วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ทลายแก๊งส์น้ำมันเถื่อน ขุมทรัพย์โจรใต้


           บก.ควบคุม มทบ.42 ร่วมกับ ด่านศุลกากร ปาดังเบซาร์ และ ร้อย.ร.5021 ฉก.ร.5 เข้าจับกุม แหล่งค้าน้ำมันเถื่อนที่ อ.สะเดา ได้ ผู้ต้องหา 2 ราย น้ำมันเถื่อน รวม กว่า 3000 กว่าลิตร อื่นๆ อีกหลายรายการ

            เมื่อ 13 ก.ค.61 เวลา 1000 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.วรพล วรพันธ์ ผบ.มทบ.42/ผบ.ควบคุม มทบ.42 สั่งการให้ ร.อ.สาธิต สุวรรณราช ผบ.ชป.รส.บก.ควบคุม มทบ.42 พร้อมกำลัง ร่วมกับ ศุลกากร ปาดังเบซาร์ และ ร้อย.ร.5021 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 15/1 ซ.4/2 ถ.เขารูปช้าง อ.สะเดา จ.สงขลา ผลการปฏิบัติ ได้จับกุมตัว นาย ยาการียา ยากหลัง อายุ 32 ปี ที่อยู่ 97 ถ.เขารูปช้าง ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมของกลาง
  • 1.น้ำมันเชื้อเพลิง เบนซิน บรรจุใส่ถังเหล็ก จำนวน 400 ลิตร
  • 2.น้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซล บรรจุใส่ถังพลาสติก จำนวน 500 ลิตร
  • 3.น้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซล บรรจุใส่ถังเหล็กใต้ท้องรถยนต์ของกลางหมายเลข 5 จำนวน 200 ลิตร
  • 4.ปั้มสูบน้ำไฟฟ้า 1 เครื่อง
  • 5.รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อ มิสซูบิชิไททัน สีเทา ป้ายทะเบียน ขพ-8264 สงขลา 






         โดยนาย ยาการียา ฯ รับเป็นเจ้าของ ต่อมา เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 5 เทศบาลเมือง ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และได้จับกุมตัว นายอนุสรณ์ ชูสุวรรณ อายุ 34 ปี ที่อยู่ 5 หมู่ที่ 2 ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมของกลาง
  • 1.รถยนต์กระบะ ยีห้อ โตโยต้า (แคป) สีเทาดำ ทะเบียน บง 8050 ดัดแปลงถังน้ำมันใต้ท้องรถ พร้อมบรรจุน้ำมันดีเซล จำนวน 1,200 ลิตร
  • 2.น้ำมันดีเซล บรรจุถังเหล็ก 200 ลิตร จำนวน 4 ถัง รวมจำนวนน้ำมันดีเซล 800 ลิตร 
  • 3.เครื่องสูบน้ำ ยี่ห้อ TELLARINI จำนวน 1 เครื่อง 
         โดยนายอนุสรณ์ ฯ รับเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และได้นำตัวทั้ง 2 คน ส่งด่านศุลกากรปาดังแบซาร์ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ศาลปัตตานีตัดสิน ประหารชีวิต 3 โจรใต้ ยิงคนส่งขนมปังเสียชีวิต เมื่อ 4 ปีก่อน


ศาลปัตตานีตัดสิน ประหารชีวิต 3 โจรใต้ ยิงคนส่งขนมปังเสียชีวิต เมื่อ 4 ปีก่อน   เหตุโจรใต้กระหน่ำยิงลูกจ้างร้านขนมปังเสียชีวิต


           เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ธ.ค. 56 พ.ต.อ.วสันต์ พวงน้อย ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี นำกำลังรุดตรวจสอบ เหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.4 ต.เมาะมาวี บริเวณจุดเกิดเหตุพบ ผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดอยู่ด้านหลังรถยนต์กระบะแบบบรรทุกส่งของ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 72 ยะลา ตรวจสอบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายทิณกรณ์ บุญเอียด อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ถ.รถไฟ ต.สะเตง อ.เมืองยะลา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าศีรษะและลำตัว 2 นัด อีกทั้งพบขนมเค้กและขนมปังตกเกลื่อนพื้นถนนแต่ไม่พบหลักฐานใดๆ


            สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นลูกจ้างส่งขนมของร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถมาจากร้านในตัวเมืองยะลาเพื่อมาส่งของตามร้านค้าต่างๆ ใน อ.ยะรัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้ตายจอดรถแล้วลงมาจัดขนมตามออเดอร์ของลูกค้า ปรากฏว่ามีคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.มาจอด แล้วชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัด ต่อหน้าชาวบ้านจำนวนมาก ทำให้เสียชีวิตทันที ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุ จึงเร่งเครื่องหลบหนีไปขณะที่เจ้าหน้าที่กระจายกำลังไล่ติดตามพร้อมปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว คาดเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ รู้ว่าผู้ตายมาส่งของเป็นประจำจึงฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์

             ต่อมาเมื่อ 6 ก.ค.61 ศาลชั้นต้น "พิพากษาประหารชีวิต" นายอาหะหมัดซาฮาบูดิง สามุยามา จำเลยที่ 1, นายอาห์หมัดรอมซีย์ ดาโอะ จำเลยที่ 2 และ นายมูฮำหมัดซุกรี อับดุลฮานุง จำเลยที่ 3 ฐานความผิดเกี่ยวกับก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจรฯ และ ฆ่าผู้อื่น เนื่องจาก การดำเนินกรรมวิธีซักถามในกระบวนการซักถามสามารถนำไปสู่พยานหลักฐานในการก่อเหตุได้ และจำเลยทั้ง 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือ "จำคุกตลอดชีวิต"

ตัดท่อน้ำเลี้ยงโจรใต้ ยึดยาบ้าได้ 1,700 เม็ด



       ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ จชต.ซึ่งไหลทะลักเข้ามายังพื้นที่ได้เป็นตัวก่อและหนุนเสริมการแก้ปัญหาไฟใต้ สิ่งเหล่านี้ได้มีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับกลุ่มขบวนการอาชญากรใต้ชนิดแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว...หากจะกล่าวถึงเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ ก่อความไม่สงบในพื้นที่เป็นเอเย่นต์ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่อยู่ในรอยต่อกับประเทศเพื่อน จะเป็นพื้นที่หาเงินทุนเพื่อใช้ในการก่อเหตุของกลุ่มโจรใต้


          ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 21.30 น.ชุดสืบสวน สภ.เมืองยะลาได้ร่วมกันจับกุมตัว นายมะลาวี หรือ วี ดอมะ อายุ 36 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 199/2 ม.13 อ.เมือง จ.ยะลา พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 1,710 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 153.9 กรัมและของกลางอีกจำนวนหนึ่ง

        เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ จนท.ตร. ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำ ส่ง พงส.สภ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะทำการขยายผลเครือข่ายที่ส่วนเกี่ยวข้องมารับโทษ

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

โจรใต้ฝั่งระเบิดแก๊สปิกนิก "ดักสังหาร" เจ้าหน้าที่ EOD เก็บกู้สำเร็จ




          เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.กฤษดาชัย อาจหาญ รอง สว.(สอบสวน)สภ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยซุกอยู่ในกอหญ้าริมถนนสายบ้านบาลอ-เรียง หมู่ 4 ต.บาลอ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.ภูวนาถ แก้วน้อย ผกก.นายเริงชัย อุนารัตน์ ปลัออำเภอรามัน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด"ศรศึก-ศรชัย"ภ.จ.ยะลา รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนน พบถังแก๊สปิกนิกสีส้มน้ำหนัก 5 กก.มีสายไฟฟ้าโผล่ออกมา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จึงได้ใช้ความระมัดระวังดำเนินการจนสำเร็จ

            จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าทีทหารพราน กรม ทพ.41 วังพญา เดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางสายดังกล่าว พบวัตถุต้องสงสัยวางซุกไว้ในกอหญ้า ตรวจสอบเห็นเป็นถังแก๊สเชื่อว่าเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องของคนร้ายจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ไปเก็บกู้ไว้ได้ดังกล่าว คาดว่าเป็นของกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แอบนำมาวางไว้หวังดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ออกปฏิบัติหน้าที่










             
             พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สั่งการ เปิดแผนเชิงรุก พื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าเป็นที่นัดหมายประชุมวางแผนก่อเหตุ ทำลายจังหวะลดประสิทธิภาพการก่อเหตุ ทำงานยากขึ้น รวมทั้งตรวจค้นที่ต่างๆ ที่คาดว่าเป็นแหล่งกบด่านของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ พร้อมทั้งสั่งการปิดเมืองทั้ง 4 มุมเมือง แจ้งสถานีตำรวจภูธรทั้งหมดในจังหวัด จับตาเฝ้าระวังแนวเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างใกล้จุด เพิ่มความเข้มโดยเฉพาะ 4 จุดตรวจประตูสู่ จ.ยะลา ทั้งด้านรอยต่อ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย จุดตรวจขุนไวน จุดตรวจ ท่าสาป จุดตรวจมาลายูบางกอก จุดตรวจโพธิ์ทอง ให้เฝ้าระวังยานพาหนะ และบุคคลต้องสงสัย พร้อมทำการตรวจสอบบัตรประชาชน และนำหมายเลข 13 หลักตรวจสอบไปยังศูนย์เฝ้าระวังตรวจสอบบุคคลที่มีหมายจับคดีความมั่นคงอย่างละเอียด ป้องกันกลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในย่านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจแก่ประชาชน



เพจแนวร่วมโจรใต้ฯ กะล่อน ไม่เลิก




            “กรณีที่กระผม นายฮาฟิส ยะโกะระธานสหพันธนิสิตนักศึกษานักเรียนเเละเยาวชนปาตานี (PerMAS) กรณีถูกปฏิบัติการสารสนเทศ หรือที่เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า IO ให้ร้าย ทั้งในเรื่องการทำกิจกรรมในพื้นที่ความขัดแย้งปาตานี และการข่มขู่ทำร้ายอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
ซึ่งกระผมขอยืนยัน และถือโอกาสนี้ชี้แจงต่อสาธารณะว่า เราในฐานะกลุ่มนักศึกษา ที่ทำกิจกรรม ที่ยึดถือหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ที่มีหัวใจสำคัญคือ เคารพและให้เกียรติกันและกัน ไม่เคยปฏิบัติอย่างที่ถูกกล่าวหาจากเพจผีดังกล่าว และยินดีที่จะพูดคุยกับทุกคน ที่จะร่วมพูดคุยเพื่อนำมาสู่การคลี่คลายปัญหาที่ปาตานีได้”

          ดูลักษณะการพูด การวางประโยคนี่ ดีมาก บอกว่าทำกิจกรรมยึดหลักประชาธิปไตยและถือหลักสิทธิมนุษยชน แต่ลืมไปว่า ตัวเองทำงานเพื่อใคร แค่เป็นหุ่นเชิดตัวหนึ่งที่คอยเคลื่อนไหวตามคำสั่งเบื้องบน เป็นปีกการเมืองของขบวนการ BRN. 

          คนในพื้นที่ย่อมรู้ดี ประธาน Permas แต่ละรุ่นแต่ละสมัยใส่หน้ากาก เป็นไอ้โม่งกันทุกคน มีเป้าหมายของการทำกิจกรรมหรือเปิดเวทีเสวนาทุกที่ เพื่อหวังที่จะสร้างความแตกแยกในสังคม ยุยงปลุกปั่นเยาวชน ดิสเครดิก ด้อยค่าเจ้าหน้าที่รัฐจากบทบาทที่ทำงานช่วยเหลือสังคมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัด Permas ยังเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสภาวะสังคมให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดอีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

มโนสำนึกสุดท้ายก่อนระดมทุนช่วยเหลืออาชญากร...



โดย : "แบมะ ฟาตอนี"


"สายใยน้ำใจพี่น้องช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ"@บังนังสตา
             เมือวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมาทาง "คญธ" หรือ เครือข่ายญาติเพื่อการเข้าถึงความยุติธรรม ได้จัดงานเลี้ยงน้ำชาขึ้นที่ หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเพจ: Wartani ได้รายงานข่าวว่ามีพี่น้องประชาชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ มาร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก โดยวัตถุประสงค์หลักของงานเพื่อสมทบทุนในการต่อสู้คดีในชั้นศาล ค่าใช้จ่ายเรียกร้องความเป็นธรรมและเยียวยาให้แก่ครอบครัวจำเลยในคดีความมั่นคงซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์เผารถทัวร์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่างานดังกล่าวได้สิ้นสุดไปแล้วแต่ยังมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อขอรับเงินบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร


            การจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อการใดการหนึ่งก็ตามแต่ เป็นเรื่องที่กระทำได้ง่ายมากในพื้นที่ จชต. แห่งนี้ ซึ่งไม่เว้น "การระดมทุนช่วยเหลืออาชญากร" ที่มีพฤติกรรมอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน แต่มีข้อยกเว้นในการช่วยเหลือหรือบริจาคให้กับ "คนต่างศาสนา" ซึ่งไม่สามารถกระทำได้


           การระดมทุนช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม เพื่อผู้ยากไร้ซึ่งมีความเดือดร้อนจริงๆ คงไม่มีใครไปก้าวล่วงและวิพากษ์วิจารณ์ แต่นี่กลับระดมทุนเพื่อช่วยเหลือคนร้าย ที่กระทำตัวสุดโต่งสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมส่วนรวมเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ 

          ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หากย้อนกลับไปครั้งที่ศาลได้มีคำสั่งยึดทรัพย์ที่ดินปอเนาะ ญีฮาด ซึ่งมีนายดูนเลาะ แวมะนอ เป็นครูใหญ่โรงเรียนญีฮาดวิทยาในขณะนั้นได้ใช้โรงเรียนเป็นแหล่งซ่องสุมฝึกปรือโจรใต้และมีความเกี่ยวพันกับขบวนการผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้มีการจัดกิจกรรมกินข้าวยำซับน้ำตา มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนให้ความช่วยเหลือลูกชายนายดูนเลาะฯ แกนนำโจรใต้ที่จำเป็นต้องย้ายออกจากที่ดินผืนดังกล่าว อีกทั้งยังมีการ Live สดผ่านสื่อออนไลน์ให้เห็นบรรยากาศการจัดงานซึ่งมีประชาชนนักการเมือง ผู้นำศาสนามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก


           การจัดกิจกรรมของเครือข่ายญาติเพื่อการเข้าถึงความยุติธรรมในการจัดเลี้ยงน้ำชาขึ้นที่ หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ไม่ได้แตกต่างกับการจัดกิจกรรมกินข้าวยำช่วยเหลือปอเนาะญีฮาดสักเท่าไหร่ ดูแล้วเป็นการ Copy กิจกรรมกินข้าวยำในครั้งนั้นเป็นต้นแบบด้วยซ้ำ และความเหมือนที่ยากปฏิเสธคงหนีไม่พ้นการช่วยเหลืออาชญากร ช่วยเหลือผู้กระทำผิดที่ไม่น่าให้อภัยจากสังคม เป็นเพราะเหตุใด? กลับมีน้องประชาชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งนักการเมืองมาร่วมงานในครั้งนี้ สมองของคนเหล่านี้ผิดเพี้ยนหรืออย่างไร? รอยหยักสมองไม่สามารถแยกแยะผิดถูก สิ่งไหนควรหรือไม่ควร....


           แต่....ที่ผมกล่าวมาทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าคนกระทำผิดควรให้อภัยจากสังคมกระนั้นหรือ? ทั้งที่ในความเป็นจริงคนเหล่านี้ไม่เคยสำนึก และสำเหนียกตนเองว่าได้สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ที่เคยทำลายชีวิตผู้คนไปแล้วกี่ชีวิต แต่ถึงคราวตนเองเดือดร้อนใช้ความเป็นมุสลิม ดราม่าบีบน้ำตากล่าวหาไม่ได้รับความยุติธรรม เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเอง

         ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมากลุ่มคนเหล่านี้ได้ทำลายสังคม ทำลายเศรษฐกิจ ชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่ามิได้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่สูญเสียเคยได้รับโอกาสออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมบ้างมั๊ย!! ไม่เคยมีเลย.. มีแต่กลุ่มโจรใต้ที่ยัดเยียดให้ และไม่ได้นานๆ กระทำครั้ง แต่มันเดินหน้าสร้างความรุนแรงเกือบทุกวัน มันไม่ Mass แต่กลับมีคนบางกลุ่มกลับสวนกระแสกลับเรียกร้องความเป็นธรรมและระดมทุนช่วยเหลือให้แก่โจร ในขณะที่คนส่วนใหญ่เบื่อหน่ายความรุนแรงต้องการสันติสุข แต่กลับมีกลุ่มคนที่ลวงหลอก ด้วยความไม่เข้าใจ หรือต้องการสร้างความเกลียดชังให้อยู่ในสังคมต่อไป


         ผมใช้เวลาเพื่อศึกษาที่มาว่า ต้นตอกระแสในการสร้างความจงเกลียดจงชังสร้างความรังเกียจเจ้าหน้าที่รัฐ หรือแม้กระทั่งคนต่างศาสนามาจากไหน ผมพบว่า ล้วน Bias ด้วยเพจหรือกลุ่มบุคคลที่ซ่อนเร้น ผู้ที่มีจุดยืนเดียวกับกลุ่มขบวนการ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นปีกทางการเมืองบ้างเป็นพวกกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมที่กลุ่มขบวนการจัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนย้อนแย้งและดิสเครดิตรัฐ


          ปัจจุบันการทำลายสังคม ทำลายรัฐ หรือแม้กระทั่งการทำลายตัวบุคคล มันทำได้ง่ายแค่คลิกปลายนิ้ว คนก็พร้อมจะหลงเชื่อโดยไม่เฉลียวใจในการตรวจสอบใดๆ ทำให้สังคม รัฐ หรือตัวบุคคลเหล่านั้นเสียหาย และขาดความน่าเชื่อถือ แต่การจัดกิจกรรมระดมทุนช่วยเหลือโจรใต้ วัตถุประสงค์เพื่อต้องการสื่ออะไรบางอย่าง ที่มีนัยแอบแฝงแน่นอน ไม่ใช่แค่เพียงการออกมาระดมทุนช่วยเหลือเพื่อสมทบทุนในการต่อสู้คดีในชั้นศาลค่าใช้จ่ายเรียกร้องความเป็นธรรมและเยียวยาให้แก่ครอบครัวจำเลยในคดีความมั่นคงซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์เผารถทัวร์ที่ผ่านมาเท่านั้น ประการแรกต้องการสื่อให้สังคมรับรู้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ยอมรับกฎหมายรัฐบาลไทย มุ่งทำการเคลื่อนไหวเพื่อย้อนแย้งรัฐ เคลื่อนไหวเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่จำเลยในคดีความมั่นคงและเยียวยาครอบครัวจำเลยในคดีความมั่นคงซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่ไม่เป็นธรรม ในสายตาของประชาชนแล้ว "รัฐรังแกประชาชน" ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่มักใช้ได้ผล คราใดที่มีการบังคับใช้กฎหมายติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด


           "มโนสำนึกสุดท้ายก่อนระดมทุนช่วยเหลืออาชญากร" สเตตัสนี้ผมไม่ได้เขียนเพื่อกีดกันไม่ให้มีการช่วยเหลือ

            แต่ก่อนที่จะทำการช่วยควรจะคิดและสำนึกสักนิดหนึ่งเพราะสิ่งที่คนบางกลุ่มได้ทำนั้นย่อมหวังผลทางจิตวิทยาสังคม เพื่อต้องการให้ประชาชนด้วยกันย่อมเข้าใจคำว่า "เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ"ในฐานะพี่น้องมุสลิมด้วยกันความเป็นเชื้อชาติศาสนาเดียวกันที่ถูกกระทำ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วบุคคลเหล่านี้ที่เราๆ ท่านๆ ช่วยเหลือนั้นเป็น"อาชญากร" และการช่วยเหลืออาชญากรสมควรหรือ? 

          ผมตั้งใจเขียนเพื่อให้ทุกคนมีสติ ไม่ได้เขียนเพื่อมุ่งทำลาย แต่ให้ทุกคนคิดถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรชั่วเหล่านี้บ้างในฐานะผู้ถูกกระทำ และมองให้รอบด้านให้เห็นแง่มุมอื่นบ้าง ไม่ควรสนับสนุนความรุนแรง.. 

           แต่การช่วยกันบริจาคหรือระดมทุนเสมือนหนึ่งท่านยังต้องการคงความรุนแรงไว้ใช่หรือไม่อีกทั้งสวนกระแสไม่ต้องการสันติสุขที่คนส่วนใหญ่ต้องการ 

           การดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมตัดสินไม่ใช่มาตั้งศาลเตี้ยเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกจับกุมซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์เผารถทัวร์ กระบวนการยุติธรรมสามารถพิสูจน์ได้ใครถูกใครผิดตามพยานหลักฐาน หากไม่ผิดศาลมีคำสั่งยกฟ้อง แต่หากเป็นผู้กระทำผิดก็จะต้องไปชดใช้สิ่งที่ได้กระทำมาในเรือนจำ.... ดีกว่ามั๊ย!!
*****************

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

กลุ่มนักศึกษาเคลื่อนไหวแนวความคิดแบ่งแยกดินแดน ตามเลียแข้ง เลียขานายใหญ่ "วัน นอร์" ร่วมรับบริจาคเงิน ช่วยโจรใต้



               ฮาฟิส ยะโกะ ประธาน PerMAS กลุ่มนักศึกษาเคลื่อนไหวแนวความคิดแบ่งแยกดินแดน
ตามเลียแข้ง เลียขานายใหญ่ "วัน นอร์" ร่วมรับบริจาคเงิน ช่วยโจรใต้ สู้ในชั้นศาล ได้ทั้งใจมุสลิม ได้ทั้งคะแนนเสียง



            กลุ่มอดีตนักการเมืองขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและผู้ต้องหาคดีวางระเบิด ฆ่าคนตายในพื้นที่ 3 จชต. ซึ่งยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มนักศึกษา PerMAS ,กลุ่มมูลนิธิรับเงินต่างชาติ ,กลุ่มที่เรียกร้องแต่ผลประโยชน์ให้กับโจรใต้ ก็เรียกได้ว่าเป็นการหาเสียงไปในตัว โดยจัดงานเลี้ยงน้ำชาบังหน้า ผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็มาร่วมด้วย เพราะว่าเขาจัดงานเลี้ยง กินฟรี มีเกียรติ

          ผมไม่ได้บอกนะครับว่ากลุ่มนักการเมืองพวกนี้ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ร้่ายๆ ในบ้านเราหรือเปล่า แต่ที่หน้าคิดคือ เวลาเกิดเหตุร้าย ไม่เห็นมีกลุ่มไหนมันออกมาประณามการกระทำของโจรใต้ หรือขอรับบริจาค เยียวยาเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่โดนโจรใต้ฆ่าตายแม้แต่คนเดียว

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม