วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ถ้าต้องการความเป็นธรรม ต้องยึดหลักการศาสนามาปฏิบัติ


โดย  :  

          เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 58 เวลา 10.00 น. นักเรียน รร.ราชประชานุเคราะห์ (สถาบันปอเนอะตะบิ้ง) ต.ตะบิ้ง อ. สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รวมตัวกันไปเยี่ยมเพือให้กำลังใจพ่อเเม่ นายอันวา เย็ง ที่บ้านบน ม.2 ต.ปาเสยาวอ อ.สายบุรีหลังจาก นายอันวา เย็ง ถูกควบคุมตัวไปที่ ค่ายทหาร ที่ ตำบลบ่อทอง อ.หนองจิก จากผลปฏิบัติการปิดล้อมปอเนาะตะบิ้งวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมาและได้เชิญตัวนายอันวาไปสอบสวน เพราะมีพฤติกรรม ขณะที่ จนท.เข้าตรวจสอบได้พยามยามโยนซิมการ์ดโทรศัพท์ทิ้ง จึงอาศัยอำนาจตามกฏอันการศึกควบคุมตัวส่งให้กับ หน่วยซักถาม ฉก.ทพ.43 ต่อไป



           เหตุการณ์นี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้เจตนาที่จะไปจับชาวปาตานี จริงๆ แล้วในเมื่อเราทำผิดก็ต้องยอมรับผิด ที่ทางเจ้าหน้าที่รัฐจับตัวไปนั้น เป็นกระบวนการยุติธรรมอย่างหนึ่งที่เราทุกคนจะต้องเข้าใจในการปฏิบัติ ถ้าเราไม่มีความผิดจริง ก็จะได้รับการปล่อยตัวไป เหมือนเคสที่ผ่านๆ มา
แต่เว็บเพจ กลุ่มก่อตั้งรัฐปัตตานีดารุสสาลาม ได้ลงภาพและข้อความกล่าวหาโจมตีรัฐบาล “การที่ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม” ภาพและข้อความนี้เป็นการปลุกปั่น ปลุกกระแสความขัดแย้งให้กับประชาชนในพื้นที่ จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ทางขบวนการฯ ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีความจริงใจต่อพี่น้องประชาชนชาวมลายู มักจะทำสงครามข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อ( Propagandas ) ทำให้ประชาชนคล้อยตามแนวร่วมและโกรธแค้นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ลุกขึ้นต่อสู้อ้างว่าเพื่อความเป็นธรรม ซึ่งความจริงแล้วสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐทำนั้นมีความเป็นธรรมทั้งสิ้น

           ฉะนั้นขอให้พี่น้องประชาชนชาวมลายูทุกคน จงยึดมั่นหลักการศาสนาให้เคร่งครัด เพื่อความสันติสุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และอย่าไปหลงเชื่อ อย่าตามกระแสแนวร่วมขบวนการฯ ที่พยายามหลอกลวงพวกเรา สร้างเงื่อนไขการแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม แต่...จงภูมิใจ และเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สร้างมาตรการในการแก้ไขป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ขึ้นมาอีก ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกันได้ สร้างความสมานฉันท์ และนำไปสู่การร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความสันติสุขที่ยั่งยืนต่อไป

           อัลลอฮ์ตะอาลาทรงเชิญชวนบ่าวของพระองค์สู่การทำความดี ดั่งในอัลกุรอานกล่าวไว้ ความว่า “บรรดาผู้ยำเกรง คือ บรรดาผู้ข่มโทสะ และบรรดาผู้ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์ และอัลลอฮฺนั้นทรงรักผู้กระทำดีทั้งหลาย” (อาละอิมรอน : 134)

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โจรกับผู้ช่วยฝ่ายรักษาความสงบ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่แยกไม่ออก


โจรใต้อาวุธครบมือ อยู่ในสวนยาง หลังบ้าน ผู้ช่วยฝ่ายรักษาความสงบ

วันที่ ๒๔ ก.ค. ๒๕๕๘ เวลา ๑๕.๐๐ น. เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ๓๒ ปฏิบัติหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้น และขยายผลติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชาจแดนภาคใต้ กลุ่มของ นาย มะรอมมือลี กาแจกาซอ มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ ๑๐๒/๑ บ้านตันหยง หมู่ ๔ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส มีพฤติกรรมเป็นสมาชิกปฏิบัติการระดับผู้บังคับหมวด  ๒ กองร้อยที่ ๖ รับผิดชอบก่อเหตุทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รุนแรงในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส บริเวณบ้านเลขที่ ๑๐๐ หมู่ ๑ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส 

ผลการปฏิบัติ ที่บ้านหลังที่ปิดล้อมตรวจค้น พบ นาย มะคอรี เจะเลาะ อายุ ๓๖ ปี  ผู้รักษาความสงบประจำหมู่บ้าน หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ บ้านบือเระ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน ตรวจพบผู้ก่อเหตุรุนแรง ๓ - ๔ ราย หลบซ่อนพักพิงอยู่บริเวณป่ายางหลังบ้านดังกล่าวห่างออกไป ประมาณ ๑๐๐ เมตร 

กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้แยกย้ายกันหลบหนี ในระหว่างหลบหนีได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดเส้นทางการหลบหนี จึงเกิดการปะทะกัน ประมาณ ๕ นาที ผลการปะทะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ก่อเหตุรุนแรงสามารถหลบหนีไปได้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกนายปลอดภัย สามารถตรวจยึดสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ก่อเหตุรุนแรงได้  ๖ รายการ
  • รองเท้าแตะสีดำ จำนวน ๑ คู่ 
  • รองเท้าแตะสีขาว - น้ำเงิน จำนวน ๑ ข้าง 
  • ผ้าขาวม้าพันคอ จำนวน ๑ ผืน 
  • เชือกไนลอนสีขาว จำนวน ๑ ขด 
  • เปลสนามลายพราง จำนวน ๑ ผืน 
  • เสบียงอาหารจำนวนหนึ่ง

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ฉก. 32 นราฯ ไล่ล่าโจรใต้หลังปะทะเดือด



          ทหาร ฉก. 32 นราฯ ไล่ล่าโจรใต้หลังปะทะเดือด! พบร่องรอยคนร้ายบาดเจ็บตามต่อพรุ่งนี้

24 กรกฎาคม 2558 21:18 น.


          วันนี้ (24 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้าย จำนวน 4-5 คน อาวุธครบมือ ดักซุ่มในป่าสวนยางพารา ที่บ้านตันหยง ม.4 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 จำนวน 6 นาย ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ขณะลาดตระเวนพื้นที่รับผิดชอบ โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆ เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ประสานเพื่อขอกำลังเข้าสนับสนุน จากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางเพื่อล่าถอยและได้เกิดปะทะกันอีกหลายละลอก


          จนกระทั่งเวลา 17.50 น. น.ท.ชิดพงษ์ พุ่มแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 จึงได้เดินทางไปอำนวยการที่จุดเกิดเหตุ พร้อมขอสนับสนุนชุดสุนัขสงครามดมกลิ่น ทำการแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่คาดว่าได้หลบหนีไปในสวนยางพาราบ้านชูโว ม.5 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกัน โดยเจ้าหน้าที่พบหยดเลือดของกลุ่มคนร้ายตกอยู่ตามทางและตามกิ่งไม้ บนร่องถนนเล็กๆในสวนยางพารา ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายได้รับบาดเจ็บ และเป็นกลุ่มของนายมะรอมือลี กาแจกาซอ ซึ่งเป็นสมาชิกระดับปฏิบัติการณ์ RKK ที่แฝงตัวเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.ยี่งอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

          จนกระทั่งมืดค่ำ น.ท.ชิดพงษ์ พุ่มแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 จึงได้สั่งเจ้าหน้าที่หยุดภารกิจ ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ทหารฝังตัวในพื้นที่ และโอบล้อมกลุ่มคนร้ายไว้ โดยในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่จะได้ทำการไล่ล่าตัวคนร้ายต่อไป

ปอเนาะ อีกแล้วครับท่าน




วันที่ 24 ก.ค.2558 เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44, เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดปัตตานี, เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสายบุรี จังหวัดปัตตานี เข้าตรวจสอบเป้าหมายบริเวณโรงเรียนราษฏร์ประชานุเคราะห์ (ปอเนาะตะบิ้ง) ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พบนักเรียนปอเนาะ จำนวน 9 คน


  • 1. นาย รุสลัน  มะลาซิง  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ 2 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • 2. นาย มูฮัมหมัดกอเซ็ง  ดอเลาะ  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 1 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • 3. นาย อับดุลดอเลาะ  อาแว  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่1 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • 4. นาย มารูวัน  เจะเหะ  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 6 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • 5. นาย ยะยา  อาแว  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ 1 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • 6. นาย อีลฟัน  ดือเระ  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 1/8 หมู่ 1 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • 7. นาย สาดุลย์  คงสันติพันธุ์  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 4 ตำบลยือแระ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • 8. นาย นิอีลียะห์  เจ๊ะมุ  มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 132/2 หมู่ 6 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
  • 9. นาย อันวา  เย็ง  มีภูมิลำเนาอยู่ บ้านเลขที่ 137 หมู่ 2 ตำบลปะเสยะวอ อำเภอปานาแระ จังหวัดปัตตานี 


        บุคคลตามลำดับที่ 1- 8 เจ้าหน้าที่ได้ให้เข้ารายงานตัวที่หน่วยซักถาม กองร้อยทหารพรานที่ 4412 สำหรับบุคคลลำดับที่ 9 นาย อันวา เย็ง ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ได้พยามยามโยนซิมการ์ดโทรศัพท์ทิ้ง จากการตรวจสอบความเชื่อมโยงทางเทคนิค โทรศัพท์หมายเลขดังกล่าว เชื่อมโยงไปที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัว นายอันวา เย็ง มาทำการซักถามประวัติเบื้องต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) และอาศัยอำนาจตามกฏอันการศึกควบคุมตัว นาย อันวา เย็ง ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เพื่อดำเนินกรรมวิธีต่อไป


วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

“อดีตแชมป์โลกมวยไทย” เป็นนักมวยไม่ชอบ ก็เลยได้ไปที่ชอบ ที่ชอบ


        กลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรีย ตกเป็นข่าวลงมือประหารชีวิต “อดีตแชมป์โลกมวยไทย” ชื่อก้อง วัลเด็ต กาชิ โดยรายงานข่าวระบุ อดีตนักมวยดังซึ่งเข้าร่วมกลุ่มไอเอสถูกปลิดชีพหลังพยายามหลบหนีกลับประเทศเยอรมนีเพื่อไปหาภรรยาที่เป็นอดีตนางแบบดังชาวไทยและลูกสาว

       รายงานข่าวล่าสุดซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างประเทศหลายสำนักระบุว่า “ วัลเด็ต เอ็นเวอร์ กาชิ” นักมวยไทยชื่อดัง สัญชาติเยอรมันเชื้อสายแอลเบเนีย-โคโซโว วัย 29 ปี หรือที่กลุ่มแฟนกีฬาหมัดมวยชาวไทยที่อาศัยในยุโรป ตั้งชื่อภาษาไทยให้ว่า “วรเดช” ได้เสียชีวิตแล้วในประเทศซีเรีย หลังจากถูกนักรบของกลุ่มรัฐอิสลามจับตัวไปประหารชีวิตด้วยวิธีการซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นวิธีการใด

        รายงานข่าวระบุว่า วัลเด็ต เอ็นเวอร์ กาชิ หรือ วรเดช เจ้าของตำแหน่งแชมเปี้ยนมวยไทยแห่งทวีปยุโรป และเป็นแชมป์มวยไทยโลกรุ่นซูเปอร์ไลต์เวทถึง 2 สมัย ได้แอบเดินทางออกจากบ้านพักของเขาที่เมืองซิงเงน ประเทศเยอรมนี เข้าไปยังซีเรียตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส โดยทิ้งภรรยาซึ่งเป็น “อดีตนางแบบชื่อดังชาวไทย” และลูกสาวตัวน้อยอีก 2 คนไว้เบื้องหลัง

อดีตนักมวยไทยระดับแถวหน้าของโลก ถูกระบุว่าเคยขึ้นชกและเอาชนะชายน้อย สุขสัมฤทธิ์ นักมวยชาวไทยได้เมื่อปี 2009 และเคยผ่านสังเวียนมวยไทยมากกว่า 106 ไฟต์ตลอดระยะเวลา 4 ปีครึ่งที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย

        ด้านแหล่งข่าวซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของวัลเด็ต หรือ วรเดช ระบุ ยอดขุนพลมวยไทยซึ่งนับถือศาสนาอิสลามรายนี้ เข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสในซีเรีย เพราะมีความเชื่อส่วนตัวว่า การได้ร่วมรบกับกลุ่มไอเอส จะทำให้ชาวมุสลิมอย่างเขา ได้สละชีพอย่างมีเกียรติ

      อย่างไรก็ดี กลุ่มเคลื่อนไหว “ซีเรียน ออบเซอร์วาทอรี ฟอร์ ฮิวแมน ไรต์ส” ซึ่งมีฐานอยู่ในอังกฤษ และทำหน้าที่คอยรายงานข่าวการสู้รบ และตัวเลขความสูญเสียของฝ่ายต่างๆในสงครามกลางเมืองซีเรียมาตั้งแต่ปี 2011 เปิดเผยเพิ่มเติมว่าวรเดชพยายามหลบหนีออกจากซีเรียหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกที่เขาเดินทางไปถึงเนื่องจากรับไม่ได้กับพฤติกรรมโหดเหี้ยมต่างๆ ของกลุ่มไอเอส และตระหนักได้ว่า ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่มไอเอสอาศัยศาสนาอิสลาม เพื่อเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น หาได้มีจุดประสงค์ในการต่อสู้เพื่อปกป้องศาสนาอิสลามและชาวมุสลิมแต่อย่างใด

       รายงานข่าวระบุว่า อดีตแชมป์โลกมวยไทยชื่อดังรายนี้ ถูกหน่วยสอดแนมผู้แปรพักตร์ของกลุ่มไอเอสจับตัวได้ ขณะพยายามหลบหนีครั้งสุดท้ายเพื่อเดินทางกลับเยอรมนีไปหาภรรยาที่เป็นนางแบบชาวไทยและบุตรสาวทั้ง 2 คน และเขาถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยวิธีการที่ไม่เปิดเผยไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา

      ทั้งนี้ วัลเด็ต เอ็นเวอร์ กาชิ หรือชื่อที่คนไทยในยุโรปตั้งชื่อไทยให้ว่า วรเดช เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน ปี 1986 ที่กรุงปริสตินาของโคโซโว ในครอบครัวของชนเชื้อสายมุสลิมแอลเบเนีย ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะอพยพไปตั้งรกรากใหม่ในเยอรมนีเมื่อตอนที่เขามีอายุ 6 ปีที่เขตนอยมาร์คต์ของแคว้นบาวาเรีย

        โดยวัลเด็ตเริ่มชื่นชอบกีฬามวยไทยตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นจนหันมาเรียนวิชามวยไทยอย่างจริงจัง และเคยเดินทางมาฝึกซ้อมที่ค่าย “อีลีต ไฟต์ คลับ” ในกรุงเทพมหานครบ่อยครั้ง

        ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า วัลเด็ตได้นำเอาวิชามวยไทยที่ได้ร่ำเรียนจากครูมวยในไทยไปถ่ายทอดต่อให้กับเยาวชนที่สนใจในทวีปยุโรป โดยการเปิดโรงเรียนมวยไทยที่ชื่อว่า “เอ็มเอ็มเอ ซุนนา” ที่เมืองวินเทอร์ธูร์ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์









        แท้ที่จริงแล้ว ไอ้พวกฟาตอนี ก็เหมือนกันละครับ เยาวชนคนไหนโดนล้างสมองเข้าไปเป็นโจรฟาตอนี ถ้าจะเลิก หรือจะแยกตัวออกมาละก็ เป็นโดนไอ้โจรลูกหมาฟาตอนีมัน ฆ่าทิ้ง (แล้วมักจะโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่) ไม่มีเว้น  ไอ้ลัทธิอุบาทว์นี้ อันกูละเบื่อจุงเบย

วงการค้ายาปักษ์ใต้ ผลประโยชน์ไม่ลงตัว ออกมาสอยกันเองแล้ว



เมื่อ 22 ก.ค.58 เวลา 19.20 น. สภ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายอิสมาแอ เฮงดาดา อายุ 28 ปี ที่อยู่ 100 ม.4 ต./อ.บันนังสตา จ.ยะลา กระสุนโดนบริเวณศีรษะ และได้เสียชีวิตที่ในที่เกิดเหตุ เหตุเกิด บริเวณหน้ากุโบร์เจาะปันตัง ถนนเส้นทางสาย 410 บ.เจาะปันตัง ม.9 ต./อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ส่วนประวัติของผู้ตาย นายอิสมาแอ เฮงดาดา หมายเลข ปชช.1950300034580 มีหมายจับคดียาเสพติดของศาลจังหวัดยะลา หมายจับที่ 87/2558 ลง 2 มิ.ย.58 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 (แมทเอมเฟตามีน)

การเสียชีวิตของนายอิสมาแอฯ คาดว่าน่าจะมาจากความขัดแย้งปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เพราะผู้ตายเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ส่วนในโลกสังคมออนไลน์ นายอิสมาแอฯ เคยได้ทำการโพสต์ภาพส่วนตัวพร้อมอาวุธหลายกระบอก สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่ติดตามพอสมควร

ปัญหาภัยแทรกซ้อนนับเป็นปัญหาที่ค่อยเติมเชื้อไฟใต้ ผู้ค้ายาเสพติด น้ำมันเถื่อน ต่างมีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มขบวนการชนิดแยกกันไม่ออก หากมีการแยกแยะการฆ่ากันตายรายวันจะพบว่ามีการลอบทำร้ายเนื่องจากเหตุขัดแย้งส่วนตัว เหตุขัดแย้งในเรื่องธุรกิจผิดกฎหมายเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ได้มีการเหมารวมให้เป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งรูปแบบวิธีการตัดตอนของคนร้ายมีการพยายามโยนให้เป็นเรื่องของปัญหาไฟใต้ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด...นี่คือการอาศัยสถานการณ์ของกลุ่มผลประโยชน์ในการก่อเหตุทำร้ายฝ่ายตรงข้าม หน่วยงานความมั่นคงอย่าหลงประเด็นตามที่กลุ่มเหล่านี้พยายามบิดเบือน...

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม