| โรงเรียนและร้านน้ำชา ที่นี่ไม่มีที่ปลอดภัยให้ผู้คนแล้วหรือ ? | |
เหตุการณ์คนร้ายบุกเข้ายิงผู้อำนวยการโรงเรียนและครูในโรงอาหารขณะรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนบ้านบาโง อ.มายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 คน และกรณีคนร้ายกราดยิงร้านน้ำชาที่ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุร้ายสะเทือนขวัญครั้งล่าสุด
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้สมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมติให้ปิดโรงเรียนเป็นเวลา 2 วัน และเร่งระดมความเห็นหามาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ในขณะที่ชาวบ้านดามาบูเวาะห์ ต.ตันหยงลิมอซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงร้านน้ำชาซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คนนั้น แม้ได้รับการเยียวยาในเบื้องต้นจากรัฐ แต่ทุกคนยังมีคำถามคาใจในมาตรการการรักษาความปลอดภัย เหตุการณ์เศร้าสลดที่โรงเรียนบ้านบาโง ผู้ใหญ่บ้านสะตอปา ดอเลาะ เล่าให้ฟังว่าเป็นปกติที่เวลาพักกลางวันครูจะให้เด็กนักเรียนกลับบ้านเพราะนักเรียนทั้งหมดมีบ้านอยู่ใกล้ๆ โรงเรียน ขณะที่เด็กนักเรียนกลับบ้าน บรรดาครูจะมารับประทานอาหารที่โรงอาหารที่อยู่ติดถนนหน้าโรงเรียน เมื่อคนร้ายสองคนเข้าไปในโรงอาหารก็ได้ยกปืนขึ้นจี้ครูสมศักดิ์ ขวัญมา ให้ส่งกุญแจรถ เมื่อครูสมศักดิ์ไม่ยอมคนจึงเข้าไปแย่งกุญแจที่แขวนอยู่ที่เอวแล้วโยนให้เพื่อนที่รออยู่หน้าประตู แล้วหันมายิงครูสมศักดิ์เสร็จแล้วจึงหันไปยิงครูตติยารัตน์ ช่วยแเก้ว ที่เป็น ผอ.โรงเรียนฟุบลงอีกคน โดยที่ครูคนอื่นๆ ต่างหมอบลงกับพื้นด้วยความกลัว จากนั้นทั้งหมดจึงขับรถกระบะของครูสมศักดิ์ออกไปทางประตูหน้าโรงเรียน เวลาเดียวกันเมื่อชาวบ้านในหมู่บ้านได้ยินเสียงปืนต่างวิ่งมาที่โรงเรียนทันที ซึ่งผู้ใหญ่บ้านสะตอปาเล่าว่าชาวบ้านมาเร็วมาก ไม่มีใครกลัวหรือรอเวลาให้ผ่านไป ในขณะที่อีหม่ามของหมู่บ้านบอกว่าช่วงนี้เวลาละหมาดดุฮรีจะเร็วกว่าปกติประมาณเที่ยงตรงก็ได้เวลาละหมาด ทำให้ช่วงเวลานั้นในหมู่บ้านค่อนข้างเงียบทำให้คนร้ายสามารถก่อเหตุอย่างสะดวก โรงเรียนบ้านบาโงตั้งอยู่ริมถนนกลางหมู่บ้าน ด้านหลังเป็นท้องนามีอาคารหลังใหม่เป็นตึกสีเหลืองตั้งเด่นตระหง่าน หน้าตึกเป็นสนามโรงเรียน และด้านข้างตึกทั้งสองด้าน เป็นอาคารไม้กลางเก่ากลางใหม่ โรงอาหารอยู่ห่างจากถนนประมาณ 50 เมตร อีหม่ามเล่าว่าโรงเรียนนี้เคยถูกเผามาแล้ว 2 ครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ห่างจากโรงเรียนบ้านบาโงประมาณ 2 กิโลเมตรเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านปานัน ซึ่งด้านข้างติดกับรั้วโรงเรียนปานันเป็นที่ตั้งของหน่วยปืนเล็กที่ 3 โดยเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยนี้จะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยครูและหมู่บ้าน ทั้งนี้เนื่องจากหน่วยนี้ไม่มีพลทหารลาดตระเวนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังคุ้มครองครูมายังโรงเรียนบ้านบาโงโดยการวางกำหลังตามแนวถนนเป็นจุดๆ จากหน่วยถึงโรงเรียนในตอนเช้าและช่วงเวลาเลิกเรียนตอนเย็น ส่วนในช่วงกลางวันจะมาเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราว ความตายของครูสองคนซึ่งเป็นครูไทยพุทธในโรงเรียนบ้านบาโงได้สร้างรอยแผลที่ไม่อาจเยียวยาให้กับหลายๆ คน เด็กนักเรียนต่างเดินและวิ่งเล่นหน้าโรงเรียน ไม่มีใครเข้าไปเล่นในสนามโรงเรียน ในขณะที่พ่อแม่กล่าวว่าอยากให้เด็กได้มาเรียนที่โรงเรียน แต่วันนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากคนต่างถิ่นที่มาทำข่าว ผู้ใหญ่บ้านสะตอปาชี้ไปที่ต้นลิ้นกระจงในกระถางซิเมนต์ขนาดใหญ่หน้าโรงอาหารว่าเป็นต้นไม้ที่ครูผู้อำนวยการปลูกไว้ พร้อมกับกล่าวถึงครูว่าเป็นคนดี ทุกคนรักใคร่ มาบริหารเพื่อการศึกษาจริง ไม่มีงานรับเหมาหรือธุรกิจ เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด แต่เมื่อสอบถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยก็ได้คำตอบที่ไม่กระจ่าง กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในอาคารโรงเรียนพังเสียหายไม่ได้รับการดูแล และกล้องที่ติดตั้งอยู่ที่เสาไฟหน้าโรงเรียนใช้การไม่ได้ ประตูรั้วโรงเรียนเปิดอ้าเอียงกะเร่เท่ใช้การไม่ได้ โศกนาฏกรรมร้านน้ำชา ชาวบ้านถามว่าเกิดได้อย่างไร ร้านขายน้ำชาและอาหารเช้าในหมู่บ้านดามาบูเวาะห์แห่งนี้เป็นร้านแห่งเดียวของหมู่บ้านที่เปิดขายมากว่า 30 ปีแล้ว เดิมตั้งแผงขายในตัวบ้านที่ตั้งอยู่ด้านหลัง เมื่อเจ้าของบ้านต้องขยายตัวบ้านให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น จึงทำเพิงขายอาหารในบริเวณหน้าบ้านแทน พร้อมกับตั้งโต๊ะเก้าอี้สำหรับลูกค้า เช้าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ยังไม่ถึงเวลาที่ปกติเด็กนักเรียนมาออกมารอรถโดยสารที่ถนน ขณะนั้นมีลูกค้าและแม่ค้า 6 คน กำลังซื้อขายอาหารเช้าอยู่ที่เพิงแห่งนั้น ด้านหลังมีนางซีตีรอหิมะห์ มามะ ในวัย 70 ปี กำลังป้อนข้าวให้หลาน ด.ญ.อินฟานี สาเมาะ วัย 11 เดือนที่กำลังหัดเดินเตาะแตะ รถกระบะสีบรอนด์คันหนึ่งก็พลันวิ่งมาจอดเยื้องๆ ร้านน้ำชาห่างออกไปไม่เกิน 10 เมตร ชายฉกรรจ์ 3 คน กระโดดลงจากกระบะหลังรถใช้อาวุธสงครามกราดยิงทุกคนในร้านน้ำชา กระสุนจากกระบอกปืนสงครามสองนัดพุ่งไปโดนศรีษะของ ด.ญ.อินฟานี และอีกหลายนัดเข้าชายโครงทะลุหลังคุณยายซีตีรอหิมะห์ ทำให้เด็กน้อยเสียชีิวิตทันที ในขณะที่คุณยายอาการสาหัส ชาวบ้านได้ช่วยนำส่งโรงพยาบาล กระสุนที่กราดยิงที่ร้านน้ำชายังได้ถูกชาวบ้านที่นั่งอยู่ที่ร้าน นายซาบรี เถาะ เสียชีวิตทันที ขณะที่นายปะเงาะ นิแม ชายชราอายุ 70 ปีถูกกระสุนทั้งที่แขนซ้าย ขาขวาและเจาะเข้าแผ่นหลัง น.ส.นิสบะห์ มูซอ ถูกกระสุนเจาะที่หน้าอก สองคนหลังเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ทุกคนที่อยู่ที่ร้านน้ำชาในเช้าวันนั้นไม่มีใครรอดพ้นกระสุนปืน นายต่วนมา ตีงี ถูกกระสุนยิงเข้าบริเวณแผ่นหลังและไหล่ขวา ด.ช.มูฮำหมัดดัรวิสฮากีมี แยนา อายุ 10 ปี กระสุนถูกบริเวณหน้าท้อง ได้รับบาดเจ็บ นางซีตีรอหิมะห์ มามะ อายุ 70 ปี กระสุนถูกบริเวณชายโครงทะลุหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส และคนที่โชคดีที่สุดในวันนั้นคือนายฮามีซี เจ๊ะโด ชายหนุ่มวัย 23 ปีซึ่งถูกกระสุนปืนเฉี่ยวเพียงบริเวณนิ้วก้อยด้านซ้าย นายฮามีซีเล่าว่าตนเป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่งที่มีอาชีพกรีดยางในหมู่บ้าน ไม่คาดคิดว่าชีวิตต้องประสบเหตุการณ์เช่นนี้ ขณะได้ยินเสียงปืน ตนนั่งหันหลังให้ถนน ด้วยความตกใจจึงวิ่งออกทางด้านหลังร้านน้ำชาอย่างไม่คิดชีวิตจนถึงทุ่งนาหลังหมู่บ้าน และเมื่อเสียงปืนสงบจึงได้ย้อนกลับมา ตนไม่อาจบอกได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ร้านน้ำชาเลือดในหมู่บ้านดามาบูเวาะห์ตั้งอยู่ริมถนนสายตังหยงลิมอ ออกสู่แยกตอหลัง ห่างไปประมาณ 500 เมตรเป็นด่านตรวจและที่ตั้งของฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4505 นราธิวาส ห่างออกไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตรที่บ้านตะโละมีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ทหาร ชาวบ้านตั้งคำถามว่าทำไมผู้ก่อเหตุสามารถกระทำการอย่างง่ายดาย ทั้งที่ร้านน้ำชามีฐานทหารรายล้อมอยู่ เหตุการณ์สังหารโหดทั้งสองแห่งในวันเดียวกันสร้างความหวาดผวาสะพึงกลัวไปทั่วพื้นที่ ทั้งครูและชาวบ้านมีคำถามในใจเหมือนกันว่าพวกเขาจะสามารถพึ่งใครได้ ทหารตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนกว่า 60,000 นายที่ประจำอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะทำให้พวกเขามีความปลอดภัยได้แค่ไหนเพียงไร | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
โรงเรียนและร้านน้ำชา ที่นี่ไม่มีที่ปลอดภัยให้ผู้คนแล้วหรือ ?
รอมฎอนเดือนแห่งความเมตตา
| รอมฎอนเดือนแห่งความเมตตา | |
รอมฎอนเดือนแห่งความเมตตา ไพศาล ดะห์ลัน ![]() กรรมการซูรอสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย กรรมการซูรอ สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข ที่ปรึกษา เครือข่ายชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา ความดีทั้ง 6 ประการในเดือนรอมฎอน เป็นสุดยอดแห่งความดี.... เมื่อเราขออภัยจากพระผู้เป็นเจ้าได้ เราก็ต้องเป็นผู้ให้อภัยแก่ผู้อื่นได้เหมือนกัน เพราะการให้อภัยนั้น ยังสามารถทำให้โลกนี้สงบสุขปราศจากความขัดแย้งและสงคราม รอมฎอนเป็นเดือนแห่งความเมตตา จากพระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาลที่พระองค์ทรงมีให้แก่ชั้นฟ้าและแผ่นดิน ดังนั้นในเดือนรอมฎอนของทุกๆ ปีบรรดาปวงบ่าวผู้ศรัทธาจะพยายามปฏิบัติอิบาดะฮฺ(ศาสนกิจ) ทำการภักดีต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาอย่างเข้มแข็ง ทั้งยามเช้ายามเย็นและยามค่ำคืน เพื่อสนองคำบัญชาของพระองค์ที่ได้สั่งใช้และให้ละเว้นในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม จุดประสงค์เดียวเท่านั้นที่บรรดาผู้ศรัทธาได้ตั้งใจทำอิบาดะฮฺ ก็เพื่อทำการภักดีที่มีต่อพระองค์อย่างแท้จริง และหวังความโปรดปรานความเมตตาจากพระองค์ในโลกอาคีเราะฮฺหรือภพหน้าเท่านั้น พี่น้องที่รักทั้งหลาย เดือนแห่งความเมตตาของพระผู้อภิบาลนั้น ได้กลับมาอีกครั้งกลับมาในช่วงเวลาที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่ มันจึงเป็นโอกาสที่จะได้ตอบสนองคำบัญชาของพระองค์อีกครั้งและจะได้มีโอกาสฝึกฝนตัวเองให้มีความสามารถในการเป็นผู้ให้เป็นผู้มีเมตตาต่อผู้อื่น มีผู้คนอีกมากมายที่หมดโอกาสต้อนรับเดือนแห่งความเมตตานี้เพราะพวกเขาต้องจากโลกนี้ไปก่อนเดือนรอมฎอนจะมาถึง รอมฎอนเป็นเดือนที่เหล่าผู้ศรัทธาจะรับผลานิสงส์ผลตอบแทนอันมากมายจากความเมตตาของพระผู้อภิบาลของพวกเขา ทั้งยังเป็นเดือนแห่งการฝึกฝนทักษะแห่งความดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอดทน การประหยัด การบริจาค การละหมาดยะมาอะฮฺ(รวม)กันที่มัสยิด การอ่านคัมภีร์กุรอาน และการให้อภัย ความดีทั้งหกประการนี้ เป็นสุดยอดแห่งความดีที่เราสามารถฝึกฝนให้เกิดทักษะเพื่อเราจะได้เป็นผู้ชำนาญการในเรื่องเหล่านั้นและสามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตได้ตลอดทั้งปี บรรดาผู้ศรัทธาต้องรู้ดีว่า พวกตนนั้นเกิดมาในโลกนี้เพื่อเป็นผู้ให้หรือเป็นมือบน โดยหวังผลในความโปรดปรานและความเมตตาจากพระผู้อภิบาลของพวกเขาในโลกอาคิเราะฮฺหรือโลกหน้า เราศรัทธาว่าโลกอาคิเราะฮฺอันเป็นโลกแห่งความเป็นนิรันดร์ ซึ่ง 1 วันในโลกอาคีเราะฮฺนั้น ก็เท่ากับ 1,000 ปีในโลกที่เราเรียกว่าดุนยานี้ ดังที่อัลกุรอานในซูเราะฮฺที่ 32 ที่มีชื่อว่า ซูเราะฮฺ อัซซัจญ์ด๊ะฮฺ ในอายะฮฺที่ 5 พระองอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้กล่าวไว้ในซูเราะฮฺนี้ว่า 32:5 “พระองค์ทรงบริหารกิจการทั้งหลายของโลกจากชั้นฟ้ายังโลก และบันทึกการบริหารนี้ได้ขึ้นไปสู่พระองค์ในวันหนึ่ง ซึ่งเวลาของมันเป็นเวลาพันปี ตามการนับของเจ้า” ![]() หนึ่งในความหมายของผู้มีอีหม่าน ตามวจนะของท่านศาสดามูฮัมมัด (ซ.ล.) ที่กล่าวว่า “ไม่มีอีหม่านในคนใดในหมู่สูเจ้า จนกว่าเขาจะรักพี่น้องเหมือนกับรักตัวเอง” (อัลบุคคอรีและมุสลิม จาก อนัส) เดือนรอมฎอนจึงเป็นเดือนที่บรรดาผู้ศรัทธาจะได้มีโอกาสฝึกทักษะความดีทั้ง 6 ประการ และนำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันอีก 11 เดือน ก่อนที่เดือนรอมฎอนจะมาถึงอีกครั้ง และก่อนที่ชีวิตพวกเขาจะกลับคืนสู่ความเมตตาของพระองค์ ความดี 6 ประการ ได้แก่
![]() ท่านศาสดาได้กล่าวว่า “การถือศีลอดนั้นเป็นครึ่งหนึ่งของการอดทน”(บันทึกโดยอัต-ติรมิซีย์) ดังนั้นบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอาศัยเรื่องการถือศีลอดและการละหมาดเพื่อยืนหยัดสู่หนทางแห่งความสำเร็จเถิด และท่านศาสดายังกล่าวว่า “ผู้ที่แข็งแกร่งนั้น ไม่ใช่ผู้ที่สามารถล้มคู่ต่อสู้ได้ แต่ผู้ที่แข็งแกร่งคือผู้ที่สามารถควบคุมตัวเองได้ในยามโกรธ” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม) ท่านอิบนุกะษีร ได้กล่าวว่า “ การอดทนนั้นมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือการอดทนต่อการละทิ้งสิ่งที่เป็นข้อห้ามและที่เป็นบาปทั้งหลาย และการอดทนต่อการปฏิบัติเพื่อแสดงถึงการเคารพภักดีและการเข้าใกล้อัลลอฮฺ ซึ่งการอดทนประเภทที่สองนี่เอง ที่มีผลานิสงส์อย่างมากมายเพราะมันคือเป้าประสงค์ (ของการอดทน)” (ตัฟสีรอิบนุกะษีร : 1/466) 2. การประหยัด การประหยัดก็เป็นส่วนหนึ่งของอิบาดะฮฺ อัลลอฮฺได้ตรัสความว่า "จงกินจงดื่มและจงอย่าสุรุ่ยสุร่าย" (อัลอะอฺรอฟ : 31) มุสลิมที่ได้ชื่อว่าผู้ศรัทธานั้นจะต้องปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ใช้และละเว้นที่ในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม นี่คือ อิบาดะฮฺ ยังมีคนในโลกนี้อีกมากมายที่ไม่มีโอกาสที่จะกินอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์และเครื่องนุ่งห่มที่จะสวมใส่ ไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย และการรักษาพยาบาล มีหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ที่เป็นทรัพยากรร่วมของมนุษย์ ถ้าคนส่วนหนึ่งใช้มากเกินไปใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย คนอีกส่วนหนึ่งที่ด้อยโอกาสก็จะไม่มีโอกาสที่จะใช้มัน เช่น น้ำ พลังงาน และอาหาร มีหลายประเทศในโลกที่พยายามรณรงค์ให้ประชาชนของตนมีความประหยัดและแบ่งปัน 3. การบริจาค การบริจาคก็เป็นอิบาดะฮฺอย่างหนึ่งที่ต้องการทำให้มนุษย์ส่วนหนึ่งเป็นมือบน เป็นผู้ให้ ให้แก่เด็กกำพร้า ผู้ขัดสนและยากไร้ นี่เป็นส่วนสำคัญและเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ ที่ทำให้เกิดกำลังซื้อ เป็นการทำให้ผู้ที่ยากจนได้มีเงินและมีโอกาสซื้อปัจจัยที่ต้องการ เมื่อมีความต้องการก็เกิดกำลังการผลิตอันจะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความเจริญรุ่งเรือง จะพบว่า รัฐบาลในหลายประเทศเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำ ขาดกำลังซื้อ รัฐบาลของประเทศนั้นๆ ก็จะแจกเงินให้ประชาชนด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้นำเงินที่ได้มา ไปใช้จ่ายซื้อสินค้า เพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างงานทางอ้อม ดังนั้นการบริจาค คือการที่คนมั่งมีเอาเงินไปแจกจ่ายแก่คนจน ทำให้คนจนที่ไม่มีเงินใช้จ่ายซื้อสินค้า ที่เราเรียกกันว่าการสร้างกำลังซื้อเพื่อเพิ่มความต้องการ และการที่รัฐให้ประชาชนนั่งรถไฟฟรีหรือรถสาธารณะขนส่งฟรีนั้นก็เช่นเดียวกัน เป็นการแจกเงินทางอ้อมเมื่อประชาชนไม่ได้จ่ายค่าโดยสาร ก็จะมีเงินเหลือในกระเป๋าไว้ใช้จ่ายซื้อสินค้า กำลังซื้อก็เกิดขึ้น การผลิตก็เกิดขึ้น การจ้างงานก็เกิดขึ้น คนก็จะมีรายได้ การใช้จ่ายก็เกิดขึ้นอีก มันจะวนเวียนกันไปไม่สิ้นสุด 4. การละหมาดญะมาอะฮฺ(การละหมาดรวมกันที่มัสยิด) เป็นอิบาดะฮฺที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า และสร้างปฏิสัมพันธ์ของคนในสังคม คือมนุษย์กับมนุษย์ให้ผู้ที่มาละหมาดได้รับรู้เรื่องราวของกันและกัน และเรื่องราวของสังคม ได้รับรู้ปัญหารับรู้ความทุกข์ความสุขของผู้คนในสังคมเดียวกัน ทำให้มีการร่วมมือกันและแก้ไข้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งยังทำให้เกิดการช่วยเหลือการแบ่งปันกันและกัน มัสยิดเป็นบ้านของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) บนหน้าผืนแผ่นดินเป็นสถานที่ที่บรรดาผู้ศรัทธามาร่วมกันสุยูด(ก้มกราบ)ต่อพระผู้เป็นเจ้า ผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขา มัสยิดยังเป็นบ่อเกิดแห่งความดีที่ผู้คนจะเข้าไปตักตวงความดี ในสมัยท่านศาสดามูฮัมมัด (ซ.ล.) มัสยิดได้เป็นศูนย์กลางอำนาจแห่งความดี เป็นที่พึ่งของคนที่มีทุกข์คนยากไร้ คนเดินทางและการตัดสินปัญหาต่างๆ ลดความขัดแย้งของสังคม มัสยิดจึงได้ชื่อว่า เป็นบ้านของอัลลฮฺ (ซ.บ.) เป็นที่พึ่งของคนในชุมชน 5. การอ่านกุรอาน การอ่านคัมภีร์กุรอาน เป็นอิบาดะฮฺที่สำคัญแห่งความยำเกรง ทำให้เรามีความใกล้ชิดต่อพระผู้อภิบาลของเรา เป็นการขัดเกลาสติปัญญาและฝึกฝนความจำ อันเป็นพื้นฐานแห่งความรู้ทำให้มนุษย์มีความยำเกรงต่ออำนาจของพระเจ้าอย่างแท้จริง เกรงกลัวต่อบาป การอ่านกุรอานเป็นการฝึกฝนหาความรู้ที่มีห่วงโซ่ผูกพันกับความดี และการอ่านกุรอานก็เป็นการฝึกตนเองให้เป็นผู้มีคุณธรรม ผู้ใดที่อ่านกุรอานมากๆ และได้รับการศึกษาเรียนรู้วิชาการแขนงต่างๆ จนสำเร็จ เขาก็จะได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตที่ทรงคุณธรรม ที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนแผ่นดิน และจะเป็นตัวแทนของพระเจ้าบนหน้าผืนแผ่นดินนี้ได้อย่างดี ดังที่พระผู้เป็นเจ้าได้กล่าวว่า “จงอ่านด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้าง” 6. การให้อภัย การให้อภัย เป็นอิบาดะฮฺที่สำคัญที่ทำให้มนุษย์ถ่อมตน มีความยำเกรงต่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า มนุษย์พยายามขออภัยโทษจากพระผู้ลิขิตชีวิตตน เพื่อเขาจะได้เป็นผู้บริสุทธิ์และได้เป็นชาวสวรรค์ตามความปรารถนา และการขออภัยจากพระเจ้ามากๆ ก็สามารถบรรเทาทุกข์แก่มนุษย์ในโลกนี้ได้ เพราะเป็นการถ่ายบาปในความผิดของตนได้เป็นอย่างดี และเป็นการทำสัญญากับพระผู้เป็นเจ้าผู้มีอำนาจเต็ม เขาปฏิญาณตนว่าเขาจะไม่กระทำผิดอีก เมื่อเราขออภัยจากพระผู้เป็นเจ้าได้ เราก็ต้องเป็นผู้ให้อภัยแก่ผู้อื่นได้เหมือนกัน เพราะการให้อภัยนั้น ยังสามารถทำให้โลกนี้สงบสุขปราศจากความขัดแย้งและสงคราม เมื่อไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีสงคราม การแบ่งปันก็มีขึ้น ความสงบสุขสันติจะเกิดขึ้นมาตามกฎสภาวะที่พระเจ้ากำหนด นั่นคือการมีอิสลามอันเป็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิต เป็นวิถีธรรมที่ปราศจากจากการเป็นเจ้าของ อันเป็นกระบวนการดำเนินชีวิตที่แท้จริงของสรรพสิ่งที่มีชีวิตในโลกนี้ ดังที่พระผู้เป็นเจ้า ได้กล่าวว่า“วันนี้ ข้าได้ให้สมบรูณ์แก่พวกเจ้าแล้วซึ่งศาสนา (วิถีการดำเนินชีวิต) ของพวกเจ้า และข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนา (วิถีการดำเนินชีวิต) แก่พวกเจ้า แล้ว (ซูเราะฮ์อัลมาฮิดะฮ์ 5/3) สลามและดุอาอฺ | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
'สะแปอิง-มะแซ'หลังม่านเจรจาป่วนหนัก
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
หกดวางระเบิดอดีต อส. ลูกน้อย จ.เพียร
วางระเบิดอดีต อส. ลูกน้อย จ.เพียร
| |
วันที่ 5 ก.ค. เมื่อเวลา 17.50 น.เกิดเหตุระเบิด บริเวณริมถนนสายบ้านบัวทอง ม.2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ที่เกิดเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธารโตแล้ว ทราบชื่อคือ นายจักร ไกรทอง อายุ 46 ปี เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอธารโต ชาวบ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัวหลายแห่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่นายจักร กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในหมู่บ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่ซุกซ่อนไว้ริมถนนข้างทาง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้ นายจักร ไกรทอง เป็น อส.ที่เคยถูกคนร้ายลอบวางระเบิดและดักยิงมาหลายครั้ง และได้ยิงปะทะกับกลุ่มคนร้าย โดยเป็น อส.ที่ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา ได้เรียกเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายในพื้นที่เป็นประจำ | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
วางระเบิดอาสาสมัครทหารพราน บาดเจ็บห้ารายที่ อ.ศรีสาคร
วางระเบิดอาสาสมัครทหารพราน บาดเจ็บห้ารายที่ อ.ศรีสาคร
| |
วันที่ 5 ก.ค. เมื่อเวลา 11.30 น.เกิดเหตุคนร้ายวางแผนยิง อส.ประจำที่ว่าการ อ.ศรีสาคร ที่บริเวณถนนภายในหมู่บ้านกำปงบูเก๊ะ ม.2 ต.ซากอ และได้กดระเบิดซ้ำขณะที่เจ้าหน้าที่ อส.ประจำที่ว่าการ อ.ศรีสาคร อีกชุดเข้าไปช่วยเหลือ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดที่บริเวณท่อลอดกลางถนนลึก 1.50 เมตร กว้าง 2.50 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 85 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟยาวเข้าไปในสวนยางพารายาว 70 เมตร นอกจากนี้ ห่างไปประมาณ 40 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน ฒย 1631 กทม.จอดเสียหลักอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณล้อหน้า และส่วนหน้าทั้งหมดของรถยนต์กระบะได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย เพื่อน อส.ได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลศรีสาคร ประกอบด้วย
ก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 800 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพารา ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 85 กก. ที่แอบนำไปวางไว้ที่ท่อระบายน้ำของถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะคันที่ 3 ซึ่งมี อส.วิโรจน์ เป็นพลขับผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นาย ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว | |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
ยิงอาสาสมัครทหารพราน ต.ปุลากง เสียชีวิตสองนาย
| ยิงอาสาสมัครทหารพราน ต.ปุลากง เสียชีวิตสองนาย | |
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 ก.ค.เกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ขณะดูแลความปลอดภัยครู จนเกิดการยิงปะทะกันบนถนนสายปุลากง - บ่อม่วง ม.1 ต.ปุลากง ที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายได้หลบหนีไปแล้ว และพบเจ้าหน้าที่ทหารพรานนอนเสียชีวิต จำนวน 2 นาย ทราบชื่อคือ
| |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วางระเบิด 80 กก. ทหารกรงปินังพลีชีพ 8 นาย สาหัส 2 นาย
| วางระเบิด 80 กก. ทหารกรงปินังพลีชีพ 8 นาย สาหัส 2 นาย | |
เมื่อเวลา 06.27 น. วันที่ 29 มิ.ย. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด มีทหารเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณถนนสายบ้านตรืปา - บ้านปาหวัง หมู่ 2 บ้านแบหอ ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง ที่เกิดเหตุกลางถนนพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตร ลึก 1.5 เมตร ซึ่งคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก็ส จำนวน 2 ถัง ฝังไว้ใต้ผิวถนน น้ำหนักประมาณ 80 กก. จุดชนวนด้วยสายไฟ ใกล้กันพบรถยูนิมอค ของทหารร้อย ร.4021 ชุดเฉพาะกิจ ฉก 12 ถูกระเบิดจนพังยับเยินทั้งคัน ชิ้นส่วนกระจายเกลื่อนถนน แรงระเบิดยังทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตถึง 8 นาย แต่ละศพกระเด็นตกไปอยู่ข้างทาง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.4021 ชุดเฉพาะกิจ ฉก 12 จำนวน 10 นาย กำลังขับรถยูนิมอคออกจากพื้นที่ เพื่อเดินทางกลับบ้าน เนื่องจากเป็นผลัดพัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิด ที่ฝังไว้ใต้ผิวถนน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย
| |
http://narater2010.blogspot.com/
| |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







