วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

“จรวดแสวงเครื่อง-ไอเอส” กับ “ภัยแทรกซ้อน” และการชิงพื้นที่ข่าวบนแผ่นดินไฟใต้





ไชยยงค์ มณีพิลึก โดย MGR Online
คอลัมน์ : จุดคบไฟใต้

         สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะ “กลุ่มสุดโต่ง” ที่ถูกบ่มเพาะให้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐไทย ยังคงใช้ยุทธวิธีสร้างสถานการณ์ในหลายพื้นที่ เพื่อให้เป็น “ข่าวรายวัน” ให้สาธารณะเห็นว่า ขบวนการยังมีความเคลื่อนไหวในการต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อการแบ่งแยกดินแดน

        มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ คือ การจัดทำรูปแบบ “ระเบิดแสวงเครื่อง” ให้เป็นเหมือนกับ “จรวด” ในท้องที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่ง “แนวร่วม” พยายามที่จะทำให้เหมือนกับจรวดแสวงเครื่องที่กลุ่มก่อการร้าย “ไอเอส” ใช้ในการยิงถล่มฝ่ายตรงข้ามในประเทศแถบตะวันออกกลาง   ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จรวดในรูปแบบเดียวกับที่พบที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก็ไปปรากฏขึ้นเป็นคำรบสองที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

       แน่นอนว่าข่าว และภาพที่นำเสนอโดยสื่อมวลชนถึงการพบ “จรวดแสวงเครื่อง” เป็น “ข่าวใหญ่” ที่ประชาชนให้ความสนใจ เพราะ 12 ปีของการเกิดเหตุความรุนแรงระลอกใหม่ในแผ่นดินปลายด้ามขวาน ยังไม่เคยพบระเบิดแสวงเครื่องที่มีลักษณะที่มีรูปแบบคล้ายกับจรวดอย่างที่พบเห็น

       แม้ว่าสุดท้ายจะมีการสรุปว่า การทำระเบิดที่มีลักษณะคล้ายกับจรวดที่เป็นเพียงท่อเหล็กบรรจุดินระเบิด และมีสะเก็ดเป็นตัวทำลายล้าง ใช้วิทยุสื่อสารในการจุดระเบิด แต่ไม่ได้มีกลไกในการขับดินระเบิดอย่างที่กลุ่มไอเอสใช้ในการก่อวินาศกรรมต่อเป้าหมายในประเทศอิรัก และซีเรียแต่อย่างใด

         ระเบิดจรวดแสวงเครื่องที่พบใน อ.หนองจิก อาจจะเป็นการพยายามเคลื่อนไหวตามกลยุทธ์ในการ “ชิงพื้นที่ข่าว” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งถือเป็นความ “ช่ำชอง” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ทุกขบวนการที่เคลื่อนไหวอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

        ต่อมา มีผู้แสดงความรับผิดชอบผ่านเว็บไซต์ของ “ขบวนการพูโล เอ็มเคพี” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพูโลกลุ่มนี้มี “คัสตูรี มะโกตา” เป็นผู้นำ และเป็นหนึ่ง “นักรบเพาเวอร์พอยส์” ที่ไม่มีกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่เหมือกับ “ขบวนการบีอาร์เอ็น โคออดิเนต” ที่มีกลุ่มติดอาวุธที่เรียกว่าแนวร่วมปฏิบัติการก่อวินาศกรรมและโจมตีเจ้าหน้าที่ และทำเรื่องอื่นๆ ในพื้นที่

      การที่พูโล เอ็มเคพี ที่มี นายคัสตูรี เป็นผู้นำ ซึ่งในอดีตมีฐานที่มั่นในการเคลื่อนไหวทางสื่อออนไลน์ที่ประเทศสวีเดน ออกมาปฏิบัติการในพื้นที่ จ.ปัตตานี ด้วยการประกอบจรวดแสวงเครื่อง เพื่อให้เป็นข่าวในสื่อทั้งไทย และต่างประเทศ อาจจะเป็นการสร้าง “เงื่อนไข” ให้เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มพูโลทั้ง 3 กลุ่ม ซึ่งได้รวมเป็น 6 กลุ่มในเวที “การพูดคุยสันติสุข” ระหว่างขบวนการแบ่งแยกดินแดนทั้ง 6 กลุ่ม กับตัวแทนของรัฐไทยที่มี “พล.อ.อักษรา เกิดผล” เป็นประธานการพูดคุย โดยมีรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยแต่ละรอบแต่ละครั้ง

      เผอิญว่าการออกมาเคลื่อนไหวของพูโล เอ็มเคพี เป็นการเคลื่อนไหวที่ “ได้จังหวะ” เพราะกำลังจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 3 ในเร็วๆ นี้

      การออกมาเคลื่อนไหวด้วยการ “สร้างสีสัน” ของขบวนการพูโลกลุ่มนายคัสตูรี ด้วยการใช้ “จรวดแสวงเครื่อง” เป็นเครื่องจุดประกาย เพื่อที่จะให้รัฐไทย รู้ว่า พูโลกลุ่มนี้ก็มีกองกำลังติดอาวุธเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ และมีความก้าวหน้าในการก่อวินาศกรรมด้วยระเบิดแสวงเครื่องในรูปแบบใหม่ที่เหมือนกับระเบิดแสวงเครื่องของกลุ่มไอเอส

        เพราะแค่คำว่า “ไอเอส” เท่านั้น วันนี้ประชาชนก็รู้สึกถึงความ “สยอง” ที่เห็นจากข่าวในทุกวี่วัน รวมทั้งข่าวที่เข้ามาก่อการร้ายในประเทศอินโดนีเซีย และมีการจับกุมในประเทศมาเลเซียใกล้กับบ้านเรา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

        จึงเชื่อว่าหากมีการนั่งโต๊ะเพื่อ “พูดคุยสันติสุข” เริ่มต้นเมื่อไหร่ คนในพื้นที่ปลายด้ามขวานอาจจะเห็นปรากฏการณ์อีกหลายรูปแบบขอบกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อที่จะ “สร้างราคา” ในการเดินเกม เพื่อประโยชน์ของแต่ละกลุ่ม แต่ละขบวนการ

        โดยเฉพาะอาจจะได้เห็น “อิทธิฤทธิ์” ของขบวนการ ของกลุ่มที่ “ตกขบวนรถสันติภาพ” และกลุ่มที่ “ต้องการทุบโต๊ะ” การพูดคุยให้พังพาบ เพราะไม่ต้องการให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุขตามความต้องการของประชาชน

       เพราะการ “ยุติสถานการณ์ความไม่สงบ” หากเป็นไปได้จริง ขบวนการแบ่งแยกดินแดน และเครือข่ายที่เป็นแนวร่วมผลประโยชน์ ทั้งผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และกลุ่มผู้ทำธุรกิจนอกกฎหมาย ต่างล้วนคือกลุ่มที่ต้องสูญเสียประโยชน์อย่างใหญ่หลวง

       วันนี้ในขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงดีขึ้นในระดับหนึ่ง สิ่งที่ “กอ.รมน.” ต้องเร่งดำเนินการ นอกจากการพุ่งเป้าหมายไปที่ “แกนนำ” และ“แนวร่วม” ในพื้นที่ ทั้งในการบีบพื้นที่ให้อยู่ไม่ได้ ให้ก่อการร้ายไม่ได้ และให้เข้าสู่ขบวนการ “พาคนกลับบ้าน” เพื่อเป็นการลดการก่อเหตุ และการเร่งระดมงานการเมืองในเรื่องของ “มวลชน” และ “การพัฒนา” อย่างถึงครัวเรือนแล้ว

         สิ่งที่ กอ.รมน.ต้องทำคือ เรื่องของ “ภัยแทรกซ้อน” ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ทั้งในเรื่องสังคม และเศรษฐกิจ อย่างที่ กอ.รมน.ใน จ.สงขลา ได้เข้าตรวจสอบการทำธุรกรรมของบริษัทต่างชาติที่เข้ามากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อประกอบธุรกิจหลายหมื่นล้าน ซึ่งอาจจะเป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการจับกุม และตรวจสอบกระบวนการทำธุรกิจผิดกฎหมายขบวนการใหญ่ๆ ที่ค้าสินค้าเถื่อน ทั้งที่ชายแดนปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และที่ อ.ควนโดน จ.สตูล

       แม้ว่าการปฏิบัติการของ กอ.รมน.จะเป็นการ “ทุบหม้อข้าว” ของหน่วยงานอื่นๆ เช่น ศุลกากร ตำรวจ เป็นต้น ซึ่งต่างมีผลประโยชน์ต่อธุรกิจผิดกฎหมาย และอาจจะส่งผลให้การสะพัดของเงินในพื้นที่หดหายไป แต่ก็ทำให้ขบวนการการทำธุรกิจผิดกฎหมายหยุดลงอย่างได้ผล

      หาก กอ.รมน.สามารถปฏิบัติการทั้งในด้านการทหาร การเมือง และภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ไปพร้อมๆ กัน นั่นก็จะเข้าสู่ยุทธวิธี “ทุบทีละนิ้ว” หรือ “กินทีละคำ” ซึ่งนอกจากจะทำให้คนในพื้นที่เห็นถึงผลงาน เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาของกองทัพ รวมถึงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ได้อย่างเด่นชัดขึ้นแล้ว ยังทำให้มองเห็นอนาคตข้างหน้าของแผ่นดินปลายด้ามขวานว่าจะกลับมาสู่ความสงบสุขได้จริง ไม่ใช่เป็นแค่การ “โฆษณา ชวนเชื่อ” อย่างที่ผ่านๆ มา

จับกุม ผกร.ตลาดเก่ายะลา ให้การซุกซ่อนอาวุธปืนในฐานเทือกเขาเมาะแต ตรวจค้นเจอ M-16 สองกระบอก



จากกรณีที่ นายอับดุลรอเซ๊ะ สาแม ถูกเจ้าหน้าที่เข้าทำการปิดล้อมจับกุมเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 4 ก.พ.59 ในบ้านเช่าเลขที่ 3 ซอยบราโอ ชุมชนตลาดเก่า ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งจากการเข้าปิดล้อมเจ้าหน้าที่พบตัว นายอับดุลรอเซะ สาแม บุคคลตามเป้าหมาย ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและทำการควบคุมตัว พร้อมทั้งตรวจค้นในบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้นำตัว นายอับดุลรอเซะ สาแม ไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ทำการลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะใช้กฎอัยการศึกควบคุมตัวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อทำการซักถามขยายผล



และจากการซักถาม นายอับดุลรอเซะ สาแม สมาชิก ผกร.ระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ RKK ได้ให้การที่ซุกซ่อนอาวุธปืนในฐานปฏิบัติการบนเทือกเขาเมาะแต บ.ดาฮง ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส


วันที่ 5 ก.พ.59 เวลา 04.00 น. หลังจากการให้การดังกล่าวของ นายอับดุลรอเซะ เจ้าหน้าที่ทหาร ชปข.พิเศษ สขว.กอ.รมน.ภาค 4 สน.ประสาน นปพ.ร่วม จ.ปัตตานี ได้สนธิกำลังกันเข้าทำการตรวจสอบฐานปฏิบัติการบนเทือกเขาเมาะแต บ.ดาฮง ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ทันที เมื่อขึ้นพบที่พักพิง ผกร. และทำการตรวจค้นเจออาวุธปืน ปลย. M-16 A1 จำนวน 2 กระบอก, ซองกระสุนชนิด 30 นัด 3 ซอง, ซองชนิด 20 นัด จำนวน 2 ซอง และเครื่องกระสุน 5.56 จำนวน 55 นัด


สำหรับ นายอับดุลรอเซะ สาแม อายุ 25 ปี หมายเลขประชาชน 1960800097678 เป็นสมาชิก ผกร.ระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ RKK มีหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคงในพื้นที่ จ.นราธิวาส จำนวน 3 หมายด้วยกันคือ หมาย ป.วิฯ ที่ 20/2557 ลงวันที่ 15/1/2557 หมาย ป.วิฯ ที่ 373/2557 ลง 7 ส.ค.2557 และหมาย ป.วิฯ ที่ 242/2558 ลง มิ.ย.2558 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งมีหลักฐานว่า นายอับดุลรอเซะ สาแม ได้ใช้อาวุธปืนยิงแม่ค้ารับซื้อน้ำยางใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต และยังตรวจพบสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ ตรงกับหลักฐานที่กลุ่มคนร้ายก่อเหตุในฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส


เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประวัติ นายอับดุลรอเซะ สาแม ว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงใดอีกบ้างเพื่อดำเนินการในส่วนของกฎหมายดำเนินคดีต่อไป

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืนยึดได้ที่นราธิวาสเชื่อมโยงการก่อเหตุ 10 คดี มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 3 ราย





       จากกรณี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 เวลาประมาณ 10:30 น. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นได้รับแจ้งจากฝ่ายข่าว ฉก.นย.นราธิวาส 31 ว่าที่บ้านเลขที่ 53/1 ม.5 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จว.นราธิวาส มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่และทำหน้าที่เก็บซ่อนอาวุธปืน จึงสนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น พบอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก และซองกระสุนปืนของปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มม. LUGER จำนวน 1 อัน, กระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. LUGER จำนวน 58 นัด และกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 SPECIAL จำนวน 6 นัด



        การตรวจพิสูจน์เบื้องต้นอาวุธปืน 4 กระบอก ของ ศพฐ.10 พบว่ามีอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอกมีประวัติคนร้ายเคยใช้ก่อคดีถึง 10 คดี และอีก 2 กระบอกยังอยู่ในระหว่างตรวจพิสูจน์

  • 1) ปืนพกออโตเมติก (GLOCK) ขนาด 9 มม. LUGER เครื่องหมายทะเบียน กท ๕๖๓๐๑๘๔๔ เลขหมายประจำปืน AAGN252 พร้อมซองกระสุนปืน 1 อัน จำนวน 1 กระบอก กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจพิสูจน์
  • 2) ปืนพกออโตเมติก (TAURUS) ขนาด 9 มม. LUGER เครื่องหมายทะเบียน ลบเลือน เลขหมายประจำปืน TWC 39626 พร้อมซองกระสุนปืน 1 อัน จำนวน 1 กระบอก เคยใช้ยิงในคดีที่มีประวัติเก็บไว้ในสารบบของ ศพฐ.10 จำนวนรวม 2 คดี
                  คดีแรกเมื่อ 30 ต.ค.54 คนร้ายใช้ยิง นายศรีทองฯ ,นายธีระพงศ์ แซ่ลิ้ม และนางมาลี มาสิก (เสียชีวิตทั้ง 3 คน) เหตุเกิดบริเวณบ้านเลขที่ 137, 137/2 ม.2 บ้านโคกตีเต ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส (ป.1525/2554) และพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุในครั้งนั้น จำนวน 4 ปลอก
                คดีที่สองเมื่อ 14 ต.ค.56 คดีคนร้ายยิงนายยาการียา ตาเละ (เสียชีวิต) และนายมะ อารียะ (บาดเจ็บ) ขณะนั่งดื่มน้ำชา ที่บ้านริแง ม.3 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส (ป.1480/2556) และพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ปลอก

  • 3) ปืนพกรีวอลเวอร์ (COLT) ขนาด .38 SPECIAL ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน เลขหมายประจำปืน P68155 จำนวน 1 กระบอก กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจพิสูจน์
  • 4) ปืนพกออโตเมติก (TANFOGLIO) ขนาด 9 มม. LUGER เครื่องหมายทะเบียน กท ๓๙๑๓๖๘๒๓ เลขหมายประจำปืน AB16942 พร้อมซองกระสุนปืน 1 อัน จำนวน 1 กระบอก เคยใช้ยิงในคดีที่มีประวัติเก็บไว้ในสารบบของ ศพฐ.10 จำนวนรวม 8 คดี

              – คดีที่ 1 เมื่อ 30 ก.ค.55 เหตุยิง ส.อ.อับดุลรอนิง สาวา และ อส.ทพ.ซาลีมี มะ (เสียชีวิตทั้ง 2 คน) และนายอับดุลมุตตอเล๊ะ สามะ (ผช.ผญบ.-บาดเจ็บ) เหตุเกิดบริเวณสามแยกตรงข้ามมัสยิดบูเก๊ะตาโมง ถ.สายจารุเสถียร ม.12 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

              – คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 1 ต.ค.55 เหตุคนร้ายยิงนายคมสันติ์ โฉมยงค์ ข้าราชการครู (เสียชีวิต) บริเวณสายบ้านบองอ-ดุซงญอ (บ้านบองอ) ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

              – คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 11 ต.ค.55 เหตุคนร้าย ยิง ส.ต.อ.ธรรมรงค์ กองรัมย์ จนท.ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง , ถนนสายบ้านฮูลูปาเร๊ะ-บ้านไผ่ (บ้านตันหยงลิมอ) ม.7 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

              – คดีที่ 4 เมื่อวันที่ 21 ก.ค.56 เหตุคนร้ายยิงนายธงชัย พรมจันทร์ และนางสาวนิตยา ฝ้ายนาฬิผล (เสียชีวิตทั้ง 2 คน) บริเวณถนนตันหยงมัส-ป่าไผ่ ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

              – คดีที่ 5 เมื่อวันที่ 23 ก.ค.56 เหตุคนร้ายยิง ส.ต.ต.สตอพา ดาหะยอ และ ส.ต.ต.อนุพงศ์ เด็นมะเระ (เสียชีวิตทั้ง 2 นาย) เจ้าหน้าทีประจำที่ฐานปฏิบัติการดุซงญอ ตลาดสดดุซงญอ หมู่ที่ 1 ต.ดุซงยอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

              – คดีที่ 6 เมื่อวันที่ 10 ก.ย.56 เหตุคนร้ายยิงนายมูฮำหมัดฮาเรส ยะโกะ (เสียชีวิต) และนางซีตาอายา สาเม๊าะบือตา (บาดเจ็บ) บริเวณตลาดนัดบ้านยะหอ ม.10 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

             – คดีที่ 7 เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.56 เหตุคนร้ายยิงนายสาและ อาแวเต๊ะ (เสียชีวิต) ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านไอปาแย มุ่งหน้าไปตลาดเจาะไอร้องเพื่อขายยาสมุนไพร บนถนนสายเจาะไอร้อง-บ้านไอปาแย ม.1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

            – คดีที่ 8 เมื่อวันที่ 30 ก.ย.58 ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 2 นาย เสียชีวิต คือ ส.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ หนูทอง และ ส.ต.ต.วินัย ฉีดเกตุ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนถนนเลียบคลองชลประทาน สายบ้านตะเหลียง-ศรีพงัน ม.4 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 3 จชต มีทั้งยาเสพติด และการค้าอาวุธสงคราม !






         วันที่  3 ก.พ. 2559 เวลา 06.00 น. พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.ทพ.44, พ.ต.อ.ปัญญา คารวนันทน์ ผกก.สภ.สายบุรี , พ.ต.ท.เรวัติ ศรีจันทร์ทับ รอง ผกก.ป.สภ.สายบุรี, สั่งการให้ พ.ต.ต.ประพจน์ ล้อมเขตร สว.สส.สภ.สายบุรี ,ร.ต.ท.บุญญาน สันบากอ รอง.สว.สส.สภ.สายบุรี พร้อม ชป.สืบสวน เจ้าหน้าที่ทหารพราน 44 นำโดย พ.ต.ธนวัฒน์ ธนาวุฒิ ฝอ.3 ฉก.ทพ.44, เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ปน.นำโดย ร.ต.ท.สรายุทธ ขันจ่าง รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ปน และ เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอสายบุรี นำโดยนายนันทวัฒน์ บัวแย้ม ปลัดอำเภอสายบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัว

     1.นายซาการียา ดอเลาะ อายุ 35 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 19 ม.8 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมด้วยของกลาง
  • อาวุธปืนยาวเดี่ยวลูกกรด ขนาด .22 ยี่ห้อ เอสซีจี ซีเอ็มเอ็มจี หมายเลขทะเบียน กท 5664075 จำนวน 1 กระบอก
  • ซองบรรจุกระสุน ขนาด .22 จำนวน 1 ซอง
  • เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 7 นัด
  • อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ เมาเซอร์ ขนาด 9 มม. หมายเลข
    ทะเบียน ปน 08/2385 จำนวน 1 กระบอก
  • ซองบรรจุกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ซอง(พบบริเวณที่นอน 1 ซอง)
  • เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 11 นัด
  • ซองพกในแบบหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง
  • ต้นพืชกระท่อม จำนวน 3 ต้น น้ำหนัก 10 กิโลกรัม
        โดยกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ปลูกพืชกระท่อม)โดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งได้ตรวจยึด
  • 1.อาวุธปืนยาว เอเค 102 หมายเลขประจำตัวปืน 101162166
  • 2.ซองบรรจุกระสุน เอเค 102 จำนวน 1 ซอง
  • 3.เครื่องกระสุนปืน 5.56 จำนวน 56 นัด


      2. นายนิฮาซัน เจ๊ะมัน อายุ 28 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 149 ม.1 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
พร้อมด้วยของกลาง
  • ยาบ้าชนิดเม็ดสีส้มพิมพ์ด้วยตัวอักษรภาษาต่างประเทศ WYบรรจุในหลอดเครื่องดื่มตัดสั้นลนปิดหัวท้ายด้วยความร้อนขนาดกว้าง 1 ซ.ม. ยาว 1.5 ซ.ม.จำนวน 1 หลอด บรรจุจำนวน 1 เม็ด น้ำหนักรวม 0.15 กรัม
  • ซองสำหรับใส่นามบัตรสีเหลือง จำนวน 1 อัน
  • บัตรประจำตัวประชาชนที่มีชื่อตัวและชื่อสกุล นายนิฮาซัน เจ๊ะมัน
  • บัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย ที่มีชื่อนามสกุลนิฮาซัน เจ๊ะมัน
  • ผลตรวจปัสสาวะของแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 1 ชุด
        โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๒(มอร์ฟีน), ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่

    3. นายเฟาซาน มะยาแอ อายุ 21 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 206 ม.4 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
พร้อมด้วยของกลาง
  • เฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดเครื่องดื่มตัดสั้นลนปิดหัวท้ายด้วยความร้อน ขนาดกว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 2.5 เซนติเมตร จำนวน 16 หลอด น้ำหนักเฮโรอีน หนักรวมประมาณ 0.06 กรัม
  • หลอดพลาสติกใสแบบฝาปิดเกลียวสีเหลือง(หลอดบิ๊ก) 1 หลอด
  • กระเป๋าหนังสีดำ 1 ใบ
        โดยกล่าวหาว่า 1.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
และได้จัดเก็บ ดีเอ็นเอ พิมพ์มือ สันมือ พร้อมทั้งควบคุมตัวส่ง พงส.สภ.สายบุรี 

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 4 ราย พร้อมยึดอาวุธปืน M.16 A 1 สองกระบอกใน อ.แว้ง


       นราธิวาส-เมื่อวันที่ 1 ก.พ.59 เวลา 21.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารานที่ 11 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แว้ง, ศปก.อ.แว้ง และ นปพ.ร่วม จ.นราธิวาส เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จากการขยายผลจากการซักถาม นายอุเซ็ง ฮามิง

         ผลการปฏิบัติจาการตรวจค้น บริเวณสวนยาง พิกัด RG 173579 บ้านบาลูกา ม.6 ต./อ.แว้ง จ.นราธิวาส ทำการตรวจพบอาวุธปืน M.16 A 1 จำนวน 2 กระบอก หมายเลขอาวุธปืน 9548785 และ 9537242



         เจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 8 และ 15 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารด้านการข่าว ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรง รวมทั้งความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม ผกร. ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาทำประวัติและหลักฐาน เพื่อซักถามข้อมูลข่าวสาร จำนวน 4 ราย ณ สภ.แว้ง ต./อ.แว้ง จ.นราธิวาส และได้ส่งต่อไปยัง ศูนย์ซักถาม ขกท. ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กำหนด 7 วัน รายชื่อดังนี้

  • นายอุเซ็ง ฮามิง อายุ 44 ปี หมายเลขประจำตัวประชาชน 3-9608-00279-82 1 อยู่บ้านเลขที่ 36/1 ม. 5 บ.กูวา ต./อ.แว้ง จ.นราธิวาส
  • นายนูรดีน มะปีเยาะ อายุ 21 ปี หมายเลขประตัวประชาชน 1-9608-00088-76 0 อยู่บ้านเลขที่ 23 ม. 1 บ.ตือมายู ต.เอราวัณ อ.แว้ง จ.นราธิวาส
  • นายซอลาฮุดดีน ดอเล๊าะ อายุ 23๓ ปี หมายเลขประจำตัวประชาชน 1-9608-00078-84 5 อยู่บ้านเลขที่ 28/3 บ.ตือมายู ต.เอราวัณ อ.แว้ง จ.นราธิวาส
  • นายนิซัม เจ๊ะอุเซ็ง อายุ 23 ปี หมายเลขประจำตัวประชาชน 1-9608-0073-31-2 อยู่บ้านเลขที่ 13/7 บ.ตือมายู ต.เอราวัณ อ.แว้ง จ.นราธิวาส

        จากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้เชิญผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ.บาลูกา ต./อ.แว้ง จ.นราธิวาส เพื่อมาเพื่อเป็นพยาน และให้การดูแลผู้ต้องสงสัยในระหว่างการซักถามของ เจ้าหน้าที่

         ในส่วนของการสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ได้มีการประชาสัมพันธ์ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ญาติ และครอบครัว ต่อเหตุผลในการควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยทั้ง 4 ราย ซึ่งหากผู้ต้องสงสัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการ หรือการก่อเหตุใดๆ จะได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระต่อไป

คนร้ายซุ่มยิง อส.ทหารพราน เสียชีวิต ขณะลาพักกรีดยางภรรยาได้รับบาดเจ็บ



ปัตตานี-วันนี้ 2ก.พ.2559 เวลา 05.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 เสียชีวิต ขณะลาพักไปกรีดยาง ภรรยาได้รับบาดเจ็บ


เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงอาสาสมัครทหารพรานสุกิพลี นาแซ อายุ 20 ปี หมายเลขบัตรปชช. 1-9506-00172-708 สังกัด ร้อย.ทพ.4416 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 บริเวณสามแยกบ้านบาเลาะ ม.5 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยอาสาสมัครทหารพรานสุกิพลี ถูกยิงบริเวณลำตัวจำนวนหลายนัดเสียชีวิต ส่วนนางสาวสูไฮลา ดือราแม ภรรยา ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

สอบสวนได้ความว่าอาสาสมัครทหารพรานสุกิพลี นาแซ ซึ่งเป็นอาสาสมัครทหารพราน สังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตอยู่ในห้วงลาพักกลับบ้าน โดยได้พาภรรยาชื่อ นางซูไฮลา ดือราแม อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 114 ม.5 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ไปกรีดยางยาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณสามแยกบ.บาเลาะ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาด ทำการซุ่มยิงจนถึงแก่ชีวิต

จากการเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 9 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมส่งพิสูจน์หลักฐานหาความเชื่อมโยงของคดี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผลการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวหรือมาจากการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการหมายเอาชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พูโลอ้างเป็นผู้ยิงจรวดที่ปัตตานี-เตือน ปชช.ห้ามเข้าใกล้ค่ายทหาร


พูโลอ้างเหตุครบรอบ 48 ปีก่อตั้งกลุ่ม ก่อเหตุยิงจรวดที่ปัตตานี-นราธิวาส พร้อมเตือนปชช.ห้ามเข้าใกล้ค่ายทหาร เกิดอะไรขึ้นจะไม่รับผิดชอบ ขณะที่ ภว.จ.ปัตตานี เข้าเก็บกู้ที่เกิดเหตุบริเวณสะพานข้ามคลองชลประทาน ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยเชื่อว่าเป็นการประกอบระเบิดมากกว่าจรวด
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2559 - องค์การสหปลดปล่อยสหปัตตานี หรือ พูโล (PULO) ได้ออกประกาศในเว็บไซต์ชั่วคราว Puloinfo "ประกาศหลีกเลี่ยงสถานการณ์วุ่นวาย" โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2016 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 48 ปี องค์กรพูโล ทางพูโลได้ยิงจรวดโดยมุ่งเป้าไปที่ค่ายทหารใน จ.ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้การปฏิบัติการของกลุ่มเปาะแว ภายใต้สังกัดของชะฮีดมุซาฟา ของกองทัพ NAMPRA
ในคำประกาศยังเตือนว่า "นับจากนี้ไปองค์กรพูโล ขอเตือนประชาชนปาตานีซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ฐานทัพของไทย ขอให้อยู่ห่างจากพื้นที่ดังกล่าว องค์กรพูโลไม่รับผิดชอบต่อเหตุใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นและทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต"
ทั้งนี้เป็นเหตุไม่บ่อยนัก ที่พูโลจะประกาศว่าเคลื่อนไหว เนื่องจากในระยะหลังกลุ่มที่ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น นอกจากนี้ประกาศดังกล่าวยังเตือนอยู่ในเพจของ กัสตูรี มะโกตา ประธานขององค์กรพูโลด้วย โดยกัสตูรี เป็นหนึ่งในคณะเจรจาของมาร่า ปาตานี
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของตำรวจภูธร จ.ปัตตานี ระบุว่าวัตถุที่พบน่าจะเป็นระเบิดที่ทำเป็นรูปทรงจรวดมากกว่า โดยเมื่อวันที่ 28 ม.ค. เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณสะพานข้ามคลองชลประทาน หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
โดยพบเป็นระเบิดทำด้วยท่อเหล็กทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร วางไว้บนกระเบื้องมุงหลังคาอยู่ริมถนนด้านเกาะกลางถนนลักษณะทำเป็นรูปแบบจรวด ซื่งเป็นระเบิดรูปแบบใหม่ และพบวิทยุสื่อสาร จำนวน 1 เครื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและเก็บกู้ยังไม่เสร็จภารกิจ
Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม