กำลังเป็นแฟรชั่นยอดฮิต ทหารปืนหาย ทหารโดนปล้นปืน เฮ้อ............ ปืนตัวเองยังรักษาไม่ได้.....แล้วเอ็งจะไปรักษาชาติ ป้องกันชาติ ว่าแต่ว่า มีกลิ่นอะไร ตุ๊แหม่ง ตุ๊แหม่ง หรือปล่าวหว่า..... 24 มีค. 2554 19:07 น. ปืนหาย 6 กระบอกที่ระแงะภรรยาทหารเข้าแจ้งความ สภ.ระแงะ สามีซึ่งเป็นหัวหน้าจุดจรวจทหารบ้านสาเมาะ ต.บองอ ถูกคนร้ายบุกปล้น จับมัดมือมัดเท้า ยึดปืนเอ็ม 16 ไปได้ 6 กระบอกกระสุนอีกเพียบ รายงานข่าวแจ้งว่า เวลา 17.00 น. วันที่ 23 มีนาคม น.ส.นนทิกา เพชรชนะอายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 222 /4 หมู่ 1 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ภรรยาส.อ.ศุภกฤติ งอนสระน้อย ผบ.หมู่ ประจำ ร้อย ร.151 23 ฉก.นราธิวาส 38 ทำหน้าที่หัวหน้าจุดตรวจทหารบ้านสาเมาะ หมู่ 1 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และรักษาอาการอยู่ในโรงพยาบาลกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุท ธบริหาร จ.ปัตตานี ได้เข้าพบ พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง สารวัตรเวร สภ.ระแงะ แจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 23 มีนาคม ขณะที่ ส.อ.ศุภกฤติ สามี และทหารเกณฑ์ประจำการ รวม 6 นาย กำลังเข้าเวรอยู่ในจุดตรวจทหารบ้านสาเมาะ ตั้งอยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร. 15123 ประ มาณ 500 เมตร มีคนร้ายประมาณ 14 คน ได้บุกเข้ามาในจุดตรวจทหารบ้านสาเมาะ จับมัดมือมัดเท้าทหารทั้งหมดไว้ จากนั้นได้ใช้พานท้ายปืนทุบตี ส.อ.ศุภกฤติ อย่างทารุณ จนน่วมไปทั้งตัว ศีรษะแต ก ก่อนหลบหนีไปคนร้ายยังได้ยึดปืนเอ็ม 16 ปืนปืนประจำกายทหารทั้ง 6 นายไปด้วย 6 กระบอก, หมวกเหล็ก 6 ใบ, วิทยุสื่อสารทหาร, โทรศัพท์มือถือส่วนตัวของทหาร รวมถึงกระสุนปืนเอ็ม 16 อีกจำนวนหนึ่งพาหลบหนีไปด้วย ซึ่งหลังเกิดเหตุ ส.อ.ศุภกฤติ สามี โรงพยาบาลนราธิวาสราชนคริ นทร์ อ.เมืองนราธิวาส ได้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร เนื่องจากอาการสาหัสมาก จึงให้ตนเดินทางมาแจ้งไว้เป็นหลักฐานแทนดังกล่าว วันที่ 24 มีนาคม พ.ต.ท.เฉลิม สารวัตรเวร สภ.ระแงะ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจาก น.ส.นนทิกา ภรร ยา ส.อ.ศุภกฤติ แล้ว ได้นัดให้ ร.ท.ชาญฤทธิ์ ฮันสราช ผบ.ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 38 ซึ่งเป็นผู้ บังคับบัญชาโดยตรงของด่านตรวจทหารบ้านสาเมาะ มาให้ปากคำในวันนี้ เวลา 10.00 น. แต่จนถึงเวลานี้ ร.ท.ชาญฤทธิ์ ยังไม่มาให้ปากคำแต่อย่างใด ด้าน ส.อ.ศุภกฤติ ยังให้ปากคำไม่ได้ เนื่องจากอา การบาดเจ็บที่ศีรษะยังปวดระบมสาหัสมาก |
วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554
ข่าวทะแม่งทะแม่ง
ทหาร ตำรวจ ตายฟรีตามเคย
24 มีค. 2554 15:07 น. นอภ.บาเจาะ ย้ำขอโอกาสเป็นคนดีช่วยเหลือทางราชการ พัฒนา เมืองให้มีความสงบร่มเย็นขึ้นให้ได้ จ.นราธิวาส มีกลุ่มสมาชิกและแนวร่วมของคนร้ายกลุ่มอาร์เคเ คคนสำคัญ ซึ่งถูกทางการออกหมายจับ ตามหมายจับ ป.วิอาญา และหมายจับที่ออกโดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 21 คน ได้ทยอยกันเดินทางออกจากแหล่งที่หลบซ่อนเข้ามารายงานตัว ต่อนายธนน เวชกรกานน์ ผวจ.นราธิวาส และนายเจษฏา จิตรัตน์ นอภ.บาเจาะ เพื่อร่วมพัฒนาบ้านเมือง ตามนโยบายสานใจ สู่สันติ โดยมีผู้นำศาสนา , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเข้ามารายงานตัวของกลุ่มผู้หลงผิด ในครั้งนี้ด้วย กองกำลังติดอาวุธคนสำคัญของคนร้ายกลุ่มอาร์เคเคมีหมายจับ คดีก่อเหตุความไม่สงบหลายคดี เช่น คดีลอบวางระเบิดรถยนต์ทหาร , รถยนต์ตำรวจ รวมถึงคดีลอบยิงและดักซุ่มโจมตีกำลังตำรวจและ ทหารอีกหลายคดีด้วย กล่าวว่า ตนเคยหลงผิดจนถูกออกหมายจับ มาแล้วหลายคดี ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ใช้ชีวิตในแต่ละวัน อย่างไม่มีความสุข จึงอยากฝากเตือนถึงผู้หลงผิดที่เหลือให้รีบ ออกมารายงานตัวต่อทางราชการโดยด่วน บาเจาะให้มีความสงบร่มเย็นขึ้นให้ได้" นายซอเพียนกล่าว |
วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554
แม่ทับกราบส้นตีนโจรใต้ครับท่าน
"ประยุทธ์" ขอโทษกรณี "กรือเซะ" ทบทวนย้ายฐานทหารรือเสาะ ลั่นต้องฟังเสียงประชาชนWed, 2011-03-23 17:09 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งทบทวนย้ายฐานทหารออกจาก อ.รือเสาะ ลั่นต้องฟังเสียงประชาชน ขอโทษกรณี "กรือเซะ" ชี้ เรื่องต่าง ๆ ผ่านกระบวนการยุติธรรมแล้วมีการเยียวยาและต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ระบุหากคิดอะไรไม่ออกให้นึกถึงเพลงชาติกับเพลงสรรเสริญพระบารมี 23 มี.ค. 54 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดโอกาสให้ประธานชมรม “ทำดี มีอาชีพ” ประธานสภาสันติสุขตำบล และเยาวชนจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เข้าร่วมโครงการ “ทำดี มีอาชีพ” เข้าพบที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการ “ทำดี มีอาชีพ” เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเยาวชน ซึ่งจะเป็นพลังให้ประเทศชาติเจริญเติบโตได้ และยังเป็นการลดความเสี่ยง ที่เยาวชนจะถูกชักจูงให้กระทำความผิด นอกจากนี้ ยังทำให้เยาวชนได้ประสบการณ์โดยไม่รู้ตัว จากการได้พบกับสังคมใหม่ ๆ ที่มีความแตกต่างไปจากเดิม และจะได้เห็นว่าการอยู่ร่วมกันในความแตกต่างด้วยสันติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง 6 ยุทธศาสตร์ที่ใช้แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย 1. การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ให้มีอาชีพ รายได้และการศึกษาที่ดีขึ้น 2. การลดปัญหาจากภัยแทรกซ้อน ซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงในพื้นที่ ทั้งจากปัญหายาเสพติด การค้าของเถื่อน อิทธิพล 3. การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม การดูแลด้านสิทธิมนุษยชน ถ้าเจ้าหน้าที่ทหารทำความผิด จะต้องถูกลงโทษ 4. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 5. การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ที่เราต้องมีประวัติศาสตร์เดียวกัน อดีตเป็นสิ่งที่เราจะนำมาภาคภูมิใจ เป็นตัวอย่างที่ดี และอะไรไม่ดีก็ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก และ 6. การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม “เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ที่มัสยิดกรือเซะ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเรื่องที่ผมไม่สบายใจ แต่จำเป็นต้องพูด ผมต้องขอโทษแทน แม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจ ความประมาท การไม่ดูแล ไม่เอาใจใส่ ผมไม่อยากรื้อฟื้น แต่มันถูกเอามาอ้างทุกวัน ผมจึงอยากบอกว่า เรื่องต่าง ๆ ผ่านกระบวนการยุติธรรมแล้ว มีการเยียวยา และเราก็ต้องไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทั้งประชาชนและรัฐ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ไม่ได้มีแต่ทหารที่มีหน้าที่แก้ไข แต่รัฐบาล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกันแก้ไข และทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ โดยทหารเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาล โดยใช้การเมืองนำการทหาร และใช้มาตรา 21 ให้ผู้ที่หลงผิดเข้ามอบตัว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า จำนวนการก่อเหตุรุนแรงลดลง และประมาณครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด ไม่ใช่เหตุรุนแรง แต่เกี่ยวกับยาเสพติด และการค้าของผิดกฎหมาย “บ้านเมืองเราต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหา เราต้องลดปัญหาภายในของเราให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าทุกคนเอาปัญหาของตัวเองมาพูด ก็ไม่มีโอกาสพูดถึงปัญหาของส่วนรวม ประเทศชาติบ้านเมืองจะต้องมาก่อน ถ้าคิดกันเช่นนี้ เราจะทำอะไรได้มากขึ้น และพร้อมจะช่วยเหลือบ้านเมือง แก้ไขปัญหาส่วนรวม เวลาคิดอะไรไม่ออก ขอให้นึกถึงเพลงชาติกับเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วเราจะรู้ว่า เราควรทำอะไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว "ผบ.ทบ." สั่งทบทวน ย้ายฐานทหารออกจาก อ.รือเสาะ ลั่นต้องฟังเสียงประชาชน วันเดียวกันนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับสื่อมวลชนถึงกรณีมีประชาชนในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ไม่เห็นด้วยที่ทหารจะย้ายฐานออกจากพื้นที่ว่า กำลังให้แม่ทัพภาคที่ 4 ทบทวน โดยมอบนโยบายว่าต้องมองระยะยาวว่า จะทำอย่างไรให้สามารถดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันต้องให้ประชาชนมีความมั่นใจและพอใจ “เราไม่สามารถให้กำลังของกองทัพภาคที่ 1 ลงไปอยู่ตลอดไป จึงต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับกองพลทหารราบที่ 15 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่โดยตรง เพื่อให้เป็นเอกภาพ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของประชาชนด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า สำหรับแผนการปฏิบัติที่ใช้ดูแลแต่ละพื้นที่นั้น ไม่ได้ใช้แผนเดียวทำงาน หากพื้นที่ใดมีความรุนแรง มีปัญหาหนัก ก็ต้องใช้แผนยุทธวิธีดูแล และใช้กำลังส่วนใหญ่ดูแลป้องกัน แต่ถ้าพื้นที่ใดสงบแล้วก็ใช้การพัฒนาเข้าไป ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: มติชนออนไลน์ |
วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554
ยิงพระอีกตามเคย
| NationBreakingNews 5 มีค. 2554 10:23 น. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงพระสงฆ์ ขณะออกบิณฑบาต บริเวณโรงฆ่าสัตว์ บ้านบู ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยมีพระสงฆ์ประจำวัดบูราณประดิษฐ์ ถูกยิงบาดเจ็บ 3 รูป นำตัวส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบแล้ว พร้อมเพิ่มความเข้มดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั้งจังหวัด ภาคใต้-เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ ยอมรับเหตุคนร้ายยิงพระขณะบิณฑบาตส่งผลกระทบขวัญกำลังใจพระลูกวัด ยืนยันพร้อมปฏิบัติศาสนกิจเพื่อชาวบ้าน แต่ วิงวอนเจ้าหน้าที่ดูแลความพร้อมภัยเข้มข้น |
6 ยุทธศาสตร์กองทัพไทยดับไฟใต้
| 6 ยุทธศาสตร์กองทัพไทยดับไฟใต้ http://www.internetfreedom.us/thread-15945.html ด้วย เหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ “ 6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ที่กองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ มั่นใจนักมั่นใจหนาว่า อาจจะมาถูกทางในการแก้ปัญหาไฟใต้ได้ โดย ปาแด งา มูกอ 5 มีนาคม 2554 ผบ.ทบ.วาง 6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ แฉ 90% มียาเสพติดเอี่ยวพวกก่อเหตุ... พ.อ.ธนา ธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในภาคใต้ ว่า กองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้วางกรอบยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ทั้งงานด้าน มวลชน การสร้างความเข้าใจต่อประชาชน ดูแลงานมวลชนและผู้นำศาสนา ให้เข้าใจถึงกรอบการทำงานของเจ้าหน้าที่และนำไปขยายผลต่อยังชุมชนที่เป็นชาว มุสลิม และดูแลปัญหาแทรกซ้อนด้านยาเสพติด โดยในชุมนุมเหล่านั้นมี ความต้องการให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปช่วยอย่างไร เนื่องจากพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในการก่อเหตุ มีปัญหาเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง รวม ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยของครูในพื้นที่ภาคใต้ การสร้างความเข้าใจกับมวลชนโดยในปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ได้ให้ความสำคัญ กับการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำงานในหลายมิติ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลพื้นที่ฝั่งภูเขา รวมถึงพื้นที่ต้องสงสัยได้มีการปิดล้อมและตรวจค้น ที่ผ่านมา สามารถเข้าควบคุมพื้นที่และทำลายฐานที่มั่นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ และได้ยึดของกลาง ได้แก่ ปืนเล็กยาว เอ็ม 16 จำนวน 8 กระบอก ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 47 คน พร้อมกับดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในเขตเมือง จำนวนกว่า 300 แห่ง ทำให้ขยายผลในการจับกุมและยึดยาเสพติดได้กว่า 2 แสนเม็ด ยึดน้ำมันเถื่อนได้กว่า 1 แสนลิตร รวมถึงยังเน้นให้การดูแลการก่อเหตุด้วยวิธีการวางระเบิด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านการข่าวเป็นสิ่งที่ต้องมีการปรับให้เกิดความทันสมัยอยู่ตลอด เวลา ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกับฝั่งประเทศของมาเลเซีย นี่คืออีกสาเหตุหนึ่ง ในอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิด “ไฟใต้นอกระบบ” ที่ส่งผลให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ต่างคิดค้น “ยุทธศาสตร์ใหม่” ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ในเหตุการณ์รุนแรงประจำวันทุกวันนี้ แล้วอะไรคือ “ไฟใต้นอกระบบ” อธิบายง่ายๆอย่างนี้ครับ “ไฟใต้นอกระบบ” หมายถึงเหตุการณ์รุนแรงประจำวัน ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบว่า ใคร?กลุ่มใด? เป็นผู้กระทำหรือลงมือปฏิบัติการ ที่นึกอยากจะลงมือที่ไหน เมื่อใด กับใคร ก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวก ความสบายใจของบรรดาสารพัดท่านผู้ก่อเหตุร้าย ในการลงมือ ปัญหา “ไฟใต้นอกระบบ” พูดไปพูดมาก็ต้องโทษรัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐล่ะครับ ที่มัวแต่เล่นของเล่นชิ้นเดียวเหมือนเด็กปัญญาอ่อน หรือหายใจเข้า หายใจออก ที่หมกหมุ่นอยู่แต่เรื่องกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบอย่างเดียว ไม่ว่า พูโลเอย บีอาร์เอ็นเอย อาร์เคเค เอย จนถึงวันนี้ความปัญญาอ่อน เริ่มผ่อนคลายลง ดวงตาและสมองเริ่มมองเห็นความจริงปรากฏขึ้นเป็นลางๆว่า เอ.....!!!!!ไอ้ที่พวกเรามัวไปบ้ากับ “กลุ่มผี”น่าจะถูกผีหลอกเสียแล้วกระมัง เห็นทีต้องลองเปลี่ยน “ยุทศาสตร์” ใหม่ๆมาปรับใช้ซ่ะหน่อย เผื่อจะได้ผลและได้งบประมาณเพิ่มเป็นของแถม ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ “ 6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ที่กองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ มั่นใจนักมั่นใจหนาว่า อาจจะมาถูกทางในการแก้ปัญหาไฟใต้ได้ ก่อนที่จะไปถึง “6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ผมใคร่ขอคำชี้แนะจากท่านผู้อ่านที่มีความรู้เกี่ยวกับคำว่า “ 6 ยุทธศาสตร์ ” หน่อยครับว่า คำๆนี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมจึงต้องกำหนดเพียง 6 ข้อเท่านั้น มากกว่า 6 หรือน้อยกว่า 6 ได้ไหม ..? และก็ หมายเลข 6 มีเคล็ดหรือมีอาถรรพ์ อะไร??? เรื่องนี้ผมจนปัญญาจริงๆครับ ช่วยเป็นวิทยาทานให้ผมด้วยน่ะครับ เพราะเท่าที่ผมลองค้นคว้าดูไอ้ คำว่า “6 ยุทธศาสตร์” ซึ่งมีมากพอสมควร อาทิ ทำ 6 ยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาเด็กตั้งครรภ์ / กรมอนามัย ขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ผลักดันนโยบาย เพิ่มไอโอดีน / 6 ยุทธศาสตร์ นโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ปี 2554 / พาณิชย์ปรับ 6 ยุทธศาสตร์ค้าเสรีดึงประโยชน์จาก AEC-FTA / 6 ยุทธศาสตร์ในการอ่านใจคน แบบพุทธศาสตร์ / พม.ชง 6 ยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาท้องไม่พร้อม ผมไม่ทราบว่า “6 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ของท่าน ผบ.ทบ.ที่ออกใหม่ กับ “6 ยุทธศาสตร์รอง” ของแม่ทัพภาค 4 ของผมทางภาคใต้ มันเป็นยุทธศาสตร์เดียวกันหรือไม่? แต่น่าจะไม่ใช่ เพราะมันมีคำว่า “รอง” พ่วงท้ายอยู่ ไม่ทราบว่า “รอง” จากใครหรือ “รอง” รับอะไร งงๆจริง นี่รวมแล้วก็ปาเข้าไป “ 12 ยุทธศาสตร์” เข้าไปแล้ว ผมหนักใจแทนเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์จริงๆไม่รู้จะจำกันได้หรือเปล่า นี่ ถ้าเกิด กระทรวงมหาดไทยคิดบ้าๆขึ้นมาเพิ่มอีก “6 ยุทธศาสตร์” ขึ้นมาอีก มันส์ล่ะครับทีนี้ หรือหาก ศอ,บต. , กองทัพเรือ , กองทัพอากาศ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากจะมันส์กับเขาด้วย ต่างเพิ่ม “6 ยุทธศาสตร์” เข้าไปอีก มันก็ปาเข้าไปเป็น “ 42 ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้” ทีนี้และ ครับ กรมสุขภาพจิต ก็จะได้มีโอกาสประกาศ “6 ยุทธศาสตร์พิชิตโรคจิต” ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนใต้ได้นำไปปฏิบัติใช้กันบ้าง ทีนี้มาดู “6 ยุทธศาสตร์รอง” ของแม่ทัพภาค 4 ของผมทางภาคใต้ กันบ้างว่า มีดีอะไรบ้าง (27 ต.ค.53 ) พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แถลงนโยบายการปฏิบัติงาน “สานใจสู่สันติ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.ท.อุดมชัยกล่าวว่า นับตั้งแต่รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายกองทัพบก โดยผู้บัญชาการทหารบกได้มอบให้ในปี 2554 ซึ่งได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นยุทธศาสตร์หลักในการปฏิบัติงาน และในยุทธศาสตร์รอง ได้มีการกำหนดเพิ่มอีก 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ คือ 1.อำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ความไม่สงบเดินทางกลับมาอยู่อาศัยในภูมิลำเนาเดิมอย่างปกติสุข 2.เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเห็นต่างกับรัฐ ได้มีช่องทางสามารถแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา 3.ขจัดเงื่อนไขและสาเหตุที่ก่อให้เกิดการใช้ความรุนแรง อันส่งผลให้เกิดความไม่สงบในสังคม ให้เกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม 4.ฟื้นฟู และส่งเสริมวิถีชีวิตตามหลักคุณธรรมที่ดีงามของสังคม อันหลากหลายบนพื้นฐานการเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมซึ่งกัน และกันให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 5.สนับสนุนประชาชน และภาคประชาสังคมอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วด้าน 6.รณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เจ๋งไหมครับ “6 ยุทธศาสตร์รอง” ของแม่ทัพภาค 4 แต่เชื่อเถอะครับชาติหน้าบ่ายๆ อาจจะสำเร็จครับ "ชวน"แนะทุกฝ่ายร่วมมือดับไฟใต้วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554 ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขอเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่เพราะต้องเสี่ยงตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้ตนได้ขอร้องนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ให้ไปอยู่ประจำในพื้นที่เป็นหลัก แต่ได้รับการชี้แจงว่าไม่มีอำนาจ ซึ่งตนคิดว่าอย่างน้อยหากมีคนประสานบ้างก็จะดี เพราะการเป็นหนึ่งเดียวกันในการทำงาน หรือการร่วมมือของแต่ละฝ่ายเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะโยนความรับผิดชอบไปให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ผู้เดียว เป็นเรื่องยาก ซึ่งมีทั้งเรื่องการป้องกัน การพัฒนา ผสมผสานกันไป เพราะเขามองยาวไปข้างหน้า ต้องพัฒนาพื้นที่ ต้องมีอาชีพ ขณะเดียวกันต้องปราบปรามป้องกันไปด้วย นายชวนกล่าวอีกว่า ส่วนการปรับโครงสร้างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ต้องให้เวลา เรื่องนี้เพราะกฎหมายเพิ่งออกมา ส่วนจะใช้ได้หรือไม่ต้องดูกันต่อไป Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 3/05/2011 09:20:00 ก่อนเที่ยง Share on Facebook http://thaienews.blogspot.com/2011/03/6.html |
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554
พระสหาย
| "ปู่วาเด็ง"ดีขึ้น แต่แพทย์ยังไม่ให้เคลื่อนย้าย |
| 4 มีค. 2554 15:04 น. http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=497968&lang=T&cat= |
ระวังไอ้พวกจัญไร
| เตือนหน่วยความมั่นคงยะลาพบเบาะแส อะหมัด แกนนำหัวรุนแรงใต้ |
| 4 มีค. 2554 15:40 น. มีรายงานจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดยะลา ได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยกำลังในพื้นที่ โดยเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลาว่า พบข่าวสารของ นายอะหมัด ตืองะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่มีหมายจับด้านความมั่นคง ได้สั่งการให้นายอาซือมิง จิใจ แนวร่วมก่อเหตุรุนแรงที่มีหมายจับด้านความมั่นคง ให้ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลาในห้วงวันที่ 28 กพ. 54 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 54 โดยให้นำรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กลบ 722 ยะลา ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนปลอม โดยรถคันดังกล่าวได้บรรจุระเบิดเอาไว้ และจะนำรถคันดังกล่าวเข้ามาก่อเหตุในย่านชุมชน และจะมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลข กพก 933 ยะลา เป็นรถที่จะมาดูลาดเลาและจะเป็นรถคันที่มารับคนร้ายหลังจากนำ จยย.เข้ามาจอด จึงให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบพื้นที่ต่างๆ เร่งตรวจสอบรถจักรยานยนต์ป้ายทะเบียนดังกล่าว หรือใกล้เคียงอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายก่อเหตุ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
