แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โจรใต้ตัวจริง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โจรใต้ตัวจริง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด


เด็กและหญิงมุสลิม มันก็ลอบกัด

วงจรปิดมือบึ้มยะลา




และตามด้วยลูกที่ 2


ยิงสารวัตรกำนัน

คนร้ายถล่มยิงสารวัตรกำนันตายพร้อมเพื่อน 3 ศพ

อีกชุดยิงจุดตรวจห่างเพียง 100 เมตร

http://peace.chaotainews.com/index.php?option=com_
content&view=article&id=2069:-3-100-&catid=3:2008-07-20-06-16-02&Itemid=7
คำเตือน: ภาพถ่ายนี้เป็นลิขสิทธิ์ของช่างภาพ ห้ามทำซ้ำหรือนำไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 15 มีค. พ.ต.อ.ชาญเดช ศรีสังข์ ผกก. สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน ที่บ้านเลขที่ 139 ม.5 ต.น้ำดำ อยู่ห่างจุดตรวจยุทธศาสตร์น้ำดำ ประมาณ 150 เมตรและอยู่บริเวณสามแยกตลาดนัดน้ำดำ หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. และชุดพิสูจน์หลักฐาน

เมื่อไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุเปิดเป็นอู่ซ่อมรถยนต์เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด จำนวน 3 ราย ทราบชื่อนายตูแวเลาะ โอ๊ะ อายุ 42 ปี 
เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุและเป็นสารวัตรกำนัน นายยูโซ๊ะ อีสอ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.1ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง และ นายเจ๊ะโก๊ะ ดาโอ๊ะ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่113 ม.5 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง ทั้งสามคนถูกยิงด้วยอาวุธสงครามหลายนัด

นอกจากนี้ตัวบ้านยังมีรูกระสุนหลายแห่ง ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกรสุนเอชเค เอ็ม 16 และ 9 มม. ตกเกลื่อนบนถนนนอกจากนี้ยังพบว่าคนร้ายยัง ได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่จุดตรวจยุทธศาสตร์น้ำดำซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 150 เมตร ทำให้ตัวป้อมและรถยนต์กระบะสายตรวจถูกยิงได้รับความเสียหายไปด้วยแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้ตายทั้งสามและเพื่อนรวม 6คนกำลังนั่งดื่มน้ำชาพูดคุยกันภายในอู่ซ่อมรถ ปรากฏว่าได้มีคนร้ายคาดว่า 5 - 7 คนใช้รถยนต์กระบะสีดำขับมาจอดหน้าอู่แล้วใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่กลุ่มผู้ตายจนเสียงดังสนั่นกระสุนถูกทั้งสามคนจนฟุบกองกับพื้น

ส่วนอีกสามคนหนีไปได้คนร้ายยังกระโดดลงจากรถเข้าไปยิงซ้ำอีกหลายนัดจนเสียชีวิตทันทีกระทั่งเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ภายในป้อมเห็นเหตุการณ์จึงใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่เนื่องจากที่เกิดเหตุมีประชาชนจำนวนมากแต่ปรากฏว่าคนร้ายอีกชุดซึ่งซุ่มอยู่ข้างมัสยิดห่างประมาณ 50เมตรใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่จุดตรวจจนเจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนและยังมีคนร้ายอีกชุดอยู่บริเวณเดียวกันยิงซ้ำอีกจนเสียงดังสนั่นจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นเจ้าหน้าที่ได้วิทยุขอกำลังเสริมคนร้ายจึงได้ทิ้งตะปูเรือใบก่อนกระจายกันหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ 3ฝ่ายกระจายกำลังไล่ล่าคนร้ายและปิดเส้นทางทุกสาย แต่ก็ไร้วี่แววสาเหตุเชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
- -
- -
- -
- 
- 

ดับหัวหน้าโจรใต้ อ.รามัญ


ทหารพราน วิสามัญ โจรใต้ หน.โลจิ้สติก ดับคาบ้านที่ อ.รามัน

http://peace.chaotainews.com/index.php?option=com_content&view=article&
id=2090:2011-04-07-07-49-27&catid=2:2008-07-20-06-15-15&Itemid=5
คำเตือน: ภาพถ่ายนี้เป็นลิขสิทธิ์ของช่างภาพ ห้ามทำซ้ำหรือนำไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ
เมื่อ 6 เม.ย. 54 เวลา 08.00 น.  กำลังจนท.ตร.ชุดสืบสวนคดีความมั่นคง ของ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจ จ.ชายแดนใต้ ศชต.นำโดย พตอ.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย และ กำลังทหารพราน นำโดย พ.อ.คมกฤช  รัตนฉายา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่104 หมู่ 1 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน  จ.ยะลา เนื่องจากสืบทราบว่าเป็นที่กบดานของ บุคคลตามหมายจับในคดีความมั่นคง เป็นที่ต้องการตัวของ จนท.ตร.ของ สภ.อ.รามัน จ.ยะลา   
ขณะที่กำลังปิดล้อมและกำลังจนท.ได้เข้าตรวจสอบอยู่นั้น ทันทีทันใด ได้มีชายวัยรุ่น ทราบชื่อต่อมา คือนาย อัสมัน เจ๊ะเล็ง อายุ 26 ปี บุคคลตามเป้าหมาย ได้วิ่งหนีออกทางหลังบ้านพร้อมด้วยอาวุธปืนพกแบบออโตเมติก ขนาด 9 มม. และยิงเปิดทางเพื่อจะหลบหนี แต่ได้ถูก จนท.ยิงสวนทำให้ นายอัสมัน ฯถูกยิงเสียชีวิตคาที่ใกล้กับห้องน้ำหลังบ้าน


หลังเกิดเหตุ พตอ.ภูมิเพชร พิพัฒน์เพชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา นำกำลัง ตร.ชุดตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ จนท.ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ไปทำการตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดโดยรอบอีกครั้ง   พร้อมด้วยนำ แพทย์ พนักงานอัยการ และ ปลัดอำเภอร่วมกันเพื่อชันสูตรพลิกศพเนื่องจากเป็นคดีวิสามัญ จากนั้นได้ส่งมอบศพให้ญาติโดยมีพ่อและแม่ของผู้ตายเดินทางเข้ามายังจุดเกิดเหตุและคอยรอรับศพผู้ตายเพื่อจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด นำไปดำเนินการต่อไป



สำหรับนายอัสมัน เจ๊ะเล็ง รายนี้ จากการเปิดเผยของ จนท.ตร.ระดับสูงในพื้นที่กล่าวว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการลำเลียง การขนส่งเคลื่อนย้าย อาวุธอุปกรณ์ต่างฯในการยุทธรวมทั้งเสบียง จึงได้ฉายาว่า อัสมัน โลจิ๊สติก  แต่ก็หนีไม่พ้นการติดตามสืบสวนของ จนท.จนมาพบจุดจบดังกล่าว

- -
- -
- -

ปิดล้อมรังโจรใต้ ปะทะสนั่น วิสามัญดับ1
 


เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปิดล้อมค้นบ้านคนร้ายคดีความมั่นคง แต่เจ้าตัวคว้าปืนยิงเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหนี ถูกยิงสวนกลับจนเสียชีวิตคาที่ พบเป็นเพื่อนแกนนำระดับอาร์เคเคหลายคน ...


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 เม.ย. พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) สั่งการให้ พ.ต.อ.ชูเกียรติ ภู่กาบพลอย ผกก.หัวหน้าชุดสืบสวนคดีสำคัญประสานกับ พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก.สภ.รามัน พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส. นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นย่านที่ทำการไปรษณีย์รามัน เขตเทศบาลตำบลกายูบอเกาะ เนื่องจากสืบทราบว่า นายอัสมัน เจ๊ะเล็ง อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 5 บ้านกำปงบาโงย ต.อาซ่อง อ.รามัน มีหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคงโดยได้ร่วมกับพวกลอบวางระเบิดซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 12 เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนายในเขต อ.รามัน เมื่อต้นปี 2552 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายอัสมันได้แอบหลบหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่กับเพื่อนที่บ้านเลขที่ 104 ถนนทั่วไป ต.กายูบอเกาะ พร้อมกันนี้ฝ่ายตำรวจได้ประสานไปยัง พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน และ พ.ท.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา12 สนธิกำลังหลายฝ่ายร่วม 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นในละแวกดังกล่าวโดยละเอียด ปรากฏว่านายอัสมัน รู้ตัวได้ถืออาวุธปืนพกสั้นวิ่งหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน พร้อมกับได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้น เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วตลาดเมืองรามันราว 5 นาที จึงเงียบลง


หลังสิ้นเสียงปืนปรากฏว่า นายอัสมัน ถูกกระสุนปืนเจ้าหน้าที่ตามร่างกายจนพรุนนอนตายจมกองเลือด อยู่ข้างห้องน้ำบริเวณหลังบ้านเลขที่ดังกล่าว ในมือขวากำอาวุธปืนขนาด 9 มม.ไว้แน่น ตรวจสอบต่อมาพบกระสุนเหลืออยู่ในแม็กกาซีนอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง ต่อมาได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านเพื่อนนายอัสมัน มี น.ส.ซาปีน๊ะ มะยีเต๊ะ อายุ 41 ปีเป็นเจ้าของบ้าน ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด

น.ส.ซาปีน๊ะ ให้การว่า นายอัสมันเป็นเพื่อนกับนายอิบรอเฮง มะยีเต๊ะ น้องชาย ได้มาขอพักอาศัยอยู่หลายวันแล้ว โดยตนเองไม่ทราบว่านายอัสมันเป็นคนร้ายคดีความมั่นคง 

สำหรับนายอัสมัน เป็นลูกชายของโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดกำปงบาโงย หมู่ 5 ต.อาซ่อง และเป็นพี่ภรรยาของนายบัสรีอาแด อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43หมู่ 6 บ้านปูลัย ต.บาลอ อ.รามัน แกนนำอาร์เคเค. ระดับสั่งการ ที่ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันนี้เข้าปิดล้อมจับกุมตัวได้พร้อมนายมูฮำหมัดซาริ มะดาโอ๊ะอายุ 34 ปี อยู่บ้านบาโงยปูโละ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส แกนนำอาร์เคเค.ระดับสั่งการอีกคน เมื่อเช้ามืดวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นนายอัสมันได้ไหวตัวทันสามารถหลบหนีออกไปได้ก่อน โดยไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนในกลางเมืองรามัน จนกระทั่งกำลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นเกิดยิงปะทะกันขึ้นสนั่นเมืองจนตัวตายดังกล่าว


นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าที่่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพราน 41 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารฉก.ยะลา 12 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รามัน เข้าตรวจค้นภายในบริเวณโรงเรียนมะหัฮอิสลามียะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนศาสนา หรือปอเนาะ ตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านบือแนนากอ ต.บาลอ เนื่องจากสืบทราบว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนไว้ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวพบเชื้อปะทุจำนวน 5 ดอก ห่อถุงพลาสติกดำซุกไว้ด้านหลังโรงเรียน 

นอกจากนั้น ยังพบปุ๋ยยูเรีย จำนวน 5 กระสอบ และถังแก๊สปิกนิกอีกจำนวน2 ถังวางซุกไว้ในบริเวณใกล้เคียง จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมดเพื่อจะได้นำไปตรวจสอบเนื่องจากเชื่อว่า สิ่งของทั้งหมดเป็นของคนร้ายที่แอบนำมาซุกซ่อนไว้และอาจเกี่ยวข้องกับ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ต่อไป

ลอบกัดเจ้าหน้าที่ที่บาเจาะ

นรา โจรใต้วางระเบิด จยย บอมบ์

ดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารที่บาเจาะ ...


หิมไม่หยุด! โจรใต้วางบึม จยย. บอมบ์ทหารเจ็บ 2 นายที่ อ.บาเจาะ  
นราธิวาส ขณะออกฐาน ไปพบปะชาวบ้านในพื้นที่ ต.บาเร๊ะใต้ 
พบซากระเบิดประกอบใส่ท่อเหล็กหนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร...

เมื่อ เวลา 09.20 น.วันที่ 20 ม.ค. พ.ต.ท.ประทีป สุขสาร 

สารวัตรเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิด 
จยย.ดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุขที่ 405 บนถนนสาย
บ้านทอน-บาเจาะ บ้านบือเร๊ะ หมู่ 1 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ 
ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย 
น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 พ.ต.ท.จันที 
แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส รวมทั้ง
กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบซากรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเมท สีน้ำเงิน 

ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คนร้ายนำระเบิดไปผูกไว้ที่บริเวณ
ตะแกรงด้านบนของตัวเครื่องตกกระจายเกลื่อน ทั่วบริเวณ 
และพบซากชิ้นส่วนของระเบิดที่คนร้ายนำไปประกอบ
ใส่ไว้ในท่อเหล็กทรงกลมหนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุ
สื่อสาร ตกบริเวณถนนและพงหญ้าริมทางอีกจำนวนหนึ่ง 
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นายเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษา 
รพ.บาเจาะ ทราบชื่อ คือ 1.จ.ส.อ.ประยูร ขุนสวัสดิ์ 
อายุ 55 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้าย 2.
จ.ส.อ.จำลอง ภิรมย์สุข อายุ 49 ปี ถูกสะเก็ดระเบิ
ดที่บริเวณลำตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.พงศธร เฟื่องปาง 

หน.ชุดได้นำกำลังจำนวน 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะ และรถ 
จยย.รวม 2 คัน ออกจากฐาน เพื่อเดินทางไปพบปะชาวบ้าน
ในพื้นที่ ต.บาเร๊ะใต้ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายซึ่งแฝงตัว
อยู่ริมทางใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวน ระเบิด ที่นำไปผูกไว้บริเวณ
ตะแกรงด้านบนของตัวเครื่องรถ จยย. ซึ่งคนร้ายนำไปจอด
ไว้ริมถนน และเกิดระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขับและขี่รถ 
จยย.ผ่าน ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.

หมาลอบกัด



คลิ๊ปหมาลอบกัด ชุดคุ้มครองพระ
จากเวปไซท์ผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน

แลกชีวิต รปภ. กับไอ้โจรชั่ว


โจรไล่ยิงรปภ.ทหารผ่านศึกดับวิสามัญคนร้าย1

07 April 2011


คนร้ายไล่ยิง รปภ.ทหารผ่านศึกปัตตานี เสียชีวิต ส่วนคนร้ายถูกยิงสวนเสียชีวิต 1

วันนี้ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ร.ต.อ.มานพ หนูหอม  ร้อยเวร สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานีเหตุเกิดบนถนนสาย 412 ม.4 ต.บานา อ.เมืองปัตตานี  จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.อ.พิเชษฐ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก. และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ เขียว ทะเบียน กทษ ปน.514 และ จยย.ฮอนด้าดรีม กลฟ ปน.476 ล้มอยู่กลางถนน และมีกองเลือดเป็นจำนวนมาก ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน4 ปลอก 

ส่วนผู้ถูกยิงถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อ  นายวิเชษฐ์  บุญชัย  อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สำนักงานทหารผ่านศึกปัตตานี  อยู่บ้านเลขที่ 8 ถ.นาเกลือ ต.อาเนาะรู อ.เมืองปัตตานี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้น 9 มม.เข้ากลางหลัง 2 นัด  และ นายอับดุลรอแม  เจะแว  อายุ  23 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.1 บ้านกะมิยอ  ต.กะมิยอ  อ.เมืองปัตตานี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน .357 เข้าที่ศรีษะ 1 นัด ซึ่งเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ  
              
จากสอบสวนทราบว่า  ก่อนเกิดเหตุ  ขณะที่ นายวิเชษฐ์ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จยย.ฮอนด้าเวฟ เขียว ทะเบียน กทษ ปน.514 ออกจากที่ทำงาน รปภ.สำนักงานทหารผ่านศึกปัตตานีเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักในตัวเมืองปัตตานี  ระหว่างทางมีคนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.กระสุนถูกที่กลางหลังบาดเจ็บสาหัส แต่นายวิเชษฐ์ได้แข็งใจพยายามต่อสู้ใช้อาวุธปืนประจำตัวขนาด.357  ยิงตอบโต้คนร้าย กระสุนถูกคนร้าย นายอับดุลรอแม ที่นั่งซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายถูกยิงเช่นกัน ทำให้รถล้ม นายอับดุลรอแม คนร้ายแน่นิ่งกลางถนน ส่วนคนร้ายที่เป็นผู้ขับขี่ บาดเจ็บ ได้มีรถปิกอัพไม่ทราบชนิดมารับหลบหนีไปอีกคนได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป  ส่วนที่เกิดเหตุพลเมืองดีผ่านมาประสบเหตุได้ช่วยนำผู้บาดเจ็บทั้งสอง ทั้งคนร้าย และ เจ้าหน้าที่ทหารผ่านศึกส่งโรงพยาบาลปัตตานี แต่ทั้งสองรายทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายที่หลบหนีอีก 1 คนซึ่งคาดว่าน่าจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน.
 

โจรใต้ตัวจริง

เจรจา เบอรซาตู

โดย ณรงค์ ชืี่นนิรันดร์
24 พ.ค.47
http://narongthai.com/ana936.html

เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 24 พฤษภาคม 2547 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะเจรจากับแกนนำเบอร์ซาตู ขบวนการพูโลใหม่ ในประเทศมาเลเซีย ว่าได้มอบหมายให้พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นคนพูดคุย ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้เจรจาจะเป็นการยกระดับคนเหล่านี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าไปคิดอะไรมาก คิดอย่างเดียวจะทำอย่างไรให้คนไทยด้วยกันหันหน้าเข้าหากัน และคนที่ไม่เข้าใจก็หันหน้ามาคุยกันให้เข้าใจ เพราะเรามีเรื่องที่ต้องทำงาน

กันอีกมาก และประชาชนยังเดือดร้อน โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีคนจน คนไม่มีงานทำ เด็กไม่มีการศึกษา คนเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก หากยังสร้างความวุ่นวายอย่างนี้ คงไม่ได้ ต้องรีบทำให้จบ

เมื่อถามว่าจะเจรจาด้วยตัวเองหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ ให้แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้เจรจาในขั้นตอนแรก และคิดว่าการเจรจาครั้งนี้น่าจะทำให้สถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้น เมื่อไม่ต้องทะเลาะกัน ไม่มีความขัดแย้ง ทุกอย่างหันหน้าเข้าหากัน เอาคนเพี้ยนๆ มาพูดคุยและแก้ไขปัญหาได้

ต่อข้อถามว่ามีกลุ่มเบอร์ซาตูอยู่เบื้องหลังเพียงกลุ่มเดียวใช่หรือไม่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าใครอยู่เบื้องหลัง บางครั้งอาจเป็นเรื่องของบุคคลที่อาจจะมีเครือข่ายรู้จักกันและช่วยกันคิด ช่วยกันบอกว่าจะแก้ไขอย่างไร เมื่อถามว่าแสดงว่ารัฐบาล ยังมองว่ากลุ่มเบอร์ซาตูมีอิทธิพลในภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีกลุ่มชื่ออะไรบ้าง แต่อย่างน้อย บุคคลหลายคนเป็นคนที่ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องชาวมุสลิมในภาคใต้ ที่สามารถพูดคุยกันหรือชักชวนกันมาในทางที่ดีได้

เมื่อถามว่าขณะนี้แกนนำเบอร์ซาตูมีทั้งหมดกี่คน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เข้าใจว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ตำรวจสันติบาล หน่วยข่าวกรอง ต้องไปดู เหมือนกับนิทานเรื่องหนูกับราชสีห์ บางครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นคนใหญ่คนโตอะไรมากมาย ใครมีข้อมูลหรือข้อแนะนำดีๆ ก็ช่วยกัน ใครมีความปรารถนาดี หรือมีมิตรไมตรีก็อย่าปฏิเสธ

พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4กล่าวถึงกรณี ดร.วัน กาเดร์ เจ๊ะมาน ประธานขบวนการเบอร์ซาตู ได้ติดต่อเพื่อเจรจากับ นายกรัฐมนตรีว่าข่าวที่เกิดขึ้นเป็นความจริง โดย ดร.กาเดร์ได้ติดต่อผ่านคณะทำงานของตนในการที่ขอเจรจากับนายกรัฐมนตรี เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการกล่าวว่าขบวนการเบอร์ซาตูอยู่เบื้องหลัง ในการสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้น ทั้งที่ความจริงมีกลุ่มโจรก่อการร้ายหลายกลุ่ม จึงต้องการเจรจาให้ชัดเจน

นอกจากนั้น ดร.กาเดร์ยังต้องการที่จะเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย โดยประธานขบวนการเบอร์ซาตูต้องการพบปะเจรจาโดยเร็ว แต่ทางเรายังไม่ได้รับหลักการยังต้องคุยกันหลายฝ่าย เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องดูว่าขบวนการเหล่านี้มีความเป็นเอกภาพแค่ไหน ในการที่จะตกลงใจ เพราะเป็นที่รู้ๆ กันว่าการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีด้วยกันหลายกลุ่ม และไม่เป็นเอกภาพมากนัก

นายวัน กาเดร์ เจ๊ะมาน หัวหน้ากลุ่มเบอร์ซาตู ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซีเป็นครั้งแรก โดยยอมรับว่าได้ติดต่ออย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายความมั่นคงของไทย ทั้งทหารและตำรวจหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้หารือแนวคิดกับสมาชิกทั้งหมด และยังไม่ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไทยว่า เบอร์ซาตูต้องการอะไร

บีบีซีรายงานว่า เบอร์ซาตู เป็นองค์กรแม่ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน 3-4 ขบวนการ รวมทั้งบีอาร์เอ็น และพูโล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ชื่อว่าเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนทางภาคใต้ของไทยมาเป็นเวลานาน

"ยังไม่มีการคุยกันอย่างเป็นทางการ เป็นการคุยกันแบบเพื่อน ซึ่งเขาอาจจะแปลอย่างไรเราไม่ทราบ แต่ไม่ได้คุยกันในฐานะที่ผมได้รับมติเป็นทางการจากเบอร์ซาตู เป็นการคุยเพื่อต้องการทราบว่า เราต้องการอะไร และรัฐบาลสามารถให้อะไรบางอย่างที่เราต้องการ และรัฐบาลอาจจะทำได้ แต่เรื่องมอบตัวผมบอกว่าอย่ามาพูดกับผม ไม่ต้องพูด" หัวหน้ากลุ่มเบอร์ซาตู กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอนาคตของขบวนการอย่างไร นายวัน กล่าวว่า เป้าหมายของการต่อสู้จะต้องเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อม ตามการเปลี่ยนแปลงของโลก เวลานี้พูดเรื่องโลกาภิวัตน์ เรื่องเขตแดน พรมแดนไม่ค่อยสำคัญ ฉะนั้นการแยกดินแดนคงจะไม่เหมาะกับกระบวนการโลกาภิวัตน์ สิ่งที่เราต้องการคือ เราต้องการอยู่ในฐานะผู้ที่อยู่ในถิ่นนั้น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในด้านต่าง ๆ พร้อมย้ำว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการต่อรอง แต่ถ้าได้แค่นั้น เชื่อว่าอนาคตคงจะไม่มีปัญหาในภาคใต้

ต่อข้อถามว่า ยังยืนยันหรือไม่ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของไทยเป็นความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่าทางศาสนา นายวัน ยืนยันว่าเป็นความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่า ความขัดแย้งทางศาสนาอาจมีเพียงเล็กน้อย เป็นสิ่งที่มาหนุนเท่านั้น

นอกจากนี้ อีกปัจจัยหนึ่งคือเรื่องความไม่ยุติธรรม ทั้งนี้เป็นมุมมองของเบอร์ซาตู แต่รัฐบาลไทยอาจจะบอกว่าทำดีที่สุดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องความคิดที่ไม่ตรงกัน
ที่จะต้องมีการพูดคุยกัน

ที่ บน.6 พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีประธานกลุ่มเบอร์ซาตู ติดต่อขอเจรจากับรัฐบาลว่า ยังไม่มีการนัดแนะแน่นอน แต่จะทำให้เร็วที่สุด โดยเราต้องการฟังเขาว่ามีปัญหาอะไรที่ต้องการ เพราะเป็นนโยบายของนายกฯ หลังวันที่ 28 เม.ย.2547 สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นคือ ใครข้องใจให้มามอบตัว และรายงานตัว มีอะไรคับแค้นใจอยากจะระบาย อยากจะมาพูดคุยก็เป็นหนทางที่ดี

"อย่าลืมว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เพราะฉะนั้นกรอบมีความชัดเจน และทุกอย่างต้องมีเหตุผล และอยู่บนความยุติธรรม สามารถพูดคุยกันได้ทุกประเด็น บนพื้นฐานความเป็นจริงของกฎหมาย สิ่งสำคัญเราต้องการทราบถึงอุดมการณ์ความคิดที่เขามีการปลูกฝังกัน ต้องการถอนตรงนี้ออกมา อย่าลืมว่านายวันอับดุล การ์เดีย เขาเป็นคนไทย และเท่าที่ตรวจสอบ เขาไม่ถูกกล่าวหาอะไร แต่เพราะเห็นว่าไม่ปลอดภัย ก็หนีออกไปนอกประเทศก่อน" พล.อ.เชษฐา กล่าว

เมื่อเวลา 13.30 น.(24พ.ค.47) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า คงไม่มีการพูดคุย เพราะกลุ่มเบอร์ซาตูจริงๆ แกนนำที่เป็นด็อกเตอร์ หรือกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต แกนนำเป็นพวกง่อยเปลี้ยเสียขา มีอายุมากแล้วเดินไม่ได้ คงไม่มีอะไรและคงไม่มีใครไปคุย

เมื่อถามว่า ประเมินต่ำไปหรือไม่ เพราะล่าสุดกลุ่มดังกล่าวเรียกประชุมกันในประเทศมาเลเซีย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ไม่มี จะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไรมาเลเซียจะให้ทำอย่างนั้นหรือ เป็นการประชุมคนละเรื่องหรือไม่ ใครจะให้อาศัยประเทศตัวเองให้ไปสร้างปัญหากับประเทศข้างบ้าน คงไม่มีใครทำกัน
ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ และที่มีข่าวว่ามี 300 คนมาจากซีเรีย ก็ยิ่งวุ่นกันใหญ่ ตรงนี้คือความพยายามที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง พยายามยกปัญหาในบ้านให้เป็นปัญหาสากลที่เราพยายามป้องกันกันอยู่ ดังนั้น ต้องระมัดระวังให้ดี ต่อข้อถามว่า มีติดต่อขอมอบตัว ผ่านท่านบ้างหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า มีมาก และมีทยอยมาเรื่อยๆ

เมื่อเวลา 10.30 น. (24 พ.ค.47)ที่กระทรวงมหาดไทย นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีไฟไหม้ที่โรงเรียนในพื้นที่จ.ยะลา ว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ต้องตรวจสอบให้ละเอียดอีกทีว่าเกิดอะไรขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเคลื่อนไหวมีสมาชิกเบอร์ซาตูเดินทางเข้ามาในประเทศ 17 คน เพื่อก่อความไม่สงบ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า  ขณะนี้มีการรายงานข่าวที่หลากหลาย มีทั้งการก่อเหตุ การที่จะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการทยอยมามอบตัวเป็นจำนวนกว่า 10 คน และมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1.ผู้ที่จะเคลียร์ตัวเองว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย และ 2.ผู้ที่มีส่วนร่วมในการก่อเหตุร้ายที่ต้องการเข้ามามอบตัว ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่เข้ามามอบตัว ก็จะใช้หลักเมตตาธรรม และดูว่าเกิดจากอะไร รวมทั้งหาทางดูแลผู้ที่หลงผิด ส่วนความเคลื่อนไหวที่มีกลุ่มพยายามเข้ามาก่อเหตุก็พยายามที่จะสอดส่อง ระมัดระวังกันอย่างเต็มที่

* * * * * * * * * * * * *

ผมเก็บเอาเรื่องเก่า ๆ มาให้ท่านได้อ่าน เพื่อจะยันยันว่า

ขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีอยู่จริง
มันคือนาย วัน อับดุล การ์เด  อยู่ต่างประเทศ คอยบัญชาการ
ปลุกปั่นยุยง บิดเบือน พี่น้องมุสลิมภาคใต้เป็นเครื่องมือ
ในการแบ่งแยกดินแดน เหมือนพ่อมัน



เทือกเถาเหล่ากอของ อับดุลการ์เด

เก็บเอาภาพมาให้ดูหน้าตามันด้วย
Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม