วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ใต้ป่วนรับอรุณ บึ้มรางรถไฟ



ใต้ป่วนรับอรุณ บึ้มรางรถไฟ-ระเบิดชุด รปภ.ครู


         เมื่อเวลา 07.15 น.วันที่ 18 พ.ย.55 ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขบวนรถไฟ เส้นทางระหว่าง บ.สโลว์กับ บ.ลาโละ ม.9 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ดุลยามาน แยนา ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.พงษ์พิภพ อรุณเลิศ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 นายวรเชษฐ พรมโอภาษ นายอำเภอรือเสาะ ร.ต.ต.แซน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าตรวจสอบที่ เกิดเหตุ

        พบขบวนรถไฟสายที่ 453 วิ่งต้นทางจาก จ.นครศรีธรรมราช ปลายทางสุไหงโก-ลก ตกอยู่ไหล่ทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องทำการลากรถไฟขบวนดังกล่าว ออกห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เพื่อความสะดวกในการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยจากการเข้าตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นอส.คุ้มครองขบวนรถไฟสายดังกล่าว นอนตายในสภาพคว่ำหน้าอยู่กลางตู้การ์ดซึ่งเป็นโบกี้ที่6โดยถูกแรงอัดและ สะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำตัว ตรวจสอบชื่อ อส.ธนากร ขุนแก้ว อายุ 35 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิของอิสลามทำการลำเลียงออกจากจุด เกิดเหตุมีจำนวน 16 ราย ถูกนำส่งรักษาอาการเบื้องต้นที่ รพ.รือเสาะ ในเวลาต่อมา

         จากการเข้าตรวจที่เกิดเหตุบริเวณภายในโบกี้ที่ 6 ซึ่งเป็นตู้การ์ดของเจ้าหน้าที่ พบว่าภายในมีสภาพที่ถูกระเบิดจนเสียหายยับเยินทั้งตู้ รวมทั้งตู้ข้างเคียงที่ถูกสะเก็ดระเบิดเช่นกันอีก 1 ตู้ ส่วนหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร และพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง หนัก 90 กิโลกรัมที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม ก่อนลากสายไฟไปในป่ารกทึบข้างทางประมาณ 100 เมตร แล้วจุดชนวนด้วยแบ็ตเตอรี่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบมือข้างขวาของ อส.ธนากร ที่เสียชีวิตตกอยู่ริมรางรถไฟ พร้อมอาวุธปืนสงคราม M 16 พร้อมแม็กกาซีนและกระสุนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานต่อไป

       ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 16 ราย ซึ่งมีอาการสาหัส 8 รายและส่งรักษาต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ในเวลาต่อมาคือ
         1.อส.ชวนิต ชูประวัติ
         2.อส.วินัย พรหมพูล
         3.อส.ประสาน ชาตรี
         4.นายสุขสวัสดิ์ เรืองนาม ขาขาด 2 ข้าง
         5.ดช.มะเพาซัน ดาโอ๊ะ
         6.ดช.มะเพาซี ดาโอ๊ะ
         7.นายสุกรี โกเบ
         8.นายกำพล หน่อแก้ว

           ส่วนอีก 1 รายคือนายสมมาตร แก้วประสิทธิ์ นอนรักษาตัวที่ รพ.รือเสาะ และอีก 7 รายแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บก่อนอนุญาตให้กลับบ้านได้

           จากการสอบสวนนายอิสมะแอ อูเซ็งดอเลาะ ผญบ.ม.9 บ.สโลว์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขบวนรถไฟสายดังกล่าวกำลังออกจากสถานีย่อยบ้านสโลว์บูกิตจือแร ได้ประมาณ 5 นาที จากนั้นตนเองซึ่งกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่ที่ร้านน้ำชาใกล้สถานีรถไฟ ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่เข้าตรวจสอบจนพบว่ารถไฟสายดัง กล่าวถูกระเบิดเสียก่อน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ตนเองขอประณามกลุ่มคนร้ายเนื่องจากชาวบ้านที่โดยสารมา กับขบวนรถไฟได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

          ทางด้านนายมานพ เหมือนปรีชา นายสถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุขบวนรถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่องรวม 14 ขบวนที่วิ่งต้นทางและปลายทางสุไหงโก-ลกต้องหยุดวิ่งทุกขบวนอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่เคลียร์จุดเกิดเหตุโดยต้องมีการยกขบวนรถไฟสายดังกล่าว ออกจากที่เกิดเหตุ และทำการซ่อมแซมรางรถไฟ ขณะเดียวกันต้องดูถึงมาตรการในการคุ้มครองขบวนรถไฟของเจ้าหน้าที่กองกำลัง ว่าจะต้องมีการปรับแผนอย่างไรบ้างต่อไปอีกด้วย
         




           วันนี้(18พ.ย.) เมื่อเวลา 07.20 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถไฟขบวนที่ 453 ยะลา-สุไหงโก-ลก บ้านสะโล หมู่ 9 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรือเสาะ เปิดเผยว่า ระเบิดถูกวางไว้ใต้รางรถไฟ และจุดชนวน เมื่อรถไฟวิ่งผ่านมา บริเวณป้ายหยุดรถไฟบูกิตจือแร จากนั้นคนร้ายได้ยิงถล่มซ้ำ เบื้องต้น ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นอาสารักษาดินแดน ทราบชื่อ อส.พนากร ขุนแก้ว อายุ 25ปี และมีผู้บาดเจ็บเกือบ 20 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ในจำนวนนี้ เป็นตำรวจรถไฟ 1 นาย เจ้าหน้าที่เก็บตั๋ว 2 ราย ที่เหลือเป็นประชาชนที่โดยสารมากับรถไฟสาย ซึ่งมีผู้บาดเจ็บสาหัส 4-5 ราย แขนขาด ขาขาด ขณะนี้ส่งโรงพยาบาลรือเสาะแล้ว จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 90 - 100 กิโลกรัม ทำให้เกิดหลุมกว้าง 3 เมตร ลึกเกือบ 2 เมตร
จากเหตุดังกล่าว ทำให้ที่สถานีรถไฟยะลา เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ขบวนรถไฟทุกขบวน ที่จะมุ่งหน้าไปยังปลายทาง อ.สุไหงโก-ลก ต้องหยุดจอดถึงเพียงสถานีรถไฟยะลา เท่านั้น ส่วนทางเข้า- ออก และ ภายในบริเวณสถานีรถไฟ มีเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน คอยดูแลรักษาความปลอดภัย มีการตรวจกระเป๋าและสัมภาระอย่างละเอียด เกรงคนร้ายจะถือโอกาสก่อเหตุร้ายบริเวณสถานีซ้ำสอง ขณะที่ ชาวบ้านบางรายต้องพบกับความผิดหวังที่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ต่างทยอยคืนตั๋วรถไฟ และต้องใช้การโดยสารรถยนต์ประเภทอื่น มุ่งหน้าไปยังปลายทางต่อไป
นายสถานีรถไฟยะลา เปิดเผยว่า สำหรับขบวนรถไฟที่วิ่งปลายทางสุไหงโก-ลก ผ่านสถานีรถไฟยะลา มีทั้งหมด 14 ขบวน แยกเป็นรถเร็ว กรุงเทพฯ สุไหงโก-ลก 2 ขบวน , รถด่วน 1 ขบวน รถดีเซลรางหาดใหญ่ - สุไหงโก-ลก 1 ขบวน และรถไฟท้องถิ่น ที่ใช้บริการฟรี 10 ขบวน โดยวันนี้รถทุกขบวน จะวิ่งมาแค่ปลายทางสถานียะลาเท่านั้น ส่วนปลายทางสุไหงโก-ลก หยุดวิ่งเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะเกิดความปลอดภัย
**************************************************

นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดน้ำหนัก 100 กก.ขบวนรถไฟที่ 453 วิ่งต้นทางจากยะลา จดปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก เป็นเหตุให้ อส.เสียชีวิต 1 นาย และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 16 ราย คาดคนร้ายต้องการแสดงศักยภาพต่อเนื่อง ช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนประเทศไทย
    
       เมื่อเวลา 07.20 น. วันนี้ (18 พ.ย.) ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดขบวนรถไฟที่ 453 วิ่งต้นทางจากยะลา จดปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1075 ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟสโลว์บูกิตยือแร ม.9 ต.รือเสาะ ประมาณ 1 กม.ทำให้รถไฟตกราง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 16 ราย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
    
       พบขบวนรถไฟดังกล่าวจอดเสียหลักอยู่ และชาวบ้านได้ช่วยกันอุ้ม และประคองผู้ได้รับบาดเจ็บลงจากขบวนรถไฟ เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บลำเลียงส่งโรงพยาบาลรือเสาะกันอย่าง เร่งด่วน และพบศพผู้เสียชีวิตภายในโบกี้ที่ 7 ซึ่งเป็นห้องการ์ด นอนจมกองเลือดอยู่ในสภาพแขนซ้ายขาด ที่ถูกทับด้วยซากชิ้นส่วนของตู้รถไฟ ทราบชื่อ คือ อส.พนากร ชุ่นแก้ว สังกัดกองร้อยบังคับการ และบริการส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำศพส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
    
       นอกจากนี้ โบกี้ที่ 7 ซึ่งถูกแรงอัดของอานุภาพระเบิดส่งผลทำให้โบกี้ทั้งโบกี้ได้รับความเสียหายจน ไม่สามารถใช้งานได้ ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบหลุมระเบิด ซึ่งห่างจากโบกี้ที่ 8 ซึ่งเป็นโบกี้สุดท้าย ประมาณ 200 เมตร พบรางรถไฟถูกแรงอัดของอานุภาพระเบิดจนโค้งงอ และมีหลุมลึก 1.5 เมตร กว้าง 3 เมตร และพบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊ส หุ้งต้ม หนัก 100 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้ายาวเข้าไปในดงสาคู ยาวประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
    
       ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบชื่อ คือ
    
       1.อส.วินัย พงค์คูณ ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       2.อส.เชาวณิต ชูประวัติ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       3.อส.ประสาน ชาตรี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       4.ส.ต.อ.พิเชษฐ์ ทิพย์วารี อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บ
       5.ด.ต.ยงยุทธ กังวัตร์ อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บ
       6.ด.ช.มะเปาซี ดาโอะ อายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       7.นายสามารถ แก้วประสิทธิ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บ
       8.ด.ช.มะเพาซัน ดาโอะ ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       9.นายสุขสวัสดิ์ เรืองนาม อายุ 47 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       10.นายสุกรี กรูแป อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       11.นายกำพล หน่อแก้ว ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
       12.ด.ช.อัซรอน หะยีอาแซ อายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บ
       13.นายโชคดี พรหมจันทร์ อายุ 53 ปี ได้รับบาดเจ็บ
       14.นายวัชระ อินจำปา อายุ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บ
       15.นางรอกายะ กามาเซะ อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บ
       16.นายอุทัย สังข์ผล อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
    
       จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 07.10 น.หลังจากขบวนรถไฟสายดังกล่าวแล่นออกจากสถานีรถไฟรือเสาะ ไปประมาณ 10 นาที โดยขบวนรถไฟสายดังกล่าวได้จอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟสโลว์บูกิตยือแร และวิ่งออกจากสถานีรถไฟได้ประมาณ 1 กม.ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในกอสาคูริมทางรถไฟ และได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้กลางรางรถไฟ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในระหว่างที่ขบวนรถไฟโบกี้ที่ 7 ซึ่งเป็นห้องการ์ดแล่นผ่าน แรงระเบิดส่งผลทำให้อานุภาพของระเบิดทะลุทะลวงสู่ภายในโบกี้ ทำให้ อส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำขบวนรถไฟที่นั่งอยู่ถูกอานุภาพของระเบิดเสีย ชีวิตคาที่ และได้รับบาดเจ็บ
    
       และขบวนรถไฟได้ตกรางห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 200 เมตร หลังจากนั้น ชาวบ้านที่ใช้บริการขบวนรถไฟสายดังกล่าวได้พากันหวีดร้อง และพยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองลงจากขบวนรถไฟ เกรงกลุ่มคนร้ายจะยิงถล่มซ้ำ
    
       ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ส่งผลทำให้ขบวนรถไฟที่วิ่งขาขึ้น และขาล่องจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จดปลายทางสถานีรถไฟต่างๆ ทั้ง ยะลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ พัทลุง และหัวลำโพง จำนวนทั้งสิ้น 14 ขบวน ไม่สามารถเดินทางสู่สถานีรถไฟสุไหงโก-ลกได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่การรถไฟนำเครื่องมือกลหนักมาทำการเก็บกู้ขบวนรถไฟ รวมทั้งซ่อมแซมรางรถไฟซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาในการเก็บกู้นานกว่า 2-3 วัน จึงจะสามารถวิ่งตามปกติได้
    
       ส่วนสาเหตุคนร้ายวางระเบิดในครั้งเชื่อว่า คนร้ายพยายามแสดงศักยภาพต่อเนื่อง ทั้งคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลา และระเบิดรถไฟที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ช่วงที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เยือนประเทศไทย


 

        



 


          เมื่อเวลา 07.15 น.วันที่ 18 พ.ย.55 เกิดเหตุระเบิดขบวนรถไฟ เส้นทางระหว่าง บ.สโลว์กับ บ.ลาโละ ม.9 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ที่เกิดเหตุ พบขบวนรถไฟขบวนที่ 453 วิ่งต้นทางจาก จ.นครศรีธรรมราช ปลายทางสุไหงโก-ลก ตกอยู่ไหล่ทาง จึงได้ประสานไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องทำการลากรถไฟขบวนดังกล่าวออกห่างจากจุด เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เพื่อความสะดวกในการเข้าตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตซึ่งเป็น อส.คุ้มครองขบวนรถไฟสายดังกล่าวนอนตายในสภาพคว่ำหน้าอยู่กลางตู้การ์ดซึ่ง เป็นโบกี้ที่ 6 โดยถูกแรงอัดและสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำตัว ทราบชื่อคือ อส.ธนากร ขุนแก้ว อายุ 35 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บได้ลำเลียงออกจากจุดเกิดเหตุมีจำนวน 16 ราย ถูกนำส่งรักษาอาการเบื้องต้นที่ รพ.รือเสาะ ในเวลาต่อมา ส่วนที่เกิดเหตุบริเวณภายในโบกี้ที่ 6 ซึ่งเป็นตู้การ์ดของเจ้าหน้าที่ พบว่าภายในมีสภาพที่ถูกระเบิดจนเสียหายยับเยินทั้งตู้ รวมทั้งตู้ข้างเคียงที่ถูกสะเก็ดระเบิดเช่นกันอีก 1 ตู้ ส่วนหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร และพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง หนัก 90 กก.ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม ก่อนลากสายไฟไปในป่ารกทึบข้างทางประมาณ 100 เมตร แล้วจุดชนวนด้วยแบ็ตเตอรี่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบมือข้างขวาของ อส.ธนากรที่เสียชีวิตตกอยู่ริมรางรถไฟ พร้อมอาวุธปืนสงคราม M 16 พร้อมแม็กกาซีนและกระสุนจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 16 ราย ซึ่งมีอาการสาหัส 8 รายและส่งรักษาต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ในเวลาต่อมาคือ
  1. อส.ชวนิต ชูประวัติ
  2. อส.วินัย พรหมพูล
  3. อส.ประสาน ชาตรี ล่าสุด เสียชีวิต ที่รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
  4. นายสุขสวัสดิ์ เรืองนาม ล่าสุด เสียชีวิต ที่รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
  5. ดช.มะเพาซัน ดาโอ๊ะ
  6. ดช.มะเพาซี ดาโอ๊ะ
  7. นายสุกรี โกเบ
  8. นายกำพล หน่อแก้ว
  9. นายสมมาตร แก้วประสิทธิ์ นอนรักษาตัวที่ รพ.รือเสาะ
และอีก 7 รายแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บก่อนอนุญาตให้กลับบ้านได้
ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขบวนรถไฟสายดังกล่าวกำลังออกจากสถานีย่อยบ้านสโลว์บูกิตจือแร ได้ประมาณ 5 นาที ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ พบว่ารถไฟสายดังกล่าวถูกระเบิด 

 








http://narater2010.blogspot.com/

ระเบิดยะลา ฝีมือ ว่าที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย สมุนโอลันล้า


ระเบิดยะลา ฝีมือ ว่าที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย สมุนโอลันล้า
       

       เมื่อเวลา 07.25 น. เกิดเหตุ ระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านแสงไทยโลหะกิจ เลขที่ 520 ถ.สิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน33 ราย ที่เกิดเหตุพบว่า อาคารดังกล่าวกำลังถูกเพลิงลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกโหม ใช้เวลา นานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา ได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาจากทางด้านหลังอาคาร และนำตัว ส่งโรงพยาบาล บริเวณหน้าแขวงการทางยะลา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์กระบะ ฟอร์ดเรนเจอร์ ของเจ้าหน้าที่ทหารจอดอยู่สภาพรถได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด 

       โดยที่บริเวณหน้ารถพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไม่ทราบชื่อคร่อมอยู่กับรถจักรยายนต์ โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าวถูกรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งถูกแรงระเบิดกระเด็นมาพุ่งชนใส่จนเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุหน้าร้านดังกล่าว พบรถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน ก.3301 ยะลา ถูกเผาไหม้ไปทั้งคัน โดยฝั่งตรงข้ามพบรถจักรยานยนต์ซึ่งคนร้ายทำเป็นจักรยานยนต์บอมบ์มาจอดไว้หน้าร้านดังกล่าว แต่แรงระเบิดทำให้กระเด็นข้ามไปอยู่อีกฝั่ง สภาพรถเสียหายทั้งคัน เบื้องต้น พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟร้อย สีแดงดำ ซึ่งแจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อประมาณ 2 เดือน ที่แล้ว 

        ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารฉก.ยะลา นำกำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่เมื่อขับมาถึงจุดดังกล่าว คนร้าย ซึ่งได้จอดรถจักรยานยนต์บอมบ์ไว้ที่หน้าร้านแสงไทย ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทหารขับผ่านมา ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งอยู่ในรถยนต์กระบะ จำนวน 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ โดย 2 นายอาการสาหัส และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ อีก 15 ราย บ้านเรือนเสียหาย จำนวน 5 คูหา รถยนต์รถจักรยานยนต์ที่จอดใกล้เคียงได้รับความเสียหายหลายคัน เบื้องต้นเป็นการจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารเนื่องจากพบแผงวงจร แบตเตอรี่กระเด็นตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 

        สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทราบชื่อแล้วคือ น.ส.พรรณี ศิรินทร์วรเวทย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/42 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา 






















































































จยย.บอมบ์เมืองยะลา

ตาย1เจ็บ20
คาดฝีมือ‘อาซัน มูซอดี’ 

เหตุการณ์จักรยานยนต์(จยย.)บอมบ์ในหนนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 7.25 น. ของวันที่ 17 พ.ย. 2555โดย ร.ต.ท.ณรงค์ พรชัยศรี ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านแสงไทยโลหะกิจ เลขที่ 520 ถ.สิโรรส อ.เมืองยะลา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัยยะลา นำกำลังเข้าสกัดกั้น และให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนโดยในที่เกิดเหตุพบว่า อาคารดังกล่าวกำลังถูกเพลิงลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกโหม โดยใช้เวลากว่า 2 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่กู้ภัยยะลา ได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ยะลา

คนร้ายใช้ จยย.บอมบ์

นอกจากนี้ ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 50 เมตร บริเวณหน้าแขวงการทางยะลา เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะสีขาวไม่ติดหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่ทหารฉก.11 ยะลา มีสภาพรถได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยที่บริเวณหน้ารถ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าว ถูกรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งถูกแรงระเบิดกระเด็นมาพุ่งชนใส่จนเสียชีวิต
ส่วนในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ก.3301 ยะลา ถูกเผาไหม้ไปทั้งคัน โดยฝั่งตรงข้ามพบเศษรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายทำเป็น จยย.บอมบ์ มาจออดไว้หน้าร้านดังกล่าว แต่แรงระเบิดทำให้กระเด็นข้ามไปอยู่อีกฝั่ง โดยสภาพรถจยย.เป็นเศษเหล็กทั้งคัน เบื้องต้นทราบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟร้อยสีแดงดำ ซึ่งแจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อประมาณ 2 เดือน ที่แล้ว

เสียหายยับ-หวังทำร้ายทหาร

ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารฉก.ยะลา นำกำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่ และขับมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งจอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่หน้าร้านแสงไทยไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทหารขับผ่านมา ได้กดจุดชนวนระเบิดขึ้นทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งอยู่ในรถยนต์กระบะ จำนวน 5 นายได้รับบาดเจ็บ โดยมี 2 นายอาการสาหัส นอกจากนี้ มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ อีก 15 ราย บ้านเรือนเสียหาย จำนวน 5 คูหา รถยนต์รถจักรยานยนต์ที่จอดใกล้เคียงได้รับความเสียหายจำนวน กว่า 5 คัน จากการตรวจสอบในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารเนื่องจากพบแผงวงจรแบตเตอรี่กระเด็นตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบดูจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งสกัดกั้นรถคนร้ายที่คาดว่าจะก่อเหตุ พร้อมสั่งนำกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบเป็นการด่วน โดยเบื้องต้นพบว่ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของคนร้ายที่นำรถมาจอดเอาไว้ได้

พบเจ็บ20กว่าคน เสียชีวิต1

สำหรับรายชื่อรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด ได้แก่ 
1.นายชาริด มาหะมะ อายุ 30 ปี
 2.นายประยูร โพธาราม อายุ 34 ปี ,
 3.จสต.สันติ ศิริปัญญา อายุ 32 ปี , 
4.นายสุทธิลักษณ์ จิตร์แก้ว อายุ 16 ปี , 
5. นส.จริยา บุญธรักษา อายุ 37 ปี , 
6.นส.นราวดี บัวไชย อายุ 25 ปี , 
7.นส.ฉวีวรรณ วิทยารัตน์ อายุ 53 ปี, 
8.นส.สุภาพร ศรีใส อายุ 55 ปี , 
9.นายโชดดี คะแนสม อายุ 39 ปี , 
10.จสอ.วิเชียร บุญญะบุญญา อายุ 52 ปี , 
11.นายคมสันติ บัวศรี อายุ 34 ปี , 
12.นายไพศาล ว่องภาณุสกุล อายุ 40 ปี , 
13.นายสกุล จงจิตร อายุ 57 ปี , 
14.นายสมพงษ์ อินทร์ทอง อายุ58 ปี , 
15.ด.ช.ธนกร บัวศรี อายุ 4 ขวบ , 
16.นส.ประนอม สำอางศรี อายุ 46 ปี , 
17.สิบตรี.ปรีชา งาจันทึก อายุ 28 ปี , 
18.นส.อัซฮา สะอุ อายุ 20 ปี , 
19.นางจิรพรรณ หลักฉั่ว อายุ 40 ปี , 
20.ดต.วิรุณ ศรีสุวรรณโณ อายุ 52 ปี , 
21.นางรงมือล๊ะ สาอุ อายุ 30 ปี , 
22.สิบเอก.ยุทธชัย เจียมตน อายุ 30 ปี , 
23.นส.นวรัตน์ เชษฐ์ชัยวงศ์ อายุ 20 ปี , 
24.นส.นูรมารี ดอเลาะ อายุ 18 ปี , 
25.นส.ซูไรยา เจ๊ะอิง อายุ 23 ปี , 
26.นส.นุรีซัน นาแว อายุ 21 ปี และ 
27.นางเตือนตา เอียดเหลือ อายุ 46 ปี 

     ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีจำนวน 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 1 นายและผู้หญิงซึ่งเป็นชาวบ้าน แพทย์ได้นำเข้าห้องผ่าตัดด่วน ส่วนผู้ที่เสียชีวิตทราบชื่อแล้วคือ นางสาวพรรณี ศิรินทร์วรเวทย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/42 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 33 ราย ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลยะลา ให้รักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลา 10 ราย ส่วนที่เหลือให้กลับบ้านได้

ผู้เสียหายวอนรัฐเร่งเยียวยา

ต่อมา เวลา 11.00 น. พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ และนายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล เจ้าของร้านแสงไทยโลหะกิจ ซึ่งเป็นร้านได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด

นายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ เปิดเผยว่า แรงระเบิดทำให้ทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหาย อยากให้ทางรัฐมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประกอบการค้าด้วย สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ก็อยากจะให้เข้มงวดกว่านี้ เพราะถ้าเกิดในเมืองได้ ทุกคนก็ไม่สบายใจ

ขณะที่ นายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล เจ้าของร้านแสงไทยโลหะกิจ กล่าวว่า เมื่อเกิดเรื่องแล้ว การเยียวยาจะต้องเร็ว จะต้องรีบมาช่วยเหลือ ต้องมีเจ้าหน้าที่มาประเมินค่าความเสียหาย แล้วรีบดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเป็นก้อน ไม่ใช่จ่ายเป็นงวด เพราะกว่าจะได้ครบ เงินที่ได้มาก่อนก็หมดไป ทำอะไรไม่ได้ เรื่องที่จะกลัวหรือให้ย้ายออกคงจะไม่มีอยู่แล้ว เราเกิดที่นี่ อยู่ที่นี่ จะระเบิดอีกกี่ครั้งก็ต้องอยู่ที่นี่ ไม่หนีไปไหน ส่วนทรัพย์สินภายในร้านที่เสียหายก็จะต้องไปตรวจสอบอีกครั้ง

จนท.รับ ยังมีจุดอ่อนอยู่

ด้าน พล.ต.ปราการ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการระวังเต็มพื้นที่แล้วแต่ก็พบว่ามีจุดอ่อน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ขอยอมรับและจะปรับปรุงแก้ไข ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมบ้านเป้าหมายที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุใช้กบดาน แต่ก็ยังไม่พบเป้าหมาย ส่วนกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุนั้นสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี กล้องสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด

มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ระบุว่า สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุในเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของ นายฮาซัน มูซอดี แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฎิบัติการในพื้นที่ อ.เมือง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายสาอูดี สตาปอ มือประกอบระเบิดที่รับผิดชอบการลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ยะหา ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายทั้งสองกลุ่ม รวมตัวกันเพื่อปฏิบัติการในครั้งนี้

ป่วนอีก ลอบตัดต้นยางชาวบ้าน

อีกรายเหตุเกิด เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.อ.คงศักดิ์ แดงดี ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายตระเวนตัดต้นยางพาราของชาวบ้านได้รับความเสียหาย จำนวน 3 จุด ในพื้นที่บ้านตะโล๊ะแน็ง ม.4 บ้านทำนบ ม.5 ต.บางปอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมือง นายหฤษฏ์ มาหะมะ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร.ต.ท.นัฐวิทย์ วันเพ็ญศรี รองหน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสวนยางพาราของนายดาโอ๊ะ กาเดร์ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.5 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นโต๊ะอิหม่าม โดยต้นยางพาราอายุ 3 ปี ปลูกในเนื้อที่ 7 ไร่ ถูกคนร้ายใช้มีดตัดได้รับความเสียหาย จำนวน 195 ต้น ส่วนจุดที่ 2 และ 3 ห่างจากจุดแรกไปประมาณ 1 ก.ม. ซึ่งเป็นสวนยางพาราของ น.ส.นริศรา มะสาและ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131/1 ม.9 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านยี่งอ โดยต้นยางพาราอายุ 5 ปี ปลูกในเนื้อที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่บ้านตะโล๊ะแน็ง ม.4 ต.บางปอ ถูกคนร้ายใช้มีดตัดต้นยางพาราได้รับความเสียหาย 45 ต้น และสวนยางพาราที่ปลูกติดกัน ซึ่งเป็นของนายดือราแม คูตงดือรามะ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.10 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยต้นยางพาราอายุ 5 ปี ปลูกในเนื้อที่ 2 ไร่ถูกคนร้ายใช้มีดตัดต้นยางพาราได้รับความเสียหาย จำนวน 37 ต้น เจ้าหน้าที่จึงได้จดบันทึกเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุขึ้นในครั้งนี้ เป็นพวกสมาชิกแนวร่วมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อต้องการสร้างความแตกแยกและความหวาดระแวงขึ้นในหมู่บ้าน หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก จนไม่สามารถเคลื่อนไหวแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านได้ จึงจำเป็นต้องสร้างความหวาดระแวง เพื่อง่ายต่อการแฝงตัวเคลื่อนไหวกบดานในหมู่บ้านต่างๆ

**********************************

โจรใต้มุ่งสังหารทหารผู้หญิงรับเคราะห์แทน
โจรใต้กลุ่มอาร์เคเครุ่นใหม่สุดเหิมก่อเหตุ จยย.บอมบ์ย่านศูนย์การค้ากลางเมืองยะลา หญิงชาวบ้านชะตาขาดถูกแรงระเบิดแถมไฟคลอกตายสยองคาที่ 1 ศพ มีผู้บาดเจ็บระนาวร่วม 30 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย แถมไฟไหม้อาคารพาณิชย์เสียหาย 10 คูหา กล้องวงจรปิดจับภาพ พบคนร้ายลงมือสุดเย้ยฟ้า ขี่รถ จยย.พ่วงข้างซุกระเบิดกลางถนนแบบไม่สนใจใคร ก่อนนำไปจอดไว้ริมถนนหน้าร้านค้า  จากนั้นมีพวกอีกคนขี่รถ จยย.มารับออกไปคล้อยหลังไม่นานก็เกิดระเบิดบึมสนั่นเมืองขึ้น

โจรใต้ก่อเหตุ จยย.บอมบ์ถล่มทหารกลางเมืองยะลา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บระนาว โดยเมื่อเวลา 07.25 น. วันที่ 17 พ.ย. พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดและมีเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์หน้าแขวงการทางยะลา ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน  จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศชต. พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบก. พ.ต.ท.พชรพล ณ นคร รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง

ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างสี่แยกศูนย์การค้าโคลีเซียม กับสามแยกหน้าแขวงการทางจังหวัดยะลา พบไฟกำลังลุกไหม้อาคารราชพัสดุเลขที่ 521-531 จำนวน 10 คูหา จึงประสานนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา นำรถดับเพลิงฝ่ายป้องกันสาธารณะภัยกว่า 10 คัน รุดไปช่วยเหลือใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมง จึงสามารถสกัดเพลิงไว้ได้ ไฟไหม้อาคารเสียหายเกือบทั้งหมด  ตรวจที่เกิดเหตุพบรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ สีบรอนซ์ ไม่ติดป้ายทะเบียน เป็นรถเจ้าหน้าที่ทหารชุดสุนัขสงคราม สังกัด ฉก.ยะลา 11 ตัวถังพรุนและถูกไฟไหม้ กระจกแตกยับ

ส่วนบนพื้นถนนหน้ารถปิกอัพ พบศพ น.ส.พรรณี ศิรินทร์วรเวทย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/42 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา นอนตายคร่อมรถ จยย.ฮอนด้าดรีม ทะเบียน ง-6083 ยะลา มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดและรอยไฟไหม้ บนถนนฝั่งตรงข้ามพบซากรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน พยท 611 กรุงเทพมหานคร เหลือแต่ซากโครงเหล็ก พบเป็นรถ จยย.ต้นเหตุที่คนร้ายใช้จุดชนวนระเบิด และเป็นรถของนางฉวีวรรณ วาทอง บ้านอยู่ กทม. แจ้งหายที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อเดือน ส.ค.2555 ที่ผ่านมา ขณะที่บ้านเรือนละแวกใกล้เคียงถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายอีกหลายหลัง นอกจากนั้นทราบว่ามีผู้บาดเจ็บระนาว 30 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ทหารชุดสุนัขสงคราม ฉก.ยะลา 11 จำนวน 5 นาย ที่เหลือเป็นชาวบ้าน ถูกลำเลียงส่ง รพ.ศูนย์ยะลาก่อนแล้ว

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารนั่งรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ผ่านจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งคาดว่าเฝ้าดูพฤติการณ์เจ้าหน้าที่มาโดยตลอด นำรถ จยย.คันดังกล่าวที่ขโมยมาซุกระเบิดแสวงเครื่องหนักร่วม 50 กก.จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร  จอดไว้ริมถนนสิโรรสจุดเกิดเหตุ พอรถทหารขับผ่านมา โดยมีรถ จยย.ผู้ตาย ขี่นำหน้า  คนร้ายคาดว่ายืนอยู่บริเวณสี่แยกศูนย์การค้าโคลีเซียม ห่างกันราว 100 เมตร ได้กดชนวนจนระเบิดทำงานบึมถล่มเสียงดังกึกก้องไปทั่วชุมชนเมืองยะลา แรงระเบิดทำให้ไฟลุกไหม้อาคาร  มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บระนาว  คาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มอาร์เคเค
รุ่นใหม่ที่พยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์รุนแรง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครยะลา พบกล้องสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้  โดยคนร้ายที่ทำหน้าที่ขี่รถ จยย.บอมบ์ไปจอดเป็นชายวัย 25-30 ปี สวมเสื้อยืดสีฟ้าสลับขาว นุ่งกางเกงยีนส์ สวมแว่นตาดำ ไม่สวมหมวก กันน็อก ขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ 100 ซีซี สีแดงคาดดำ แบบพ่วงข้าง มีหลังคาคล้ายรถขายของเร่ โดยได้ใช้เส้นทางมาจากย่านชุมชนตลาดเก่า ผ่านตลาดนัดต้นมะพร้าว (ใกล้วัดยะลาธรรมาราม) ข้ามทางรถไฟ เวลา 06.52 น. ขับผ่านสถานีรถไฟ เวลา 06.54 น. เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าตลาดสดรถไฟบนถนนสิโรรส เวลา 06.55 น. เลี้ยวกลับรถหน้า บ.ทีโอที ยะลา แล้วไปจอดเทียบรถเก๋งโตโยต้าสีน้ำเงิน ทะเบียน ก-3301 ยะลา บริเวณหน้าร้านแสงไทย เลขที่ 520 ถนนสิโรรส เวลา 07.02 น. จากนั้นได้มีคนร้ายอีกคนขี่รถ จยย.ฮอนด้าดรีม 125 ซีซี ไม่ทราบเลขแผ่นป้ายทะเบียน สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำสวมหมวก กันน็อกสีดำ มารับขี่ออกไปทางหน้าตลาดสดรถไฟ ข้ามทางรถไฟ และเลี้ยวซ้ายเข้าไปในตลาดสดรถไฟก่อนที่จะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเวลาประมาณ 07.15 น. คนร้ายก็ได้กดชนวนระเบิดขึ้น

หลังเกิดเหตุนายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ยะลา เรียกประชุมเครียดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเผยว่า จากการที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ และนายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล เจ้าของร้านแสงไทยโลหะกิจ เป็นร้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดรวมทั้งผู้ประกอบการรายอื่นๆอีกหลายราย ทุกคนก็เข้าใจดี ตนเองสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้าไปดูแลเป็นการด่วน และสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบ และช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว โดยเฉพาะสถาบันทางการเงินต่างๆ ก็ควรที่จะช่วยดูแลและช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ด้วย คนกลุ่มนี้ก็คงจะไม่หนีไปไหน

ผวจ.ยะลากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการระวังกันอยู่แล้ว มีการแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลา แต่ต้องเข้าใจ คนทำกับคนระวังไม่เหมือนกัน เพราะพื้นที่กว้างและมีจุดอ่อนมาก ทำให้คนร้ายสามารถเข้ามาทำร้ายพี่น้องประชาชนได้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ขอยอมรับจะปรับปรุงแก้ไขและต่อสู้ต่อไป อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุทหารได้ลงพื้นที่ปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายใช้หลบซ่อนแต่ก็ยังไม่พบ ส่วนกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุนั้นสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายใช้  กล้องสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลต่อไป

ที่ จ.ปัตตานี ค่ำวันเดียวกัน พ.ต.อ.มนตรี คงวัดใหม่ ผกก.สภ.กะพ้อ รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บที่ปั๊มน้ำมันภายในหมู่บ้านโลทู หมู่ 6 ต.ปล่องหอย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ไปสอบสวนพบศพนายซากิ บือรอกี อายุ 23 ปี เป็น อส.อำเภอกะพ้อ อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ 6 ต.ปล่องหอย ถูกยิงด้วยกระสุนปืนเอ็ม 16 เข้าลำตัวพรุนหลายนัด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.กะพ้อ ก่อนแล้วทราบชื่อนายสาอูดิง เจ๊ะโด อายุ 23 ปี เพื่อนผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา 1 นัด ตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่เกลื่อนกว่า 10 ปลอก

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายออกหาข่าวในพื้นที่ ขณะยืนคุยกับนายสาอูดิง เพื่อนผู้บาดเจ็บภายในปั๊มน้ำมัน ได้มีคนร้ายนั่งรถกระบะโตโยต้าวีโก้ ไม่ทราบทะเบียน จอดประกบจากนั้นคนร้ายที่นั่งมากระบะหลังใช้ปืนสงครามยิงถล่มไม่ยั้งมือ ชาวบ้านและพนักงานปั๊มที่เห็นเหตุการณ์พากันวิ่งหนีตายโกลาหล หลังก่อเหตุคนร้ายพากันขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว คาดกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างความรุนแรง

              



               ช็อตเด็ด!ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพวินาที "โจรใต้" ซิ่งจยย.พ่วงข้างขนระเบิดหนัก 30 ก.ก. จอดทิ้งกลางเมืองยะลา หวังสังหารทหาร ก่อนบึ้มดับ1  เจ็บพุ่ง 33 ด้านตร.พุ่งเป้าฝีมือ "ฮาซัน มูซอดี"



                จากกรณีวันนี้(17 พ.ย.) ได้เกิดเหตุคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ ซุกซ่อนระเบิดมาจอดที่หน้าร้านแสงไทยโลหะกิจ ถ.สิโรรส ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดสุนัขสงคราม หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 รวม 5 นาย ขับรถกระบะผ่านมา แรงระเบิดทำให้ทหารและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย นอกจากนั้นแรงระเบิดยังทำให้เพลิงลุกไหม้อาคารบริเวณที่เกิดเหตุ เสียหายจำนวน 6 คูหา ล่าสุด จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครยะลา สามารถบันทึกผู้ก่อเหตุไว้ได้ จากภาพพบว่าผู้นำรถ จยย.บอมบ์ไปจอด เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณ 25 – 30 ปี สวมเสื้อยืดสีฟ้า-ขาว กางเกงยีน สวมแว่นตาดำ ไม่สวมหมวกกันน็อค ขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 ซีซี สีแดง-ดำ แบบพ่วงข้าง (โชเล่) มีหลังคาคล้ายรถพ่วงข้างขายของเร่ โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้เส้นทางมาจากย่านชุมชนตลาดเก่า ขับมาตามถนนสายสิโรรสและ เลี้ยวกลับรถ หน้าองค์การโทรศัพท์ยะลา TOT แล้วไปจอดเทียบรถยนต์เก่งยี่ห้อโตโยสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ก- 3301 ยะลา บริเวณหน้าร้านแสงไทย เลขที่ 520 ถนนสิโรรส  จากนั้นได้มีคนร้ายอีก 1 คนขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าดรีม 125 ซีซี ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน สวมเสื้อแจ็คเก็ต สีดำ สวมหมวกกันน็อค สีดำ ขับมารับออกไปทางหน้าตลาดสดรถไฟ ข้ามผ่านทางรถไฟ และ เลี้ยวซ้ายเข้าไปในตลาดสดรถไฟ ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นคนร้ายก็ได้กดชนวนระเบิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิต และ ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
              
             

เผยภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพคนร้ายไว้ได้
               






 







http://narater2010.blogspot.com/

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม

Gadget

ยังไม่สามารถใช้งานเนื้อหานี้ผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสได้