วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

ข่าวทะแม่งทะแม่ง

กำลังเป็นแฟรชั่นยอดฮิต 
ทหารปืนหาย ทหารโดนปล้นปืน เฮ้อ............
ปืนตัวเองยังรักษาไม่ได้.....แล้วเอ็งจะไปรักษาชาติ ป้องกันชาติ

ว่าแต่ว่า มีกลิ่นอะไร ตุ๊แหม่ง ตุ๊แหม่ง หรือปล่าวหว่า.....


24 มีค. 2554 19:07 น. 


พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหาร ประจำ ร้อย ร. 151 23 ฉก.นราธิวาส 38 ทำหน้าที่หัวหน้าจุดตรวจทหารบ้านสาเมาะ หมู่ 1 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีทำร้ายร่างกายขณะปฎิบัติหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บสาหัสพร้อมขโมยอาวุธปืนประจำกายไปด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่าภรรยาเป็นผู้ไปแจ้งดำเนินคดีที่สภ.ระแงะ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติที่ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นจริงจะต้องมีการแจ้งความโดยผู้เสียหาย ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างการซักถามและตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ต้องขอเวลาตรวจสอบรายละเอียด เนื่องจากเป็นเรื่องที่แปลกที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยเฉพาะการให้ภรรยามาแจ้งความแทนเป็นเรื่องที่ถือว่าผิดวิสัย ดังนั้นต้องขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

อย่างไรก็ตามต่อประเด็นที่ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีความพยายามที่จะปิกปิด หรือปิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความลับไม่ต้องการให้มีการนำเสนอประเด็นข่าว เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่หรือไม่ พ.อ.บรรพต กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่อยากพูดอะไรมากนัก เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นเพราะเพิ่งทราบข่าวจากผู้สื่อข่าวต้องขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงเนื่องจากมีหลายประเด็นที่น่าสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือหากเป็นเรื่องจริงกรณีอาวุธปืนหายไปนั้นก็ต้องตรวจสอบว่าหายได้อย่างไรแต่เนื่องจากจนถึงตอนนี้ผู้เสียหายยังไม่มีการแจ้งผู้บังคับบัญชามาแต่อย่างใด ขณะเดียวกันหากมีการแจ้งดำเนินคดีจริงก็ต้องไปสอบถามที่พนักงานสอบสวนอีกครั้ง


ปืนหาย 6 กระบอกที่ระแงะ


ภรรยาทหารเข้าแจ้งความ สภ.ระแงะ สามีซึ่งเป็นหัวหน้าจุดจรวจทหารบ้านสาเมาะ ต.บองอ ถูกคนร้ายบุกปล้น จับมัดมือมัดเท้า ยึดปืนเอ็ม 16 ไปได้ 6 กระบอกกระสุนอีกเพียบ

รายงานข่าวแจ้งว่า เวลา 17.00 น. วันที่ 23 มีนาคม น.ส.นนทิกา เพชรชนะอายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 222 /4 หมู่ 1 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ภรรยาส.อ.ศุภกฤติ งอนสระน้อย ผบ.หมู่ ประจำ ร้อย ร.151 23 ฉก.นราธิวาส 38 ทำหน้าที่หัวหน้าจุดตรวจทหารบ้านสาเมาะ หมู่ 1 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และรักษาอาการอยู่ในโรงพยาบาลกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุท ธบริหาร จ.ปัตตานี  ได้เข้าพบ พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง สารวัตรเวร สภ.ระแงะ แจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 23 มีนาคม ขณะที่ ส.อ.ศุภกฤติ สามี และทหารเกณฑ์ประจำการ รวม 6 นาย กำลังเข้าเวรอยู่ในจุดตรวจทหารบ้านสาเมาะ ตั้งอยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร. 15123 ประ มาณ 500 เมตร มีคนร้ายประมาณ 14 คน ได้บุกเข้ามาในจุดตรวจทหารบ้านสาเมาะ จับมัดมือมัดเท้าทหารทั้งหมดไว้ จากนั้นได้ใช้พานท้ายปืนทุบตี ส.อ.ศุภกฤติ อย่างทารุณ จนน่วมไปทั้งตัว ศีรษะแต ก ก่อนหลบหนีไปคนร้ายยังได้ยึดปืนเอ็ม 16 ปืนปืนประจำกายทหารทั้ง 6 นายไปด้วย 6 กระบอก, หมวกเหล็ก 6 ใบ, วิทยุสื่อสารทหาร, โทรศัพท์มือถือส่วนตัวของทหาร รวมถึงกระสุนปืนเอ็ม 16 อีกจำนวนหนึ่งพาหลบหนีไปด้วย ซึ่งหลังเกิดเหตุ ส.อ.ศุภกฤติ สามี โรงพยาบาลนราธิวาสราชนคริ นทร์ อ.เมืองนราธิวาส ได้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร เนื่องจากอาการสาหัสมาก จึงให้ตนเดินทางมาแจ้งไว้เป็นหลักฐานแทนดังกล่าว

วันที่ 24 มีนาคม พ.ต.ท.เฉลิม สารวัตรเวร สภ.ระแงะ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจาก น.ส.นนทิกา ภรร ยา ส.อ.ศุภกฤติ แล้ว ได้นัดให้
ร.ท.ชาญฤทธิ์ ฮันสราช ผบ.ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 38 ซึ่งเป็นผู้ บังคับบัญชาโดยตรงของด่านตรวจทหารบ้านสาเมาะ มาให้ปากคำในวันนี้ เวลา 10.00 น. แต่จนถึงเวลานี้ ร.ท.ชาญฤทธิ์ ยังไม่มาให้ปากคำแต่อย่างใด ด้าน ส.อ.ศุภกฤติ ยังให้ปากคำไม่ได้ เนื่องจากอา การบาดเจ็บที่ศีรษะยังปวดระบมสาหัสมาก


ทหาร ตำรวจ ตายฟรีตามเคย


24 มีค. 2554 15:07 น. 





สมุนและแนวร่วมกองกำลังติดอาวุธกลุ่มอาร์เคเค เข้ารายงานตัวต่อ
นอภ.บาเจาะ ย้ำขอโอกาสเป็นคนดีช่วยเหลือทางราชการ พัฒนา
เมืองให้มีความสงบร่มเย็นขึ้นให้ได้

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่สนามหน้าสำนักงานที่ว่าการ อ.บาเจาะ
จ.นราธิวาส มีกลุ่มสมาชิกและแนวร่วมของคนร้ายกลุ่มอาร์เคเ
คคนสำคัญ ซึ่งถูกทางการออกหมายจับ ตามหมายจับ ป.วิอาญา
และหมายจับที่ออกโดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 21 คน
ได้ทยอยกันเดินทางออกจากแหล่งที่หลบซ่อนเข้ามารายงานตัว
ต่อนายธนน เวชกรกานน์ ผวจ.นราธิวาส และนายเจษฏา จิตรัตน์
นอภ.บาเจาะ เพื่อร่วมพัฒนาบ้านเมือง ตามนโยบายสานใจ
สู่สันติ โดยมีผู้นำศาสนา , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น
มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเข้ามารายงานตัวของกลุ่มผู้หลงผิด
ในครั้งนี้ด้วย

นายซอเพียน สาเด็ง อายุ 27 ปี ซึ่งถูกทางการกล่าวหาเป็นหัวหน้า
กองกำลังติดอาวุธคนสำคัญของคนร้ายกลุ่มอาร์เคเคมีหมายจับ
คดีก่อเหตุความไม่สงบหลายคดี เช่น คดีลอบวางระเบิดรถยนต์ทหาร ,
รถยนต์ตำรวจ รวมถึงคดีลอบยิงและดักซุ่มโจมตีกำลังตำรวจและ
ทหารอีกหลายคดีด้วย กล่าวว่า ตนเคยหลงผิดจนถูกออกหมายจับ
มาแล้วหลายคดี ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ใช้ชีวิตในแต่ละวัน
อย่างไม่มีความสุข จึงอยากฝากเตือนถึงผู้หลงผิดที่เหลือให้รีบ
ออกมารายงานตัวต่อทางราชการโดยด่วน

"นับจากวันนี้ ผมจะเป็นคนดี และช่วยเหลือทางราชการพัฒนาเมือง
บาเจาะให้มีความสงบร่มเย็นขึ้นให้ได้" นายซอเพียนกล่าว 


วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

แม่ทับกราบส้นตีนโจรใต้ครับท่าน

"ประยุทธ์" ขอโทษกรณี "กรือเซะ" ทบทวนย้ายฐานทหารรือเสาะ ลั่นต้องฟังเสียงประชาชน


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งทบทวนย้ายฐานทหารออกจาก อ.รือเสาะ ลั่นต้องฟังเสียงประชาชน ขอโทษกรณี "กรือเซะ" ชี้ เรื่องต่าง ๆ ผ่านกระบวนการยุติธรรมแล้วมีการเยียวยาและต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ระบุหากคิดอะไรไม่ออกให้นึกถึงเพลงชาติกับเพลงสรรเสริญพระบารมี
23 มี.ค. 54 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดโอกาสให้ประธานชมรม “ทำดี มีอาชีพ” ประธานสภาสันติสุขตำบล และเยาวชนจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เข้าร่วมโครงการ “ทำดี มีอาชีพ” เข้าพบที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการ “ทำดี มีอาชีพ” เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเยาวชน ซึ่งจะเป็นพลังให้ประเทศชาติเจริญเติบโตได้ และยังเป็นการลดความเสี่ยง ที่เยาวชนจะถูกชักจูงให้กระทำความผิด นอกจากนี้ ยังทำให้เยาวชนได้ประสบการณ์โดยไม่รู้ตัว จากการได้พบกับสังคมใหม่ ๆ ที่มีความแตกต่างไปจากเดิม และจะได้เห็นว่าการอยู่ร่วมกันในความแตกต่างด้วยสันติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง 6 ยุทธศาสตร์ที่ใช้แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย  1. การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ให้มีอาชีพ รายได้และการศึกษาที่ดีขึ้น 2. การลดปัญหาจากภัยแทรกซ้อน ซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงในพื้นที่ ทั้งจากปัญหายาเสพติด การค้าของเถื่อน อิทธิพล 3. การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม การดูแลด้านสิทธิมนุษยชน ถ้าเจ้าหน้าที่ทหารทำความผิด จะต้องถูกลงโทษ 4. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 5. การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ที่เราต้องมีประวัติศาสตร์เดียวกัน อดีตเป็นสิ่งที่เราจะนำมาภาคภูมิใจ เป็นตัวอย่างที่ดี และอะไรไม่ดีก็ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก และ 6. การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
“เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ที่มัสยิดกรือเซะ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเรื่องที่ผมไม่สบายใจ แต่จำเป็นต้องพูด ผมต้องขอโทษแทน แม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจ ความประมาท การไม่ดูแล ไม่เอาใจใส่ ผมไม่อยากรื้อฟื้น แต่มันถูกเอามาอ้างทุกวัน ผมจึงอยากบอกว่า เรื่องต่าง ๆ ผ่านกระบวนการยุติธรรมแล้ว มีการเยียวยา และเราก็ต้องไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทั้งประชาชนและรัฐ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ไม่ได้มีแต่ทหารที่มีหน้าที่แก้ไข แต่รัฐบาล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกันแก้ไข และทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ โดยทหารเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาล โดยใช้การเมืองนำการทหาร และใช้มาตรา 21 ให้ผู้ที่หลงผิดเข้ามอบตัว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า จำนวนการก่อเหตุรุนแรงลดลง และประมาณครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด ไม่ใช่เหตุรุนแรง แต่เกี่ยวกับยาเสพติด และการค้าของผิดกฎหมาย
“บ้านเมืองเราต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหา เราต้องลดปัญหาภายในของเราให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าทุกคนเอาปัญหาของตัวเองมาพูด ก็ไม่มีโอกาสพูดถึงปัญหาของส่วนรวม ประเทศชาติบ้านเมืองจะต้องมาก่อน ถ้าคิดกันเช่นนี้ เราจะทำอะไรได้มากขึ้น และพร้อมจะช่วยเหลือบ้านเมือง แก้ไขปัญหาส่วนรวม เวลาคิดอะไรไม่ออก ขอให้นึกถึงเพลงชาติกับเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วเราจะรู้ว่า เราควรทำอะไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
"ผบ.ทบ." สั่งทบทวน ย้ายฐานทหารออกจาก อ.รือเสาะ ลั่นต้องฟังเสียงประชาชน
วันเดียวกันนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับสื่อมวลชนถึงกรณีมีประชาชนในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ไม่เห็นด้วยที่ทหารจะย้ายฐานออกจากพื้นที่ว่า กำลังให้แม่ทัพภาคที่ 4 ทบทวน โดยมอบนโยบายว่าต้องมองระยะยาวว่า จะทำอย่างไรให้สามารถดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันต้องให้ประชาชนมีความมั่นใจและพอใจ
“เราไม่สามารถให้กำลังของกองทัพภาคที่ 1 ลงไปอยู่ตลอดไป จึงต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับกองพลทหารราบที่ 15 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่โดยตรง เพื่อให้เป็นเอกภาพ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของประชาชนด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า สำหรับแผนการปฏิบัติที่ใช้ดูแลแต่ละพื้นที่นั้น ไม่ได้ใช้แผนเดียวทำงาน หากพื้นที่ใดมีความรุนแรง มีปัญหาหนัก ก็ต้องใช้แผนยุทธวิธีดูแล และใช้กำลังส่วนใหญ่ดูแลป้องกัน แต่ถ้าพื้นที่ใดสงบแล้วก็ใช้การพัฒนาเข้าไป
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: มติชนออนไลน์

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

ยิงพระอีกตามเคย

NationBreakingNews

5 มีค. 2554 10:23 น. 


เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงพระสงฆ์ ขณะออกบิณฑบาต บริเวณโรงฆ่าสัตว์ บ้านบู ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยมีพระสงฆ์ประจำวัดบูราณประดิษฐ์ ถูกยิงบาดเจ็บ 3 รูป นำตัวส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบแล้ว พร้อมเพิ่มความเข้มดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั้งจังหวัด


 5 มีค. 2554 16:54 น. 

ภาคใต้-มารดาพระลูกวัดศรีมหาโพธิ์ เหยื่อกระสุนโจรใต้ขณะบิณฑบาตร เผยลูกชายหวังบวชให้แม่5พรรษา ก่อนลาสิกขามาดูแลมารดาที่ป่วยหนัก เผยก่อนเคราะห์ร้ายโทรศัทพย์พูดคุยถามถึงอาการป่วยด้วยโรคหืดหอบของแม่ ยอมรับภูมิใจทำหน้าที่ศาสนทายาทสมบูรณ์แบบในผ้าเหลืองท่ามกลางสถานการณ์ไม่ปกติ

นางอารีย์ ภูบาลกระแส มารดา พระอภิไชย สีสเตโช พระลูกวัดศรีมหาโพธิ์ ซึ่งถูกคนร้ายยิงมรณะภาพขณะบิณฑบาตร เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์พูดคุยโดยพระอภิไชย ได้สอบถามถึงอาการป่วยโวยโรคหืดหอบของแม่ จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเดินทางมาทำบุญที่วัดเนื่องในวัดพระ เมื่อวันที่4 มีนาคม ที่ผ่านมาได้ เพราะปกติแล้วทุกวันพระจะเดินทางมาทำบุญและสนทนาธรรมกับพระเป็นประจำทุกครั้ง

นางอารีย์ กล่าวว่า สำหรับพระอภิไชย บวชได้3พรรษา โดยมีความตั้งใจจะบวชเรียนศึกษาพระธรรมให้กับมารดาเป็นเวลา 5พรรษา จากนั้นจะขอลาสิกขาบลทเพื่อกลับมาช่วยแม่กรีดยาง และดูแลแม่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม่อยู่คนเดียวเพียงลำพัง และอายุมากขึ้นทุกวัน โดยทุกครั้งที่สนทนาธรรมกับพระอภิไชย มักจะบอกเสมอว่ากุศลบุญทั้งหมดที่บวชเรียนรีบใช้พระพุทธศาสนาขออุทิศให้กับโยมแม่ และขอให้บญทั้งหลายช่วยดลบัลดาลให้โยมแม่หายป่วยจากโรคหืดหอบเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปให้นานที่สุด

"ทันทีที่รู้ข่าวขณะนั้นแม่กำลังเก็บน้ำยางในสวนยางที่รับจ้างกรีดยาง ยอมรับว่าหัวใจแทบสลายและไม่มีเรียวแรงจะเดินจนล้มพับลงใต้โคนต้นยางทันที และตะโนบอกญาติพี่น้องที่อยู่ในสวนให้ช่วยพามาที่วัดศรีมหาโพธิ์ทันที และภาพที่เห็นคือผ้าเหลืองคลุมร่างพระอภิไชยรออยู่แล้ว"นางอารีย์ กล่าวก่อนปล่อยโฮ

นางอารีย์ กล่าวต่อว่า แม่นจะเสียใจที่ต้องสูญเสียดวงใจอันเป็นที่รักแต่ก็ภูมิใจที่พระอภิไชย ทำหน้าศาสนทายาทจนดินแดนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงจนถึงนาทีสุดท้าย และขอให้ดวงวิญญาณของพระอภิไชยไปสู่สุขคติและมีความสุขในสัมปรายภพ

5 มีค. 2554 16:39 น. 


ภาคใต้-เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ ยอมรับเหตุคนร้ายยิงพระขณะบิณฑบาตส่งผลกระทบขวัญกำลังใจพระลูกวัด ยืนยันพร้อมปฏิบัติศาสนกิจเพื่อชาวบ้าน แต่
วิงวอนเจ้าหน้าที่ดูแลความพร้อมภัยเข้มข้น

พระครูโสภิตโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์คนร้ายยิงพระภิกษุขณะบิณฑบาต ส่งผลให้มีพระมรณะภาพ 1รูป และบาดเจ็บอีก2รูป โดยเฉพาะพระภิกษุลูกวัดที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงครั้งนี้ถึง2รูป ได้ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจพระลูกวัด โดยปัจจุบันพระที่วัดมีอยู่จำนวน17รูป สามเณร1รูป ซึ่งทั้งหมดยังคงยืนหยัดปฏิบัติศาสนกิจบิณฑบาตรตามปกติ เนื่องจากพื้นที่รอบวัดเป็นเขตชุมชน และมีญาติโยมมาคอยตักบาตรในทุกเช้า

เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ กล่าวต่อว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งแรกและรุนแรงที่ที่สุดที่ปรากฎกับพระภิกษุในอำเภอโคกโพธิ์ โดยเฉพาะวัดศรีมหาโพธิ์แห่งนี้ เนื่องจากตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันไม่เคยมีความรุนแรงกับพระภิกษุในวัดแห่งนี้มาก่อนเลย อย่างไรก็ดีอยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลและกำกับความปลอดภัยให้กับพระภิกษุ สามเณร รวมไปถึงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ อย่าให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้ง่ายๆเพราะจะยิ่งส่งผลต่อบรรยากาศความรู้สึกของคนในพื้นที่ว่าสถานการณ์นับวันจะยิ่งเลวร้ายลงทุกที

5 มีค. 2554 11:16 น.

เมื่อเวลา 07.20 น.วันที่ 5 มี.ค. ศูนย์วิทยุ สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 14 ที่ถนนสาย 4065 บ้านเนียง-ยะหา หมู่ 3 ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุบนถนนสายดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงได้กั้นสถานที่เกิดเหตุ ไม่ให้รถวิ่งผ่านไปมาได้ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจจะซุกซ่อนระเบิดเอาไว้อีกลูก จากนั้นจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เข้าตรวจสอบ พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิด อยู่บนถนน กว้างประมาณ 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร นอกจากนั้นยังพบเศษถังดับเพลิง เศษสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดขนาด 1 ซม. กระจายอยู่ทั่ว เบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 10 กก.บรรจุในถังดับเพลิง ที่คนร้ายนำมาใส่ในท่อน้ำใต้พื้นถนน จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ซึ่งตั้งคลื่นความถี่อยู่ที่ 140.100 เมกกะเฮิร์ต

จากการสอบสวนทราบว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร 1546 ฉก.ยะลา 14 จำนวน 5 นาย นำโดย ส.อ.สราวุธ แสนทวีสุข เป็นหัวหน้าชุด เดินทางด้วยรถยนต์กระบะหุ้มเกราะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ออกจากฐานปฎิบัติการที่บ้านอาเส็น อ.ยะหา จ.ยะลา เพื่อเดินทางเข้าไปยังเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้นำระเบิดมาซุกเอาไว้ จึงได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แต่โชคดีที่ระเบิดทำงานหลังจากที่รถคันดังกล่าววิ่งผ่านไปแล้ว ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ มีเพียงกระบะท้ายรถ ที่ถูกสะเก็ดได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

5 มีค. 2554 10:40 น.

วางบึ้มน้อยหน่าหน้าบ้านสองผัวเมียชาวนา จ.ปทุมฯ โชคดีระเบิดไม่ทำงาน เจ้าของรับเจอมา 2 ครั้งแล้ว ยันไม่เคยมีเรื่องกับใคร

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 5 มี.ค. ร.ต.อ. ธีรพงษ์ นาขวา ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งเหตุพบระเบิดน้อยหน่ากลิ้งอยู่หน้าประตูบ้านถนนเลียบริมคลองลากค้อน ม.2 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนายสมหวัง และซัน อายุ 57 ปี และนางสมหมาย และซัน อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา พบระเบิดน้อยหน่ากลิ้งอยู่ริมประตูเหล็ก จึงได้นำยางรถยนต์มาวางครอบไว้จำนวนสองเส้น
นายสมหวัง บอกว่าเมื่อเวลา 05.30 น.ตนจะออกมาเปิดประตูบ้านทุกเช้าเพื่อให้อาหารนก เมื่อดึงประตูเข้ามาหาตัวก็พบว่ามีอะไรกลิ้งตามลงมาที่พื้นในบ้านด้วย จึงไปเรียกภรรยามาดูและรอจนสว่างจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าวและเป็นการวางระเบิดบ้านเป็นครั้งที่สองแล้ว สองสามีภรรยากล่าวว่าตนมีอาชีพทำนาอยู่ 15 ไร่ และสามีชอบออกไปต่อนกเขา นกเหยี่ยว นำมาเลี้ยงจนเชื่องแล้วมีลูกค้ามาขอซื้อ จึงได้ทำป็นอาชีพและไม่เคยมีเรื่องกับใครฐานะก็พอมีพอกินไปวัน ๆ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหน้าประตูบ้านพบกระเดื่องสลักระเบิดน้อยหน่าตกอยู่ข้างประตูจึง เชื่อว่าเป็นการนำระเบิดน้อยหน่ามาเกี่ยวกับประตูบ้านเมื่อเปิดประตูสลักระเบิดก็ดีดออกไป แต่ระเบิดไม่ทำงาน พ.ต.ท. ธราเชษฐ์ อบเหลือง สวป. จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ภาค 1 มาทำการเก็บกู้ระเบิดไปทำลายต่อไป




6 ยุทธศาสตร์กองทัพไทยดับไฟใต้


6 ยุทธศาสตร์กองทัพไทยดับไฟใต้


http://www.internetfreedom.us/thread-15945.html
[Image: 83522846765d159016047cc3b55c9770e964eb2.jpg]

ด้วย เหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ “ 6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ที่กองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ มั่นใจนักมั่นใจหนาว่า อาจจะมาถูกทางในการแก้ปัญหาไฟใต้ได้


โดย ปาแด งา มูกอ
5 มีนาคม 2554
ผบ.ทบ.วาง 6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ แฉ 90% มียาเสพติดเอี่ยวพวกก่อเหตุ...

พ.อ.ธนา ธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในภาคใต้ ว่า กองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้วางกรอบยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาไว้ 6 ยุทธศาสตร์

ทั้งงานด้าน มวลชน การสร้างความเข้าใจต่อประชาชน ดูแลงานมวลชนและผู้นำศาสนา ให้เข้าใจถึงกรอบการทำงานของเจ้าหน้าที่และนำไปขยายผลต่อยังชุมชนที่เป็นชาว มุสลิม และดูแลปัญหาแทรกซ้อนด้านยาเสพติด

โดยในชุมนุมเหล่านั้นมี ความต้องการให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปช่วยอย่างไร เนื่องจากพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในการก่อเหตุ มีปัญหาเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง

รวม ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยของครูในพื้นที่ภาคใต้ การสร้างความเข้าใจกับมวลชนโดยในปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ได้ให้ความสำคัญ กับการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำงานในหลายมิติ

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลพื้นที่ฝั่งภูเขา รวมถึงพื้นที่ต้องสงสัยได้มีการปิดล้อมและตรวจค้น ที่ผ่านมา สามารถเข้าควบคุมพื้นที่และทำลายฐานที่มั่นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ และได้ยึดของกลาง ได้แก่ ปืนเล็กยาว เอ็ม 16 จำนวน 8 กระบอก ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 47 คน

พร้อมกับดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในเขตเมือง จำนวนกว่า 300 แห่ง ทำให้ขยายผลในการจับกุมและยึดยาเสพติดได้กว่า 2 แสนเม็ด ยึดน้ำมันเถื่อนได้กว่า 1 แสนลิตร รวมถึงยังเน้นให้การดูแลการก่อเหตุด้วยวิธีการวางระเบิด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านการข่าวเป็นสิ่งที่ต้องมีการปรับให้เกิดความทันสมัยอยู่ตลอด เวลา ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกับฝั่งประเทศของมาเลเซีย


นี่คืออีกสาเหตุหนึ่ง ในอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิด “ไฟใต้นอกระบบ” ที่ส่งผลให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ต่างคิดค้น “ยุทธศาสตร์ใหม่” ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ในเหตุการณ์รุนแรงประจำวันทุกวันนี้

แล้วอะไรคือ “ไฟใต้นอกระบบ”

[Image: 8352275512e4f0f8457708b6030c4dc75f00718.jpg]

อธิบายง่ายๆอย่างนี้ครับ “ไฟใต้นอกระบบ” หมายถึงเหตุการณ์รุนแรงประจำวัน ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบว่า ใคร?กลุ่มใด? เป็นผู้กระทำหรือลงมือปฏิบัติการ ที่นึกอยากจะลงมือที่ไหน เมื่อใด กับใคร ก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวก ความสบายใจของบรรดาสารพัดท่านผู้ก่อเหตุร้าย ในการลงมือ

ปัญหา “ไฟใต้นอกระบบ” พูดไปพูดมาก็ต้องโทษรัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐล่ะครับ ที่มัวแต่เล่นของเล่นชิ้นเดียวเหมือนเด็กปัญญาอ่อน หรือหายใจเข้า หายใจออก ที่หมกหมุ่นอยู่แต่เรื่องกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบอย่างเดียว ไม่ว่า พูโลเอย บีอาร์เอ็นเอย อาร์เคเค เอย

จนถึงวันนี้ความปัญญาอ่อน เริ่มผ่อนคลายลง ดวงตาและสมองเริ่มมองเห็นความจริงปรากฏขึ้นเป็นลางๆว่า เอ.....!!!!!ไอ้ที่พวกเรามัวไปบ้ากับ “กลุ่มผี”น่าจะถูกผีหลอกเสียแล้วกระมัง เห็นทีต้องลองเปลี่ยน “ยุทศาสตร์” ใหม่ๆมาปรับใช้ซ่ะหน่อย เผื่อจะได้ผลและได้งบประมาณเพิ่มเป็นของแถม

ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ “ 6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ที่กองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ มั่นใจนักมั่นใจหนาว่า อาจจะมาถูกทางในการแก้ปัญหาไฟใต้ได้

ก่อนที่จะไปถึง “6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ผมใคร่ขอคำชี้แนะจากท่านผู้อ่านที่มีความรู้เกี่ยวกับคำว่า “ 6 ยุทธศาสตร์ ” หน่อยครับว่า คำๆนี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมจึงต้องกำหนดเพียง 6 ข้อเท่านั้น

มากกว่า 6 หรือน้อยกว่า 6 ได้ไหม ..? และก็ หมายเลข 6 มีเคล็ดหรือมีอาถรรพ์ อะไร??? เรื่องนี้ผมจนปัญญาจริงๆครับ ช่วยเป็นวิทยาทานให้ผมด้วยน่ะครับ

เพราะเท่าที่ผมลองค้นคว้าดูไอ้ คำว่า “6 ยุทธศาสตร์” ซึ่งมีมากพอสมควร อาทิ ทำ 6 ยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาเด็กตั้งครรภ์ / กรมอนามัย ขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ผลักดันนโยบาย เพิ่มไอโอดีน / 6 ยุทธศาสตร์ นโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ปี 2554 / พาณิชย์ปรับ 6 ยุทธศาสตร์ค้าเสรีดึงประโยชน์จาก AEC-FTA / 6 ยุทธศาสตร์ในการอ่านใจคน แบบพุทธศาสตร์ / พม.ชง 6 ยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาท้องไม่พร้อม

ผมไม่ทราบว่า “6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ของท่าน ผบ.ทบ.ที่ออกใหม่ กับ “6 ยุทธศาสตร์รอง” ของแม่ทัพภาค 4 ของผมทางภาคใต้ มันเป็นยุทธศาสตร์เดียวกันหรือไม่? แต่น่าจะไม่ใช่ เพราะมันมีคำว่า “รอง” พ่วงท้ายอยู่ ไม่ทราบว่า “รอง” จากใครหรือ “รอง” รับอะไร งงๆจริง

นี่รวมแล้วก็ปาเข้าไป “ 12 ยุทธศาสตร์” เข้าไปแล้ว ผมหนักใจแทนเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์จริงๆไม่รู้จะจำกันได้หรือเปล่า

นี่ ถ้าเกิด กระทรวงมหาดไทยคิดบ้าๆขึ้นมาเพิ่มอีก “6 ยุทธศาสตร์” ขึ้นมาอีก มันส์ล่ะครับทีนี้ หรือหาก ศอ,บต. , กองทัพเรือ , กองทัพอากาศ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากจะมันส์กับเขาด้วย ต่างเพิ่ม “6 ยุทธศาสตร์” เข้าไปอีก มันก็ปาเข้าไปเป็น “ 42 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้”

ทีนี้และ ครับ กรมสุขภาพจิต ก็จะได้มีโอกาสประกาศ “6 ยุทธศาสตร์พิชิตโรคจิต” ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนใต้ได้นำไปปฏิบัติใช้กันบ้าง

ทีนี้มาดู “6 ยุทธศาสตร์รอง” ของแม่ทัพภาค 4 ของผมทางภาคใต้ กันบ้างว่า มีดีอะไรบ้าง

(27 ต.ค.53 ) พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แถลงนโยบายการปฏิบัติงาน “สานใจสู่สันติ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดย พล.ท.อุดมชัยกล่าวว่า นับตั้งแต่รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายกองทัพบก โดยผู้บัญชาการทหารบกได้มอบให้ในปี 2554 ซึ่งได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นยุทธศาสตร์หลักในการปฏิบัติงาน และในยุทธศาสตร์รอง ได้มีการกำหนดเพิ่มอีก 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ คือ

1.อำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ความไม่สงบเดินทางกลับมาอยู่อาศัยในภูมิลำเนาเดิมอย่างปกติสุข
2.เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเห็นต่างกับรัฐ ได้มีช่องทางสามารถแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
3.ขจัดเงื่อนไขและสาเหตุที่ก่อให้เกิดการใช้ความรุนแรง อันส่งผลให้เกิดความไม่สงบในสังคม ให้เกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม
4.ฟื้นฟู และส่งเสริมวิถีชีวิตตามหลักคุณธรรมที่ดีงามของสังคม อันหลากหลายบนพื้นฐานการเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมซึ่งกัน และกันให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
5.สนับสนุนประชาชน และภาคประชาสังคมอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วด้าน
6.รณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

เจ๋งไหมครับ “6 ยุทธศาสตร์รอง” ของแม่ทัพภาค 4 แต่เชื่อเถอะครับชาติหน้าบ่ายๆ อาจจะสำเร็จครับ

"ชวน"แนะทุกฝ่ายร่วมมือดับไฟใต้วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขอเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่เพราะต้องเสี่ยงตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้ตนได้ขอร้องนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ให้ไปอยู่ประจำในพื้นที่เป็นหลัก แต่ได้รับการชี้แจงว่าไม่มีอำนาจ ซึ่งตนคิดว่าอย่างน้อยหากมีคนประสานบ้างก็จะดี เพราะการเป็นหนึ่งเดียวกันในการทำงาน หรือการร่วมมือของแต่ละฝ่ายเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะโยนความรับผิดชอบไปให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ผู้เดียว เป็นเรื่องยาก ซึ่งมีทั้งเรื่องการป้องกัน การพัฒนา ผสมผสานกันไป เพราะเขามองยาวไปข้างหน้า ต้องพัฒนาพื้นที่ ต้องมีอาชีพ ขณะเดียวกันต้องปราบปรามป้องกันไปด้วย

นายชวนกล่าวอีกว่า ส่วนการปรับโครงสร้างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ต้องให้เวลา เรื่องนี้เพราะกฎหมายเพิ่งออกมา ส่วนจะใช้ได้หรือไม่ต้องดูกันต่อไป

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 3/05/2011 09:20:00 ก่อนเที่ยง Share on Facebook
http://thaienews.blogspot.com/2011/03/6.html

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

พระสหาย


"ปู่วาเด็ง"ดีขึ้น แต่แพทย์ยังไม่ให้เคลื่อนย้าย 
4 มีค. 2554 15:04 น.
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=497968&lang=T&cat=



อาการป่วยของ ปู่วาเด็ง ปูเต๊ะ พระสหายแห่งลุ่มน้ำสายบุรี โดยรวมดีขึ้น แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายกลับไปรักษาโรงพยาบาลที่บ้านเกิด เหตุกลัวว่าจะอาการทรุดอีกระหว่างเคลื่อนย้าย

ความคืบหน้าอาการป่วยของนายวาเด็ง ปูเต๊ะ พระสหายแห่งลุ่มน้ำสายบุรี จ.ปัตตานี ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.54 ที่ผ่านมา ล่าสุดในวันนี้(4 มี.ค.)
รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการโดยรวมของผู้ป่วยดีขึ้น หลังจากที่แพทย์ได้ให้น้ำเกลือ สภาพการเต้นของหัวใจอยู่ในสภาวะปกติ หลังจากแพทย์ได้ให้ยากระตุ้นหัวใจ ส่วนอาการไตเสื่อมที่เกิดจากการมีของเสียอยู่ภายในไตจำนวนมากนั้น ทางแพทย์ได้ปรึกษากับญาติของผู้ป่วยเพื่อขอรักษาอาการโดยวิธีล้างไต แต่ทางญาติปฏิเสธไม่อนุญาตให้ทางแพทย์ใช้วิธีล้างไตกับคนไข้ แต่ต้องการใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติ 
"ทางญาติไม่อยากให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดจากการล้างไตที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์สอดผ่านเข้าไปในร่างกาย ส่วนอาการโดยรวมขณะนี้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นและรับประทานอาหารอ่อนๆได้" 
สำหรับกรณีที่ญาติผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ว่าจะขอนำตัวผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในจังหวัดปัตตานีนั้น ทางแพทย์เจ้าของไข้ยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในช่วงนี้ เนื่องจากเกรงว่าผู้ป่วยอาจจะไม่ปลอดภัยและอาการทรุดลงอีกระหว่างที่ทำการเคลื่อนย้าย 

ระวังไอ้พวกจัญไร


เตือนหน่วยความมั่นคงยะลาพบเบาะแส
อะหมัด แกนนำหัวรุนแรงใต้
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=497986&lang=T&cat=
4 มีค. 2554 15:40 น.

มีรายงานจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดยะลา ได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยกำลังในพื้นที่ โดยเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลาว่า พบข่าวสารของ นายอะหมัด ตืองะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่มีหมายจับด้านความมั่นคง ได้สั่งการให้นายอาซือมิง จิใจ แนวร่วมก่อเหตุรุนแรงที่มีหมายจับด้านความมั่นคง ให้ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลาในห้วงวันที่ 28 กพ. 54 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 54 โดยให้นำรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กลบ 722 ยะลา ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนปลอม โดยรถคันดังกล่าวได้บรรจุระเบิดเอาไว้ และจะนำรถคันดังกล่าวเข้ามาก่อเหตุในย่านชุมชน และจะมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลข กพก 933 ยะลา เป็นรถที่จะมาดูลาดเลาและจะเป็นรถคันที่มารับคนร้ายหลังจากนำ จยย.เข้ามาจอด จึงให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบพื้นที่ต่างๆ เร่งตรวจสอบรถจักรยานยนต์ป้ายทะเบียนดังกล่าว หรือใกล้เคียงอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายก่อเหตุ


Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม