




         ตำนานเมืองปัตตานีบันทึกไว้ว่า ชาวสยามได้พากันอพยพเคลื่อนย้ายลงมสู่ดินแดนคาบสมุทธมลายูแห่งนี้ ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 10 – 11 และมีการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมกับชนพื้นเมืองดั้งเดิม จนกระทั่งชาวสยามได้กลายเป็น ชนชั้นปกครอง และมีอำนาจเหนือดินแดนคาบสมุทธมลายู




         ตำนานเมืองไทรบุรี – ปัตตานี กล่าวว่า พระเจ้ามะโรงมหาวงศ์ พร้อมเหล่าอำมาตย์ และข้าราชบริพารเดินทางจากอินเดียมาสร้างเมืองไทรบุรี (รัฐเคดาห์ประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน) พบชาวเสียมหรือชาวสยามเป็นหัวหน้า แสดงให้เห็นว่าชาวเสียมได้เข้าได้เข้ามาอาศัยอยู่ในแหลมมลายูเป็นเวลาช้านานแล้ว วัฒนธรรมและความเจริญของชาวเสียมคงเหนือกว่าชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ จึงได้การยอมรับและยกย่องให้เป็นผู้นำของชุมชน




          สำหรับชนชาติมลายู พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ (ตุ๋ย บินอับดุลลาห์) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้รวบรวมหนังสือพงศาวดาร และประวัติศาสตร์ภาษามลายูหลายเล่ม สรุปความได้ว่าชนชาติมลายูนั้นเกิดมาจากโอรังลาโวค หรือชาวน้ำ ผสมผสานทางเผ่าพันธุ์กับชนชาติไทยเมืองละโค (นครศรีธรรมราช) ชุมพร ไชยา และชวาในภายหลัง




          ผู้คนในดินแดนแหลมทองหรือคาบสมุทรมลายูนี้ได้อาศัยอยู่ร่วมกัน เกิดการผสมผสานเผ่าพันธุ์ และรวมตัวกันตั้งเป็นชุมชนปกครองกันเองโดยมีหัวหน้าเผ่าเป็นผู้นำ ต่อมาชาวอินเดียได้เดินทางเข้ามาเพื่อการค้าขายและเผยแพร่ศาสนา วัฒนธรรม จึงมีการพัฒนาชุมชนขึ้นเป็นบ้านเมืองและแว่นแคว้นน้อยใหญ่ ดังปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่นอาณาจักรฟูนัน ทวารวดี ศรีวิชัย พันพัน ตักโกละ ตามพรลิงค์ และหนึ่งในนั้นคือ “ลังกาสุกะ”




          ศาสตราจารย์ ขจร สุขพานิช กล่าวว่า ในพุทธศวรรษที่ 18 ชาวมลายูแต่เดิมอยู่บนเกาะสุมาตรา จนกระทั่งอีกประมาณ 111 ปีต่อมา ราชาปรเมศวร กษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร์แห่งอาณาจักรมัชฌปาหิตในเกาะชวา ได้เข้ามาตั้งรัฐมลายูแห่งแรกบนปลายแหลมทองที่เมืองมะละกา เมื่อปี พ.ศ.1946 โดยมีฐานะเป็นประเทศราชของสยาม (รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราช กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุทธยา) ทั้งนี้คำว่า “ผู้อพยพ” หรือ “ผู้ข้ามฟาก”

ตนไทยปลายด้ามขวาน เรียบเรียง

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อนุมัติงบฯ 800 ล้าน สร้างถนน 37 เส้นทางใน 3 จังหวัดชายแดนใต้


รูปภาพ : “นายกฯ” อนุมัติงบฯ 800 ล้าน ให้ กอ.รมน. ส่งทหารช่างทบ. สร้างถนน 37 เส้นทางใน เส้นทางใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ คาดใช้เวลา 6-7 เดือน/ พร้อมรับ เปิดเทอม /เลื่อนประชุม กปต.ใต้ 3พย. รอ “พล.อ.ประวิตร” กลับจากจีน

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ. ในฐานะรองผอ.รมน. กล่าวว่ากองทัพบกส่งกำลังทหารช่าง จำนวน 4 กองร้อย ลงไปซ่อมแซมถนนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน. ภาค 4) มีการสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ถึงความสะดวกในเส้นทางคมนาคมทั้ง 3 จชต. ใน 37 เส้นทาง

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ผอ.รมน. ได้อนุมัติงบกลางจำนวนกว่า 800 ล้านบาท โดยทางกองทัพบกได้มอบหมายให้กรมการทหารช่าง แบ่งหน้าที่รับผิดชอบไปยัง 4 กองพลทหารพัฒนาให้ลงไปช่วยงานในพื้นที่ แต่มีอุปสรรคในการซ่อมถนน

โดยคาดว่า 7-8 เดือนข้างหน้า หากสร้างเสร็จจะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงความปลอดภัย ทั้งนี้จะมีกำลังทหารไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้ทหารช่างที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทหารช่างเองก็มีการเตรียมการในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยตัวเอง และเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทุกหน่วยดีใจที่ได้ไปช่วยเหลือประชาชนให้เกิดความสุข

ส่วน การดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า นั้น ผบ.ทบ. กล่าวว่า ได้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ และต้องดูแลอย่างเต็มที่ รวมถึงการบูรณาการกำลังในภาคส่วนของประชาชน ดังนั้นในช่วงที่ครูและนักเรียนเดินทางไปกลับ กอ.รมน.ภาค 4 จะวางมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งปรับจุดแจ้งเตือนให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันช่องโหว่

ส่วน การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) นั้น ผบ.ทบ.กล่าวว่า เดิมกำหนดประชุม ในวันนี้ 31 ตค. แต่ ต้องเลื่อนไปก่อน เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดภารกิจอยู่ เดินทางเยือนจีน จะกลับมา คืนวันศุกร์ นี้ จึงต้องเลื่อนไปประชุมในวันที่ 3 พ.ย.นี้ เพื่อให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยเฉพาะการวางแผนแก้ไขปัญหาตามไตรมาสแรก ซึ่งแผนงานต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ได้พิจารณาดำเนินการตามความเร่งด่วน

Cr.  :  Wassana Nanuam

narapeace เพจที่ไม่ใช่แค่ร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆในพื้นที่ จชต แต่เราร่วมลงพื้นที่ไปพร้อมๆกันและมีส่วนร่วมจากแนวหลังสู่พื้นที่เพื่อแก้ ปัญหาในพื้นที่ได้ กับแฟนเพจที่มีสาระ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจทาง www.facebook.com/narapeace แล้วกด like หรือ ถูกใจ ในแฟนเพจเพื่อติดตามกันนะครับ
=====================================

เชิญร่วมส่งของขวัญวันเด็กให้น้องๆ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านพี่ๆ ทหาร ใจดี และ ส่งกำลังใจให้พี่ๆ ทหารที่ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับกิจกรรม ถึงพี่อยู่ไกล ยังห่วงใยน้อง ปี 3 ตอน " ทำความดีให้พ่อเห็น เป็นคนดีให้พ่อดู เพื่อ น้องๆ และ พี่ๆทหาร 3 จังหวัดชายแดนใต้ "

สามารถร่วมกิจกรรมได้โดยมีช่องทางดังนี้ครับ

1 ส่งของเล่นถึงน้องๆ หรือ ของใช้ถึงพี่ๆทหาร ถึง โครงการ NARAPEACE ถึงพี่อยู่ไกล ยังห่วงใยน้อง ( พันโท มนตรา ประถมภัฏ ) ร. 1 พัน 4 รอ. 92/1 ซ. พหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขต พญาไท กรุงเทพ 10400 ...

หรือผ่านมาฝากไว้เลยที่ ร. 1 พัน 4 รอ. 92/1 ซ. พหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขต พญาไท กรุงเทพครับ ติดต่อ, ( พี่อ้น ) อ.ส. อาทิตย์ วสุไตรสิทธิ์ 0869941192

2 ส่งของเล่นถึงน้องๆ ถึง พี่ดีเจ ทาทา น.ส.จุฑามาส ประพันธ์วงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา narapeace สวท.นราธิวาส 220 บ้านปลักปลา ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส 96000 ( โครงการ ถึงพี่อยู่ไกล ยังห่วงใยน้อง NARAPEACE ) โทรสอบถาม.0899771717

นำมาฝากไว้ได้ ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2557 ก่อนเวลา 1200 น. นะครับ เพราะ กำหนดวัน (วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. 57 ) จะรวบรวมของเพื่อ ให้ เพื่อนๆสมาชิกที่มีจิตอาสา และน้องๆเยาวชน มาช่วยกันจัดของขวัญเพื่อเตรียมส่งให้ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้น่ะ ครับผม ^^ จะนำมาให้ที่ สโมสร กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ ในวันจัดกิจกรรมแพคของ 13 ธันวาคม 2557 เลยก็ได้นะครับ แต่ขอเป็นช่วง 0900 – 1230 น. นะครับ

3 วิธีที่ 3 นี้ขอเป็นทางเลือกสุดท้ายนะครับ ส่งเป็นทุนทรัพย์เข้าบัญชี ธนาคาร ทหารไทย สาขา สนามเสือป่า ชื่อบัญชี " จิตอาสา narapeace " เลขบัญชี 046-2-52492-7 ครับ (วิธีที่ 3 นี้ขอเป็นทางเลือกสุดท้ายนะครับเพราะมันไม่ค่อยได้ใจน่ะครับ ขอเป็นทางเลือกของเพื่อนๆที่อยากช่วย อยากมีส่วนร่วมจริงๆ แต่ไม่สดวกจะไปซื้อของและส่งของน่ะครับ แต่ส่วนตัวอยากให้น้องๆได้รับของที่เพื่อนๆไปซื้อเองและส่งมาเองจะได้ใจ มากกว่า แน่ๆครับทั้งผู้ส่งและผู้รับน่ะครับ) งบในส่วนนี้อาจต้องนำไปซื้อ กล่อง และ ถุงเพื่อแพคของบางส่วนด้วยนะครับ

โดย ส่งของขวัญวันเด็ก อาทิของเล่น อุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน เครื่องกีฬา หรือ ขนมเล็กๆน้อยๆ เพื่อแสดงถึงความห่วงใยใส่ใจกันของพี่ๆจากนอกพื้นที่ สู่มือน้องๆในพื้นที่ จชต ผ่านพี่ๆทหารใจดี และ/หรือ มาช่วยกันจัดของส่ง วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. 57

ที่ สโมสร กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ กันนะครับ (เพื่อนๆที่เคยร่วมกิจกรรม ดูดีๆนะครับ ไม่ใช่ที่เดิมนะครับ ^^)

ถ้ามาทาง ถนน วิภาวดี ถ้ามาจากดินแดง ฝั่งซ้าย จะเป็น ร.1 รอ. ครับ ลองถามน้องๆทหาร ที่เข้าเวรดูครับ อยู่ในนี้ล่ะ แต่ส่วนตัวผมชอบเข้าทาง พหลโยธิน ซอย 8 หรือ ที่เรียกกันว่า ซอย สายลม ครับ ตรงเข้ามาสุดซอยจะเป็นทางบังคับเลี้ยวขวา ไปนิดเดียวเจอ 3 แยก เลี้ยวซ้าย ครับ ตรงไปตามทางอีกนิด ก็จะเจอทางเข้า ร.1 รอ ครับ ก็ ถามน้องๆทหารที่ยืนเวรที่ประตูครับ ว่า สโมสร กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ อยู่ตรงไหน ถ้าจากประตูนี้ ไปนิดเดียวครับ

.... สอบถามติดต่อประสานงานเกี่ยวกับกิจกรรม :

1 พี่อ้น (ผู้ประสานงาน ร.1 พัน.4 รอ.) อ.ส. อาทิตย์ วสุไตรสิทธิ์ 0869941192

2 พี่เอ้ (เพจ narapeace) 0819016674 , 08636881233 Line ID : aey.3344 , FB : Aey Montra

3 แอดมิน มิ้ลโกะ (เพจ พลังใจฯ) 081-622-3143 Line ID: milko168 หรือ pattani_yala_nara , FB: Arpapun Jokowidjaja

4 พี่อุ๊ (กลุ่ม ผ้าขี้ริ้วอาสา) : 099-223-5490

โดย กิจกรรม “ ถึงพี่อยู่ไกล ยังห่วงใยน้อง ” ส่งของขวัญวันเด็ก และ ของใช้ที่จำเป็น ให้กับ ทหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำมาแล้ว 2 ครั้ง ครับ รูปแบบกิจกรรมตามสกู๊ปข่าวด้านล่างครับ

กิจกรรมครั้งที่ 2 เมื่อ ธันวาคม ๒๕๕๖ : http://www.youtube.com/watch?v=w0x4ADZrddQ

กิจกรรมครั้งที่ 1 เมื่อ มกราคม ๒๕๕๖ : http://www.youtube.com/watch?v=S7IAbuhUO4M

กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ ร่วมกับ กลุ่ม เครือข่ายจิตอาสา NARAPEACE ( นราพีซ) , กลุ่ม แฟนเพจ พลังใจเกินล้าน ส่งให้ทหาร ชายแดนใต้ กลุ่ม ผ้าขี้ริ้วอาสา และ แฟนเพจ ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อ สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และส่งความห่วงใยถึง น้องๆเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ

กิจกรรมนี้ เพื่อ สนับสนุนให้ประชาชนทั่วไป และเยาวชน ทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกัน ครับ ทั้งนี้ ขอเชิญเพื่อนๆ ร่วมกิจกรรมที่แสดงถึงความห่วงใยใส่ใจกันกับกิจกรรม " ทำความดีให้พ่อเห็น เป็นคนดีให้พ่อดู เพื่อ น้องๆ และ พี่ๆทหาร 3 จังหวัดชายแดนใต้ "

มาช่วยกันสร้างภาพบรรยากาศแบบนี้ ร่วมกันอีกครั้งนะครับ http://www.youtube.com/watch?v=xnO4B1NxIi8

และ จะทำให้น้องๆ ในพื้นที่ ที่ต้องการกำลังใจจากพวกเราทุกคนได้รับโอกาส เหมือนน้องๆในพื้นที่อื่นๆของประเทศเรา แบบนี้ครับ http://www.youtube.com/watch?v=yhUr8RP9hps

บรรยากาสกิจกรรมครั้งที่ผ่านมาเมื่อ 3 สิงหาคม 2557 ครับ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.778208948869089.1073742262.157289794294344&type=1

            “นายกฯ” อนุมัติงบฯ 800 ล้าน ให้ กอ.รมน. ส่งทหารช่างทบ. สร้างถนน 37 เส้นทางใน เส้นทางใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ คาดใช้เวลา 6-7 เดือน/ พร้อมรับ เปิดเทอม /เลื่อนประชุม กปต.ใต้ 3พย. รอ “พล.อ.ประวิตร” กลับจากจีน

          พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ. ในฐานะรองผอ.รมน. กล่าวว่ากองทัพบกส่งกำลังทหารช่าง จำนวน 4 กองร้อย ลงไปซ่อมแซมถนนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน. ภาค 4) มีการสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ถึงความสะดวกในเส้นทางคมนาคมทั้ง 3 จชต. ใน 37 เส้นทาง

         ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ผอ.รมน. ได้อนุมัติงบกลางจำนวนกว่า 800 ล้านบาท โดยทางกองทัพบกได้มอบหมายให้กรมการทหารช่าง แบ่งหน้าที่รับผิดชอบไปยัง 4 กองพลทหารพัฒนาให้ลงไปช่วยงานในพื้นที่ แต่มีอุปสรรคในการซ่อมถนน

          โดยคาดว่า 7-8 เดือนข้างหน้า หากสร้างเสร็จจะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงความปลอดภัย ทั้งนี้จะมีกำลังทหารไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้ทหารช่างที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทหารช่างเองก็มีการเตรียมการในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยตัวเอง และเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทุกหน่วยดีใจที่ได้ไปช่วยเหลือประชาชนให้เกิดความสุข

         ส่วน การดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า นั้น ผบ.ทบ. กล่าวว่า ได้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ และต้องดูแลอย่างเต็มที่ รวมถึงการบูรณาการกำลังในภาคส่วนของประชาชน ดังนั้นในช่วงที่ครูและนักเรียนเดินทางไปกลับ กอ.รมน.ภาค 4 จะวางมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งปรับจุดแจ้งเตือนให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันช่องโหว่

         ส่วน การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) นั้น ผบ.ทบ.กล่าวว่า เดิมกำหนดประชุม ในวันนี้ 31 ตค. แต่ ต้องเลื่อนไปก่อน เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดภารกิจอยู่ เดินทางเยือนจีน จะกลับมา คืนวันศุกร์ นี้ จึงต้องเลื่อนไปประชุมในวันที่ 3 พ.ย.นี้ เพื่อให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยเฉพาะการวางแผนแก้ไขปัญหาตามไตรมาสแรก ซึ่งแผนงานต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ได้พิจารณาดำเนินการตามความเร่งด่วน

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตากเอย ตากใบ ตากใบอะไร ตากใบกระท่อมเจ้าข้าเอ้ย


กระท่อม ตากใบ ไอ้ส์นราธิวาส






เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส

                วันที่ 28 ต.ค.2557 เวลา 11.30 น. ตำรวจ ชปส.ภ.จ.นราธิวาส ร่วมกับ สืบสวน สภ.ตากใบ ได้ร่วมกันจับกุม
   1. นายรอสดี ดาแม(3-9410-00047-22-5)
   2.นายเจ๊ะรอซาลี สาลาเต๊าะ(3-9602-0032-21-05)
      พร้อมของกลาง
  • - ยาไอซ์ น้ำหนัก 8.2 กรัม
  • - น้ำต้มพืชกระท่อม น้ำหนัก 30 กิโลกรัม
  • - พืชกระท่อม น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม
  • - ยาแก้ไอ IWADIL ปริมาณ 60 ซีซี จำนวน 9 ขวด
          สถานที่เกิดเหตุ กระท่อมภายในสวนปาล์ม บ้านซีโป ม.3 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
โดยกล่าวหาว่า
  • ร่วมกัน มียาเสพติดให้โทษประเภท1(ไอซ์)ไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย
  • มียาเสพติด ให้โทษประเภท5(พืชกระท่อม,น้ำต้มกระท่อม)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
  • มียาแผนปัจจุบัน (ยาแก้ไอ)ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาติ
  • เสพ ยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมตแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย

 นำส่ง พงส. สภ.ตากใบ เพื่อดำเนินการต่อไป

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

1 ปี ครบรอบการจากไปของวีรบุรุษผู้กล้าแห่ง นราธิวาส ร.ต.ต. แชน วรงคไพสิฐ


             ถึงแม้จะต้องเก็บกู้ระเบิดอีกกี่ร้อยลูก ถึงแม้ว่าชีวิตจะต้องเดินอยู่บนเส้นด้าย ถึงแม้ว่าพื้นที่ที่พวกเขาอยู่ที่จะเป็นพื้นที่สีแดง ที่ภัยจะมาเมื่อไรก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตของดาบแชนจะสร้างความสะเทือนใจให้กับพวกเขา แต่เจ้าหน้าที่ EOD ทุกคน ต่างให้คำมั่นหนักแน่นว่า จะสานเจตนารมณ์ของดาบแชนต่อไป เพราะพื้นแผ่นดินนี้เป็นของเรา เราเป็นคนที่นี่ ลูกหลานเราก็อยู่ที่นี้ จะทิ้งไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น..

1 ปี ครบรอบการจากไปของวีรบุรุษผู้กล้าแห่ง นราธิวาส
  • ร.ต.ต. แชน วรงคไพสิฐ
  • ร.ต.ต.จรูญ เฆมเรือง
  • จ.ส.ต.นิมิตร ดีวงศ์
.....................................


          เป็นความสูญเสียครั้งสำคัญส่งท้ายเดือนตุลาคม 2556 เมื่อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.นราธิวาส ถูกลอบทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ใน อ.บาเจาะ คนร้ายกดชนวนระเบิดหนัก 50 กก. ปลิดชีพเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บอีก 1 นาย หนึ่งในนั้นคือ “ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ” รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส

           ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ ปัจจุบันอายุ 50 ปี เป็นชาวนราธิวาสโดยกำเนิด จบจากโรงเรียนตำรวจภูธร 9 รุ่น 36 เมื่อปี 2528 และได้ติดยศพลตำรวจ จากนั้นได้ทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เรื่อยมา เริ่มจากการเป็น รปภ.ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าชุดคุ้มครองหมู่บ้าน สายตรวจรถจักรยานยนต์ กระทั่งในปี 2532 ได้เข้าอบรมหลักสูตรอบรมเก็บกู้ระเบิดเบื้องต้น 15 วัน


          ต่อมา ในปี 2533 ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน จ.ยะลา ปรากฏว่า ด.ต.แชน ถูกซุ่มยิงได้รับบาดเจ็บ และต้องพักรักษาตัวอยู่นาน จึงได้ขอย้ายจาก จ.ยะลา กลับมาที่ จ.นราธิวาส เมื่อรักษาตัวหายดีแล้วก็ได้ทำหน้าที่สายตรวจเรื่อยมา

           และในปี 2542 จะถูกย้ายให้ไปประจำการที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ทำได้เพียงปีกว่า นายตำรวจคนนี้ก็ขอย้ายกลับมาที่ จ.นราธิวาส อีกครั้ง และได้มาช่วยราชการที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ รับผิดชอบหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดในกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส

          ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของ ด.ต.แชน ก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายทุกเมื่อ และยิ่งในช่วงสิบกว่าปีหลังที่เกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.นราธิวาส ด.ต.แชน ก็คือบุคคลผู้หนึ่งที่ต้องวิ่งเข้าไปจัดการปลดชนวนระเบิดเหล่านั้น โดยรายการคนค้นฅน ของบริษัททีวีบูรพา ก็ได้เคยนำเสนอเบื้องหลังชีวิต และการทำงานในพื้นที่เสี่ยงของ ด.ต.แชน มาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่ง ด.ต.แชน เคยเล่าว่า ตนเองเผชิญหน้ากับระเบิดมาไม่ต่ำกว่าร้อยลูก บางครั้งก็ได้รับบาดเจ็บจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ก็รักษาตัวจนหายกลับมาทุกครั้ง ทำให้ใครต่อใครพากันเรียกดาบแชนว่า “นายดาบเดนตาย”

เปิดประวัติ “ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ” ชุด EOD ผู้พลีชีพขณะเก็บกู้วัตถุระเบิด

            จากนั้นในวันที่ 8 มิถุนายน 2554 ด.ต.แชน ในวัย 48 ปี ก็ได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็น “ร.ต.ต.แชน” ตำแหน่งรองสารวัตร (ตทบ.) กก.สส.ภ.จว.นราธิวาส ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ. จ.นราธิวาส หรือ “หน่วยเหยี่ยวดง 60” สร้างความภาคภูมิใจให้แก่นายตำรวจคนนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง ร.ต.ต.แชน ก็บอกด้วยว่าการติดยศ ร.ต.ต. นี้ ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างมาก และเขาก็ตั้งใจจะประจำการอยู่ที่ จ.นราธิวาส เพื่อความสันติสุขของบ้านเกิด


             ภารกิจของชุดปฏิบัติการเหยี่ยวดง 60 ถูกนำเสนออีกครั้งในรายการคนค้นฅน เมื่อปี 2554 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ในทีมทั้ง 15 ชีวิต ภายใต้การนำของ ร.ต.ต.แชน ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายมานับร้อยครั้งในช่วงระยะ 8 ปี แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้ หรือขอลาออกจากทีม ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อความสงบสุขของพื้นที่ชายแดนภาคใต้

            ความกล้าหาญของชุดปฏิบัติการเหยี่ยวดง 60 ทำให้พวกเขาได้รับรางวัล “คนดีของแผ่นดิน” ประจำปี 2554 ซึ่งรายการคนค้นฅน ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้มอบรางวัลนี้ให้ เพื่อยกย่องเชิดชูข้าราชการที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มีความเสียสละ ทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ และเคร่งครัดในคุณธรรมความดีงาม ตามวิถีชีวิตแบบพอเพียงให้เป็นข้าราชการต้นแบบ


            ทั้งนี้ หลังจากรับรางวัล “คนดีของแผ่นดิน” ประจำปี 2554 ได้เพียงแค่ 2 วัน ชุดเหยี่ยวดง 60 ก็ต้องเผชิญกับเหตุลอบวางระเบิดใน อ.ตากใบ ซึ่งครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ในทีมได้รับบาดเจ็บถึง 8 ราย รวมทั้ง ร.ต.ต.แชน ที่ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา แต่ภายหลังก็รักษาตัวจนหายดี ก่อนจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ว่าจะเจอกับเหตุการณ์เสี่ยงตายแค่ไหน ร.ต.ต.แชน และลูกน้อง ก็ไม่เคยคิดจะถอดใจ ภายหลัง ร.ต.ต.แชน ยังได้รับรางวัลคนต้นเรื่องแห่งปี 2555 ของรายการคนค้นฅน ในฐานะผู้กล้า และเสียสละที่ใช้ชีวิตบนเส้นชนวนแห่งความตาย


            และฉากสุดท้ายโดยไม่มีใครคาดคิด… ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2556 ขณะที่ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ พร้อมด้วย ร.ต.ต.จรูญ เมฆเรือง ส.ต.อ.นิมิตร ดีวงศ์ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.นราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่บ้านส้มป่อย ต.กาเยาะมาดี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน และพวก ได้เดินลงไปตรวจสอบที่บริเวณปากหลุม และพบว่ามีระเบิดฝังอยู่จึงได้ตะโกนบอกให้ทุกคนระวังตัว แต่ทันใดนั้นคนร้ายได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 50 กก. ที่ลอบฝังไว้ที่บริเวณใกล้กัน ซึ่งห่างจาก ร.ต.ต.แชน ประมาณ 1 เมตร จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ ร.ต.แชน ถูกอานุภาพของระเบิดลอยขึ้นมาอยู่บนถนน

            ส่วน ร.ต.ต.จรูญ เฆมเรือง รอง หน.ชุด และ จ.ส.ต.นิมิตร ดีวงศ์ ผบ.หมู่ นปพ.จ.นราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่ชุดคุ้มกันก็ถูกอานุภาพของระเบิดร่างลอยไปกลางอากาศตกอยู่ในทุ่งนาข้างถนน ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 40 เมตร

          ทั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของชุดเหยี่ยวดง 60 และวงการเก็บกู้วัตถุระบิด เป็นความเศร้าสลด และสะเทือนใจ ทั้งแก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคนทั่วไปที่ติดตามข่าวคราวภารกิจเสี่ยงตายนี้จากพื้นที่อื่นๆ เป็นข่าวร้ายที่อยากให้เป็นข่าวสุดท้ายเกิดขึ้น

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สุดท้ายแล้ว ใครเดือดร้อน จากการกระทำของไอ้โจรลูกหมาฟาตอนี



            สุดท้าย...ชาวบ้านในพื้นก้อเดือดร้อนในการใช้ถนนหนทางฉก.ทพ.๔๔ ร่วมกับ ศปก.อ.สายบุรี ร่วมให้กำนัน,ผญ.และอบต.ร่วมกันนำดินมาถม กรณี ผกร.ลอบวางระเบิด ในวันที่ 26 ตุลาคม 2557 เวลา 09:30 น.





       ทำให้เส้นทางถนนเสียหายซึ่งผู้ได้รับผลกระทบเกิดความเดือดร้อนคือ ปชช.ในพื้นที่ ปัจจุบันได้ดำเนินการนำหินและดินมาถมเรียบร้อยแล้ว

มีแต่ระลึกตากใบเหรอ ไม่มีระลึกพระสงฆ์ไทยมั่งเหรอ


เหตุการณ์ที่ไม่มีใครเอ่ยถึง NGOs ปิดตา นักวิชาการปิดใจ...




          มันบุกฆ่าพระฟันที่คอราดน้ำมันเผาเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานกระหายเลือด ชัยโยโห่ร้องทำนองดีใจเมื่อได้เข่นฆ่า....

           พูดได้ว่านับตั้งแต่เหตุการณ์ฆ่าเผาพระเผาวัดพรหมประสิทธิ์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 48 เป็นต้นมา ในวัดแทบจะทุกวัดมีฐานปฏิบัติการทหาร-ตำรวจ-อส. ประจำการอยู่

           ภาพเจ้าหน้าที่ตั้งฐานอยู่ในวัดจึงเป็นภาพสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดว่าไทยพุทธ หรือสัญลักษณ์ของไทยพุทธ (วัด) ตกเป็นเป้าของกลุ่มโจรใต้

           10 ปีผ่านไปจากประชากรไทยพุทธที่อยู่ภาคใต้มีถึง 400,000 (สี่แสนคน) ปัจจุบันเหลือไทยพุทธไม่เกิน 70,000 คน (เจ็ดหมื่นคน) หายไปกว่า 3 ใน 4 ของประชากรจังหวัดชายแดนใต้... แล้วถ้าเป็นแบบนี้ 10 ปี ต่อจากนี้ไปจาก 70,000 คน จะหลงเหลือสักกี่คน..???

วัดพรหมประสิทธิ์ NEG เคยจัดงานระลึกถึงละป่าว

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อิหม่าม ติงสืีอมวลชน เลิกขยายแผลตากใบ


           " โต๊ะอิหม่ามตากใบ วอนสื่อเลิกขุดคุ้ยเหตุการณ์ตากใบ เพราะส่งผลให้แผลในใจผู้ได้รับผลกระทบต้องบอบช้ำต่อไปไม่มีสิ้นสุด

            นายมะยูโซ๊ะ มะ โต๊ะอิหม่ามบ้านตาบา อ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส วอนสื่อมวลชนทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เลิกรื้อฟื้นเหตุการณ์ตากใบที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 เพื่อสะกิดแผลในใจของประชาชนในพื้นที่และญาติผู้ได้รับผลกระทบจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น เนื่องจากทางภาครัฐก็ได้ให้ทั้งเงินเยียวยา และเข้าไปฟื้นฟูจิตใจจนผู้ได้รับผลกระทบมีความรู้สึกที่ดีขึ้นแล้ว

           แต่จากตลอดหลายปีที่ผ่านมาเมื่อใกล้ครบรอบเหตุการณ์ทุกครั้ง พบว่าสื่อมวลชนพยายามรื้อฟื้นและเข้ามาเจาะลึกกับประเด็นเหตุการณ์ตากใบจนทำให้ความทรงจำที่เจ็บปวดซึ่งเลือนหายไปแล้วกลับเข้ามาทำร้ายจิตใจซ้ำอีก ดังนั้นอยากขอให้ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จะมีการพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ว่าจะในแง่ใด เพราะหมดเวลาที่ขุดคุ้ยเรื่องเก่า หรือการนำเรื่องนี้มาเป็นกรณีศึกษาอีกแล้ว


           ในวันนี้สิ่งที่สื่อมวลชน และทุกคนควรจะทำ คือเดินหน้านำความสงบสุขกลับคืนมาเพื่อให้ประชาชนได้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

          เพราะสำหรับประชาชนในพื้นที่อำเภอตากใบ สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนอยู่ในระดับที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีฝ่ายใดที่สร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดประโยชน์เฉพาะฝ่ายตน ทุกคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

           สำหรับตนเองขอให้คะแนนเจ้าหน้าที่รัฐกับการปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอตากใบ 70 คะแนนจาก100 คะแนน ซึ่งถือว่าผ่านในเกณฑ์ที่ดี และคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจะมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานเพื่อนำความสงบสุขมาให้ชาวตากใบต่อไป "

ช่วยเหลือเยียวยาราษฎรไทยพุทธบ้างแล้ว



              24 ต.ค.57 นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบตัดทำลายต้นยางพาราของราษฎรไทยพุทธได้รับความเสียหายในพื้นที่ บ.ป่าไผ่ ม.5 ต.ตันหยงลิมอ จำนวน 3 ราย และ บ.ไทย ม.3 ต.ตันหยงมัส จำนวน 4 ราย โดยมี นายสมหวัง เรืองเพ็ง นายอำเภอระแงะ, พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง ผกก.สภ.ระแงะ ,พ.อ.รุ่งโรจน์ อนันตโท ผบ.ฉก.ทพ.45 หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เยียวยาอำเภอ ณ ห้องประชุมอำเภอระแงะ

ข่าวก่อนหน้า

           ผวจ.นราฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสวนยาง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หลังถูกคนร้ายป่วนใช้มีดฟันเสียหายกว่า 290 ต้น พร้อมกำชับนายอำเภอเร่งช่วยเหลือชาวสวนยาง 3 ราย ที่ได้รับความเสียหายจากกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ คาดให้ความช่วยเหลือต้นละ 300 บาท ตามอายุของต้นยาง


            วันนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ย้ำนายสมหวัง เรืองเพ็ญ นายอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ให้เร่งช่วยเหลือเยียวยาชาวสวนยาง 3 ราย คือ 1.นายสันติ ขวัญดี 2.นางจิ้ม ทองพร 3.นางสาวชวนชื่น เวชสันดรพงศ์ ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อกวนของกลุ่มก่อความไม่สงบในการใช้มีดฟันต้นยางได้รับความเสียหายรวม 290 ต้น

            โดยเร่งให้มีการประชุมคณะกรรมการเยียวยา เพื่อสรุปแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาด้านทรัพย์สิน กรณีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ เบื้องต้นให้ความช่วยเหลือตามอายุของต้นยาง ซึ่งตรวจสอบแล้วต้นยางมีอายุประมาณ 3 ปี คาดให้ความช่วยเหลือได้ต้นละ 300 บาท

            อย่างไรก็ตามเหตุดังกล่าวได้เกิดเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยชาวบ้านได้เข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่พบว่าสวนยางพาราของตนเองได้รับความเสียหายจากของมีคมถูกฟันเข้าบริเวณลำต้น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณสวนยางแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

MALAYSIA: CROWN PRINCE CONVERTS TO CATHOLICISM, SHOCKS MUSLIM WORLD

MALAYSIA: CROWN PRINCE CONVERTS TO CATHOLICISM, SHOCKS MUSLIM WORLD


Kuala Lumpur | The only son and heir of Sultan Sharafuddin Idris Shah, Tengku Amir Shah, has sent a shockwave throughout the Muslim community worldwide as what People’s magazine has deemed “the real life Romeo and Juliet story of our time”.

