วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558

จากใจสายเลือดแผ่นดินไทย



จากใจสายเลือดแผ่นดินไทย


โอ้บรรดาลูกหลานทั้งหลาย เจ้าจงตื่นจากฝันร้ายเถิด จงรู้ไว้ว่าทางที่

พ่อเจ้าเดินนั้น มันไม่ใช่ตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม




             โอ้ บรรดาลูกหลานทั้งหลาย เจ้าจงถามผู้ที่รอบรู้เรื่องหลักการแห่งศาสนาอิสลามเถิดว่า ทำไมพ่อของเจ้าถึงต้องเข่นฆ่า และทำลายความสงบสุขของประชาชน และสร้างแต่ความเดือดร้อนทั่วทุกหย่อมหญ้า

โอ้ บรรดาลูกหลานทั้งหลาย เจ้าจงถามซิว่าทำไมถึงต้องใฝ่หา ดุนยา  

ทำไมถึงต้องการเอกราช ทำไมถึงต้องการแผ่นดิน ปาตานี ทั้งๆที่ทุกสิ่งที่กล่าวมาหา



             ใช่ว่า จะพาไปได้เมื่อทุกคนถึงเวลาตาย นี่หรือที่อ้างว่าทำเพื่อลูกหลาน ทำเพื่อประชาชน ทุกคนไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน เพื่อที่จะปกครองแผ่นดินนี้ได้ทั้งสิ้น นี่คือ ดุนยาๆซึ่งรอวันสิ้นโลก และ สิ่งที่ทุกคนต้องไขว่คว้า คือ อีหม่ามอีบาดัต เพื่อสู่หนทาง อาคีรัต



          โอ้ บรรดาลูกหลานทั้งหลาย เจ้าจงคิด และไตร่ตรอง และจงเรียกผู้ที่หลงผิดทั้งหลาย กลับสู่ครอบครัวด้วยเถิด กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ที่สำคัญ กลับมาเตาบัต เพื่อล้างบาปเหล่านั้นด้วยเถิด


วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

แล้วทำไมไอ้พวกฟาตอนี มันถึงแหกปากตะโกนว่า สู้เพืออิสลาม สู่้เพื่อพระเจ้า ละหว่า


           ศ.ดร.อุมัร อุบัยด์ หัสนะฮ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย และอิสลามศึกษา กระทรวงศาสนสมบัติและกิจการอิสลาม ประเทศกาตาร์ กล่าวในงานสัมนาอิสลามศึกษานานาชาติ เรื่อง Islamic Value In Changing World ( มูลค่าของการนับถือศาสนาอิสลามในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ) ว่า 

           “ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้โอกาสแก่พี่น้องมุสลิมในประเทศไทย ปฏิบัติคำสอนศาสนาอย่างอิสระเสรี ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้ เราไม่ค่อยพบเห็นมากนัก แม้กระทั่งในบางประเทศอิสลามก็ตาม และคนไทยมุสลิมในประเทศไทย ไม่ใช่ประชาชนชายขอบ แต่บทบาทของท่านในสังคมนี้มีความสำคัญและโดดเด่นยิ่ง เพราะเป็นการสืบทอดบรรพชนอิสลามมาถึง 14 ศตวรรษที่ผ่านมา” 

         ทั้งนี้การก่ออาชญากรรม ไม่ใช่แนวทางอิสลาม และอิสลามไม่เคยถูกสร้างบนฐานของการก่ออาชญากรรม " อิสลามคือศาสนาแห่งการสานเสวนา ถักทอสายใยแห่งความสัมพันธ์ ไม่ใช่ศาสนาแห่งการเผชิญหน้าด้วยวิธีรุนแรง เพราะอิสลามสนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างสันติ "

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

แท้จริงกลุ่ม PerMas ไม่ได้หาเพื่อน แต่กำลังหาพวก - หนึ่งกลลวง "สงครามอสมมาตร"....




          กลุ่มนักศึกษา PerMAS กลุ่มกลายพันธุ์จากกลุ่ม PNYS ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อตัวขึ้นเพื่อแสวงหาแนวร่วมนักศึกษาที่มาจาก จชต. ในพื้นที่ กทม. PNYS มีเรื่องอื้อฉาวภายในทั้งผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว และตัวแกนนำ "อาเต๊ฟ โซะโก" ที่ประวัติไม่ค่อยจะสู้ดีนักโดยเฉพาะพื้นฐานของครอบครัวที่เกี่ยวพันกับยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จชต. ทำให้ครอบครัวส่วนหนึ่งติดคุกยาว (ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ออก) จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ PNYS ต้องฟอกตัวกลายมาเป็น PerMAS ในปัจจุบัน

          แม้จะเปลี่ยนชื่อยังไงก็แล้วแต่โครงสร้างหลัก และแผนการของกลุ่มขบวนการที่แสวงประโยชน์จากชุดนักศึกษาก็ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักโดยกลุ่ม PerMAS เน้นเคลื่อนไหวในพื้นที่ จชต. มากขึ้น ต่างจาก PNYS ที่ก่อตัวอยู่ในเฉพาะพื้นที่ กทม. และลงพื้นที่บ้างเป็นบางครั้ง ส่วนเรื่องผลประโยชน์ภายในก็ยังมีกระแสขัดแย้งกันออกมาเป็นระลอก

       ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากข้อเรียกร้องที่ผ่านมาคือ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ออกนอกพื้นที่ ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีความมั่นคง (อย่างไม่มีเงื่อนไข) ยกเลิก พ.ร.ก. และกฎอัยการศึก เป็นต้น




        แน่นอนข้อเรียกร้องหลักของนักศึกษากลุ่มดังกล่าวย่อมมีที่มาที่ไป แต่ที่มาที่ไปนั้นมันสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนเช่น BRN ยังกับคู่แฝด  และประเด็นหลักๆ คงหนีไม่พ้น การเรียกร้อง: ให้ทหารออกนอกพื้นที่ และยกเลิก พรก.

        ท่านรู้หรือไม่ว่าทหารปัจจุบันในพื้นที่ จชต. หลักๆ นั้นประจำกันอยู่ที่ใดบ้าง? 

       หากคุณเป็นคนในพื้นที่คุณจะเห็นว่าแทบจะทุกวัดมีฐานทหารประจำอยู่ และแทบจะทุกหมู่บ้านไทยพุทธจะมีฐานทหารอยู่

       หากทหาร-ตำรวจ ออกนอกพื้นที่แล้วท่านว่าจะเกิดอะไรขึ้น..?? 

       วัดคงไม่ได้เป็นวัด หมู่บ้านไทยพุทธ (ที่เหลือน้อยเต็มทีอาจจะไม่มีหลงเหลือ) 10 ปีที่แล้วไทยพุทธที่อยู่ จชต. มีอประมาณ 400,000 (สี่แสนคน) ปัจจุบันเหลือไทยพุทธไม่เกิน 70,000 คน (เจ็ดหมื่นคน) หมายความว่าหายไปกว่า 3 ใน 4 ของไทยพุทธ จชต.

       ผมได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่พื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก ได้ใช้เวลานั่งคุยกันท่าน ท่านบอกเรื่องที่น่าเศร้ากับผมว่า...."หากไม่มีทหารประจำอยู่ ป่านนี้วัดคงกลายเป็นมัสยิดไปแล้ว"....(ท่านเคยเห็นฐานทหารในมัสยิด หรือปอเนาะไหม?)



แน่นอนการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ออกนอกพื้นที่ย่อมส่งผล ผลแรกเริ่มเลยคือ
  • ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ (โดยเฉพาะพื้นที่ไทยพุทธ) จะอยู่กันลำบากขึ้น
  • จะเกิดการจัดตั้งกลุ่มกองกำลังติดอาวุธขึ้นอย่างเปิดเผยในพื้นที่ จชต. โดยที่ชาวบ้านไม่สามารถปริปากพูดอะไรได้
  • สถานศึกษาจะกลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะหลักในการปลูกฝังแนวคิดการแบ่งแยกดินแดน เพราะปราศจากการควบคุมดูแลอย่างทั่วถึง

         สิ่งที่ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่กลุ่มขบวนการที่หากินในคราบชุดนักศึกษานี้คือ หนึ่งในขั้นตอนของขบวนการ "สงครามอสมมาตรแบบใหม่" หรือ New Asymmetric Warfare

  • สงครามอสมมาตร เป็นสงครามไม่ตามแบบในยุคแรก หรืออาจกล่าวได้อีกนัยคือสงครามกองโจร โดยมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายที่อ่อนแอ (Soft Targets) เช่น ชาวบ้าน เด็ก ผู้หญิง ครู เป็นต้น และเมื่อสามารถทำลายได้แล้ว จะมีค่าสูง (High Value Targets) เพราะเมื่อใดที่ทำสำเร็จ จะส่งผลทางจิตวิทยาทางทหารและทางสังคมอย่างมาก เพื่อก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัวในสังคมของฝ่ายตรงข้าม อันจะเป็นการค่อยๆ บั่นทอนความเข้มแข็ง ชอบธรรมของฝ่ายตรงข้ามทีละน้อย จนต้องยอมจำนนต่อฝ่ายกระทำในที่สุด
  • สงครามอสมมาตรแบบใหม่นี้กลุ่มขบวนการนักศึกษาได้แทรกซึมเข้าไปในสถานศึกษาต่างๆ ในพื้นที่ยึดโยงกันด้วยประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรม ชาติพันธุ์นิยมที่ร้อยรักถักทอคนกลุ่มนี้ไว้อย่างเหนียวแน่นอย่างยากที่คนนอกจะทำความเข้าใจได้ โดยมีความเชื่อ ความศรัทธาทางศาสนา เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อน ด้วยเกียรติยศของนักรบอันศักดิ์สิทธิ์ และชีวิตหลังความตายอันงดงามที่คนกลุ่มนี้เชื่ออย่างสนิทใจ
          ดังนั้น สิ่งท้าทายของนักการทหารในอนาคต คือ การต่อสู้เพื่อเอาชนะทางความคิด ความเชื่อ ประวิติศาสตร์ และชาติพันธุ์นิยม ที่แสนจะยากยิ่ง เพราะการเปลี่ยนความคิดความเชื่อ ที่ฝังรากลึกในเซลล์สมองของบุคคลนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย การปรับความเข้าใจในสิ่งที่ผ่านมาแล้วทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสิ่งที่ผิดพลาดมาแล้ว ก็ย้อนเวลาไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ความผิดพลาดครั้งอดีตของฝ่ายศัตรู จึงเป็นเงื่อนไขให้ผู้ร่วมขบวนการใช้ทิ่มแทงหัวใจผู้คนเป้าหมายให้เกลียดชังเคียดแค้นฝ่ายตรงข้ามได้ตลอดไป และยิ่งชาติพันธุ์นิยมก็เป็นอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มซึ่งไม่สามารถยักย้ายถ่ายเทให้ปรับเปลี่ยนได้ง่ายๆ ในชั่วอายุคน ผนวกกับความเชื่อทางศาสนาที่คนนอกกลุ่มไม่มีสิทธิ์ในการตีความหรือแม้กระทั่งให้ความเห็นเป็นอย่างอื่น ในขณะที่การเปลี่ยนความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตาย ก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ให้เห็นเชิงประจักษ์ไม่ได้โดยเฉพาะคนนอกศาสนา

         การเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษาที่ถูกจับกุมและมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงสงครามอสมมาตรแบบใหม่ ใช้จุดที่บอบบางที่สุด (ชุดนักศึกษา) โจมตีฝ่ายตรงข้าม โดยใช้คำว่า "เพื่อน" ที่ส่อไปถึงความเป็นนักศึกษา รวมถึงการใช้ ศาสนา อัตลักษณ์ ความเชื่อ เป็นเครื่องมือในการหาพรรคพวก...

        อีกประเด็นที่เห็นจะข้ามไปไม่ได้ คือ กลุ่มขบวนการในชุดนักศึกษายกมาเป็นประเด็นคือ สิทธิมนุษยชน และลิดรอนสิทธิ์ ข้อเรียกร้องนี้ กลุ่มนักศึกษากลับตาบอด สิทธิ์ของชาวบ้าน ด้านชีวิต และทรัพย์สินถูกฝ่ายใช้ความรุนแรงพรากไปไม่รู้กี่ร้อยพัน ทรัพย์สินเสียหายไปไม่รู้กี่ร้อยล้านพันล้าน กลับมองข้ามสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ของพวกเขา...

.....ที่กล่าวมาทั้งหมดคือ "สงครามอสมมาตร" ของ "ขบวนการนักศึกษา".....ที่เห็นได้อย่างชัดเจน.....

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558

มุสลิมฆ่ากันเอง หวังให้มีการแทรกแซง จากโลกตะวันตก เพื่อโยงไปสร้างครูเสดครั้งใหม่




พบหลุมศพใหญ่ที่ทิกริต ฝังทหารอิรักโดน‘ไอซิส’ฆ่านับ 1,700 ศพ


กองกำลังทหารอิรักผงะ... กลุ่มไอซิส โหดเกินบรรยาย พบหลุมศพขนาดใหญ่ หลายหลุมในเมืองทิกริต หลังสามารถตียึดเมืองคืนจากกลุ่มติดอาวุธสุดโหดไม่กี่วันก่อน คาดฝังร่างทหารอิรัก โดนฆ่าตายอนาถมากถึง 1,700 ศพ

เมื่อ 7 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่อิรักต้องตกตะลึง พบหลุมศพขนาดใหญ่หลายหลุม คาดว่า มีศพทหารอิรักมากมายถึง 1,700 ศพ ในเมืองทิกริต ทางตอนกลางของประเทศอิรัก หลังจากกองกำลังทหารอิรักและนักรบนิกายชีอะห์ สามารถตียึดเมืองทิกริตคืนมาได้จากกลุ่มติดอาวุธมุสลิมนิกายสุหนี่หัวรุนแรง ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิสได้ไม่กี่วันก่อน



ข่าวแจ้งว่า การพบศพทหารอิรักจำนวนมาก ถูกนำมาฝังในหลุมขนาดใหญ่ หลายหลุม บริเวณใกล้กับค่ายทหาร ‘สไปเชอร์’ ซึ่งเคยเป็นฐานทัพเก่าของกองกำลังทหารสหรัฐฯ ในเมืองทิกริต นั้น ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงความเหี้ยมโหด สามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นของกลุ่มติดอาวุธสุดโหดไอซิสอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มไอซิสเคยประกาศว่า พวกตนได้สังหารทหารอิรักที่ตกเป็นเชลยจำนวนมาก พร้อมกับยังได้เผยแพร่ภาพนาทีสังหารทหารอิรักหลายคนในโลกออนไลน์ เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว หลังจากสามารถยึดครองเมืองทิกริต ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ไว้ได้สภาพศพทหารอิรักที่ถูกฝังในเมืองทิกริต



ด้าน อาร์วา เดมอน ผู้สื่อข่าวหญิงซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทีมเจ้าหน้าที่นิติเวชของอิรัก ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานทางนิติเวชศาสตร์ศพเหล่านี้แล้ว โดยมีหลุมศพขนาดใหญ่มากถึง 12 หลุม และจะมีการส่งศพไปยังกรุงแบกแดด เพื่อตรวจสอบข้อมูลทางพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ ต่อไป โดยผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นยังเผยว่า พบหลุมศพขนาดใหญ่ถึง 8 หลุม อยู่ภายในบริเวณทำเนียบประธานาธิบดีเก่า ซึ่งเคยเป็นที่พักของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน และยังพบหลุมศพอีก 2 หลุม อยู่นอกเมืองทิกริตด้วย

ข่าวแจ้งว่า ทำเนียบประธานาธิบดีเก่าของซัดดัม ในเมืองทิกริต ได้กลายเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของกลุ่มไอซิส หลังบุกยึดเมืองทิกริตได้เมื่อกลางปีก่อน โดยจากการเปิดเผยของทหารอิรักที่รอดชีวิต เล่าว่า เขาต้องแกล้งทำเป็นตายจึงได้รอดพ้นจากกลุ่มไอซิสมาได้กลุ่มไอซิสเคยเผยแพร่ภาพสุดโหด ใช้ปืนจ่อเตรียมยิงทหารอิรักในเมืองทิกริต เมื่อกลางปี 57

ส่วนปฏิกริยาของรัฐบาลอิรักต่อความเหี้ยมโหดของกลุ่มไอซิสนั้น นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล อาบาดี แห่งอิรัก กล่าวว่า การแก้แค้นไม่ใช่วิธีที่จะจัดการกับกลุ่มไอซิส แต่บรรดาคนที่เกี่ยวข้องกับการสังหารทหารอิรักในครั้งนี้ จะต้องถูกจับกุมดำเนินคดี ขณะที่ด้านครอบครัวของทหารอิรักที่หายสาบสูญ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองทิกริต.

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

มาเลเซีย หนุนหลังก่อความไม่สงบในประเทศอื่นมานาน ตอนนี้โดนเข้ามั่งแล้ว และที่แสบสันต์คือ เป็นมุสลิม เรือนร่างเดียวกันซะด้วย


ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย แถลงในวันนี้ (6) ว่า ได้มีการจับกุมคน 17 คน รวมถึงคนที่กลับมาจากซีเรียเมื่อเร็วๆ นี้ 2 คน ฐานต้องสงสัยวางแผนโจมตีก่อการร้ายในเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์

หน่วยงานต่างๆ ในประเทศที่ชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่แห่งนี้ได้แสดงความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธมุสลิมท่ามกลางกระแสการทำญิฮาดนองเลือดของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรียและอิรัก

“ 17 คนนี้กำลังวางแผนก่อเหตุก่อการร้ายในกัวลาลัมเปอร์ ในจำนวนนี้ 2 คนเพิ่งกลับมาจากซีเรียเมื่อเร็วๆ นี้ “ คาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวในโพสต์ทวิตเตอร์

คาลิด ระบุว่า การจับกุมดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวานนี้ (5) แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นๆ อย่างเช่น สัญชาติของผู้ต้องสงสัย หรือรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังวางแผนกันอยู่

ในตอนนี้เอเอฟพียังไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้ายเพื่อขอความคิดเห็นได้




มาเลเซียแต่เดิมทีนั้นปฏิบัติตามแนวทางสายกลางของศาสนาอิสลามมาโดยตลอด และทางการคอยควบคุมกลุ่มติดอาวุธอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ออกมาเตือนมากขึ้นว่า ชาวมาเลเซียที่เข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสนั้นอาจกลับมายังประเทศบ้านเกิดพร้อมกับแนวคิดสุดโต่งของกลุ่มดังกล่าว

ตำรวจ ระบุเดือนมกราคมว่า พวกเขาได้จับกุมคนทั้งหมด 120 คนฐานต้องสงสัยเชื่อมโยงหรือเห็นใจกลุ่มไอเอส หรือที่ถูกจับขณะกำลังพยายามเดินทางไปซีเรียหรืออิรัก

ตำรวจระบุว่า ตอนนี้ทราบแล้วว่ามีชาวมาเลเซียเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส 67 คน และ 5 คนเสียชีวิตในการต่อสู้ร่วมกับกลุ่มนี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลได้เพิ่มกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับใหม่เพื่อรับมือกับภัยคุมจากไอเอสที่อาจเกิดขึ้น

กฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดากลุ่มสิทธิ อนุญาตให้ทางการสามารถคุมขังผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายเป็นเวลานานได้ โดยไม่ต้องนำตัวขึ้นดำเนินคดีในศาล

หลังเหตุการณ์สังหารหมู่นักศึกษากว่า 150 ศพ โอ้ ฮันโหล๋ ฟักยู



สันติจงมีแด่ท่าน! 

หลังเหตุการณ์สังหารหมู่นักศึกษากว่า 150 ศพ เจ้าหน้าที่เคนยาพบนักศึกษาสาวซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้านาน 2 วัน ซึ่งยังอยู่ในอาการหวาดระแวง หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกสังหารหมู่

โฆษกหญิงหน่วยกาชาดเคนยาแถลงว่า เจ้าหน้าที่พบนักศึกษาสาววัย 19 ปี ที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในตู้เสื้อผ้านาน 2 วัน จน รอดชีวิตจากเหตุกลุ่มติดอาวุธ "อัล-ชาบับ" บุกสังหารหมู่นักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยเมืองการิสซาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ด้านตำรวจเปิดเผยว่า เมื่อเจ้าหน้าที่พบนักศึกษาคนดังกล่าว เหยื่อมีอาการหวาดกลัวและไม่กล้าออกมาจากตู้เสื้อผ้า จนกระทั่งอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เหยื่อรู้จักเข้ามาเกลี้ยกล่อมถึงยอมออกมาจากด้านใน เนื่องจากเหยื่อกลัวว่า ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อาจเป็นมือปืนของกลุ่มอัล-ชาบับ ที่สังหารเพื่อนนักศึกษาไปเกือบ 150 คน


ตำรวจเผยอีกว่า เหยื่อรายดังกล่าวถือเป็นผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ถูกพบเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ (4 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากพบผู้รอดชีวิตจากเหตุดังกล่าว 4 รายเมื่อวันศุกร์ และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนักศึกษาคนนี้ส่งโรงพยาบาลการิสซาแล้ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีอาการขาดน้ำแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บและขณะนี้แพทย์กำลังทำการตรวจอาการอยู่

กลุ่ม อัล ชาบับ เป็นกลุ่มยึดหลักอิสลามนิกายวาฮาบี แบบในซาอุดีอาระเบีย เคยได้รับความนิยมจากชาวโซมาเลียแม้ส่วนมากเป็นมุสลิมนิกายซูฟี เพราะได้รับความปลอดภัยและเสถียรภาพ หลังจากต้องเผชิญความไร้ขื่อแปและความรุนแรงมานานหลายปี แต่อัล ชาบับ เสื่อมความนิยมลงมากหลังบุกทำลายสุเหร่าของนิกายซูฟี และแย่ลงอีกเมื่อไม่ยอมรับความช่วยเหลืออาหารจากตะวันตกเพื่อบรรเทาความอดอยากและภัยแล้งเมื่อปี 2554

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

นี่หรือ ที่เรียกกันว่า ผู้บริสุทธิ์ ของฟาตอนี



            หลังจากการจับกุมตัวนักศึกษาที่บอกว่าบริสุทธิ์นั้นที่ขบวนการออกมาเรียกร้องสิทธิ์ให้ปล่อยทั้งเดินขบวนทั้งใน 3 จชต.และที่กทม.ฯ ว่าปล่อยเพื่อนเราที่นราธิวาสกันเถอะได้มีการเขียนข้อความว่า “ปล่อยเพื่อนเราที่นราธิวาส” แล้วเขียนตามจังหวัดที่เขียนที่ปรากฏอยู่ในโลกสังคมออนไลน์ที่เห็นกันเป็นประจำทุกวันโดย สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (MUSTFETH)

       ล่าสุดเมื่อวานนี้ได้มีการโพสต์ภาพตัวเองพร้อมทั้งระบุว่าเป็นอาจารย์สอนว่าให้ปล่อยตัวซึ่งระบุว่าเป็นเสียงสะท้อนที่ไม่เห็นด้วยกับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกรณี เจ้าหน้าที่ทหารเข้าทำการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม บัณฑิตและนักศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ประมาณ 20 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว และครูอาสาสอนตาดีกา

          แต่แท้จริงแล้ว นั้นปรากฏว่า 5 นักศึกษาที่พวกท่านนั้นบอกว่าบริสุทธิ์นั้นกลายเป็นมือระเบิดไปซะแล้วหลังจากที่จับกุมตัวไปนั้นก็ได้รับสารภาพว่าเกี่ยวกับการก่อเหตุเมื่อระเบิด 3 จุดที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส ที่พวกท่านเรียกว่าเป็นนักศึกษานั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการไปซะแล้ว 

          โดยการตรวจสอบเข้าสู่กระบวนการซักถามจึงยอมรับสารภาพมาแล้ว ผลจากการควบคุมตัว 
  • เหตุลอบวางระเบิด จำนวน 3 จุด อ.เมือง จว.น.ธ. เมื่อ 20 ก.พ.58 นายรีดวน สุหลง ยังคงให้การยอมรับเหมือนเดิมว่า เป็นผู้ร่วมก่อเหตุ รับคำสั่งจากนาย “นายมือรี”(ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคล) ให้ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ นำรถจักรยานยนต์ ที่ประกอบระเบิด ไปจอดบริเวณหน้าร้านติ๊ก หมูกระทะ โดย ตนเองใส่ผ้าฮีญาฟ (แบบผู้หญิงมุสลิม) และให้การซัดทอดว่า นายอิสมาแอ เจ๊ะโซ๊ะและ นายรอซารี ยะโก๊ะ ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ด้วยโดยมีชุดปฏิบัติการจากพื้นที่ จังหวัดปัตตานี มาร่วมสมทบด้วย และในวันก่อเหตุ ตนเองเป็นผู้สั่งการทั้งหมด  ซึ่งทั้งสองคนถูกจับกุมกรณีเดียวกัน 
  • ต่อมายังให้การซัดทอดบุคคลที่นำ SIM CARD โทรศัพท์มาให้กับตนเพื่อใช้ในวันเกิดเหตุ ปฏิบัติการครั้งนี้ นายรีดวน ในวันเกิดเหตุ ตนเองได้แต่งกาย โดยใช้ ผ้าญีฮาฟ และ ผ้าถุง ดังกล่าวทำการลาดตระเวณ และ ตรวจสอบเป้าหมาย 
              ทั้งหมดนี้เป็น เป็นนักศึกษา ม.นราธิวาสนครินทร์ ที่ได้รับการเรียกร้องให้ปล่อยตัวทั้งเดินขบวนทั้งในโลกออนไลน์กันอย่างเป็นจำนวนมาก

            นี่หรือที่เรียกว่าผู้ บริสุทธิ์ โจรกระเทย ใช้ผ้าคลุมฮีญาฟปลอมเป็นผู้หญิง มาเป็นเครื่องมือด้วย กลุ่มคนนี้หรือที่สมควรได้รับการปล่อยตัวทั้ง ๆ ที่ยังมีความคิดอันชั่วร้ายอยู่ ในความคิดและก่อเหตุระเบิดโดยไม่คำนึงถึงผู้บริสุทธิ์ ผู้บริสุทธิ์(ที่เขาว่ากัน) ทำร้ายผู้บริสุทธิ์โดยการก่อเหตุวางระเบิดโดยเป้าหมายก็คือผู้บริสุทธิ์ 

            ไม่ทราบเหมือนกันว่าผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวคนพวกนี้โดนระเบิดของพวกนี้บ้างกันหรือเปล่านะ
Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม