โจรใต้ หมาลอบกัด
| |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556
คลิปฝังศพโจรใต้ อ้างสละชีพเพื่อพระเจ้า
| คลิปฝังศพโจรใต้ อ้างสละชีพเพื่อพระเจ้า | |
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Peter Struggles สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม มือดีอัพคลิปพิธีฝังศพโจรใต้ที่ถูกทหารวิสามัญลงบนยูทูบ อ้าง ทำเพื่อพระเจ้า สละชีวิตเพื่อสงครามศักดิ์สิทธิ์ ศาสนา ชี้ เป็นการเริ่มปลุกระดมชาวบ้านให้แค้นเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกไซเบอร์ได้มีการส่งต่อคลิปวิดีโอ ชื่อ"Untukmu 16 Syahid Pahlawan Patani | 13-2-2013" โพสต์โดย คุณ Peter Struggles สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม โดยเป็นคลิปที่มีความยาว 2.29 นาที เผยภาพพิธีฝังศพกลุ่มผู้ก่อการร้าย 16 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ ขณะบุกเข้าโจมตีฐานร้อยปืนเล็กที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) นราธิวาส 32 บ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากคลิปวิดีโอดังกล่าวจะพบว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยกย่องการบุกโจมตีฐานนาวิกโยธินในครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำเพื่อพระอัลเลาะห์ พระเจ้าของศาสนาอิสลาม และเป็นนักรบจีฮาดที่ได้ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ แต่ชาวไซเบอร์หลาย ๆ คนที่เป็นชาวมุสลิมที่เข้าไปชมคลิปแล้วต่างรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้ก่อความไม่สงบโดยยกพระเจ้าขึ้นมาอ้างเช่นนี้ พร้อมกับแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา เช่นเดียวกับ นางสาววาสนา นาน่วม นักข่าวสายการเมือง ที่โพสต์ข้อความวิจารณ์คลิปวิดีโอดังกล่าวลงในเฟซบุ๊ก WassanaJournalist ว่า "ปลุกระดม...Untukmu 16 Syahid Pahlawan Patani ..มือดีอัพ Youtube ภาพศพโจรใต้ ที่เข้าตีฐาน นย. เมื่อ 13 ก.พ. ยกย่องเป็นการกระทำเพื่อ "อัลเลาะห์"
มีการยกอัลกุรอ่าน 2:154 มาใช้ ประหนึ่งว่า ทั้ง 16 โจรใต้ นั้นเป็นนักรบจีฮาดที่ได้ทำสงครามอันศักดิ์สิทธิ์ แล้ว....(ใครแปล ความหมายออก ช่วยเสริมด้วยนะคะ)... เสียงตะโกน "อัลเลาะห์ อัคบาร์" (Allah Akbar) ดังลั่น....พร้อมภาพพิธีฝังศพ ที่ชาวบ้านและญาติแห่กันมาร่วม ช่วยกันลำเลียงศพลงหลุม แสดงถึงทุกคนพยายามมีส่วนร่วม ด้วยการช่วยแบก หรือแม้แต่แตะศพก่อนฝัง แววตาของชาวบ้าน และเด็ก ๆ หลายวัย บ่งบอกอะไรหลายอย่าง ว่า ปัญหานี้แก้ยาก..."
"แล้วทีเวลา ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ตาย ทหาร ตำรวจ ตาย น้ำตาของญาติพี่น้องพ่อแม่ลูกเมีย ก็มีเหมือนกัน แต่ไม่มีใครถ่ายคลิป แล้วอัพลงยูทูบ.. ชีวิตใคร ใครก็รัก ญาติพี่น้อง เพื่อนใคร ใครก็รัก....แต่ทว่า....ที่นี่มันเป็น สนามรบไปแล้ว ชีวิตแลกชีวิต ฝ่ายหนึ่งยอมแลกชีวิต เพราะความเชื่อที่ถูกปลูกฝังกันมานาน ความเกลียดชัง ความแค้น ส่วนอีกฝ่ายต้องสละชีวิต เพราะหน้าที่ และความเป็นทหารที่ต้องปกป้องประชาชนและมาตุภูมิ..." "ได้โปรดเข้าใจ....เวลานี้มีการปล่อยข่าวแบบปากต่อปากในหมู่ญาติพี่น้องและชาวบ้าน ว่า โจรใต้บางคนถูกทรมานก่อนตาย ซึ่ง นย. ยืนยัน ในนาทีปะทะนั้น ไม่มีเวลาจับใครมาทรมาน ก็แลกกระสุนกัน โจรแต่งเครื่องแบบมีอาวุธปืนพร้อมทุกคน โจรตายจากแรงระเบิดที่ขว้างใส่ และกระสุน มีบางคนที่เจ็บแต่ยังยิงสู้ ทหารก็ต้องยิงซ้ำเป็นธรรมดา เพราะที่ผ่านมา เวลาโจรใต้วางระเบิดทหาร ทหารไม่ตาย มันก็มายิงซ้ำ เหมือนกัน...แล้วหาก โจรใต้เป็นฝ่ายชนะ ในการยึดฐาน นย. คืนนั้น นย. ก็คงโดนทรมานแน่ เพราะโจรใต้เตรียมอุปกรณ์จับกุม ลวด เชือกมาพร้อม เพราะคิดว่าฐานนี้มีทหารแค่ไม่ถึง 20 นาย....บอกแล้วว่า มันเป็นสนามรบ ที่ไม่มีใครปรานีใคร เพราะทุกคนมีหนึ่งชีวิตเท่ากัน...หากแต่สำหรับทหาร ไม่มีใครอยากทำ แต่มันจำเป็น เมื่อโจรใต้ บุกเข้ามาเอง..โปรดเข้าใจ...." อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็ได้มีผู้ใช้นามแฝงว่า "กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุข" โพสต์ข้อความใต้คลิปวิดีโอดังกล่าวว่า "เราได้ตรวจสอบทางเทคนิคแล้วพบว่าการทำคลิปนี้กระทำโดยนักศึกษากลุ่มหนึ่งในจังหวัดปัตตานี เพื่อปลุกระดมสร้างความแตกแยก และกำลังจะจับกุมในเร็ว ๆ นี้ครับ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ" | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ถุย! อุดมการณ์ โจรมุสลิมปล้นธนาคาร
| ถุย! อุดมการณ์ โจรมุสลิมปล้นธนาคาร | |
ยะลา - โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวกรณีคนร้ายปล้นธนาคารที่ปัตตานี ยันเชื่อมโยงกลุ่มก่อเหตุรุนแรง วันนี้ (1 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้ายปล้นธนาคารกสิกรไทย สาขาปาลัส อ.อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และราษฎรได้รับบาดเจ็บ 1 คน ส่วนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ใกล้กันพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอก จักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ปิกอัพ 1 คัน พร้อมทั้งได้โปรยตะปูเรือใบตามเส้นทางเพื่อป้องกันการไล่ติดตามของเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้รถของชาวบ้านที่สัญจรไปมาได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย กับทั้งขอชื่นชมในวีรกรรมอันกล้าหาญของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และจากการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ คนร้ายที่เสียชีวิต คือ นายมะตอเห มุสลิมิน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.กะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นญาติกับนายรอฟีอี มุสลิมิน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ส่วนอาวุธปืนพกสั้นตรวจสอบแล้ว หมายเลข กข 54295703 ซึ่งผู้ครอบครองคือ นายมะยูโซ๊ะ ดอเลาะ อายุ 55 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตหน้ามัสยิดบ้านปะนาเระ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 55” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อ มาสด้า 4 ประตู สีน้ำตาล ทะเบียน กข 7968 ปัตตานี ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งถูกยิงล้อยางแตกทั้ง 4 ล้อ จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ภายในรถยนต์พบปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวนหนึ่ง และพบกองเลือดจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่า เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 56 ทะเบียนเดิม กข 5193 ปัตตานี “การกระทำดังกล่าวทำให้สังคมมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น เพราะนอกจากจะสร้างสถานการณ์ความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด น้ำมันเถื่อน รวมทั้งการเป็นอาชญากรปล้นธนาคารในครั้งนี้อีกด้วย การใช้มาตรการทางกฎหมาย และการเข้าจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อนอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อความอยู่รอดของกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ภาคประชาสังคม กลุ่มเครือข่ายต่างๆ ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันประณาม และแสดงพลังบริสุทธิ์ต่อต้านการใช้ความรุนแรงของผู้ก่อเหตุรุนแรงในทุกรูปแบบ เพื่อนำพาสันติสุขที่ทุกคนใฝ่หากลับคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป” พ.อ.ปราโมทย์กล่าว
ถุย! อุดมการณ์ โจรมุสลิมปล้นธนาคาร
*****************************
โจรปัตตานีบุกปล้นแบงค์ถูกรปภ.ยิงดับ 1 ส่วนคนร้ายยิงจนท.ตาย 1 เจ็บ 1 เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุ ยิงกันและปล้นเงินธนาคารกสิกรไทย สาขาปาลัส ตั้งอยู่ริมถนนสาย 42 นราธิวาส-ปัตตานี ม.5 บ้านปาลัส ต.ลางา อ.มายอ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และ รอง ผบก. จ.ปัตตานี ร่วมไปตรวจสอบ ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุบนถนห่างจากธนาคารประมาณ 20 เมตร พบศพคนร้ายนอนจมกองเลือด ตรวจสอบแล้วยังไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี ค้นในตัวพบอาวุธปืน 9 มม. 1 กระบอก และพบกระสุนปืนอยู่ในกระเป๋ากางเกง.อีก 20 นัด นอกจากนั้น บนถนนพบปลอกกระสุนหลายชนิด ทั้ง เอ็ม 16, 9 มม. ,11 มม.และ .38 ตกอยู่เกลื่อนกลาดบนถนนประมาณ 30 กว่าปลอก จึงเก็บไว้เป้นหลักฐาน นอกจากนั้น มีเจ้าหน้าที่ขนเงินของบริษัทแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อว่า นายนภัทร สุขเพชร อายุ 32 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปะนาเระ และนายทิธิวัตร ทองสงต์ อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันถุกที่ขาบาดเจ็บ แต่ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ มีคนเจ็บเป็นชาวบ้านเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ ขณะกำลังกดเงิน เอทีเอ็ม ถูกยิงที่ขาบาดเจ็บเช่นกัน ทั้งหมดนำตัวส่งโรงพยาบาลปะนาเระ จ.ปัตตานี นอกจากนั้น ห่างจากที่ปล้นเงินธนาคาร ประมาณ 800 เมตร บนถนนสาย ปาลัส- มายอ ม.3 ต.ลางา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถยนต์คนร้ายได้ ส่วนคนร้ายที่หลบหนี เป็นรถยนต์ มาสด้า 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กข.7968 ปัตตานี สภาพถูกยิงล้อยางแตก ส่วนภายในรถพบปลอกกระสุนปืนสั้น 9 มม. และพบกองเลือดในรถ จาการตรวจสอบแล้วเป็นทะเบียนปลอม ส่วนรถยนต์เป็นรถที่ถูกปล้นจาก จนท.อบต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ทะเบียนเดิม กข 5193 ปัตตานี พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี จึงได้สั่งการให้ จนท.ตร. สภ.ใกล้เคียง รวมทั้งประสานทหาร และฝ่ายปกครอง ให้สกัดรถยนต์โตโยต้าวีโก้ ที่คนร้ายหลบหนี พร้อมทั้งประสานโรงพยาบาล และโรงพยาบาลชุมชน ให้ตรวจสอบคนร้ายที่ถูกยิงอาจจะพาเข้ารักษา จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายประมาณ 15 คน ได้ใช้รถยนต์ปิกอัพ 2 คัน และ รถ จักรยานยนต์ 1 คัน กระจายอยู่ตามจุดเส้นทางต่างๆ โดยคนร้ายมีการเตรียมการเป็นอย่างดี โดยคนร้ายเริ่มปฏิบัติการ โดยคนร้าย 2 คน นำรถ จยย. จอดห่างจากธนาคารประมาณ 15 เมตร จากนั้น มีรถยนต์คนร้าย จอดอยู่ถนนในหมู่บ้านข้าง ธนาคารกสิกรไทย โดยคนร้าย 2 คน ลงจากรถ มาสมทบกับคนร้ายที่มากับรถ จยย. ที่หน้าธนาคาร ซึ่งเป็นช่วงที่รถขนเงินของบริษัทเดินทางมาถึงเพื่อขนเงินจากธนาคาร โดยผู้ตาย และผู้บาดเจ็บ ได้เดินลงไปขนเงินจากธนาคารออกมา ขณะที่นำเงินใส่ในรถ คนร้าย ทั้ง 4 คน ได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง จนท.ขนเงินทั้งสอง จากนั้นคนร้ายจะเข้ามาปล้นเงิน รปภ.ที่เฝ้าธนาคารได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงปะทะกับคนร้ายประมาณ 10 นาที กระสุนปืนถูกคนร้ายเสียชีวิต 1 คน ส่วนคนร้ายอีก 3 คน เห็นท่าไม่ดี จึงเร่งเครื่อง จยย.หลบหนี ส่วนอีก 2 คน ขึ้นรถยนต์แยกย้านกันหลบหนี จากนั้นรถยนต์คนร้ายที่หลบหนีเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ระหว่างทาง เกิดยิงต่อสู้ ประมาณ 10 นาที คนร้ายทิ้งรถยนต์ และหนีขึ้นรถยนต์วีโก้ ไม่ทราบชนิด ที่เตรียมการมารอรับหลบหนีไป จนท.พยายามสกัดแต่ไร้วี่แวว ส่วนรถคนร้ายทิ้งไว้ ซึ่งเป้นรถ อบต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ ที่ปล้นมา ตร.จึงยึดไว้ ก่อนคนร้ายกระจายหลบหนีไป คนร้ายได้ทิ้งตะปูเรือใบ บนถนนเส้นทางหลายเส้นทาง เพื่อป้องกัน จนท.ไล่ติดตาม ทำให้ถูกรถยนต์ชาวบ้านที่ผ่านไปมาทำให้ยางแตกไม่ต่ำกว่า 10 คัน จากการขยายผลของเหตุการณ์ครั้งนี้ ทราบชื่อ คนร้ายที่เสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อว่า นายมะตอเฮ มุสลีมิน อาวุ 23 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 3 ม.5 ต.กะดูนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มีอาชีพ เปิดร้านขายเสื้อผ้า ที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จนท.ตรวจสอบในสารบบคนร้ายแล้ว ปรากฏว่า มีประวัติเกี่ยวข้องคดีความั่นคง มีบ้านพักใกล้กับบ้านของน่ายซอมือลี สาเร๊ะ แนวร่วมที่ถูกวิสามัญที่ อ.บาเจาะ เมื่อหลายเดือนที่แล้ว จึงน่าเชื่อว่า น่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นกลุ่มคนร้ายที่สร้างสถานการณ์ในพื้นที่ โดยอยู่ในคราบของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ พร้อมทั้งรับจ้างยิง และก่อคดีที่ไม่เกี่ยวความั่นคง เช่นคดีปล้นเงินธนาคารเป็นต้น อย่างไรก็ตาม จนท.ยังคงกดดันคนร้ายที่เหลืออยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนเงิน 5.5 ล้านบาท ที่ จนท.ขนเงินของธนาคาร ยังอยู่ครบ โดยคนร้ายไม่สามารถชิงไปได้ *************************** ผบก.ภ.ปัตตานี เผยกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นร่วมทีมปล้นรถขนเงินที่อำเภอมายอ พร้อมเร่งติดตามเงินกว่า 5 ล้านบาทที่ถูกปล้นไป ความคืบหน้าคดีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 4 คน ใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะ ปล้นรถขนเงินที่มาจอดบริเวณธนาคารกสิกรไทย สาขาปาลัส อำเภอมายอ ได้เงินไปกว่า 5 ล้านบาท เมื่อบ่ายวานนี้ ล่าสุด วันนี้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการก่อเหตุด้วย เนื่องจากพบความเชื่อมโยงตั้งแต่รถยนต์กระบะที่คนร้ายนำมาก่อเหตุเป็นรถที่ถูกปล้นไปจาก อบต.น้ำบ่อ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนคนร้ายที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คือ นายมะตอเฮ มุสลีมิน อายุ 23 ปี มีอาชีพขายเสื้อผ้ามือสองอยู่ที่ตลาดนัด อำเภอทุ่งยางแดง จากการตรวจสอบประวัติแฟ้มอาชญากรรมย้อนหลังยังไม่พบประวัติ หรือมีหมายใดๆ แต่อาวุธปืนปกสั้นขนาดขนาด 9 มม.ที่ผู้เสียชีวิตนำมาก่อเหตุ ตรวจสอบเจ้าของปืนชื่อ นายมะยูโซะ ดอเลาะ อายุ 55 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ตำบลปะนาเระ ซึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตหน้ามัสยิด และนำอาวุธปืนดังกล่าวหลบหนีไปด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค.55 และ เคยนำไปก่อเหตุมาแล้วหลายคดี จากการสืบสวนเชิงลึกยังพบว่า นายตอเฮ คนร้ายที่เสียชีวิตเป็นน้องชายของ นายรอฟีอี มุสลีมิน อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีความสามารถในการประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมอยู่ในการก่อเหตุปล้นครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ส่วนการติดตามกลุ่มคนร้าย ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนและขอความร่วมมือประชาชน ตลอดจนร้านขายยาทุกแห่ง หากพบมีบุคคลใดเข้ามาซื้อยาเวชภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ทำแผลที่ผิดสังเกตให้ช่วยแจ้ง เนื่องจากกลุ่มคนร้ายได้รับบาดเจ็บหลายคน และเชื่อว่ายังคงหลบซ่อนตัวรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังให้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ออกติดตามไล่ล่า ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย โดยเฉพาะตามบ้านกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่อำเภอมายอ ตลอดจนตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี จนถึงอำเภอทุ่งยางแดง สายบุรี กะพ้อ รวมทั้ง อำเภอยะรัง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อพื้นที่เกิดเหตุ อีกทั้งยังกำชับให้เร่งหาเบาะแสติดตามเงินที่กลุ่มคนร้ายปล้นไปได้ จำนวน 5,810,000บาท กลับคืนมาให้กับธนาคารอย่างเร่งด่วนด้วย | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
ปราบโจรใต้ต้องเด็ดขาด
ปราบโจรใต้ต้องเด็ดขาด
| |
โจรใต้เหิมเกริมขึ้นเรื่อย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 5,469 ราย และบาดเจ็บอีก 9,653 ราย รัฐบาลใช้เงินแก้ปัญหาไปถึง 145,000 ล้านบาท ณ ปี 2554 {2} เมื่อถึงสิ้นปี 2555 อาจใช้เงินถึง 200,000 ล้านบาท จะแก้ปัญหาโจรใต้อย่างไรดี ปัญหาโจรใต้มองได้ในหลายแง่มุม บ้างก็ว่าเป็นปัญหาเชื้อชาติและศาสนา แต่ในประวัติศาสตร์พื้นที่นี้ก็ไม่มีใครผูกขาด เปลี่ยนคนเปลี่ยนศาสนามาหลายครั้งแล้ว ประเทศไทยก็ไม่มีปัญหารุนแรงทางเชื้อชาติ ศาสนาเช่นที่เกิดขึ้นในมาเลเซียหรืออินโดนีเซียที่กดขี่ เข่นฆ่าและขูดรีดคนจีนและคนฮินดู นอกจากนี้หลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่าปัญหานี้แก้ไม่ตกก็เพราะการ “เลี้ยงไข้” คือพยายามให้ปัญหาคงอยู่นานๆ เพื่อกอบโกยงบประมาณแผ่นดินเข้าตัว ฯลฯ แต่เศรษฐกิจก็เป็นแง่มุมหนึ่งที่พึงพิจารณา มาเลเซียมีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงกว่าไทยถึงเกือบเท่าตัว ในสมัยที่ไทยมีฐานะดีกว่า ตนกู อับดุล ระห์มัน อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังเคยมาศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ถ้ามาเลเซียจนเช่นพม่า ลาว กัมพูชา ปัญหาคงไม่เกิด ชาวมาเลย์คงเต็มใจอยู่และทำงานในไทยเช่นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอื่น ทางออกของปัญหาโจรใต้ก็มองได้ในหลายแง่มุม บางท่านไม่เห็นด้วยกับการปราบปรามเพราะเกรงปัญหาลุกลาม กลัวละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ประสบการณ์ทั่วโลกชี้ว่าการปราบเป็นแนวทางหลักในการแก้ปัญหา 1. กรณีกบฎอาเจะห์ ชาวอาเจะห์เคยเป็นอิสระและสมัครใจรวมกับอินโดนีเซียในปี พ.ศ.2502 แต่พอต้องการแยกตัว ซึ่งพวกเขามีความชอบธรรมที่จะทำเช่นนั้น อินโดนีเซียกลับไม่ยอม ส่งทหารเข้าปราบปรามจนมีผู้เสียชีวิต 15,000 คน หลายคนเข้าใจผิดว่ากบฏอาเจะห์สงบลงเพราะการเจรจาและการล้างปัญหาโดยสึนามิ แต่ในความเป็นจริงปรากฏว่า ในช่วงปี พ.ศ.2545-2547 กบฎถูกปราบหนักจนแทบราบคาบ ผู้นำใหญ่เสียชีวิต และพอเกิดสึนามิเมื่อปลายปี พ.ศ.2547 ที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตไปราว 200,000 คนจาก 4,400,000 คน ไฟกบฎก็มอดสนิทในที่สุด 2. กรณีกบฎพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ซึ่งต่อสู้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ระหว่างชาวทมิฬผู้นับถือศาสนาฮินดูกับชาวสิงหลผู้นับถือศาสนาพุทธจนลุกลามเข้ากรุงโคลอมโบ มีอยู่ช่วงหนึ่งตำรวจต้องถือปืนกลคอยตรวจตราตามสี่แยกเพราะอาจถูกโจมตีได้ตลอดเวลา สนามบินก็ปิดในช่วงค่ำด้วยฝ่ายกบฏซึ่งมีสนามบินของตนเอง อาจใช้ความมืดลอบบินมาถล่มได้ มีการเจรจาสงบศึกในประเทศไทย 2-3 หน แต่ในที่สุดรัฐบาลศรีลังกาก็ส่งทหารเข้าปราบเด็ดขาด หัวหน้ากบฎและพลพรรคถูกปลิดชีพเป็นจำนวนมาก ในครั้งนั้นองค์การสหประชาชาติ “เต้น” อยู่พักหนึ่ง หาว่า “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” แต่ก็เงียบไปและศรีลังกาก็คืนสู่ความสงบในที่สุด 3. กรณีคอมมิวนิสต์ไทย นับแต่การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธในปี พ.ศ.2508 คอมมิวนิสต์ไทยก็ขยายตัวต่อเนื่อง ยิ่งเกิดกรณีการปราบปรามนักศึกษาในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ก็ยิ่งทำให้มีแนวร่วมเพิ่มขึ้น แต่ไม่กี่ปีต่อมาการต่อสู้ก็จบสิ้นลง หลายคนเข้าใจว่าความสงบเกิดจากนโยบาย 66/2523 ที่ประนีประนอม แต่ความจริงคอมมิวนิสต์ไทยหมดโอกาสชนะแล้วเพราะเกิดความขัดแย้งในหมู่ประเทศสังคมนิยม และรัฐบาลไทยยังสามารถเจรจากับรัฐบาลจีนได้สำเร็จ ดังนั้นพวกเขาจึงยอมวางอาวุธในที่สุด ต่อกรณีโจรใต้ของไทย การใช้ไม้นวม-เจรจาเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการ แต่อย่าไปหลงใหลเพราะเป็นการซื้อเวลาบ่มเพาะโจรให้เติบใหญ่ คนไทยต้องสามัคคีกันให้เกิดพลังเข้มแข็ง หากอ่อนแอตีกันเอง ก็จะเกิดการแยกตัวเช่นกรณีรัสเซีย หรือยูโกสลาเวีย หากจีนอ่อนแอ ป่านนี้คงมีการแยกเป็นประเทศทิเบต ซินเกียง หรือมองโกเลียในไปแล้ว ในปัจจุบันประเทศตะวันออกกลาง ก็ไม่ได้มีเอกภาพเช่นแต่ก่อน ไม่ได้ส่งเสริมการก่อการร้ายเช่นพวกผู้เผด็จการเดิม และต่างพยายาม “กวาดบ้านตนเอง” มากกว่าที่จะมาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องปราบโจรใต้อย่างเด็ดขาด แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทำให้อริราชศัตรูเพื่อนบ้านที่หนุนหลังโจรใต้ครั่นคร้าม ไม่กล้าเสี่ยงกับสงครามโดยไม่จำเป็น และทำให้โจรใต้หมดไปในที่สุด อย่าให้ใครมาแบ่งแยก ทุกเชื้อชาติศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้ใต้ร่มธงไทย ที่มา ดร.โสภณ พรโชคชัย | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
โจรใต้บุกฐานทหารปะทะเดือดก่อนล่าถอย
| โจรใต้บุกฐานทหารปะทะเดือดก่อนล่าถอย | |
30 โจรใต้ หวังถล่มฐานทหารที่รือเสาะ ทหารตั้งรับทันปะทะเดือดร่วม 20 นาที สุดท้ายคนร้ายต้องถอยร่นเข้าป่า คาดสมุนอับดุลเลาะ สามามะ 29 พ.ค. 56 เมื่อเวลา 08.20 น. พ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม สารวัตรสัญญาบัตร 3 กองพิสูจน์หลักฐาน 10 จ.ยะลา ร.ต.ต.แซน วรงคไพสิฐ รองสารวัตรชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และ ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นำกำลังเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิด หลังเหตุกลุ่มคนร้ายกระจายกำลังกันเป็น 2 ชุดปฏิบัติการณ์ แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการณ์ร่วมระหว่าง ร้อย ร.15123 รวมทั้งกองร้อย ทพ.ที่ 4910 ร้อย ทพ.ที่ 4607 และ 4608 ที่ตั้งฐานอยู่ภายในที่ทำการ อบต.สาวอ ม.2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ เหตุเกิดช่วงดึกที่ผ่านมา แต่เคราะห์ดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนสงครามทั้ง อาก้า.และ M 16 ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณกว่า 100 ปลอก พร้อมสะเก็ดของระเบิด M 79 ที่ตกอยู่บริเวณป่าสวนยางพารารกทึบด้านหลังฐานดังกล่าวจำนวน 5 ลูก รวมทั้งร่อยรอยของวิถีกระสุนตามต้นไม้ภายในฐาน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จากการสอบสวน ร.ต.นครินทร์ สุขมราช ผบ.ร้อย ร.15123 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงดึกที่ผ่านมา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 4 หน่วยประมาณกว่า 60 นายกำลังปฏิบัติหน้าที่สับเปลี่ยนกำลังกันเข้าเวรประจำบังเกอร์รายรอบฐานเพื่อเป็นการป้องกันเหตุโจมตีจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีอยู่นั้น ได้ยินเสียงดังตูมขึ้นมา 1 ครั้ง ที่บริเวณแนวรั้วลวดหนามซึ่งเจ้าหน้าที่ได้วางกับดักเป็นพรุสะดุด ซึ่งเป็นเครื่องมือแจ้งเตือนของหน่วย จึงได้สั่งกำลังทุกนายให้ตรึงกำลังเตรียมความพร้อม ต่อมาจึงได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นอยู่ภายในป่าสวนยางพาราหลังฐานจำนวน 3 ครั้ง จึงได้สั่งให้ลูกน้องใช้เครื่องยิงลูกระเบิด M 79 ยิงเข้าไปในป่าสวนยางพาราจุดที่ได้ยินเสียงจำนวน 2 ลูกซ้อน เพื่อตอบโต้และสกัดกั้นการบุกเข้าโจมตีฐานก่อนที่จะเกิดการยิงปะทะกันระหว่าง 2 ฝ่ายเป็นระลอกๆนานประมาณ 20 นาที หลังจากนั้น กลุ่มคนร้ายที่คาดว่าประมาณ 30 คนและแบ่งกำลังเป็น 2 ชุดปฏิบัติการณ์เห็นท่าไม่ดี เนื่องจากเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงได้ฝ่าวิถีกระสุนหลบหนีเข้าป่ารกทึบไปในที่สุด จากการตรวจสอบไม่พบผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด และพบว่ากลุ่มคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิด M 79 พยายามยิงเข้าใส่ฐานจำนวน 3 ลูกซ้อน เพื่อหวังบุกโจมตีฐานแต่ระเบิดพลาดเป้าเสียก่อน ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่ต้องการบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหารดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มของนายอับดุลเลาะ สามามะ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.2 ต.สาวอ และเป็นแกนนำสั่งการคนสำคัญในพื้นที่ที่มีประวัติคดีความมั่นคงของทางการ | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
วางระเบิด จยย.บอมบ์ ถนนสายแว้ง-โล๊ะจูด
| วางระเบิด จยย.บอมบ์ ถนนสายแว้ง-โล๊ะจูด | |
โจรใต้เมืองนราธิวาส วางระเบิด จยย.บอมบ์ ถนนสายแว้ง-โล๊ะจูด ส่งผลตำรวจ-ชาวบ้านเจ็บ 5 ราย ส่ง รพ.สุไหงโก-ลก รักษาตัว.... เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 พ.ค. 56 พ.ต.อ.อวัช มูลศิริ ผกก.สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ที่คนร้ายนำไปซุกช่องเก็บของใต้เบาะนั่งของรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ทะเบียน กบง-598 นราธิวาส เหตุเกิดบนถนนสายแว้ง-โล๊ะจูด หมู่ 3 ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย คือ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.มานพ ได้นำกำลังรวม 4 นาย นั่งรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน ญย-2617 กทม. ของ สภ.แว้ง เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางให้กับชุด รปภ.ครู โดยมีชาวบ้านขี่รถ จยย.ตามหลังมา ถึงที่เกิดเหตุคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ ได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว. ![]() ![]() | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
ส่งสมุน RKK ไปเฝ้าโอลันล้า อีกสองตัว
| ส่งสมุน RKK ไปเฝ้าโอลันล้า อีกสองตัว | |
วันนี้ 30 พ.ค.56 เวลา 11.45 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการณ์ตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 41 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 อ.บันนังสตา กว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายบ้านตะเนาะปูเต๊ะใน หมู่ที่ 9 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะที่กำลังเข้าไปถึงบ้านหลังหนึ่ง 2 คนร้ายได้วิ่งหนีไปทางด้านหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด คนร้ายได้ยิงต่อสู้ เกิดการปะทะกันประมาณ30 นาที หลังเสียงปืนเงียบลง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุ ควบคุมผู้ต้องสงสัย 2 คน ชื่อ นายมะอาบู ซิแล อายุ 25ปี และ นายอาบูฮาซัน ซิแล อายุ 20 ปี สองพี่น้อง เพื่อนำตัวไปสอบสวนขยายผลที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 15อ.บันนังสตา สำหรับ นายอิฎวาล แลหะ ก่อนหน้านี้ ทางหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 อ.เมืองยะลา ได้เคยเชิญตัวมาซักถาม และ ได้มีการทำประวัติตรวจสอบดีเอ็นเอ ว่ามีส่วนพัวพันในการก่อเหตุร้ายในพื้นที่เขตเมืองยะลา และไปปล่อยตัวไป จนกระทั่งมาปะทะกับเจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต ที่เกิดเหตุ บริเวณกุโบร์ (สุสานฝังศพ) หลังมัสยิด พบระเบิดชนิด M26 ยังไม่ระเบิด เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดชุด ศรศึก-ศรชัย ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เข้าเก็บกู้ ใกล้กันพบศพคนร้ายเสียชีวิตที่เกิดเหตุ ทราบชื่อ นายอิฎวาล แลหะ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ห่างกันประมาณ 50 เมตร พบคนร้ายอีก 1 ศพ เสียชีวิตในพงหญ้า ยังไม่ทราบชื่อ ที่อยู่ อายุไล่เลี่ยกัน กอดอาวุธปืน M4 พร้อมของกลาง อาวุธปืนพกสั้น 11มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนปืน ไม่ต่ำกว่า 10 อัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เข็มทิศ อุปกรณ์ยังชีพในป่า ยาเวชภัณฑ์ จำนวนหนึ่ง ซึ่งศพดังกล่าว เจ้าหน้าที่คาดว่า เป็น นายยูกีบือลี เจ๊ะดีแม อายุ 34 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ตะเนาะปูเต๊ะอ.บันนังสตา จ.ยะลา แกนนำคนสำคัญที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บันนังสตา ก่อเหตุหลายคดี โดเฉพาะคดีระเบิด รถยนต์ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จนทำให้เสียชีวิตพร้อมลูกน้อง | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