The crown prince of the state of Selangor in Malaysia, has relinquished all his possessions and a chance to succeed to the prestigious throne of Selangor to follow his heart and marry Spanish top model and superstar Cristina Gomez, a 16 year old who was propelled to stardom this year when she was noticed on national television in the crowd of a highly anticipated football match.

The Malaysian prince known for his outlandish sex orgies and drug addiction problems, having been through rehab no less than three times in the past 18 months, has promised to change his ways and claims to be a new man.


The prince is known for his party-loving nature

In an interview this week with Catholic Digest Weekly, the 21 year old man admitted that his encounter with the supermodel basically saved his life. “I was living in a lustful, superficial world, where money and power brought me all the goods of the world: women, cars and drugs. But Cristina changed all that”. Cristina Gomez who is of catholic faith, asked prince Tengku to convert to Catholicism, as to make their union legal before God and help him achieve righteousness in his life.

The baptism of the former follower of Islam at Santa Maria Cathedral this week in Braga, Portugal, has brought much criticism on the former heir to the Selangor throne by the world muslim community at large. “This is not a spare of the moment thing. If people cannot accept the choices I’ve made and the new person I have become, then that’s too bad for them” declared the ex-prince in the same interview. “Me and Cristina are happy and that is all that counts” he commented. The lovers are to be wed this month in San Marco Cathedral in romantic Venice and have not revealed where they are to spend their honeymoon. “That is our little secret” revealed Cristina on a hit Spanish tv talk show this week.

See more at: http://worldnewsdailyreport.com/malaysia-crown-prince-converts-to-catholicism-shocks-muslim-world/#sthash.H3XVJY4D.dpuf

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชินทาโร่ไม่ประนามเผา 6 โรงเรียนปัตตานี แต่กลับพยายามโยนผิดให้ทหาร

          


          จนท.ทหาร ภารกิจหนึ่งคือดูแลความปลอดภัยให้กับ ครู นักเรียน โรงเรียน และเสริมสร้างเติมเต็มสิ่งที่ขาดหรือประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพัฒนาโรงเรียนและคุณภาพการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ จชต.ให้ทัดเทียมเทียบเท่าหรือเก่งกว่าในภูมิภาคอื่น
แต่. ชินทาโรกลับมีความเห็นว่าเหตุที่เกิดกับโรงเรียนเพราะมีทหารเข้าไปหรืออยู่ใกล้โรงเรียน นอกจะไม่ประนามคนที่กระทำการแล้วยังพยามยามโยนให้กับทหารอีก ...คิดได้อย่างนี้เพราะอะไร ? 

อาจจะเขียนชื่อมันผิด มันไม่ได้ชื่อ ชินทาโร่ แต่มันชื่อ ไอ้บัฟฟาโร่

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ไอ้โจรหัว ครวย

           ข่าวสารผมไม่ค่อยได้อัพเดตหรอกเรื่องภาคใต้ ทำใจไม่ได้ที่เห็นชาวบ้านเป็นทุกข์และเดือดร้อน...    หลายครั้งเห็นทั้งฝ่ายโจรฟาตอนีหรือฝ่ายเราอ้างอิงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ผมไม่รู้ ผมไม่ได้เป็นนักประวัติศาสตร์ ไม่มีไทม์แมชชีนย้อนไปดูว่าอะไรจริงไม่จริง ผมต้องการรู้เพียงวันนี้ พรุ่งนี้ ว่าความเดือดร้อนมากมายนั้น "มันเกิดกับชาวบ้านตาดำๆมากมายขนาดไหน"

          หลายหน่วย หลายฝ่าย หลายคน หลายพลเรือน ต่างร่วมกันช่วยสร้างสันติสุข แต่มีเพียงมนุษย์ระยำบางพวกที่เราขานนามพวกมันว่า "โจรระยำฟาตอนี" ที่สร้างความวุ่นวาย ทำลายชีวิตพี่น้องคนไทย 

           "...พวกมึงคิดว่าเป็นซุปเปอร์แมนกลับชาติมาเกิดหรืองัยวะ หรือแค่เป็นพวกทำมาหาแดกอะไรไม่เป็น เป็นแต่จับอาวุธอวดเท่ห์ ปมด้วยยามเด็กที่ไม่มีของเล่นเล่น จึงมาปลดปล่อย ขอแค่ได้เท่ห์ และอ้างตนทำเพื่อนู่นนี่นั่น ให้ตัวเองดูมีคุณค่าวะ..."




          ในทรรศนะของกูเลยนะ ... พวกมึงก็แค่ "เด็กมีปมด้อยที่ทำเหี้ยไรไม่เป็นสักอย่าง แต่บังเอิญมาพบแสงสว่าง ที่สามารถง้างไกปืนเป็น เลยยกระดับตัวเป็นบุคคลสำคัญ (เลว) ระดับชาติ  
กูจะบอกให้นะ  เด็ก 2 ขวบแถวบ้านกูก็ง้างไกปืนเป็นกันทุกคนว่ะ แม่งไม่ได้มีอุดมกาณ์อะไรเลย ไอ้โจรหัวควย อันกูละเบื่อ ไอ้โจรมุดโสร่าง ถุยส์.......

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม