วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คำพี ....อันกูละหื่น



ISIS ประกวดท่องอัล-กุรอาน โดยจะได้ทาสสาวฟรีเป็นของรางวัล

         กลุ่มไอเอส เฉลิมฉลองเดือนรอมฎอน โดยการจัดประกวดท่องจำบทอัล-กุรอาน ว่าด้วยบทที่เกี่ยวกับการสงครามทั้งหมด ใครจำได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ ได้รับรางวัลสูงสุดคือทาสหญิง 1 คน

         การประกวดครั้งนี้จัดขึ้นทั่วจังหวัด อัล-บารากะฮ์ (al-Barakah) ของประเทศซีเรีย และจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-27 มิถุนายน 2558 โดยผู้ชนะลำดับที่ 1 - 3 จะได้ทาสสาวฟรี 1 คน ส่วนลำดับที่ 4 -10 จะได้เป็นเงินรางวัล

        ไอเอสได้มีการลักพาตัวหญิงสาวในภูมิภาคนี้เพื่อนำมาขายเป็นทาส และนำมาเป็นของรางวัลสำหรับนักรบไอเอสที่ทำผลงานดี ซึ่งหญิงสาวเหล่านี้มีทั้งที่เป็นชาวคริสต์ ยาซิดิและศาสนาอื่นๆ
.

shoebat.com/2015/06/24/isis-conducts-a-koran-memorization-contest-in-honor-of-ramadan-the-one-who-can-remember-the-koran-the-best-gets-a-free-sex-slave/

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บทสุดท้ายของโจรใต้...ปล้นรถยนต์



        ถูกดำเนินคดี ความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้ายด้วยการวางระเบิดทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของบุคคล

       จากกรณีเมื่อ 31 พ.ค.58 เหตุคนร้ายจำนวน 5 คน แต่งกายด้วยชุดดำ ปล้นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ฟอร์ด สีเขียว ทะเบียน บท 2614 ปัตตานี ในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา

      เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไล่ล่า และแจ้งด่านตรวจสกัดจับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว หลังถูกคนร้ายได้ปล้นไป จนในที่สุดคนร้ายได้นำรถไปจอดทิ้งไว้ในมัสยิดทางลัดพงยือไร ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา

       และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุม นายอับดุลฟาริด สะกอ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/1 ม.1 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จว.ยะลา ตามหมายจับ ศาลจังหวัดยะลา ที่ ฉฉ.27/2558 ลง 5 มิ.ย.2558 ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเหตุปล้นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ฟอร์ด เพื่อนำไปก่อเหตุ

       ล่าสุด นายอับดุลฟาริด สะกอ ถูกดำเนินดำเนินคดี ที่ 175/2558 ความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้ายด้วยการวางระเบิดทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของบุคคล

       คำถาม? ที่ไร้คำตอบ และตั้งข้อสังเกต ตกลงเป็นการปล้นรถ หรือสมยอมให้รถยนต์คันดังกล่าวกับโจรใต้กันแน่!! 

       การนำเสนอข่าวของสื่อแนวร่วมโจรใต้มักจะมีการชี้นำทางความคิด ด้วยการบิดเบือนข่าวสารสร้างภาพให้เห็นว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ 

      ด้วยข้อความ "คนร้ายจำนวน 5 คน แต่งกายด้วยชุดดำ"  และมาถึงจุดนี้ชัดเจนหรือยังครับ!! กับผลการสอบสวนและส่งตัวดำเนินคดีโจรใต้ฟาตอนีที่ทำการปล้นรถยนต์ เพื่อนำไปใช้ในการก่อเหตุ 

      หากกระทำสำเร็จมีผู้คนอีกกี่ชีวิตจะต้องบาดเจ็บล้มตาย ทรัพย์สินเสียหายด้วยน้ำมือโจรใต้เลวๆ เหล่านี้

      ข้อสงสัยข้อสุดท้าย เพื่อเป็นข้อคิด ทำไม? ต้องนำรถยนต์ไปทิ้งในสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาด้วย หรือผู้สั่งการแนวร่วมขบวนการอยู่แถวนั้น 

      น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับตัวผู้กระทำการปล้นรถยนต์คันดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที ลองนึกภาพดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการปฏิบัติการข่าวเท็จยัดเยียดความผิดให้เจ้าหน้าที่…

เหี้ย!!! ไม่เลิกจริงๆ โจรใต้ควายตอนี

อ้าว..เห็นท่าน ผอ.สถานบอกว่า เราอุตส่าห์สร้างคนดี "ส่งตัวฟ้องศาลดำเนินคดี...นักศึกษามือระเบิดยะลา"



ส่งตัวฟ้องศาลดำเนินคดี...นักศึกษามือระเบิดยะลา


       นายไซดี ทากือแน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/2 ม.1 ต.กาบัง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว ตามหมายจับของศาลจังหวัดยะลา ที่ ฉฉ.22/2558 ลง 4 มิ.ย.2558 จากการที่เจ้าหน้าที่จับกุมตัว นาย ไซดี ทากือแน เนื่องจากเป็นผู้ต้องสงสัยมีความเชื่อมโยง ผกร.มีส่วนเกี่ยวข้องเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา 44 จุด รวม 56 ลูก เมื่อ 14-16 พ.ค.58 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 18 ราย


       นายไซดี ทากือแน จบการศึกษาจากโรงเรียนธรรมวิทยา อ.เมือง จ.ยะลา ชั้น 10 ปัจจุบันกำลังศึกษา ดีโพมา (อนุปริญญา) วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดยะลา

       จากการซักถาม นายไซดีฯ ได้ยอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดเขตเทศบาลนครยะลาจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการบังคับขู่เข็ญแต่ประการใด

       เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับคำให้การยอมรับสารภาพของนายไซดีฯ ส่งดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาลงโทษตามกฎหมายต่อไป


       นายสุไฮมี ดุละสะ ประธาน PerMAS จะว่าอย่างไรเมื่อผลสรุปออกมาเช่นนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำอวดดีไปป่าวประกาศหน้า UN หน้าสถานเอกอัครทูตมาเลเซีย เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

       นักศึกษาโจรใต้ PerMAS คุณคือโจรก่อการร้าย ใช้ระเบิดแสวงเครื่องในการก่อเหตุ มุ่งหมายเอาชีวิตของผู้คน น่าจะจับไอ้พวกอัปรีย์เหล่านี้ไปผูกมัดกับระเบิดที่มันผลิตขึ้นมาจัง…

       การเคลื่อนไหวของกลุ่ม PerMAS นับว่าผิดพลาดในการเดินเกม แถมลงมือก่อเหตุเสียเอง คงไม่มีหน่วยงานไหนหรอกนะที่ปัญญาอ่อนเล่นด้วยกับนักศึกษาโจรใต้เหล่านี้....ประกาศให้ก้องโลก...เพื่อนเราเป็นโจรลอบวางระเบิด..เข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์...BRN เงิบเลยต้องชิดซ้าย..ไม่แน่นะกลุ่ม PerMAS อาจจะเป็นแกนนำแทน BRN ในการพูดคุยกับรัฐบาลไทย เพราะมีทั้งกองกำลังทหาร และทำงานการเมืองควบคู่ไปด้วย คอยติดตามความชั่วกันต่อไป..

เมื่อ ‘ตูแวดานียา’ ประกาศ ‘ผมนี่แหละ BRN’

ทีี่มา :  http://board.postjung.com/887853.html

     พึ่งกลับมาจากเยี่ยมญาติที่เชียงใหม่ เจอกับหลานเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย  เล่าให้ฟังว่าเมื่อกลางเดือนที่แล้วได้ไปงาน “พื้นที่พลเมือง เปลี่ยน (ไม่) ผ่าน“  ซึ่งเขาจัดที่ร้านน้ำชาสนิมทุนเชียงใหม่ กลุ่มปาตานี ฟอรั่ม กลุ่มลุ่มน้ำสายบุรี องค์กรอะไรก็ไม่รู้เขียนว่า LEMPAR คนประชาธิปไตย พลเมืองเสมอกัน เมื่อ 15 พฤษภา ที่ผ่านมา

     หลานและเพื่อน ของเขาเล่าให้ฟัง ท่าน ตูแวดานียา ตูแวแมแง เป็น ผอ.ของ องค์กร LEMPAR เล่าว่าความหมายของคำว่าปาตานีเป็นชื่อของอาณาจักรของคนมลายู ที่ไม่เหมือนกับคำว่าปัตตานี ซึ่งเป็นชื่อจังหวัดของประเทศไทย ฟังดูมันยังไง ๆ เหมือนแบ่งแยกนะ แต่เด็กๆ เขากลับไม่ได้คิดอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ท่านบอกว่าเกิดมาตั้งนานแล้วตั้งแต่เกิดจากการต่อต้านของกลุ่มเจ้าเมืองเก่า

     ต่อมาเป็นการต่อต้านโดยกลุ่มผู้นำทางศาสนา และตั้งแต่ปี 2503 เกิดการลุกขึ้นสู้ของปัญญาชนจากรามคำแหง หรือกลุ่มที่จบจากอินโดนีเซีย และอียิปต์ เป็นเบ้าหลอม ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะคนของ BRN  จนมีอยู่ในทุกพื้นที่ ทุกกลุ่ม รวมทั้ง แฝงตัวอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ  

      กลุ่มนี้ เมื่อก่อเหตุเสร็จ ก็จะกลับไปเป็นชาวบ้าน ชาวสวน ท่าน ผอ.ตูแวดานียา บอกว่าตัวท่านเองก็เป็นแนวร่วมของ BRN ด้วยเช่นกัน แต่ที่ ไม่ถูกจับหรือเป็นอะไร ? เพราะมีนักศึกษาหลายสถาบันหนุนหลังอยู่...

      ชัดเจนว่าแนวร่วม BRN น่าจะกระจายอยู่ในกลุ่มนักศึกษาหลายโรงเรียนวิทยาลัยมหาวิทยาลัย.......................... 



          เรื่องที่ ผอ.ตูแวดานียา เล่า มันก็ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าทำไม ngo ทั้งหลาย รวมทั้งกลุ่มนักศึกษาใน 3 จังหวัดบ้านเราถึงไม่ค่อยออกมาประนาม หรือแสดงความไม่เห็นด้วยเวลามีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นกับคนทั่วไปโดยเฉพาะกับคนไทยพุทธ ก็คงจะเป็นอย่างที่ ผอ.ตูแวดานียาว่า เป็นเพราะ ngo และนักศึกษาจำนวนไม่น้อย เป็นแนวร่วมของกลุ่มผู้ก่อเหตุ… แต่พูดอย่างนี้ ก็ดูจะเหมารวมเกินไป เอาเป็นว่าใครอยากจะรู้ก็คงต้องไปลองสืบๆ ดูว่า แกนนำ ngo หรือภาคประชาสังคมที่เคลื่อนไหวในบ้านเราตอนนี้จบการศึกษามาจากไหนบ้าง ถ้าส่วนมากจบมาจากรามคำแหง อินโดนีเซีย หรืออียิปต์ ก็คงไม่ต้องคาดหวังอะไรมาก

        เรื่องจะให้พวกเขามาเป็นปากเป็นเสียง เป็นทางเลือกที่จะช่วยสร้างสันติภาพในพื้นที่...และถึงแม้ว่าท่านตูแวดานียาจะไม่ได้พูดถึงสถาบันการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดที่เป็นแหล่งบ่มเพาะ แต่ก็น่าเชื่อว่าคงจะมีด้วยแน่ๆ แต่จะเป็นที่ไหนบ้างนั้น ก็คงต้องดูว่านักศึกษากลุ่มไหนที่เป็นพันธมิตร หรือทำกิจกรรมร่วมกับองค์กร LEMPAR บ่อยๆ

      นอกจากนี้ ข้อมูลที่ ท่าน ผอ.ตูแวดานียา พูดมาจากการรู้จริง และจากประสบการณ์จริงของความเป็นคนในพื้นที่ เป็นผู้นำองค์กรที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก มันช่วยตอกย้ำข้อสงสัยหลายๆครั้งที่ผ่านมา ว่า


  • ทำไมเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
  • ที่นี่มันถึงเกิดได้ง่าย 
      ทั้งในพื้นที่ตัวเมือง ย่านชุมชน และในตลาด ทั้ง ๆ ที่ด่านตรวจตั้งเยอะแยะ ที่แท้ก็เป็นอย่างที่ท่านตูแวดานียาว่านี่เอง ว่าคนเป็นแนวร่วมก็คือชาวบ้านไม่มีเครื่องแบบเราดี ๆ นี้แหละ ก่อเรื่องเสร็จก็แปลงกลับไปตีหน้าซื่อเป็นชาวบ้าน ชาวสวน คงจะเหมือนในคลิปคนวางระเบิดในยะลา และนราธิวาส ที่เขาส่ง ต่อๆกันมาในไลน์ ที่มีกระทั่งพวกใส่ชุดดาวะ ไม่รู้ว่าดาวะปลอม หรือดาวะจริงๆ ที่ทำงานเสริมเป็นแนวร่วมไปก่อเรื่องกับเขาด้วย

        ส่วนราชการทั้งหลายก็ควรจะเอาข้อมูลของ ท่าน ผอ.ตูแวดานียา ไปคิดด้วยนะ ว่าคนของท่านๆทั้งหลายมีใครเป็น BRN หรือเปล่า ไม่ได้จะยุแยงหรอกนะ แต่บอกตรงๆว่าได้อ่านเรื่องรายงานที่มีตราลับมาก ในไลน์บ่อยมาก มันคงจะจริงอย่างท่าน ผอ.ว่าแน่ ๆ ไม่งั้นมันจะหลุดออกมาเรื่อยๆ ได้ยังไง ยกเว้นว่าพวกคุณมันโหลยโท่ย และห่วยจริง

       สรุปก็คือ ประชาชนคนทั่วไปซวยที่สุด คือ เจ้าหน้าที่แยกไม่ได้ว่าใครเป็นชาวบ้านทั่วไป ใครเป็นโจร เลยคุมไม่ได้เต็มที่ทำให้ยังมีเหตุระเบิด เหตุยิง อย่างที่เป็นอยู่ แถมพอเกิดเรื่อง แทนที่จะได้ ngo ออกมาช่วยกันประณามกดดันไม่ให้มีการทำร้ายประชาชน พวกมีปากมีเสียงดันพากันเงียบ เป็นแนวร่วมซะอีก

       ยังไงก็ดี ในฐานะคนในพื้นที่ รับรู้ความสูญเสีย เห็นและผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจมาหลายครั้ง ขอประกาศตรงนี้เลยว่า จริง ๆ ก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ เรื่องที่พวกคุณ ๆ ทั้งหลายทั้ง BRN พูโล NGO และนักศึกษาอยากจะแบ่งแยก อยากเป็นเอกราช จะโดยการใช้ความรุนแรง หรือการเรียกร้องให้ประชาชนตัดสินใจเลือกอย่างที่ ท่าน ผอ.ตูแวดานียา ว่าเพราะเห็นด้วยว่าประชาชนควรมีสิทธิ์เลือกและตัดสินใจหากรัฐไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองที่ดีได้จริงๆ

       แต่รู้ไหม ??  การที่พวกคุณใช้ความรุนแรงกับประชาชน เพิกเฉยกับความสูญเสียของประชาชน มันไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่คุณกล่าวหารัฐบาลเลยแม้แต่น้อย และการเคลื่อนไหวของพวกคุณจะไม่มีวันชอบธรรมหรือได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ได้เลย เพราะไม่ใช่แค่คนไทยพุทธที่เป็นเหยื่อการเลือกปฏิบัติของพวกคุณเท่านั้น ที่จะต่อต้าน แต่คนมลายูนับถืออิสลามหลายๆคนเขาก็ไม่เอาพวกคุณด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนทรยศ หรือไม่รักพี่น้องอิสลามด้วยกันหรอกนะ แต่เพราะว่าจนถึงวันนี้ พวกคุณทั้งหลายยังไม่สามารถทำให้พวกเขาเห็น ว่า พวกคุณคือทางเลือกที่ดีกว่า นั่นเอง…เข้าใจนะ

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ความคืบหน้า เหตุคนร้ายประกบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ


โดย : ลมหายใจที่ปลายด้ามขวาน


ความคืบหน้า เหตุคนร้าย ประกบยิง ด.ต.มานพ ไชยชนะ อายุ 49 ปี ผบ.หมู่ สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากการ รปภ.ครูโรงเรียนศรีวาริน ล่าสุด ทางด้าน พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผกก.สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังร่วม 3 ฝ่ายเข้าทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยยิง ด.ต.มานพ ได้แล้ว โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 99 ม.6 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ผู้ต้องหาคือ นายมะนาอิง วอมะ อายุ 21 ปี พร้อมอาวุธปืนพก ขนาด9ม.ม. ของกลาง และรถจักรยานยนต์ ทะเบียน กงล716เบตง หลังจับกุมได้ที่บ้านพัก เมื่อวันที่15มิ.ย. ที่ผ่านมา เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพว่า ร่วมก่อเหตุจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการขยายผลไปสู่ผู้ร่วมขบวนการต่อไป


ส่วนสาเหตุนายมะนาอิง ยังไม่ยอมเปิดเผยแก่เจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ซึ่งในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติแล้ว นายมะนาอิง ไม่เคยก่อเหตุร้ายใดๆมาก่อน

โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลัง80นาย นำนายมะนาอิง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตั้งแต่ขี่รถ จักรยานยนต์ตามประกบ แล้วใช้อาวุธปืนพก ขนาด9ม.ม. ยิง ด.ต.มานพ ขณะขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับจุดตรวจ เป็นเหตุให้ ด.ต. มานพ เสียชีวิต ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัว

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทาง นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์รวม 11 พวง วางหน้าหีบศพ ด.ต.มานพ ไชยชนะ ทหารกล้าผู้เสียสละอีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เผยโฉม วงจรคนชั่ว กลุ่มวางระเบิดยะลา คือคนในเครือ PerMAS



โดย ลมหายใจที่ปลายด้ามขวาน


วงจรความชั่ว..สุดโต่ง
สุดท้ายผู้ที่ระเบิดยะลาคือคนในเครือ PerMAS

       การติดตามจับกุม และปฏิบัติตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ในห้วงระยะนี้อาจจะเงียบๆ ไป เนื่องจากเข้าสู่ห้วงเดือนรอมฎอน หากมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อติดตามตัวคนร้ายอาจจะเกิดการปะทะจะกลายเป็นภาพความรุนแรง จะเป็นประเด็นให้ฝ่ายที่ไม่หวังดีนำไปเป็นข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐมุ่งใช้ความรุนแรงไม่เว้นแม้กระทั่งเดือนรอมฎอน เดือนแห่งการทำความดีของพี่น้องมลายูปาตานีในการถือศีลอด ละความชั่ว มุ่งทำความดี ซึ่งมีความเชื่อว่าหากผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามมีการปฏิบัติศาสนกิจที่เคร่งครัด และถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามจะได้รับผลบุญหลายเท่า

         ความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเหตุลอบวางระเบิด พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 14– 16 พฤษภาคม 2558 ซึ่งก่อนนี้ผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย คือ 
  • นายอับดุลฟาริด สะกอ, 
  • นายไซดี ทากือแน, 
  • นายซอบรี กาซอ และ 
  • นายแยสฟรี หะยีปูต๊ะ 
        ทั้งสี่รายให้การรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิด จำนวน 44 จุด และผู้ที่ยอมรับสารภาพนั้น มี 2 ราย ยังเป็นนักศึกษาอยู่ซึ่งกำลังศึกษาอยู่วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดยะลา และ มอ.ปัตตานี
       จากแหล่งข่าวได้เปิดเผยว่าเมื่อ 16 มิถุนายน 2558 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเพื่อเข้าทำการตรวจค้น บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ 4 ตำบลกอตอตือร๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และผลการปฏิบัติสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย คือ นายหมัดมูลกี กาโอง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุลอบวางระเบิด พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 

        การเข้าควบคุมตัว นายหมัดมูลกี กาโอง สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบภาพ นายหมัดมูลกี กาโอง ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุ ซึ่งเป็นกล้องวงจรปิดของประชาชน บริเวณร้านทองดี พื้นที่ หมู่ 9 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้บันทึกภาพเจอในวันเกิดเหตุ

        นายหมัดมุกี กาโอง เคยถูกจับกุมเมื่อ 25 มกราคม 2556 เนื่องจากถูกซัดทอดจาก นาย อับดุลเลาะ บาเห ว่าร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดปลอม ในพื้นที่ อำเภอเมืองยะลา เมื่อ 7 ตุลาคม 2555 แต่เจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงได้ปล่อยตัวไป

      หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวไปในเวลาต่อมา นายฮาซัน มูซอดี ซึ่งถูกจับกุมตัวเมื่อ 7 ตุลาคม 2556 ได้ซัดทอดว่า นายหมัดมูลกี กาโฮง เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับปฏิบัติการ และได้เคยก่อเหตุมาแล้ว 5 เหตุการณ์ ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญ กรณีวางวัตถุต้องสงสัยหน้าร้านน้ำแข็ง ถนนวิฑูรย์อุทิศ เมื่อ 7 ตุลาคม 2555 โดยทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมนายฮาซันฯ เพื่อดูต้นทางซึ่งได้วัตถุพยานจากกล้อง CCTV

      ส่วนข้อมูลเชิงลึกเมื่อมีการตรวจสอบพบว่า นายหมัดมุกี กาโอง มีน้องชายชื่อ นายอับดุลเลาะ กาโฮง ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เคยเข้าร่วมกิจกรรมกับ กลุ่ม PerMAS ในการเคลื่อนไหวงานทางการเมือง สนับสนุนกลุ่มขบวนการ BRN
     นับเป็นความเชื่อมโยงที่ใกล้ตัวกลุ่มนักศึกษา PerMAS เข้าไปทุกที ก็จะต้องคอยจับตาดูกันต่อไปว่าหน่วยงานความมั่นคงจะจัดการกับนักศึกษาโจรใต้เหล่านี้ให้อยู่หมัดกันอย่างไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถการันตีได้จากการยอมรับสารภาพของผู้ต้องสงสัยหลายรายในห้วงที่ผ่านมา กลุ่ม PerMAS ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวงานการเมืองเพียงอย่างเดียวต่อไปอีกแล้ว แต่มีกองกำลังของตัวเองที่ลงมือทำการก่อเหตุ แล้วสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง กดดันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ช่วยเหลือพวกเดียวกันเองให้พ้นผิด....

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

"อภิบาลแบ" นามสกุลนี้ ชาวยะลารู้ดีว่าเขาคือใคร...เมื่อเลือกเดินเส้นทางนี้.......จุดจบก็เป็นเช่นนี้....



เมื่อเวลา 17.50 น. วันนี้ (13 มิ.ย.58) เกิดเหตุยิงกันบนถนนสาย 410 ยะลา – เบตง บริเวณ ม. 3 บ.เงาะกาโป ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ในที่เกิดเหตุพบแต่เพียงรถจักรยานยนต์ ของผู้บาดเจ็บตกอยู่ในคูริมถนน ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลจากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ

นายมะรูดิง อภิบาลแบ อายุ 25 ปี
89 หมู่ 4 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

- เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ และสมาชิกกลุ่ม RKK
- เข้าเวรเพื่อแจ้งเตือนการเข้ามาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- เป็นผู้ควบคุมพฤติกรรมของกลุ่มสมาชิกในหมู่บ้าน
- ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยการเผายางรถยนต์และโปรยตะปูเรือใบ
- เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง

ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากตลาดในอำเภอบันนังสตา ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายขับขี่รถ จยย.ตามมาและประกบยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว คาดขัดแย้งกันเอง
Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม