แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ้างอัลเลาะห์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ้างอัลเลาะห์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

พูโล อิสรา สร้างภาพ ขัดแย้งในโลกออนไลน์ ทั้ง ๆ ที่ใครก็รู้ว่า มันพวก........


       องค์การพูโลออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ puloinfo.net สื่อสารถึง "ศูนย์ข่าวอิศรา" โดยเฉพาะ หลังออกมานำเสนอข่าวเตรียมการจัดประชุมกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐทุกกลุ่มที่ประเทศเยอรมนี ในวันที่ 24 ม.ค.58 ที่จะถึงนี้

       แถลงการณ์ของพูโลเขียนเป็นภาษามาเลย์และภาษาอังกฤษ เนื้อหาสั้นๆ ถอดความบรรทัดต่อบรรทัดจากภาษามาเลย์ได้ดังนี้

Mesej Khusus Buat Ajensi Berita Isra / To Isra News Agency
สารเฉพาะกาลถึงศูนย์ข่าวอิศรา

Kami mengucapkan terima kasih kepada 'Isranews' yang tolong megurus atau publisiti tentang majlis ulang tahun PULO ke 47 yang bakal diadakan di Eropa tidak lama lagi,

เราขอขอบคุณต่อ "ศูนย์ข่าวอิศรา" ที่ช่วยในการตีพิมพ์เกี่ยวกับการประชุมครบรอบ 47 ปีของ พูโล ที่จะมีขึ้นในยุโรปอีกไม่นาน

cuma kami ingin mempersoalkan, apakah motifnya di sebalik publisiti ini, kalaulah demi untuk menakut-nakutkan kami, maka tentu sekali tidak akan berjaya bahkan akan menyelakan (meriahkan) lagi. Kalau demi untuk menuduhkan bahawa majlis ini ada hubungan dan bantuan dari pihak kerajaan Thailand itu pun juga tidak berasas dan kalau untuk mengadudumba kami dengan kelompok kelompok yang lain pun juga tidak akan berjaya. Kerana kelompok gerakan pembebasan Patani sudah matang dan sangat arif dalam perpecahan mereka. Kami percaya, yakin dan tahu siapa di sebalik publisiti ini.

เพียงแต่เราต้องการทราบว่า อะไรคือเป้าหมายเบื้องหลังของการเผยแพร่ข่าวสารในครั้งนี้ แต่ถ้าเพียงแค่ต้องการให้เกิดความหวาดกลัวในกลุ่มพวกเรา แน่นอนที่สุดมันไม่มีทางสำเร็จ แต่มันจะทำให้เพิ่มความคึกครื้น หากเพียงต้องการใส่ร้ายว่าการพบปะกันในครั้งนี้มีการช่วยเหลือจากรัฐไทย เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และหากต้องการที่จะให้เราเกิดการขัดแย้งหรือกัดทะเลาะกันเองในระหว่างกลุ่มอื่นๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน เพราะว่ากลุ่มขบวนการปาตานีต่างๆ มีอายุยาวนานและประสบการณ์ เรารู้ดีว่าและเชื่อว่าใครอยู่เบื้องหลังการตีแผ่ข่าวสารในครั้งนี้

เป็นที่น่าสังเกตว่า แถลงการณ์ของพูโล ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นกลุ่มของ นายกัสตูรี่ มาห์โกตา ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการจัดประชุมในวาระครบรอบ 47 ปีการก่อตั้งองค์การพูโล ซึ่งจะมีการจัดกันในทวีปยุโรป และการประชุมดังกล่าวนี้จะเป็นการพยายามรวบรวมกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐกลุ่มอื่นๆ เข้าร่วมหารือด้วย ตามการเสนอข่าวของศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา

ประเด็นที่ปฏิเสธในแถลงการณ์มีเพียงประเด็นเดียว คือ การจัดประชุมที่ศูนย์ข่าวอิศรารายงานว่าใช้ชื่อ "ยูนิตี้ ทอล์ค" ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับใดๆ กับรัฐบาลไทย และไม่มีหน่วยงานรัฐใดของไทยอยู่เบื้องหลัง

ขณะที่ศูนย์ข่าวอิศรารายงานก่อนหน้านี้ว่า มีการพบปะกันระหว่างนายกัสตูรี่ กับตัวแทนหน่วยงานรัฐของไทยหน่วยหนึ่งที่ประเทศอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมามีการเผยแพร่ภาพในโซเชียลมีเดียของบุคคลบางกลุ่มที่มีบทบาทสูงในพื้นที่ชายแดนใต้ เป็นภาพการพบปะกันระหว่างแกนนำกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐกลุ่มหนึ่ง จับมือและแลกของที่ระลึกกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐหน่วยงานหนึ่งของไทย โดยระบุว่าเป็นภาพที่ถ่ายจากการพบปะกันที่อินโดนีเซีย

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

เมื่ออัลเลาะห์ไม่ถูกกับเสาไฟฟ้า


ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าที่ยะลา หวังเอาชีวิตเจ้าหน้าที่

http://www.thairath.co.th/content/region/164536


คนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า 2 จุด ในพื้นที่ยะลา เจ้าหน้าที่คาดเป็นฝีมือของกลุ่มอาร์เคเค หวังลวงกดบึมซ้ำเจ้าหน้าที่ โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ... 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ท.กรกช พันธรักษ์ สารวัตรเวร สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา พร้อม พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จ.ยะลา เดินทางไปสอบสวนเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าเป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับหลายหมู่บ้าน ที่บ้านตาสา หมู่ 3 ต.พร่อน ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนระหว่างหมู่บ้านบ้านตาสา-จันเรียน บริเวณสวนยางพารา ก่อนถึงโรงเรียนบ้านตาสา ราว 200 เมตร พบเสาไฟฟ้าหมายเลข 33 หักโค่นล้มไปคาต้นยางพารา ส่วนหม้อแปลงที่ติดตั้งอยู่บนเสาไม่ได้รับความเสียหาย พบเศษกล่องเหล็กที่บรรจุดินระเบิดกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง มีเศษชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้าและแบตเตอรี่ จึงรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม บรรจุในกล่องเหล็ก ซึ่งคนร้ายนำมาผูกไว้ที่โคนเสาไฟฟ้า พร้อมจุดชนวนระเบิดด้วยแบตเตอรี่

เบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 16 เม.ย. โดยชาวบ้านได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้องไปทั่วหลายหมู่บ้าน หลังจากนั้นไฟฟ้าได้ดับลง ชาวบ้านคิดว่าว่าหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านได้ตระเวนไปพบ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ แต่ยังไม่รีบเดินทางเข้าไปทันทีเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นกลลวงของพวกก่อความไม่สงบที่อาจลอบซุ่มโจมตี 

ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการก่อกวนของแนวร่วมอาร์เคเค.ในพื้นที่ ที่ใช้เด็กซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มใหม่ก่อเหตุ เพื่อทดสอบความกล้า เนื่องจากเกิดเหตุระเบิดหม้อแปลงไฟฟ้าในเวลาไล่เลี่ยกันอีกแห่งที่บ้านจาหนัน หมู่ 6 ตำบลเดียวกัน เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับไปหลายหมู่บ้าน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย.

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด


วงจรปิดมือบึ้มยะลา




และตามด้วยลูกที่ 2


ไทยพุทธจงรับรู้


ไหนว่าบริสุทธิ์


วีดีโอคลิป

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

ตำรวจทหารรือเสาะจับสมาชิกแนวร่วม RKK ยิง 3 คนไทยพุทธตาย

      เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พ.ท.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จำนวน 50 นาย ใช้กฎอัยการศึกในการปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัย จำนวน 5 หลัง ในหมู่บ้านบูกิตจือแร ม.9 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านมีบุคคลต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง ได้แฝงตัวเข้ามากบดานอยู่ในพื้นที่

      เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันบุกจู่โจมตรวจ ค้นบ้านไม่มีเลขที่หลังหนึ่ง ซึ่งปลูกอยู่ในสวนผลไม้ และพบชายต้องสงสัยจำนวน 2 คน ท่าทางมีพิรุธและเตรียมวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ๆ จึงได้ตะโกนขอความร่วมมือในการตรวจค้น และพบว่าภายในบ้านพักมีอาวุธปืนพกสั้นจำนวน 3 กระบอก คือ ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 1 กระบอก ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง

      นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่คือ ยาบ้าและยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม รวมทั้งกัญชาอัดแท่งอีกจำนวนหนึ่ง ที่ซุกซ่อนอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางพร้อมนำตัว 2 ผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สภ.รือเสาะ ทราบชื่อคือ 1.นายมะเยะ แวนิ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.2ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นสมาชิกแนวร่วม RKK และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.นราธิวาสเลขที่ จ.1665/2551 ลงวันที่ 26 ธ.ค.2551 ในข้อหาร่วมกันก่อเหตุร้าย อั้งยี่ ซ่องโจรและฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน กล่าวคือเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2551 นายมะเยะ ได้ร่วมกับพวกที่หลบหนี ใช้อาวุธปืนบุกยิงนายนิพนธ์ แซ่จูและนายหวัน แซ่จู  ซึ่งเป็นอาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน และนายเกตุ สุวรรณ เสียชีวิตขณะที่ทั้ง 3 คน กำลังเดินซื้อกับข้าวในตลาดนัดวันอังคาร ซึ่งตั้งอยู่ ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

      และ 2. นายมูหมัดซอบรี หะยีดิง อายุ 27 ปี ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 127/5 ม.5 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และจากการตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่ไม่พบว่าเป็นบุคคลที่ทางการต้องการตัว แต่ได้จับกุมในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดและอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับ อนุญาต

      และเจ้าหน้าที่เตรียมส่งอาวุธปืนทั้ง 3 กระบอก ไปทำการตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ว่า อาวุธปืนพกทั้ง 3 กระบอก นายมะเยะ เคยใช้นำไปก่อเหตุที่ใดบ้างในอีกทางหนึ่งด้วย.

ยิงสารวัตรกำนัน

คนร้ายถล่มยิงสารวัตรกำนันตายพร้อมเพื่อน 3 ศพ

อีกชุดยิงจุดตรวจห่างเพียง 100 เมตร

http://peace.chaotainews.com/index.php?option=com_
content&view=article&id=2069:-3-100-&catid=3:2008-07-20-06-16-02&Itemid=7
คำเตือน: ภาพถ่ายนี้เป็นลิขสิทธิ์ของช่างภาพ ห้ามทำซ้ำหรือนำไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 15 มีค. พ.ต.อ.ชาญเดช ศรีสังข์ ผกก. สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน ที่บ้านเลขที่ 139 ม.5 ต.น้ำดำ อยู่ห่างจุดตรวจยุทธศาสตร์น้ำดำ ประมาณ 150 เมตรและอยู่บริเวณสามแยกตลาดนัดน้ำดำ หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. และชุดพิสูจน์หลักฐาน

เมื่อไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุเปิดเป็นอู่ซ่อมรถยนต์เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด จำนวน 3 ราย ทราบชื่อนายตูแวเลาะ โอ๊ะ อายุ 42 ปี 
เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุและเป็นสารวัตรกำนัน นายยูโซ๊ะ อีสอ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.1ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง และ นายเจ๊ะโก๊ะ ดาโอ๊ะ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่113 ม.5 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง ทั้งสามคนถูกยิงด้วยอาวุธสงครามหลายนัด

นอกจากนี้ตัวบ้านยังมีรูกระสุนหลายแห่ง ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกรสุนเอชเค เอ็ม 16 และ 9 มม. ตกเกลื่อนบนถนนนอกจากนี้ยังพบว่าคนร้ายยัง ได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่จุดตรวจยุทธศาสตร์น้ำดำซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 150 เมตร ทำให้ตัวป้อมและรถยนต์กระบะสายตรวจถูกยิงได้รับความเสียหายไปด้วยแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้ตายทั้งสามและเพื่อนรวม 6คนกำลังนั่งดื่มน้ำชาพูดคุยกันภายในอู่ซ่อมรถ ปรากฏว่าได้มีคนร้ายคาดว่า 5 - 7 คนใช้รถยนต์กระบะสีดำขับมาจอดหน้าอู่แล้วใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่กลุ่มผู้ตายจนเสียงดังสนั่นกระสุนถูกทั้งสามคนจนฟุบกองกับพื้น

ส่วนอีกสามคนหนีไปได้คนร้ายยังกระโดดลงจากรถเข้าไปยิงซ้ำอีกหลายนัดจนเสียชีวิตทันทีกระทั่งเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ภายในป้อมเห็นเหตุการณ์จึงใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่เนื่องจากที่เกิดเหตุมีประชาชนจำนวนมากแต่ปรากฏว่าคนร้ายอีกชุดซึ่งซุ่มอยู่ข้างมัสยิดห่างประมาณ 50เมตรใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่จุดตรวจจนเจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนและยังมีคนร้ายอีกชุดอยู่บริเวณเดียวกันยิงซ้ำอีกจนเสียงดังสนั่นจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นเจ้าหน้าที่ได้วิทยุขอกำลังเสริมคนร้ายจึงได้ทิ้งตะปูเรือใบก่อนกระจายกันหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ 3ฝ่ายกระจายกำลังไล่ล่าคนร้ายและปิดเส้นทางทุกสาย แต่ก็ไร้วี่แววสาเหตุเชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
- -
- -
- -
- 
- 

ดับหัวหน้าโจรใต้ อ.รามัญ


ทหารพราน วิสามัญ โจรใต้ หน.โลจิ้สติก ดับคาบ้านที่ อ.รามัน

http://peace.chaotainews.com/index.php?option=com_content&view=article&
id=2090:2011-04-07-07-49-27&catid=2:2008-07-20-06-15-15&Itemid=5
คำเตือน: ภาพถ่ายนี้เป็นลิขสิทธิ์ของช่างภาพ ห้ามทำซ้ำหรือนำไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ
เมื่อ 6 เม.ย. 54 เวลา 08.00 น.  กำลังจนท.ตร.ชุดสืบสวนคดีความมั่นคง ของ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจ จ.ชายแดนใต้ ศชต.นำโดย พตอ.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย และ กำลังทหารพราน นำโดย พ.อ.คมกฤช  รัตนฉายา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่104 หมู่ 1 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน  จ.ยะลา เนื่องจากสืบทราบว่าเป็นที่กบดานของ บุคคลตามหมายจับในคดีความมั่นคง เป็นที่ต้องการตัวของ จนท.ตร.ของ สภ.อ.รามัน จ.ยะลา   
ขณะที่กำลังปิดล้อมและกำลังจนท.ได้เข้าตรวจสอบอยู่นั้น ทันทีทันใด ได้มีชายวัยรุ่น ทราบชื่อต่อมา คือนาย อัสมัน เจ๊ะเล็ง อายุ 26 ปี บุคคลตามเป้าหมาย ได้วิ่งหนีออกทางหลังบ้านพร้อมด้วยอาวุธปืนพกแบบออโตเมติก ขนาด 9 มม. และยิงเปิดทางเพื่อจะหลบหนี แต่ได้ถูก จนท.ยิงสวนทำให้ นายอัสมัน ฯถูกยิงเสียชีวิตคาที่ใกล้กับห้องน้ำหลังบ้าน


หลังเกิดเหตุ พตอ.ภูมิเพชร พิพัฒน์เพชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา นำกำลัง ตร.ชุดตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ จนท.ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ไปทำการตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดโดยรอบอีกครั้ง   พร้อมด้วยนำ แพทย์ พนักงานอัยการ และ ปลัดอำเภอร่วมกันเพื่อชันสูตรพลิกศพเนื่องจากเป็นคดีวิสามัญ จากนั้นได้ส่งมอบศพให้ญาติโดยมีพ่อและแม่ของผู้ตายเดินทางเข้ามายังจุดเกิดเหตุและคอยรอรับศพผู้ตายเพื่อจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด นำไปดำเนินการต่อไป



สำหรับนายอัสมัน เจ๊ะเล็ง รายนี้ จากการเปิดเผยของ จนท.ตร.ระดับสูงในพื้นที่กล่าวว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการลำเลียง การขนส่งเคลื่อนย้าย อาวุธอุปกรณ์ต่างฯในการยุทธรวมทั้งเสบียง จึงได้ฉายาว่า อัสมัน โลจิ๊สติก  แต่ก็หนีไม่พ้นการติดตามสืบสวนของ จนท.จนมาพบจุดจบดังกล่าว

- -
- -
- -

ปิดล้อมรังโจรใต้ ปะทะสนั่น วิสามัญดับ1
 


เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปิดล้อมค้นบ้านคนร้ายคดีความมั่นคง แต่เจ้าตัวคว้าปืนยิงเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหนี ถูกยิงสวนกลับจนเสียชีวิตคาที่ พบเป็นเพื่อนแกนนำระดับอาร์เคเคหลายคน ...


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 เม.ย. พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) สั่งการให้ พ.ต.อ.ชูเกียรติ ภู่กาบพลอย ผกก.หัวหน้าชุดสืบสวนคดีสำคัญประสานกับ พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก.สภ.รามัน พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส. นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นย่านที่ทำการไปรษณีย์รามัน เขตเทศบาลตำบลกายูบอเกาะ เนื่องจากสืบทราบว่า นายอัสมัน เจ๊ะเล็ง อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 5 บ้านกำปงบาโงย ต.อาซ่อง อ.รามัน มีหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคงโดยได้ร่วมกับพวกลอบวางระเบิดซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 12 เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนายในเขต อ.รามัน เมื่อต้นปี 2552 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายอัสมันได้แอบหลบหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่กับเพื่อนที่บ้านเลขที่ 104 ถนนทั่วไป ต.กายูบอเกาะ พร้อมกันนี้ฝ่ายตำรวจได้ประสานไปยัง พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน และ พ.ท.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา12 สนธิกำลังหลายฝ่ายร่วม 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นในละแวกดังกล่าวโดยละเอียด ปรากฏว่านายอัสมัน รู้ตัวได้ถืออาวุธปืนพกสั้นวิ่งหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน พร้อมกับได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้น เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วตลาดเมืองรามันราว 5 นาที จึงเงียบลง


หลังสิ้นเสียงปืนปรากฏว่า นายอัสมัน ถูกกระสุนปืนเจ้าหน้าที่ตามร่างกายจนพรุนนอนตายจมกองเลือด อยู่ข้างห้องน้ำบริเวณหลังบ้านเลขที่ดังกล่าว ในมือขวากำอาวุธปืนขนาด 9 มม.ไว้แน่น ตรวจสอบต่อมาพบกระสุนเหลืออยู่ในแม็กกาซีนอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง ต่อมาได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านเพื่อนนายอัสมัน มี น.ส.ซาปีน๊ะ มะยีเต๊ะ อายุ 41 ปีเป็นเจ้าของบ้าน ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด

น.ส.ซาปีน๊ะ ให้การว่า นายอัสมันเป็นเพื่อนกับนายอิบรอเฮง มะยีเต๊ะ น้องชาย ได้มาขอพักอาศัยอยู่หลายวันแล้ว โดยตนเองไม่ทราบว่านายอัสมันเป็นคนร้ายคดีความมั่นคง 

สำหรับนายอัสมัน เป็นลูกชายของโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดกำปงบาโงย หมู่ 5 ต.อาซ่อง และเป็นพี่ภรรยาของนายบัสรีอาแด อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43หมู่ 6 บ้านปูลัย ต.บาลอ อ.รามัน แกนนำอาร์เคเค. ระดับสั่งการ ที่ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันนี้เข้าปิดล้อมจับกุมตัวได้พร้อมนายมูฮำหมัดซาริ มะดาโอ๊ะอายุ 34 ปี อยู่บ้านบาโงยปูโละ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส แกนนำอาร์เคเค.ระดับสั่งการอีกคน เมื่อเช้ามืดวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นนายอัสมันได้ไหวตัวทันสามารถหลบหนีออกไปได้ก่อน โดยไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนในกลางเมืองรามัน จนกระทั่งกำลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นเกิดยิงปะทะกันขึ้นสนั่นเมืองจนตัวตายดังกล่าว


นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าที่่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพราน 41 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารฉก.ยะลา 12 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รามัน เข้าตรวจค้นภายในบริเวณโรงเรียนมะหัฮอิสลามียะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนศาสนา หรือปอเนาะ ตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านบือแนนากอ ต.บาลอ เนื่องจากสืบทราบว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนไว้ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวพบเชื้อปะทุจำนวน 5 ดอก ห่อถุงพลาสติกดำซุกไว้ด้านหลังโรงเรียน 

นอกจากนั้น ยังพบปุ๋ยยูเรีย จำนวน 5 กระสอบ และถังแก๊สปิกนิกอีกจำนวน2 ถังวางซุกไว้ในบริเวณใกล้เคียง จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมดเพื่อจะได้นำไปตรวจสอบเนื่องจากเชื่อว่า สิ่งของทั้งหมดเป็นของคนร้ายที่แอบนำมาซุกซ่อนไว้และอาจเกี่ยวข้องกับ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ต่อไป

ฉลองปีใหม่ ด้วยความชั่วของมุสลิม


01-01-2011 นรา-วางระเบิดรับปีใหม่ 2011/ 2554 

ตำรวจตาย 2 เจ็บอีก 9 ราย


คลิ๊ปจากเวปไซท์โจรใต้

ลอบกัดเจ้าหน้าที่ที่บาเจาะ

นรา โจรใต้วางระเบิด จยย บอมบ์

ดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารที่บาเจาะ ...


หิมไม่หยุด! โจรใต้วางบึม จยย. บอมบ์ทหารเจ็บ 2 นายที่ อ.บาเจาะ  
นราธิวาส ขณะออกฐาน ไปพบปะชาวบ้านในพื้นที่ ต.บาเร๊ะใต้ 
พบซากระเบิดประกอบใส่ท่อเหล็กหนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร...

เมื่อ เวลา 09.20 น.วันที่ 20 ม.ค. พ.ต.ท.ประทีป สุขสาร 

สารวัตรเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิด 
จยย.ดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุขที่ 405 บนถนนสาย
บ้านทอน-บาเจาะ บ้านบือเร๊ะ หมู่ 1 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ 
ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย 
น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 พ.ต.ท.จันที 
แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส รวมทั้ง
กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบซากรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเมท สีน้ำเงิน 

ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คนร้ายนำระเบิดไปผูกไว้ที่บริเวณ
ตะแกรงด้านบนของตัวเครื่องตกกระจายเกลื่อน ทั่วบริเวณ 
และพบซากชิ้นส่วนของระเบิดที่คนร้ายนำไปประกอบ
ใส่ไว้ในท่อเหล็กทรงกลมหนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุ
สื่อสาร ตกบริเวณถนนและพงหญ้าริมทางอีกจำนวนหนึ่ง 
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นายเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษา 
รพ.บาเจาะ ทราบชื่อ คือ 1.จ.ส.อ.ประยูร ขุนสวัสดิ์ 
อายุ 55 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้าย 2.
จ.ส.อ.จำลอง ภิรมย์สุข อายุ 49 ปี ถูกสะเก็ดระเบิ
ดที่บริเวณลำตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.พงศธร เฟื่องปาง 

หน.ชุดได้นำกำลังจำนวน 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะ และรถ 
จยย.รวม 2 คัน ออกจากฐาน เพื่อเดินทางไปพบปะชาวบ้าน
ในพื้นที่ ต.บาเร๊ะใต้ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายซึ่งแฝงตัว
อยู่ริมทางใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวน ระเบิด ที่นำไปผูกไว้บริเวณ
ตะแกรงด้านบนของตัวเครื่องรถ จยย. ซึ่งคนร้ายนำไปจอด
ไว้ริมถนน และเกิดระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขับและขี่รถ 
จยย.ผ่าน ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.

หมาลอบกัด



คลิ๊ปหมาลอบกัด ชุดคุ้มครองพระ
จากเวปไซท์ผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน

ไอ้โจรปล้นสดมภ์ อ้างอัลเลาะห์

โจรใต้สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ตั้งด่านปล้นสองผัวเมียที่นราธิวาส


นราธิวาส - คนร้ายแต่กายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ ตั้งด่านลอยปล้นและทำร้ายชาวบ้านบนถนนสายรือเสาะ-จะกว๊ะ ได้เงินสดกว่าแสนบาท พร้อมรถยนต์กระบะอีก 1 คัน
      
       เมื่อเวลา 04.30 น. วันนี้ (1 เม.ย.) ร.ต.ท.ศรีธนนท์ สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตั้งด่านลอยปล้นและทำร้ายชาวบ้านบนถนนสายรือเสาะ-จะกว๊ะ ช่วงบริเวณบ้านสาวอ ม.1 ต.รือเสาะออก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
      
       พบนางจินตนา ตินสั้น อายุ 42 ปี ภูมิลำเนาอยู่เขตเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส อยู่ในสภาพถูกทำร้ายจนใบหน้าบวมปูดและเขียวช้ำ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ อบต.สาวอ กำลังปลอบโยนเพื่อให้หายความหวาดกลัว พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ช่วยหาสามีที่ถูกคนร้ายรุมทำร้ายและได้พาตัวหายไปกับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผข 3510 สงขลา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะช่วยนำตัวนางจินตนาส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะ
      
       ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้วิทยุประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสกัดกั้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว โดยเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พบร่างของนายพิชัย ตินสั้น อายุ 54 ปี สามีนางจินตนา นอนสลบอยู่ภายในป่ารกทึบห่างจากโรงไม้แปรรูปนราพาราวู๊ด ประมาณ 50 เมตร ซึ่งอยู่ในสภาพศีรษะ และใบหน้า ถูกทุบตีจนบวมปูดและมีเลือดไหล เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะ ซึ่งทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
      
       จากการสอบสวนนางจินตนา เจ้าหน้าที่ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้นั่งรถยนต์กระบะออกจากบ้าน โดยมีสามีเป็นคนขับและพกเงินสดประมาณ 1 แสนบาท เพื่อเดินทางไปซื้อกับข้าวที่ตลาดสด จ.ยะลา มาจำหน่ายที่ตลาดสดเทศบาลรือเสาะ ซึ่งนางจินตนาและสามีจะเดินทางไปซื้อของมาจำหน่ายเป็นประจำ ขณะที่สามีขับรถยนต์กระบะถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายประมาณ 10 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารถืออาวุธปืนสงครามครบมือ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดลอยและได้เรียกสามีให้จอดรถเพื่อขอตรวจค้น
      
       เมื่อสามีจอดรถยนต์ กลุ่มคนร้ายได้แสดงท่าทีโดยใช้วาจาที่หยาบคาย พร้อมทั้งเรียกให้สามีและตนลงจากรถ 1 ใน 10 คนร้ายได้ใช้บั้นท้ายอาวุธปืนสงครามทุบไปที่ศีรษะและใบหน้าของสามีและตนจนล้มทั้งยืนไปนอนกองอยู่ที่พื้นถนน แล้วคนร้ายได้พยุงร่างของสามีและตนไปไว้ที่กระบะหลัง แล้วคนร้ายทั้งหมดได้เก็บอุปกรณ์ในการตั้งด่านลอยขึ้นรถยนต์ของสามี ขับไปตามถนนมุ่งสู่พื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ก่อนที่จะจอดทิ้งร่างของตนไว้ริมถนน และนำร่างของสามีไปทิ้งไว้อีกที่หนึ่งแล้วขับรถยนต์กระบะหลบหนีไปพร้อมกับเงินสดจำนวน 1 แสนบาทที่เก็บไว้ในลิ้นชักหน้าคอนโซล
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตั้งจุดตรวจด่านลอยปกติเป็นภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่เพื่อตรวจสอบบุคคลที่แฝงตัวซึ่งอาจจะเป็นคนร้าย และตรวจยานพาหนะที่ต้องสงสัย ลำเลียงวัตถุระเบิดหรืออาวุธสงคราม
      
       เหตุการณ์ที่คนร้ายแต่งกายชุดเจ้าหน้าที่ ทำให้ประชาชนต้องลำบากใจมากขึ้น หากเจ้าหน้าที่ตั้งด่าน ชาวบ้านที่สัญจรยานพาหนะไม่จอดรถให้ตรวจสอบก็จะมีความผิด และถ้าเจอด่านโจร ชาวบ้านจะต้องประสบชะตากรรมความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

แลกชีวิต รปภ. กับไอ้โจรชั่ว


โจรไล่ยิงรปภ.ทหารผ่านศึกดับวิสามัญคนร้าย1

07 April 2011


คนร้ายไล่ยิง รปภ.ทหารผ่านศึกปัตตานี เสียชีวิต ส่วนคนร้ายถูกยิงสวนเสียชีวิต 1

วันนี้ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ร.ต.อ.มานพ หนูหอม  ร้อยเวร สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานีเหตุเกิดบนถนนสาย 412 ม.4 ต.บานา อ.เมืองปัตตานี  จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.อ.พิเชษฐ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก. และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ เขียว ทะเบียน กทษ ปน.514 และ จยย.ฮอนด้าดรีม กลฟ ปน.476 ล้มอยู่กลางถนน และมีกองเลือดเป็นจำนวนมาก ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน4 ปลอก 

ส่วนผู้ถูกยิงถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อ  นายวิเชษฐ์  บุญชัย  อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สำนักงานทหารผ่านศึกปัตตานี  อยู่บ้านเลขที่ 8 ถ.นาเกลือ ต.อาเนาะรู อ.เมืองปัตตานี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้น 9 มม.เข้ากลางหลัง 2 นัด  และ นายอับดุลรอแม  เจะแว  อายุ  23 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.1 บ้านกะมิยอ  ต.กะมิยอ  อ.เมืองปัตตานี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน .357 เข้าที่ศรีษะ 1 นัด ซึ่งเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ  
              
จากสอบสวนทราบว่า  ก่อนเกิดเหตุ  ขณะที่ นายวิเชษฐ์ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จยย.ฮอนด้าเวฟ เขียว ทะเบียน กทษ ปน.514 ออกจากที่ทำงาน รปภ.สำนักงานทหารผ่านศึกปัตตานีเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักในตัวเมืองปัตตานี  ระหว่างทางมีคนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.กระสุนถูกที่กลางหลังบาดเจ็บสาหัส แต่นายวิเชษฐ์ได้แข็งใจพยายามต่อสู้ใช้อาวุธปืนประจำตัวขนาด.357  ยิงตอบโต้คนร้าย กระสุนถูกคนร้าย นายอับดุลรอแม ที่นั่งซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายถูกยิงเช่นกัน ทำให้รถล้ม นายอับดุลรอแม คนร้ายแน่นิ่งกลางถนน ส่วนคนร้ายที่เป็นผู้ขับขี่ บาดเจ็บ ได้มีรถปิกอัพไม่ทราบชนิดมารับหลบหนีไปอีกคนได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป  ส่วนที่เกิดเหตุพลเมืองดีผ่านมาประสบเหตุได้ช่วยนำผู้บาดเจ็บทั้งสอง ทั้งคนร้าย และ เจ้าหน้าที่ทหารผ่านศึกส่งโรงพยาบาลปัตตานี แต่ทั้งสองรายทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายที่หลบหนีอีก 1 คนซึ่งคาดว่าน่าจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน.
 
Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม