วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มทภ.4 โต้เพจเฟซฯ Patani Peace ยันไม่ได้จัดฉากมอบตัว “อาหามะ” เชื่อพยายามทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายความมั่นคง




         แม่ทัพภาค 4 โต้เพจเฟซบุ๊ก Patani Peace ระบุไม่ได้จัดฉากมอบตัว “อาหามะ” และไม่ใช่อดีตทหารพราน ชี้การเผยข้อมูลเท็จเป็นความพยายามที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายความมั่นคง

         วันนี้ (27 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวถึงกรณี เพจกลุ่ม Patani Peace โพสต์ข้อความกล่าวหาว่า การมอบตัวของ “นายอาหามะ ตือเระ” เป็นการจัดฉากของทหาร เพราะเป็นอดีตทหารพราน เพื่อมาสร้างผลงาน นั้นว่า เป็นความพยายามที่ทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายความมั่นคง เพราะสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่ในช่วงขาลง เพราะไม่มีกลุ่มผู้นำอย่าง “สะแปอิง บาซอ” และขาดเงินสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรง สถานการณ์ค่อนข้างระส่ำระสาย และ OIC ก็ไม่สนับสนุน อีกทั้งชาวบ้านก็ไม่สนับสนุนกลุ่มเหตุรุนแรง จึงทำให้เกิดการกระทำทุกรูปแบบเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐ

          สำหรับ นายอาหามะ เป็นผู้ต้องหาความมั่นคงมีถึง 5 หมายจับ ป.วิอาญา ทั้งคดี เช่น ทั้งร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันสะสมกำลังพลเพื่อการก่อการร้าย, ร่วมกันก่อการร้าย ฆ่าผู้อื่น ปล้นทรัพย์ มีอาวุธปืน, ต้องสงสัยตาม พ.ร.ก. และร่วมกันตั้งตนก่อการร้ายเป็นอังยี่ หรือซ่องโจร

        ทั้งยังมีพฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ และเคยผ่านการฝึกระดับPermudor มากกว่า 1 ปี และเคยลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2550 บริเวณสี่แยกจาหัน ท่าสาปลำใหม่ จ.ยะลา และวางระเบิดสามแยกบ้านสะเนียง ท่าสาปลำใหม่ จ.ยะลา

      พล.ท.ปิยวัฒน์ ยังระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับอยู่ในกองกำลังทหารพรานชายแดนใต้ ตั้งแต่ปี 2549 ฉะนั้น ไม่สามารถจะมาเป็นอาสาสมัครทหารพรานได้ เพราะการเป็นอาสาสมัครทหารพรานจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติก่อน

     โดยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา นายอาหามะ ติดต่อเพื่อขอเข้ามอบตัว นายอาหามะ ได้โทรศัพท์มาหาด้วยตัวเองในเวลา 07.00 น. ประโยคแรกที่เอ่ยมาคือ ถามว่าใช่หมายเลขโทรศัพท์ของแม่ทัพภาคที่ 4 หรือไม่ และได้พูดคุยกันอยู่ระยะหนึ่ง และการไปรับตัวทาง นายอาหามะ โดยทางเจ้าตัวเป็นผู้กำหนดจุดรับตัวเอง 

       ก่อนที่จะประสานงานเพื่อไปรับในช่วงบ่าย ที่บ้านกูแบปูรง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่ง นายอาหามะ ระบุว่า ให้แม่ทัพมารับแล้วหากเดินทางมาถึงจะเดินออกไปมอบตัวเอง ยังจุดนัดพบ ในการเดินทางไปวันดังกล่าวมี พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับการทหารพรานที่ 41 ซึ่งควบคุมพื้นที่รามัน เป็นผู้ตรวจสอบพื้นที่ และร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งกระบวนการรับตัวทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และทาง นายอาหามะ ก็สมัครใจโทรมาเอง





        แม่ทัพภาคที่ 4 ยังระบุว่า มีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการติดต่อมาอีกหลายราย แต่ยังไม่ได้ประสานการรับตัว ทั้งนี้ เชื่อว่าอาจเป็นการโทรศัพท์มาตรวจสอบว่า ตนเองรับสายเองหรือไม่ โดยยืนยันว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไป ตนเองรับสายเองตลอดเวลา และสามารถโทรศัพท์ติดต่อมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมจะไปรับได้ทุกเมื่อ

      แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า นี่เป็นความพยายามของผู้ก่อความไม่สงบที่ออกมาตอบโต้ เนื่องจากกลัวว่าสมาชิกจะทยอยเข้ามามอบตัวมากขึ้น ส่วนที่ระบุว่า นายอาหามะ เป็นทหารพราน สังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 นั้น อยากจะถามว่า เป็นทหารพรานได้อย่างไร ในเมื่อบุคคลที่เข้ามารายงานตัวนั้น มีหมายจับอยู่หลายหมายจับด้วยกัน

     พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ของเขาในขณะนี้เข้าขั้นระส่ำระสายพอสมควร ตนจึงเปิดช่องทางให้กลุ่มผู้เห็นต่างติดต่อเข้ามารายงานตัว “ที่สำคัญคนที่เขียนข่าวนี้เป็นฝ่ายเดียวกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่ ถามว่าใครจะเอาคนที่มีหมายจับมาเป็นทหารพราน” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

      “ต่อไปคงปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของผม และกองทัพภาคที่ 4 ว่า รับสินบนหรือรับส่วย เขาเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาเอง ผมไม่ได้ไปบังคับใครให้มา เขามาหา ผมก็ไปรับก็แค่นั้น ผมบอกแล้วว่าถ้าคิดว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ดี ก็ให้ลงมาจากภูเขา หากมองว่าไม่ดี ก็ให้อยู่บนภูเขาต่อไป เขากลัวลูกน้องของตัวเองจะลงมาหาผม ก็ต้องดิ้นกันสุดชีวิต ยืนยันว่าผู้เห็นต่างคนนี้ ไม่ใช่ทหารพรานแน่นอน หากนำผู้ที่มีหมายจับ มาเป็นทหารพรานไม่ได้” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวอีก


      พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า ยังมีผู้เห็นต่างอีกหลายคนติดต่อมาหาตน จาก อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี โดยระบุว่า เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในพื้นที่ แต่ยอมรับว่ามีแนวคิดแบ่งแยกดินแดน ซึ่งตนก็คุยกับเขาประมาณครึ่งชั่วโมง และเขาระบุว่าจะติดต่อกลับมาใหม่

     ทั้งนี้ เฟซบุ๊กดังกล่าวได้อ้างว่า ผู้เห็นต่างที่แม่ทัพภาคที่ 4 ไปรับตัว แม่ทัพจึงได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปรับที่บ้านกูแบปูรง ม.1 ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ชื่อนายอาหามะ ตือเระ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/2 ม.5 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา เป็นทหารพรานตั้งแต่ปี 2550 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41
 
สำหรับหมายจับ ป.วิอาญา ของนายอาหามะ จำนวน 5 หมาย มีดังนี้
  • 1.หมายจับที่ จส.107/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.ลำใหม่
  • 2.หมายจับที่ จส.604/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา
  • 3.หมายจับที่ จส.462/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา
  • 4.หมายจับที่ จส.634/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา
  • 5.หมายจับที่ จส.531/2551 ศาลจังหวัดยะลา เจ้าของคดี สภ.เมืองยะลา

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รวบแนวร่วมโจรใต้ที่สายบุรี


           ปัตตานี – เมื่อ 20 ก.พ.60 เวลา 12.10 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 (ฉก.ทพ.44) โดย ชป.ร้อย.ทพ.4412 สนธิกำลังร่วมกับ ชป.พิเศษ, ชปข.ฉก.ทพ.44 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.สืบสวน สภ.สายบุรี ร่วมกันติดตามจับกุมบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มเป้าหมายแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ บ.ลานช้าง ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

            ผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายอับดุลรอพา สอแล๊ะ หมายเลขประจำตัวประชาชน 3-9407-00264-40-6 แนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับปฏิบัติการ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับ นายฮานาพี นีลอ ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 7 เม.ย.59



           โดย นายฮานาพี นีลอ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดี สังหาร ส.ท.หญิง อานันตาเซีย ดือราแม ทหารพรานหญิง สังกัด ฉก.ทพ.44 เสียชีวิตบนถนนในหมู่บ้าน หมู่ 1 บ.พอเหมาะ ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 แต่ระหว่างการเข้าจับกุมได้เกิดการยิงต่อสู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้ายเป็นเวลานานกว่า 5 นาที และหลังจากเสียงปืนสงบเจ้าหน้าพบว่า นายฮานาพีถูกยิงเสียชีวิต

           ส่วน นายอับดุลรอพา สอแล๊ะ เป็นบุคคลเป้าหมายของหน่วยงานความมั่นคง โดยเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่ บ.ลานช้าง ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งขณะเข้าทำการตรวจสอบเมื่อ นายอับดุลรอพาฯ เห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหลบหนีออกทางหลังบ้านไปในสวนยาง เจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตาม จนสามารถควบคุมตัวได้




         การปฏิบัติการติดตามจับกุมเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงโดยไม่จำเป็นเพื่อลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

         เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอับดุลรอพา สอแล๊ะ ไปจัดทำประวัติยัง สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี และส่งตัวไปเข้าสู่กระบวนการซักถามเพื่อหาความเชื่องโยงต่อกรณีการก่อเหตุในห้วงที่ผ่านมา และติดตามหากลุ่มแนวร่วมที่เป็นเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ค้นยาเสพติดเจออาวุธสงครามที่แว้ง นราธิวาส



         วันที่ 22 ก.พ.60 เวลา 06.30 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ คงแดง รอง ผกก.สส.สภ.แว้ง จ.นราธิวาส พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน สภ.แว้ง ได้ทำการตรวจค้นบ้านพัก เป้าหมายยาเสพติดบ้านเลขที่ 151/2 บ.แว้ง ม.1 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส



         ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายอุสนัน มะนอร์ อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาบ้านเลขที่151/2 บ.แว้ง ม.1 ต./อ.แว้ง จ.นราธิวาส หมายเลขบัตรประชาชน 3-3608-00002-59-4 พร้อมอาวุธปืน ปลย.HK-33 (แบบพับฐาน) จำนวน 1 กระบอก, ซองบรรจุกระสุนชนิดยาว จำนวน 1 ซอง และกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 16 นัด



           เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว นายอุสนัน มะนอร์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แว้ง จ.นราธิวาสเพื่อดำเนินคดี ส่วนอาวุธปืนพร้อมกระสุนส่งศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 (ศพฐ.10) จ.ยะลา เพื่อทำการตรวจหาประวัติในสารบบต่อไป.

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"จูเลีย กิลลาด" ในโลกควรมีผู้นำแบบเธอ



นายกรัฐมนตรี ออสเตรเลีย "จูเลีย กิลลาด" น่าจะได้รับการยกย่องเป็นราชินีของโลก เพราะสิ่งที่เธอพูดต้องมีความกล้าหาญและความเชื่อมั่นอย่างมาก ซึ่งทุกประเทศในโลกควรมีผู้นำแบบเธอ

-------------------------------

           เธอกล่าวว่า มุสลิมที่กำลังเรียกร้องกฎหมายอิสลาม หรือ ชะรีอะห์ ได้ถูกขอให้ออกจากประเทศออสเตรเลียภายในวันพุธ เพราะว่าออสเตรเลียมองมุสลิมบ้าคลั่งเป็นผู้ก่อการร้าย. 

        สุเหร่าทุกแห่งจะให้ความร่วมมือกับเราในการค้นหามุสลิมกลุ่มนี้. มุสลิมที่อพยพจากประเทศอื่นเข้ามาอาศัยในประเทศออสเตรเลียจะต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับประเทศของเราและไม่คาดหวังที่จะเปลี่ยนเราให้เป็นอย่างเขา ถ้าหากทำไม่ได้ เรายินดีเชิญให้ออกจากประเทศของเรา 


        มีคนออสเตรเลียจำนวนมากที่เป็นกังวลว่าเราอาจกำลังดูหมิ่นศาสนา... แต่ดิฉันขอให้ความมั่นใจกับประชาชนของประเทศออสเตรเลียว่าสิ่งที่ดิฉันดำเนินการอยู่นี้เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับประเทศและประชาชน
เราพูดภาษาอังกฤษที่นี่ไม่ใช่ภาษาอาราบิค ดังนั้นถ้าท่านต้องการอาศัยอยู่ในประเทศของเรา ท่านต้องเรียนรู้ที่จะพูดภาษาอังกฤษในประเทศออสเตรเลีย


        เราเชื่อในพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าและเราเชื่อในพระเจ้า. เราจึงเชื่อและติดตามคำสอนของพระคริสต์และไม่มีศาสนาอื่น. นั่นเป็นสาเหตุที่ท่านจะเห็นภาพของพระเจ้าและหนังสือพระคัมภีร์ในทุกสถานที่ ถ้าท่านมีความรู้สึกขัดแย้งกับสิ่งเหล่านี้ ท่านมีอิสระในการออกจากประเทศออสเตรเลีย ไปยังประเทศอื่นใดในโลกนี้ 


      ออสเตรเลียคือประเทศของเรา เป็นดินแดนของเรา และนี่คือวัฒนธรรมของเรา เราจะไม่ติดตามศาสนาของท่าน. แต่เราเคารพในความรู้สึกของท่าน 

      ดังนั้นถ้าท่านจะอ่านคัมภีร์โกหล่านหรือละหมาด กรุณาอย่าสร้างมลพิษทางเสียงโดยการใช้ลำโพงอ่านเสียงดัง. 

     กรุณาอย่าอ่านคัมภีร์โกหร่านหรือทำละหมาดในโรงเรียนของเรา. ในสำนักงาน หรือในสถานที่สาธารณะ ท่านสามารถทำได้เงียบๆในบ้านของท่านหรือในสุเหร่าซึ่งจะไม่ทำความไม่สะดวกสบายให้กับเรา
    ถ้าท่านมีประเด็นอะไรกับธงชาติของเราหรือการเคารพธงชาติของเรา หรือศาสนาของเรา หรือวิถีชีวิตของเรา. ขอกรุณาออกจากประเทศออเตรเลียได้ตลอดเวลาและไม่ต้องกลับมาอีก

(Angel)นายกรัฐมนตรี. "จูเลีย กิลลาด"(Angel)

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ท่อน้ำเลี้ยง โจรฟาตอนี หรือปล่าว ?



           เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 ก.พ.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด(บก.สกส.บช.ปส.)กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)สนธิกำลังร่วมกับ บก.ปส.4 และ บก.ขส. บช.ปส.ร่วมกันปฏิบัติการสืบสวน ติดตามกลุ่มเป้าหมายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งพักยาพื้นที่พัทลุง ลงไปยังพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จว.นราธิวาส จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 คน 
  • นายอาแว สาแล๊ะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.7 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา 
  • นายก่อเส็ม เอียดขาว อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 ม.7 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จว.พัทลุง 
  • น.ส.อภิญญา หมัดจันทร์ อายุ 28 ปีอยู่บ้านเลขที่ 110 ม.3 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จว.พัทลุง 
  • น.ส.นูรไอนี สาแหละ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม. 1 ต.โละจูด อ.แว้ง จว.นราธิวาส 
       พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 494 มัดรวมประมาณ 988,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง มิตรซูบิชิ สีเทาหมายเลขทะเบียน กง 8802 นราธิวาส โทรศัพท์มือจำนวน 3 เครื่อง อาวุธปืนพกขนาด .45 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 7 นัด


            เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.สกส.บช.ปส.หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปแหล่งพักยาจึงได้เฝ้าติดตามรถยนต์เป้าหมายคันหมายทะเบียน กง 8802 นราธิวาส พบว่าเดินทางเข้ามาจอดยังบ้านเลขที่ 110 ม.3 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว


         จากการตรวจค้นพบยาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ด้านหลังพนักพิงเบาะด้านหลังซึ่งดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อนจำนวนประมาณ 724,000 เม็ดเจ้าหน้าชุดสืบสวนจึงได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบยาบ้าซุกซ่อนไว้อีกจำนวน 264,000 เม็ด โดยการฝังไว้ใต้พื้นห้องน้ำหลังบ้าน รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดประมาณ 988,000 เม็ด จึงได้ทำการบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน


        จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้เก็บพักยาและลำเลียงไปส่งยัง อ.สุไหงโกลก จว.นราธิวาส  โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต"  จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.ปส.4 ดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ญี่ปุ่นเจอปัญหาแล้ว











静岡に住んでいるイスラム家庭が豚肉などを含んだ学校給食に苦慮しているらしい。

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ที่เมืองชิซึโอกะ ครอบครัวมุสลิมบางคนกำลังมีความขัดแย้งกับโรงเรียนเรื่องอาหารกลางวัน


とある集会で

ผู้หญิงคนหนึ่งพูดในที่ประชุมว่า


「理解を」

"โปรดเข้าใจศาสนาของเราด้วย"


と訴えたイスラム女性がいて現在日本の各界に波紋を呼んでいる。

แต่คนญี่ปุ่นบางคนก็รู้สึกตำหนิกับเรื่องนี้


自分はイスラムに対して偏見はないし、イスラム教徒のほとんどはそのほかのものよりもまじめな人たちだと思っている。

ผมไม่มีอคติกับชาวมุสลิมนะครับ ผมคิดว่าพวกเขาเป็นผู้เลื่อมใสในศาสนาที่ดี


しかし、給食を別メニューでつくるとなるとそれだけで自治体にとってはかなりの出費になってほかの日本人にしわ寄せが来るのは必至だ。

แต่ที่โรงเรียน ถ้าทำเมนูใหม่ขึ้นมาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม


考えてみてほしい、材料はとうぜん分けねばならず、そればかりか、窯も調理器具もまったく別に用意しなければならない。

ถ้าต้องทำอาหารเพื่อชาวมุสลิม ต้องใช้วัตถุดิบอีกอย่างและต้องทำอาหารอีกอย่าง


何よりもそれを作る調理師だってまったく別に雇わなければいけなくなるのだ。

ต้องจ้างคนทำอาหารเพิ่มอีกด้วย


全体の給食費は上がってしまうだろう。

ค่าใช้จ่ายของโรงเรียนสำหรับอาหารกลางวันก็เพิ่มขึ้นอีก


自分の住む足立区などは実に4人に1人が貧困児童と言われていて、給食以外はスナック菓子ですませている子が実際多い。

(中には給食費さえ払えない子供も)

เมืองของผม Adachi-ku เด็ก 25% เป็นเด็กยากจน พวกเขาได้กินอาหารแค่ที่โรงเรียนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ต้องกินขนมอยู่ที่บ้าน

(บางคนก็ไม่สามารถจ่ายค่าอาหรกลางวันที่โรงเรียนได้)


イスラムの人たちには豚肉でさえ食べられない子供が日本ではとても多いのだとわかってほしい。

ผมหวังว่าชาวมุสลิมบางคนจะเข้าใจนะครับ เด็กญี่ปุ่นบางคนก็ไม่มีแม้กระทั่งเนื้อหมูจะทาน


イスラムの人たちがあまりに強引だと外国にきて

ถึงแม้ถ้าครอบครัวญี่ปุ่นที่เป็นมุสลิมต้องการเมนูพิเศษที่โรงเรียน ผมคิดว่าพวกเขาพูดแบบนี้ครับ


「自分たちは変わるつもりはない、あなた達がかわってください」

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงในประเทศของคุณได้ คุณควรจะเปลี่ยนแปลง"


と言っているようなものだ。

เหตุยิงนายก อบต.ปิยามุมัง - เผารถโรงโม่หินยะลา เป็นเรื่องส่วนตัว


             พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า หลังเกิดเหตุ ลอบยิงนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เสียชีวิต รวมถึง ลอบวางเพลิงรถแม็คโคร รวมถึง รถบรรทุกสิบล้อ ภายในโรงโม่หินของ จ.ยะลา 2 แห่ง 

        จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่น่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากการข่าวสืบทราบว่า ทั้ง 2 กรณีนั้น มีที่มาที่ไป โดยกรณีของ นายสะมะแอ ดอเลาะ ซึ่งเป็นนายกอบต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พบว่าก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ นายสะมะแอ ได้เข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมบอกว่า ตนกำลังถูกมือปืนจากภาคใต้ตอนกลางมุ่งทำร้าย ทำให้ต้องเปลี่ยนรถตลอดเวลา นอกจากนี้ยังขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลคุ้มครอง 

           ส่วนกรณีของโรงโม่หินของ จ.ยะลา ทราบว่าน่าจะมาจากการขัดผลประโยชน์กันของคนในพื้นที่ แต่ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่าจะมีการยืมมือกลุ่มผู้ก่อความสงบมาใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาพบว่า ทุกครั้งหลังเกิดเหตุรุนแรงทุกคนจะพุ่งเป้าไปที่ปัญหาการก่อการร้าย ทำให้ลืมเรื่องอื่น ๆ เช่น ขบวนการค้ายาเสพติด หรือ ของเถื่อน จนทำให้ภาพความรุนแรงทั้งหมด เป็นรูปแบบของการก่อความไม่สงบ สร้างความหวาดกลัวให้กับนักธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุน รวมถึงกระทบต่อการสร้างความปรองดองระหว่างคนในพื้นที่ 

        ประเด็นสำคัญคือ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้ ธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ สามารถดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม พล.ท.ปิยวัฒน์ฯ ปัจจุบันตนยังคงเดินหน้าสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของชาวบ้านเป็นหลัก เนื่องจากหากทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็จะทำให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ควบคู่กับการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับทุกคน ตามมาตรการที่เข้มงวดเช่นเดิม

ชุดลาดตระเวนจรยุทธ์ตรวจพบอุปกรณ์ประกอบระเบิดฯของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง หวังเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่







           ชุดลาดตระเวนจรยุทธ์ ร้อย.ฉก.ทพ.3311 ฉก.ทพ.33 ทำการลาดตระเวนจรยุทธ์ เพื่อตรวจสอบ “x–ray” ทำการค้นหาพิสูจน์ทราบแหล่งซุกซ่อนอาวุธปืน และแหล่งประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่รับผิดชอบ ขณะทำการลาดตระเวน ได้ตรวจพบฐานปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และตรวจพบ กระสอบปุ๋ยภายในบรรจุถังแก๊ส และ อุปกรณ์ และสิ่งของเครื่องใช้จำนวนหลายรายการ คาดว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง จะนำมาประกอบระเบิดแสวงเครื่อง เพื่อเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่ ณ บริเวน สันเขา ระหว่าง บ.อูแบ และ บ.ตะปูเก๊ะ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

หากินง่ายไปไหมแพ่ คกก.กลางอิสลาม ยื่น “มีชัย” ขอโควต้านั่ง ส.ว. ชี้ เชื่อมโยงชาวมุสลิม ช่วยงานพื้นที่ภาคใต้






           เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 15 ธันวาคม ที่รัฐสภา พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายวินัย ดะห์ลัน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เข้ายื่นหนังสือต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อขอให้พิจารณาจัดสรรโควต้าสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้กับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

           โดย พล.ต.ต.สุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้มีตัวแทนที่มาจากการคัดเลือกโดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ และเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวมุสลิม เข้ามาทำหน้าที่ส.ว. ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการกลางอิสลามฯ เคยเสนอบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง อาทิ ส.ว. ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งบุคคลที่เสนอมีความเชี่ยวชาญและเชื่อว่าหากเข้าไปทำงานจะช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ได้ แม้ในส.ว.ชุดที่ผ่านมาจะมีผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าไปทำหน้าที่แต่ไม่ใช่บุคคลที่เป็นตัวแทนขององค์กรฯ ที่มีความเชื่อมโยงกับพี่น้องมุสลิมทั่วประเทศ

           ด้าน นายมีชัย กล่าวว่า ตนจะนำข้อเสนอยื่นให้กับที่ประชุมกรธ. พิจารณา

รวบเครือข่ายค้ายาบ้านับล้านเม็ดในพื้นที่พักยาพัทลุงเตรียมส่งจำหน่าย โก-ลก





        เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 ก.พ.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด(บก.สกส.บช.ปส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สนธิกำลังร่วมกับ บก.ปส.4 และ บก.ขส. บช.ปส.ร่วมกันปฏิบัติการสืบสวน ติดตามกลุ่มเป้าหมายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งพักยาพื้นที่พัทลุง ลงไปยังพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส



          ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 4 คน ประกอบด้วย นายอาแว สาแล๊ะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.7 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา นายก่อเส็ม เอียดขาว อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 ม.7 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง น.ส.อภิญญา หมัดจันทร์ อายุ 28 ปีอยู่บ้านเลขที่ 110 ม.3 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง และ น.ส.นูรไอนี สาแหละ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม. 1 ต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส

      ในการจับกุมตัวผู้ต้องหาในครั้งนี้พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 494 มัด รวมประมาณ 988,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง มิตรซูบิชิ สีเทาหมายเลขทะเบียน กง 8802 นราธิวาส โทรศัพท์มือจำนวน 3 เครื่อง อาวุธปืนพกขนาด .45 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 7 นัด

        สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.สกส.บช.ปส.ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปแหล่งพักยาจึงได้เฝ้าติดตามรถยนต์เป้าหมายคันหมายทะเบียน กง 8802 นราธิวาส พบว่าเดินทางเข้ามาจอดยังบ้านเลขที่ 110 ม.3 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว

        จากการตรวจค้นพบยาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ด้านหลังพนักพิงเบาะด้านหลังซึ่งดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อนจำนวนประมาณ 724,000 เม็ดเจ้าหน้าชุดสืบสวนจึงได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบยาบ้าซุกซ่อนไว้อีกจำนวน 264,000 เม็ด โดยการฝังไว้ใต้พื้นห้องน้ำหลังบ้าน รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดประมาณ 988,000 เม็ด จึงได้ทำการบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน


         จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้เก็บพักยาและลำเลียงไปส่งยัง อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส

       เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.ปส.4 ดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป


เหตุระเบิดที่ยะลาเกี่ยวข้องกับนักศึกษาจริงหรือ




เหตุระเบิดที่ยะลาเกี่ยวข้องกับนักศึกษาจริงหรือ?
แล้วน้กศึกษาที่จับได้เป็นนักกิจกรรมอง์กรใหน?


        ความเหมือนของเหตุคาร์บอมบ์เมืองนรา-สู่เหตุระเบิดป่วนเมืองยะลา 44 จุด หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ปิดล้อมหอพักนักศึกษาควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย กลุ่ม PerMAS กดดันเคลื่อนไหวออกแถลงการณ์ให้ปล่อยตัว กล่าวหาเจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิ ในการทำกิจกรรมของนักศึกษา สุดท้าย!! ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพมีเอี่ยวลอบระเบิดป่วนเมือง


           ณ นาที่นี้เชื่อเหลือเกินว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก สหพันธ์นิสิตนักศึกษา นักเรียน และเยาวชนปาตานี หรือ PerMASซึ่งเป็นปีกการเมืองของขบวนการ BRN มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนงานการเมือง เป็นผู้จัดตั้งมวลชนสนับสนุนกลุ่มขบวนการ และปลุกกระแสเรียกร้องให้มีการลงประชามตินำไปสู่การกำหนดใจตนเอง เพื่อแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐไทย


           ในสายตาของประชาชนปาตานีที่ไม่รู้เท่าทัน PerMAS เข้าใจว่ากลุ่มนักเรียน นักศึกษาคือความหวังหนึ่งเดียวของปาตานีที่ได้ขับเคลื่อนต่อสู้เพื่อประชาชน ตามแนวทางของประชาธิปไตย ด้วยการแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ 


          แต่เบื้องลึกจะมีใครรู้บ้างว่ากลุ่มนักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ได้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มขบวนการ BRN ในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ หลายต่อหลายเหตุการณ์ด้วยกันที่ลงมือก่อเหตุกระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ กว่าจะรู้ว่าเป็นฝีมือใครที่กระทำความรุนแรงก็ต่อเมื่อได้กลายเป็นศพ หรือไม่ก็ถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย


          หากท่านที่ติดตามข่าวสารในการนำเสนอของสื่อมวลชนจะพบว่าจากเหตุระเบิดที่นราธิวาสพร้อมกัน 3 จุด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งในเวลาต่อมามีการตรวจค้นหอพักและควบคุมตัวนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และบุคคลที่ถูกควบคุมตัวหลายคนให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการลอบวางระเบิดในครั้งนั้นจริง ๆ

  • นายอัมรีย์ วรรณมาตร, นายอิสมะแอ เจ๊ะโซะ และนายรีดวน สุหลง ได้ยอมรับมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยเฉพาะ นายรีดวน สุหลง ยอมรับว่าได้ร่วมประชุมวางแผนกำหนดเส้นทางพื้นที่เป้าหมายในการก่อเหตุ และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมนำพากลุ่มปฏิบัติการเข้าพื้นที่เป้าหมาย เป็นผู้ควบคุมผู้ร่วมก่อเหตุไปรับรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก มิตซูบิชิ สตราดา ตอนครึ่งสีบรอนซ์เงิน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ที่ซ่อนระเบิดแสวงเครื่องแล้ว ไปเก็บซุกซ่อนไว้ก่อนนำไปก่อเหตุ 
  • ถัดมาวันที่ 2 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ได้เปิดแผนตรวจค้นต่อเป้าหมายย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา จำนวน 9 เป้าหมายด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหอพักบ้านเช่านักศึกษา ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องต่อกรณีปล้นรถยนต์กระบะที่ อำเภอยะหา และเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดยะลามาทำการซักถาม และในวันเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 5 คน ขณะทำกิจกรรมค่ายเยาวชนที่โรงเรียนดารุสสาลามมูลนิธิ ม.6 ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง รวมแล้วได้ควบคุมตัวนักศึกษาหลายสิบคน
  • ผลการซักถามผู้ที่ถูกควบคุมตัว จำนวน 4 ราย คือ นายอับดุลฟาริด สะกอ, นายไซดี ทากือแน, นายซอบรี กาซอ และ นายแยสฟรี หะยีปูต๊ะ ให้การรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดยะลาเมื่อ 14-16 พฤษภาคม จำนวน 44 จุด และผู้ที่ยอมรับสารภาพนั้น มี 2 ราย ยังเป็นนักศึกษาอยู่ซึ่งกำลังศึกษาอยู่วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดยะลา และ มอ.ปัตตานี


          ความเหมือนกันของเหตุลอบวางระเบิด ถนน ณ นคร จังหวัดนราธิวาส และในเขตเทศบาลนครยะลา ทั้งสองเหตุการณ์ คือมีการตรวจค้นหอพักนักศึกษา เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุ 


          ความเหมือนอีกอย่างหนึ่งคือความพยายามของกลุ่ม PerMAS ในการเคลื่อนไหวกดดันเจ้าหน้าที่ให้มีการปล่อยตัวนักศึกษา มีการบิดเบือนข้อมูล และชี้นำทางความคิด ด้วยการออกแถลงการณ์ กล่าวหาว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการก้าวล่วงการจัดกิจกรรมของนักศึกษา แต่เป็นเพราะหลักฐานเชื่อมโยงในเวลาต่อมาผู้ถูกจับกุมได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุลอบวางระเบิด และเป็นผู้ร้ายตัวจริง


          การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาด้วยการก่อเหตุ นอกจากได้สร้างผลกระทบต่อเป้าหมายแล้ว ยังส่งผลต่อสมาชิกแนวร่วมผู้กระทำที่จะต้องถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดี และบางรายมีหมายจับต้องหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้าน


           อย่างล่าสุดผู้ต้องหาหมาย ป.วิอาญา 2 หมาย ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งหลบหนีการจับกุมไปอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อเข้ามอบตัว เมื่อ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

           ผู้ต้องหาตามหมาย ป.วิอาญา คนดังกล่าวได้ยอมรับว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม ผกร.ตั้งแต่ปี 2553 ได้กระทำพิธีสาบานตน (ซูมเปาะ) และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงในพื้นที่ ด้วยการลอบวางระเบิด สภ.ปะลุกาสาเมาะเมื่อ 14 กันยายน 2554 เหตุลอบยิง นางสาวอรุณ บัวจุด ปลัด อบต.ปะลุกาสาเมาะ เสียชีวิตบริเวณตลาดนัดกือดายือริง เมื่อ 2 ธันวาคม 2554

          สาเหตุที่ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากหลบหนีไปอยู่ในประเทศมาเลเซียตั้งแต่ เดือนสิงหาคม 2555 รู้สึกคิดถึงบ้าน และที่สำคัญเข้าใจแล้วว่าการเป็นสมาชิกกลุ่ม ผกร. ต้องทำให้ชีวิตต้องลำบาก และสิ่งต่างๆ ที่มีการปลุกระดมจากขบวนการไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด จึงอยากยุติและหันหลังให้กับความรุนแรง ส่วนหนึ่งมีความไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่ จึงขอเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขกับครอบครัวยังบ้านเกิดเมืองนอน ไม่ต้องหลบหนีการจับกุมอีกต่อไป
การมุ่งสร้างความรุนแรงที่กลุ่มขบวนการได้ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้สร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อแนวทางการเอาชนะด้วยการใช้กำลังในการต่อสู้ใดๆ เลย มีแต่สร้างความเสียหาย และความสูญเสียอย่างประเมินค่ามิได้ 

          การบิดเบือนข้อเท็จจริงของกลุ่มองค์กร อย่างเช่น พฤติกรรมของสหพันธ์นิสิตนักศึกษา นักเรียน และเยาวชนปาตานี หรือ PerMAS ที่ทำการปลุกกระแสเรียกร้อง ชี้นำทางความคิดของประชาชน 
  • จะต้องไม่ล้ำเส้นความมั่นคงของประเทศ การดำเนินกิจกรรมจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย 
  • จะต้องยอมรับความจริงว่าผู้ที่กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษทัณฑ์ การใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายในการกดดันการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ให้ทำการปล่อยตัวคนผิดไม่ได้ส่งผลดีใดๆ ต่อองค์กรเลย และ
  • สมควรที่จะหยุดพฤติกรรมเหล่านี้เสียที ควรมุ่งจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ที่องค์กรนักศึกษาอื่นๆ กระทำกัน เพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษาและประชาชนโดยรวม ร่วมขับเคลื่อนนำพาสันติสุขกลับคืนมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีกว่ามั๊ย

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

จับ"มือระเบิด"ตามหมาย ป.วิอาญา




           เมื่อ 8 ก.พ.60, 0700 พ.อ.ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ รอง ผบ.ฉก.ยะลา (4)/ผบ.นปพ.ร่วม ประจำ จ.ยะลา., พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.ฉก.ทพ.41/ผบ.นปพ.ร่วม ชร., พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน ผกก.สส.ภ.จ.ยะลา., พ.ต.ท.ธนพล เยาวพักตร์ รอง ผกก.สส.ภ.จ.ยะลา, กองข่าวภัยแทรกซ้อน สขว.กอ.รมน.ภาค 4 สน., กก.สส.ภ.จ.ยะลา สส.6 (ชป.แกะดำ), สืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ สมค.ศปก.ตร.สน., ชป.จงอาง (นปพ.ร่วม ประจำ จ.ยะลา),ร้อย.ทพ.4114 (ร้อย.ทพ.เชิงรุก สนับสนุน นปพ.ร่วม ชร.), ชุดเครื่องมือพิเศษ ขกท.พล.ร.15,ฉก.ทพ.33 และ.สภ.บันนังสตา จัดกำลังร่วมติดตาม บังคับใช้กฏหมาย ในพื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา บุคคลเป้าหมายนายอายุป เปาะลี เลข.ปชช.1-9499-00106-962 ที่อยู่ 52/3 ถ.เจริญประดิษฐ์ อ.ปาการัง อ.เมือง จ.ปัตตานี พฤติกรรม ผกร.ระดับปฏิบัติการ ฝ่ายระเบิด บุคคลตามหมาย ป.วิอาญา จำนวน 4 หมาย

        ผลการปฏิบัติ สามารถควบคุมตัวนาย นายอายุป เปาะลี เลข.ปชช.1-9499-00106-962 ณ บ้านเลขที่ 207 บ.บียอ ม.4 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา บริเวณ พิกัด QG 517916 บุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 4 หมาย ดังนี้.-
  • 1. หมาย ป.วิอาญา เลขที่ จ.6/2560 ลง 2 ม.ค.60 จากเหตุการณ์ เมื่อ 19 มิ.ย.59 คนร้ายลอบวางระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์ อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งนายอายุป เปาะวี ทำหน้าที่กำหนดเป้าและดูต้นทาง
  • 2. หมาย ป.วิอาญา เลขที่ จ.33/2560 ลงวันที่ 5 ม.ค.60 จากเหตุการณ์ เมื่อ 3 ก.ค.59 คนร้ายเหตุลอบวางระเบิดจนท.ตร.ข้างมัสยิดกลางปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี
  • 3.หมาย ป.วิอาญาเลขที่ จ.67/2560 ลงวันที่ 18 ม.ค.60 จากเหตุการณ์ เมื่อ 24 ต.ค.59 คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี้ยว เบิ้ม อ.เมือง จ.ปัตตานี
  • 4.หมาย ป.วิอาญาเลขที่ จ.80/2560 ลงวันที่ 18 ม.ค.60 จากเหตุการณ์ เมื่อ 22 ก.ค.57 คนร้ายลอบวางระเบิด จนท.ตชด.ถนนสาย 418 อ.เมือง จ.ปัตตานี
       หน่วยได้ทำการซักถามขั้นต้น ณ ฉก.ทพ.33 และตรวจเก็บสารพันธุกรรม(DNA) บุคคลภายในบ้าน เพื่อนำไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่ หน่วยได้ลงบันถึงประจำวันที่ สภ.บันนังสตา และนำตัวส่งให้กับ หน่วยซักถาม ขกท.สน.จชต.เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถาม

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม

Gadget

ยังไม่สามารถใช้งานเนื้อหานี้ผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสได้