วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

รวบผู้ต้องหาลอบวางระเบิดทหารพรานเจ็บ 6 หลังผลตรวจดีเอ็นเอบนตัวจุดชนวนมัดตัวชัด



ยะลา - เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดทหารพราน บาดเจ็บ 6 นาย จากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากวิทยุสื่อสารที่ใช้ในการจุดชนวนระเบิด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการควบคุมตัวซักถาม

วันนี้ (8 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 เวลา 13.50 น.เกิดเหตุคนร้ายได้ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4307 ซี่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะเจ้าหน้าที่กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงกลาโหม ซึ่งได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ยะลา เมื่อมาถึงบริเวณถนนสาย 418 ม.4 บ้านสาคอ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา ได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิด จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 นาย

โดยความคืบหน้าล่าสุด ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.ต.อ.แวสาแม สาและ รองผู้กำกับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ศชต. ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าตำรวจสามารถติดตามคดีดังกล่าว และออกหมายจับ นายมาหาดี มะลี ซึ่งเป็นผลมาจากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากวิทยุสื่อสารที่ใช้ในการจุดชนวนระเบิดที่เป็นหลักฐานเก็บได้ในที่เกิดเหตุ และสามารถติดตามจับกุมตัว นายมาหาดี มะลี ได้แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการควบคุมตัวเพื่อซักถามที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศชต. อ.เมือง จ.ยะลา

โดย นายมาหาดี ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และสามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวได้จำนวนหลายราย ซึ่งยังเจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมตัว นายมาหาดี มะลี เพื่อทำการสอบปากคำตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป






ตร.ภาค 9 ลุยพัทลุงจับอาวุธสงครามพ่วงยาเสพติด ส่วนคดีฆ่าพระคืบหน้าแล้วแต่ยังอุบเงียบ




พัทลุง - ตำรวจภาค 9 นำกำลังลงพื้นที่พัทลุงจับผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืนเอ็ม 16 พร้อมพ่วงยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนคดีฆ่าพระยันคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังขอไม่เปิดเผยรายละเอียด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง ว่า วานนี้ (8 ต.ค.) เมื่อเวลา 20.10 น. ที่ห้องประชุมเล็กกองบังคับการตำรวจภูธร จ.พัทลุง พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.พัทลุง พล.ต.ต.โชติ ชัยชมพู ผบก.สส.ภาค 9 ร่วมกันแถลงข่าวการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 9 ร่วมกับชุดสืบสวน จ.พัทลุง เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 5 ม.8 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

สืบเนื่องจากมีสายรายงานว่า บ้านดังกล่าวมีการมั่วสุมยาเสพติด และมีอาวุธไว้ในครอบครอง การตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 21 นัด ซองกระสุนปืน 1 ซอง ยาบ้า จำนวน 160 เม็ด จึงได้ควบคุมตัว นายกิตติศักดิ์ หรือแจ็ค ศรีสุด อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตรวจค้นขนำในสวนยางพารา จับกุมตัวนายทศพล ทองรักษ์ อายุ 25 ปี ได้พร้อมยาบ้า จำนวน 46 เม็ด จับกุมตัว นายสิทธิโชค ยอดแก้ว อายุ 25 ปี ได้ยาบ้า จำนวน 51 เม็ด

พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 ตำรวจภาค 9 ร่วมกับภาค 8 ได้วางแผนเข้าตรวจค้นตามจุดต่างๆ ใน จ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช เฉพาะใน จ.พัทลุง เข้าตรวจค้นบ้านผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น บ้านอดีตกำนันรวม 15 จุด ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง จับคดีค้างเก่า และอื่นๆ จำนวน 13 คดี ซึ่งได้สรุปไปแล้วที่ จ.นครศรีธรรมราช

ส่วนที่จับได้ในช่วงเย็นนั้นเป็นผู้ต้องหาที่มีประวัติต่อการค้ายาเสพติด บางรายก็ออกจากคุกมาไม่นานก็กลับมาพัวพันยาเสพติด และผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ติดยาเสพติด และบางรายก็มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง ซึ่งจะต้องสอบสวนขยายผลต่อไป เนื่องจากระยะหลังนี้ จ.พัทลุง มีคดีสำคัญเกิดขึ้น คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงครู และฆ่าพระ ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด และผลการสอบสวนก็คืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า คดีอุกฉกรรจ์อื่นที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะคดีฆ่าที่มีการฆ่ากันตายในพื้นที่ จ.พัทลุง สูงถึง 10 รายในรอบเดือน ทุกคดีที่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้แม้แต่รายเดียว ทำให้ชาวบ้านเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจพัทลุง ที่ทำงานเป็นไปแบบไร้ประสิทธิภาพ และชอบทำงานแบบมีเงื่อนไข ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิด หรือผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นได้แต่อย่างใด

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เมื่อสายแข็งอย่างรัสเซีย ประเคนอาวุธ!! ไม่ยั้ง.. แบบที่ ISIS ต้องขอลาไปอยู่โลกหน้า งานนี้ประตูนรก เปิดรอแล้วไปเถอะเหล่านักรบ!!


จบข่าวแล้วสำหรับกลุ่มISIS ที่เจอหมีขาว ถล่มจนเละ!! และราบเป็นหน้ากลอง ถึงขั้นทิ้งฐานทิ้งอาวุธกันแล้ว




5 ตุลาคม 2558 มีรายงานจากกลาโหมรัสเซียว่า เมื่อวันจันทร์ที่่ผ่านมา เครื่องบินรบของกองทัพอากาศรัสเซีย ได้ทำการบินเหนือน่านฟ้าซีเรีย เพื่อปฏิบัติการจูโจ่ม ฐานที่มั่นของ ISIS จำนวน 10 จุด สามารถทำลายรถถังได้จำนวน 20 คัน และ ฐานยิงจรวดอีก 3 จุด ที่จังหวัดฮอมส์

โฆษกกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า วันนี้เครื่องบินรบ Sukhoi-34, Sukhoi-24M และ Sukhoi-25 รวม 15 ลำ ขึ้นบินจากฐานทัพอากาศ Khmeimim การโจมตีทางอากาศมีเป้าหมายทำลายฐานที่มั่นของ ISIS ในซีเรีย 10 จุด

นอกจากนี้ ฝูงบิน Su-25Ms (นาโต้เรียกว่า Frogfoot) และ Su-24 (นาโต้เรียกว่า Fencer) ทำการบินเข้าโจมตีฐานที่มั่นของ ISIS สองแห่งทางตะวันออกของจังหวัดฮอมส์




คลิปวีดีโอของทางกลาโหมรัสเซีย แสดงภาพการโจมตีในจังหวัดฮอมส์ ทำให้เห็นภาพการยิงจรวดจากเครื่องบินรบ และการทิ้งระเบิด


(เมืองตาดเมอร์ ซึ่งเป็นโอเอซิสกลางทะเลทรายของซีเรีย และอยู่ห่างจากเมืองโบราณที่ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก แต่ถูก ISIS ทำลายไปแล้ว ประมาณครึ่งกิโลเมตร)



คลิปนี้เป็นภาพการโจมตี โดยเครื่องบิน Su-34 ทิ้งระเบิดโจมตีฐานใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการหลักของ ไอเอส ในจังหวัดอาเลปโป ส่งผลให้ รถทหารจำนวน 30 คันในจำนวนนี้มีรถถังด้วย ถูกทำลายใกล้กับเมืองอิดลิปทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย


คลิปภาพจากกล้องติดเครื่องบิน แสดงภาพการบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศรัสเซีย

ทั้งนี้รัสเซียได้เริ่มปฏิบัติการจู่โจมไอเอสในซีเรียเมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา หลังจากได้รับการร้องขอจากประธานาธิบดีบาชา อัสซัส ของซีเรีย

สามวันหลังเริ่มเข้าสู่ภารกิจ รัฐมนตีกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า กองกำลังทหารของรัสเซียมั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด

เดียวเพจและสื่อลัทธิโจรก็ออกมาอ้างอีกว่า ฝีมือเจ้าหน้าที่ทำ




            มันจะตอแหล จนกว่าประชาชนจะตาสว่าง คนร้ายซุ่มยิงอดีตแนวร่วมโจรใต้ดับ เคยรายงานตัว “ศูนย์ยะลาสันติสุข”  กลุ่มโจรใต้ยังเหิมไม่เลิกซุ่มยิงดับอดีตแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทิ้งศพริมถนนขณะเดินทางไปกรีดยางพารากับภรรยา

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.58 พ.ต.ท.เจริญนวลทอง สว.ญ สภ.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต ในพื้นที่บ้านเตียง บ้านย่อยของบ้านลือเน็ง หมู่ 2 ต.ปะแต ไปตรวจสอบพร้อมนายชัยชนะ กฤตยานาถ นายอำเภอยะหา และกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบศพนายสุขฑา บากา อายุ 31 ปี ถูกยิงเข้าที่ลำตัว และศีรษะรวม 2 นัด นอนเสียชีวิตจมกองเลือดข้างรถจักรยานยนต์ของตัวเอง

เจ้าหน้าที่สอบสวนเบื้องต้น นางลีลา กาหลง ภรรยาผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับตนเองได้พากันขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันออกจากบ้าน เพื่อไปกรีดยางตามปกติ จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุได้ถูกคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ซึ่งได้ซุ่มอยู่ข้างทางใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงสามีของตน จำนวน 2 นัด จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มและเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ส่วนตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ และประสานแจ้งตำรวจมาตรวจสอบในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบพบว่า นายสุขฑาฯ เคยต้องคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา และได้เข้ารายงานตัวแสดงตนเพื่อความบริสุทธิ์ใจกับ “ศูนย์ยะลาสันติสุข” (Yala Peace Outreach Center : YPOC) ของจังหวัดยะลา โดยในขณะนั้นมีนายเดชรัฐ สิมศิริ เป็น ผวจ.ยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ร่วมเป็นสักขีพยานในการรายงานตัว เมื่อวันที่ 31 มี.ค.55
นายสุขฑา บากา เคยเป็นอดีตแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องคดีความมั่นคง แต่มีความตั้งใจที่จะเข้ารายตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของตนเองต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งนายสุขฑาฯ ได้ให้ความร่วมมือต่อเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างดี และในเวลาต่อมาได้รับการประกันตัวโดย “ผู้นำสี่เสาหลัก”(ผู้นำหมู่บ้าน ชุมชน ผู้นำศาสนา สมาชิกองค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้ที่ประชาชนในหมู่บ้านชุมชนให้ความนับถือศรัทธา)

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุว่ามาจากเรื่องบาดหมางส่วนตัว หรือเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการสร้างสถานการณ์รายวันหรือไม่อย่างไร? ซึ่งประเด็นที่สองมีน้ำหนักค่อนข้างสูง เพราะจากข้อมูลเบื้องต้น นายสุขฑา บากา เป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ และเคยเป็นอดีตสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.ยะหา ซึ่งเป็นไปได้ว่ากลุ่มขบวนการต้องการตามเก็บเอาชีวิต หลังจากนายสุขฑาฯ หันหลังให้กับกลุ่มขบวนการโจรใต้

ลวงหนุ่มใหญ่นราฯ ยิงทิ้งหน้าวิทยาลัยการอาชีพโก-ลก คาดปมขัดแย้งส่วนตัว



นราธิวาส - คนร้ายลวงหนุ่มใหญ่วัย 30 ยิงทิ้งบริเวณสนามหน้าวิทยาลัยการอาชีพโก-ลก จ.นราธิวาส ตำรวจคาดปมขัดแย้งเรื่องส่วนตัวเร่งติดตามจับกุม


วันนี้ (7 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ภูชิต เกตุแก้ว พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณลานสนามหน้าวิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก ซึ่งตั้งอยู่ ม.5 ต.ปาเสมัส จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโก-ลก รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดอยู่ ทราบชื่อคือ นายสมพร อินมะณี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143/3 ม.5 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งมีร่องรอยถูกกระสุนปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดที่บริเวณชายโครงขวา 1 นัด แผ่นหลัง 1 นัด รวม 2 นัด และห่างไปประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีส้มดำ ทะเบียน ขงล 608 นราธิวาส ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆ ของคนร้าย

จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ทราบจากพยานบุคคลในละแวกจุดเกิดเหตุว่า ในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันเดียวกันนี้ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3-4 นัด แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดู จนรุ่งสางจึงเดินมาดูพบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด และได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

จากการประเมินเหตุการณ์ พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก เปิดเผยว่า จากลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาพบคนร้าย โดยได้จอดรถคุยกัน และอาจจะเกิดมีปากเสียงโต้แย้งกัน คนร้ายจึงได้ชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมาจะยิงผู้ตาย แต่ผู้ตายไหวตัวทันได้วิ่งหนีออกมาบริเวณลานสนามหน้าวิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก แล้วคนร้ายได้วิ่งไล่ตามพร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย จนผู้ตายถูกกระสุนปืนเสียชีวิตคาที่ จากนั้นคนร้ายได้อาศัยความมืดหลบหนีไป

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัว ส่วนเรื่องใดนั้นเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อติดตามคนร้ายมาลงโทษต่อไป


คนร้ายวางระเบิดเสาไฟฟ้า 2 ต้นกลางดึกที่ปัตตานี พบทำงาน 1 ลูก อีก 1 ด้านโชคดีไร้คนเจ็บ



ปัตตานี - ตร.ชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าตรวจสอบระเบิดบริเวณถนนสายชนบท ม.1 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี วางไว้ติดอยู่กับเสาไฟฟ้า จำนวน 2 ลูก พบทำงานไปแล้ว 1 อีกลูกระเบิดด้าน โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ

วันนี้ (7 ต.ค.) พ.ต.อ.ปัญญา คารวนันท์ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้นำชุดพิสูจน์หลักฐาน ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุระเบิดบริเวณถนนสายชนบท ม.1 ต.บางเก่า หลังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด

เมื่อไปถึงพบเสาไฟฟ้าริมถนนอยู่ในสภาพเอียง ขณะที่เสาไฟฟ้าถัดไปพบถังดับเพลิง เจ้าหน้าที่จึงได้กันพื้นที่ ก่อนที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจะเข้าไปตรวจสอบพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ได้ทำการยิงทำลาย ตรวจสอบพบว่ าระเบิดได้ทำงานแล้วแต่ไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บไว้พร้อมกับทำการรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับอันตราย

พ.ต.อ.ปัญญา คารวนันท์ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี กล่าวว่า คนร้ายน่าจะนำระเบิดแสวงเครื่องมาผูกไว้กับเสาไฟฟ้าช่วงกลางดึกหมายที่จะสร้างสถานการณ์ แต่ระเบิดอาจจะทำงานก่อนจนเกิดระเบิด 1 ลูก ส่วนอีก 1 ลูกทำงานไม่สมบูรณ์จึงสามารถเก็บกู้ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ทำการรวบรวมวัตถุรพยานแล้ว เชื่อน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้พบความเคลื่อนไหวว่าจะมีการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ในพื้นที่



วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

EOD ตรวจเหตุระเบิดทหารพรานปัตตานี เจ็บ 4 นาย พบใช้ระเบิดแสวงเครื่องหนัก 20 กก.


5 ตุลาคม 2558 19:13 น.


ปัตตานี - เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารพรานชุดคุ้มครองครู พบคนร้ายใช้ถังน้ำยาแอร์ประกอบระเบิดแสวงเครื่องหนัก 20 กก. เป็นเหตุให้รถยนต์เจ้าหน้าที่พังยับ ล่าสุดอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 4 นาย ปลอดภัยแล้ว

วันนี้ (5 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4214 ขณะขับรถยนต์ตามคณะครูเพื่อดูแลความปลอดภัย หลังจากโรงเรียนเลิก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย เหตุเกิดบนถนนสายชนบท ม.5 ต.หนองแรต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ล่าสุดผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย
  • 1. ส.ท.ศุภชัย รุ่งเต็ม 
  • 2. อส.ทพ.ศราวุธ มะเอียด 
  • 3.อส.ทพ.สุรินยา หัดเหม 
  • 4.อส.ทพ.กฤษฎา เพชรคง 
ซึ่งถูกส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยะหริ่ง ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว





        จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ จอดกลางถนนสภาพถูกแรงระเบิดจนด้านหน้าพังยับเยิน ห่างกับประมาณ 5 เมตรพบหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตรและมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ

        พ.ต.อ.มนตรี คงวัดใหม่ ผกก.สภ.ยะหริ่ง เปิดเผยว่าได้ระดมกำลังออกไล่ล่าคนร้าย โดยคาดเป็นแนวร่วมในพื้นที่รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ก่อนจะนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังน้ำยาแอร์น้ำหนัก 20 กก.ฝังใต้พื้นถนนหวังสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม