วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตม.ปาดังเบซาร์' 5 อุยกูร์ตัดลูกกรงเผ่นหนี




ตม.ปาดังเบซาร์' 5 อุยกูร์ตัดลูกกรงเผ่นหนี 

           „ชาวอุยกูร์ 5 คนแหกห้องขัง ตม.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา คาดมุ่งหน้าแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่สนธิกำลังไล่ล่า ผ่านไป 2 วัน แต่ยังไร้วี่แวว วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2558 เวลา 18:42 น. วันที่ 8 พ.ย. แหล่งข่าวในพื้นที่ จ.สงขลา แจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมาเกิดเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมืองชาว "อุยกูร์" 5 คน ใช้ใบเลื่อยตัดลูกกรงเหล็กเป็นช่องกว้างขนาด 2 คูณ 2 ฟุต พากันหลบหนีออกจากห้องกักตัว ภายในอาคารที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ธนกฤต พรมดอนชาติ สวญ.ตม.ด่านปาดังเบซาร์ รายงานให้ พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย รรท.ผบก.ตม.6 รับทราบแล้ว โดยมีการสนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.ปาดังเบซาร์ ตชด.433 และทหาร ร้อย ร.5021 ช่วยกันออกไล่ล่า เบื้องต้นทราบว่าชาวอุยกูร์ 2 คน แรกวิ่งหลบหนีไปอยู่ในชายป่าพื้นที่ ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา ส่วนอีก 3 คนไม่มีใครพบเห็น คาดว่าน่าจะมุ่งหน้าไปในเขตชายแดนประเทศมาเลเซีย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพบตัวผู้หลบหนีแต่อย่างใด สำหรับชาวอุยกูร์ทั้ง 5 คน มีชื่อว่านายคามิล ซาบรี อายุ 38 ปี,นายอาหมัด ดาวุธ อายุ 36 ปี,นายอูมัส ราซีส อายุ 23 ปี,นายอับดุลละ อายุ 33 ปี และนายอาลี อิสมาแอล อายุ 26 ปี หลังหลบหนีไปได้ทำให้ยอดรวมชาวอุยกูร์ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา จากทั้งหมด 22 คน เหลืออยู่ 17 คน โดยทั้งหมดอยู่ที่ ตม.สะเดา อย่างไรก็ตามชาวอุยกูร์ใน จ.สงขลาทั้ง 22 คน เจ้าหน้าที่ตม.ได้ตรวจพิสูจน์สัญชาติแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ว่าเป็นชาวตุรกี หรือชาวอุยกูร์ที่อาศัยอยู่ในมณฑลซินเจียงของจีนกันแน่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ตม. ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับเกี่ยวกับผลการพิสูจน์สัญชาติจากสถานทูตของทั้ง 2 ประเทศ จึงไม่สามารถส่งตัวกลับไปยัง สตม. เพื่อผลักดันกลับประเทศต้นทางได้.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/regional/359610

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โจรใต้ใช้มัสยิสบังหน้า ซุ่มยิงจุดตรวจเจ้าหน้าที่ หวังสร้างกระแสก่อเหตุ อ้างกู้ชาติฟาตอนี




วันที่ 7 พ.ย.2558 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุแม่หลวงปัตตานี โจรใต้ก่อกวน 2 จุด

  • จุดที่ 1 คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุปืนไม่ทราบชนิด กราดยิงบริเวณจุดตรวจพระราม 94 จุดตรวจตอหลัง เจ้าหน้าที่ไม่หลงกลยิงตอบโต้ เนื่องจาก ผู้ก่อเหตุ ยิงออกมาจากทางด้านมัสยิด และบ้านเรือนประชาชน หวังให้เจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าทีเข้าตรวจสอบที่เกิด พบปลอกระสุนปืนสงคราม จำนวนประมาณ 50 นัดตกเกลื่อนอยุ่ในที่เกิดเหตุ 

  • ส่วนจุดที่สอง คนร้ายจำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นยานพาหนะ ขับเข้าไปจอดในกุโบ หลังมัสยิด แล้วใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงทำลายหม้อแปรงไฟฟ้าประจำหมู่บ้าน หมู่ 3 บ้านตำมะสู ตำบลตันหยงดาลอ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ทำให้กระแสไฟฟ้าภายในหมู่บ้านดับ หลังจากก่อเหตุแล้วได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป เมื่อเจ้าหน้าทีเข้าตรวจสอบที่เกิด พบปลอกระสุนปืนสงคราม จำนวนประมาณ 50 นัดตกเกลื่อนอยุ่ในที่เกิดเหตุ

ระวัง-เตือนภัย คลุมนิกอบ ป้ายยารูดทรัพย์



เขตพื้นที่หาดใหญ่ ระบาด พี่น้องไทยมุสลิมควรระวัง

วันที่ 4 พ.ย.ร.ต.ท.จำลอง คงสวัสดิ์ ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุจาก น.ส.ฟาซีหยะ เจะโซะ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.3 ต.ปุลากง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในอาการที่ยังสะลืมสะลืออยู่ โดย น.ส.ฟาซีหยะฯแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ขึ้นรถตุ๊กๆ (รถรับจ้างเล็ก) จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หรือ ม.อ.หาดใหญ่ หลังจากที่ขึ้นรถตุ๊กๆได้มีสาวแต่งชุดอิสลาม ใช้ผ้าปิดจมูกอำพรางใบหน้า อายุประมาณ 50 ปี ขึ้นรถตามมาด้วยอีกคน เพื่อจะไปลงที่ตลาดกิมหยง ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่

โดยระหว่างทางที่นั่งอยู่บนรถตุ๊กๆ หญิงแต่งชุดอิสลามก็ชวนคุยเรื่องซื้อโทรศัพท์มือถือกับ น.ส.ฟาซีหยะฯ เพื่อชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างประเทศ (มือถือหลบหนีภาษี) ในตลาดกิมหยง โดยอ้างว่ามีกำไรดี กำไรเครื่องละเป็นพันบาท พอรถตุ๊กๆขับจวนจะถึงตลาดกิมหยง หญิงอายุ 50 ปี แต่งชุดอิสลามก็ใช้มือซึ่งคาดว่าคงใช้ยาอะไรสักอย่างมาป้ายที่แขน ทำให้ น.ส.ฟาซีหยะฯ เกิดอาการสะลึมสะลือ

ต่อจากนั้น หญิงแต่งชุดอิสลามก็สั่งให้ตนเองถอดกำไลทองคำหนัก 6 สลึง มูลค่า 3 หมื่นบาทเศษ ออกมาให้หญิงแต่งชุดอิสลาม พอหญิงคนดังกล่าวได้กำไลทองคำแล้วก็รีบลงจากรถตุ๊กๆหนีหายไปในทันที หลังจากนั้นตนเองก็ไม่รู้อะไรอีกเลย จนกระทั่งคนขับรถตุ๊กๆต้องจอดรถลงมาดู พบว่า น.ส.ฟาซีหยะฯ ยังอยู่ในอาการสะลึมสะลืออยู่ จึงได้พามายังสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เพื่อให้ได้สติคืนแล้วเข้าแจ้งความ

หลังจาก ร.ต.ท.จำลองฯ รับแจ้งความแล้วจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการสืบจับคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป โดยเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็หายไปพักใหญ่ๆ ซึ่งกลับมาคราวนี้แก๊งป้ายยาก็กลับมาก่อเหตุอีกครั้ง

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โครงการชุมชนสันติธรรมเพื่อประชาชน หรือเพื่อใคร?





นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ผู้อำนวยการสำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา ผุดโครงการ “Kampung Damai=ชุมชนสันติธรรม” มุ่งเปิดพื้นที่ทางการเมืองระดับชุมชนชายแดนใต้/ปาตานีทั้งชุมชนพุทธและมุสลิม เพื่อดึงเจตจำนงประชาชนดันเข้าสู่การพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข ย้ำต้องเชื่อมั่นพลังชุมชนเชิงลึกสร้างสันติภาพได้

อยากตั้งคำถามไปยัง นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ผู้อำนวยการสำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LAMPAR) ได้คิดโครงการชุมชนสันติธรรม (Kampong Damai) โครงการนี้เพื่อประชาชนที่ต้องการสันติภาพ หรือเพื่อใครกันแน่ เพราะที่ผ่านมา นายตูแวดานียา ผู้นี้ได้ดำเนินการเคลื่อนไหวในลักษณะการปลุกระดม และปลุกกระแสในการเรียกร้องการกำหนดใจตนเองมาโดยตลอด จากเวที Bicara Patani สู่การเขียนหนังสือ Patani Merdeka การชูประเด็นหนึ่งเดียวปาตานี SATU PATANI ไม่ใช่มาจากแนวความคิดบรรเจิดของนายผู้นี้หรอกหรือ?


หลายต่อหลายครั้งที่นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ได้เดินสายทำการบรรยายได้มีความพยายามสอดไส้แทรกแนวคิดความต้องการของตนเองยัดเยียดให้กับกลุ่มที่มาฟังการบรรยาย ไม่มีความบริสุทธิ์ใจต่อความต้องการสันติภาพ สันติสุข ที่นายคนนี้พยายามแอบอ้างมาโดยตลอด แต่มีการใช้คำว่า “สันติภาพ” บังหน้า แต่ในเบื้องลึกจริงๆ แล้ว นายตูแวดานียาฯ ย่อมรู้อยู่แก่ใจของตนเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

อยากฝากไปยังหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจในการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่มาสนับสนุนกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมากถึง 420 องค์กร บางคนไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่มีเงินซื้อที่ดินแปลงสวยๆ ราคาหลายสิบล้าน ทั้งในพื้นที่ 3 จชต. และในเมืองใหญ่อย่างหาดใหญ่ หรือว่าการเคลื่อนไหวในนามองค์กรภาคประชาสังคมได้กลายเป็นอาชีพที่ท้าทาย กับเงินรายได้จากการสนับสนุนจากกลุ่มทุนต่างประเทศมันมากมายจนกระทั่งนำไปสร้างเนื้อสร้างตัวได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน...อันนี้ก็ไม่รู้สินะ!! สื่อต้องไปขุดคุ้ยค่อนแคะแกะเกาเอาจากนักเคลื่อนไหวกำมะลอเหล่านั้นเอาเอง

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

“ซายูตี”มือสังหารหมวดตี้ – ก่อเหตุโจมตีฐาน ชคต.บาโร๊ะ




        จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ได้สนธิกำลังเข้าทำการติดตามจับกุม และบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะดาวา อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2558

        ผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายซายูตี อาลีมามะ ซึ่งเป็นบุคคลเป้าหมาย ตามหมายจับ พรก.ฉุกเฉินฯ ศาลจังหวัดยะลา ที่ ฉฉ.45/58 ลง 1 กันยายน 2558 กรณี เป็นบุคคลต้องสงสัยร่วมทำการก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโระ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 18 ราย พร้อมปล้นปืนของทางราชการไป 7 กระบอก


         พฤติกรรม นายซายูตี อาลีมามะ ยังเป็นบุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญาฯ จากเหตุซุ่มโจมตีชุดรบพิเศษ (ตชด.) เป็นเหตุให้ ร้อยตำรวจตรีกฤตติคุณ บุญลือ (หมวดตี้) เสียชีวิตในพื้นที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อ 20 มิถุนายน 2551

          นายซายูตี อาลีมามะ ผกร.ระดับ ปฏิบัติการในพื้นที่ ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้ก่อเหตุทำกรรมชั่วไว้เยอะ กระบวนการยุติธรรมเท่านั้นที่จะลากคอโจรชั่วเหล่านี้เข้าชดใช้เวรกรรมที่เคยก่อ หรือไม่ก็อยากจะเห็นการพิจารณาตัดสินความผิดประหารชีวิตให้ตายตกตามกัน กี่ชีวิตที่นายซายูตีฯ เคยฆ่า กี่ครอบครัวที่ต้องเสียใจ ตอนทำไม่คิด พอโดนจับกุมแกล้งสำนึกผิด แสแสร้งที่ทำการก่อเหตุเพราะถูกชักจูง คอยติดตามข่าวสารคนชั่วคนนี้จะพบชะตากรรมชีวิตเช่นไร?...

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กิจกรรมแจกรางวัล "ชอบกด Like ใช่ กด Share" ลุ้นรับ JDAM


กิจกรรมแจกรางวัล "ชอบกด Like ใช่ กด Share" ลุ้นรับ JDAM
         เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า SIR-361 หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ
ตรวจพบตำแหน่งที่ตั้งของกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (IS) หลังจากที่สมาชิกฯ คนนึงได้พิมพ์ข้อความ Comment ลงไปในสื่อออนไลน์เมื่อสัปดาห์ก่อน

       หลังจากข้อความนั้นปรากฏในอินเตอร์เน็ตได้ไม่ถึง 22 ชั่วโมง ก็ได้มีระเบิดนำวิถีด้วยระบบ GPS แบบ JDAM (Joint Direct Attack Munitions) จำนวน 3 ลูก ทำลายอาคารบริเวณนั้นอย่างราบคาบ แบบเหมาะเหม็ง

        หน่วยงาน SIR-361 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Hurlburt Field มลรัฐ Florida มีเครื่องมือที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่ง ของผู้ใช้งานเครือข่ายโซเชียลมีเดีย ได้ทั่วทุกมุมโลก โดยทางกองทัพอากาศสหรัฐฯ ปกปิดรายละเอียดเกี่ยวกับ SIR-361 และขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นความลับ แต่เป็นที่ทราบกันภายในว่า หน่วยงานใน Langley-Eustis (รัฐ Virginia) มีหน้าที่ในการค้นหาเป้าหมายให้กับเครื่องบินโจมตี และโดรนติดอาวุธ ในอิรัคและซีเรีย








นักศึกษาโจรกลุ่ม " พีมาส " อยุ่แถวไหนบ้าง





มีคนถามว่าพวกนักศึกษาโจรกลุ่ม " พีมาส " อยุ่แถวไหนบ้าง มาจะเล่าให้ฟัง !

  • 1. ศูนย์ใหญ่อยู่ที่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของยะลา ตรงนี้บ่มเพราะทั้งพวกปีกการเมือง ทั้งพวกกองกำลังที่มีผลงาน และตายอย่างหมาก็ทีมนี้ แถมผลิตประธานชั่ว ๆ อย่างแบมิงไงละครับ 
  • 2. มหาวิทยาลัยแถวปัตตานี แหล่งร่วม NGOsโจร นักวิชาการโจร และนักศึกษาโจร 
  • 3. มหาวิทยาลัยแถว ๆ นครศรีธรรมราช ในรูปเลยมันเริ่มแทรกซึมไปหลายที่แล้ว 
  • 4. มหาวิทยาลัยแถวบางกระปิเข้ามาภาคกลางบ้าง จุดนี้แหล่งกำเนิดสร้างวีระบุรุษโจรชั่วมะรอโซ โดยป้าแก่ ๆ ขายชาติ ร่วมด้วยกับนักวิชาการ และนักศึกษาพีมาสแถว ๆ นี้ผลงานอีกอย่าง คือ วางระเบิดเมือหลายปีก่อน 
  • 5. มหาวิทยาลัยเอกชนแถว ๆ ฝั่งธนจุดนี้ก็มีเยอะใช้เล่น แถมมีหมาบางตัวทำเพจโจรมาเรียนแถวนี้ด้วย ไม่เป็นไรกำลังลากคอมันอยู่เดี๋ยวก็เจอตัว 

        และอื่น ๆ กระจายไปทั่วแต่ีน้อย และไม่กล้าเห่าหอนมากนัก เช่น มหาวิทยาลัยแถวประชาอุทิศ อยุธยา เป็นต้น นักศึกษามุสลิมดี ๆ มีเยอะ แต่ดันมาเสียเพราะคนพวกนี้นั้นแหละ
Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม