วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ อ.ยะรังจ.ปัตตานี

ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ อ.ยะรังจ.ปัตตานี 


            ทหารพราน-ตำรวจ ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ อ.ยะรังจ.ปัตตานี รวบผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคง 2 ราย เร่งนำตัวไปสอบสวน พร้อมเก็บดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าตรงกับคดีใดบ้าง

         วันนี้ (4 ต.ค.) พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผบ.ทพ.22 พ.ต.อ.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย ผกก.งานสืบสวนคดีสำคัญ ศชต. นำกำลังร่วมตำรวจ และทหารเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ ม.4 บ้านปูลากาซิง ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า พบผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคงเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว

         โดยเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด แต่ปรากฏว่า บริเวณป่าสวนยางพาราพบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 คน อยู่ในกระท่อมกลางสวน เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าตรวจค้น แต่ผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่จึงวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจนสามารถจับกุมไว้ได้ พร้อมของกลางอาวุธปืนสั้นขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก จากนั้นรีบนำตัวไปสอบสวนที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22

         ทราบชื่อคือ นายอาบัส อาลี อายุ 38 ปี พบมีหมายจับ ป.วิอาญา สภ.ยะรัง และ สภ.บ้านโสร่ง ในคดีร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และคดีสะสมกำลังพล และก่อการร้าย และนายนิแม ซา อายุ 35 ปี มีหมายจับ ป.วิอาญา ของ สภ.ยะรัง ข้อหาสะสมกำลังพล และก่อการร้าย

          นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจดีเอ็นเอเพื่อเป็นหลักฐาน และเปรียบเทียบกับคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าตรงกับคดีใดบ้าง ก่อนจะนำทั้ง 2 คน ส่งไปยังศูนย์ซักถามที่กรมทหรพรานที่ 41 จ.ยะลา เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ สำหรับนายอาบัส เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นแกนนำคนสำคัญที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการประกอบระเบิดนำมาก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่
http://narater2010.blogspot.com/

โจรมุดสะโหร่ง โผล่จากรูมาเลเซีย เข้านาราธิวาสแล้ว

โจรมุดสะโหร่ง โผล่จากรูมาเลเซีย เข้านาราธิวาสแล้ว

       

         เมื่อ 2 ต.ค. 56 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้มีสมาชิกกลุ่มโจรใต้ฝ่ายปฏิบัติการ จำนวน 20 คน ได้ทยอยกันข้ามจากรัฐกลันตัน มาเลเซีย เข้าประเทศไทย จำนวน 3 จุด คือ ทางด้านพื้นที่ อ.แว้ง อ.ตากใบ และ ทางพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทราบชื่อ จำนวน 7 คน ดังนี้

  • 1. นายบือราเฮง อูมา ภูมิลำเนา ม.13 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส
  • 2. นายสะมะแอ อูเซ็ง ภูมิลำเนา อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
  • 3. นายเลาะปูลา (ฉายา ไม่ทราบชื่อจริง) ภูมิลำเนา ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
  • 4. นายลียะ สาเมาะ ภูมิลำเนา ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
  • 5. นายสะมะแอ มะสีละ ภูมิลำเนา อ.รามัน จ.ยะลา
  • 6. นายมือลี ปูเต๊ะ ภูมิลำเนา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
  • 7. นายอาลี แดเปาะซา ภูมิลำเนา อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

         เจ้าหน้าที่โปรดใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทั้ง 3 พื้นที่เป็นพิเศษ...

        เด็ดหัว ไอ้โจรอันกูละเบื่อ มาฝากด้วยครับ

http://narater2010.blogspot.com/

อัลเลาะห์ อัคบาร์ อัลเลาะห์ อัคบาร์ อัลเลาะห์ อัคบาร์

อัลเลาะห์ อัคบาร์ อัลเลาะห์ อัคบาร์ อัลเลาะห์ อัคบาร์




          "อัลเลาะห์ อัคบาร์ อัลเลาะห์ อัคบาร์ อัลเลาะห์ อัคบาร์" คือ เสียงร้องของคนกลุ่มนี้ใช้เมื่อเวลาฆ่าคน หรือก่อการร้าย...

         "ฆ่าคน สรรเสริญอัลเลาะห์ยิ่งใหญ่"....

ถอดรหัสคลิปโจรใต้ถล่มชุด EOD เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา...

        ช่วงแรกเป็นเสียงพูดคุยภาษามลายู สำเนียงมลายูกลาง แต่มีสำเนียงมลายูถิ่น สอดแทรกเป็นบางคำ  มีเสียงทักทายด้วยภาษาอาหรับตามธรรมเนียมอิสลามว่า
“อัสลามมุ อาลัยกุม วาเราะห์มาตุลลอฮฺ วาบารอกาตุหฺ” (ขอความสันติสุขและความเมตตาจากอัลลอฮ์ และความจำเริญจงมีแด่ท่าน)  เราคือทหารฟาตอนีดารุสสาลาม เพื่อทำลายผู้ยึดครอง (นักล่า อาณานิคม) แห่งสยาม ที่อัลลอฮฺสาปแช่ง  เสียงแทรกค่อยๆ ว่า “เมอร์แดกา ๆ ๆ ๆ ฟาตอนี เมอร์แดกอ” (เอกราชๆๆๆ ฟาตอนี เอกราช)

ในขณะที่จะลงมือโจมตีเจ้าหน้าที่ ได้มีเสียงพูดใจความว่า

         "บอกนะ" (ขณะนั้นกล้องถ่ายภาพได้ขยับมุมกล้องถ่ายลงไปจากจุดที่สูงกว่าลงไปด้านล่าง (จุด เป้าหมายผ่านพื้นที่เกิดเหตุ) พร้อมกับเสียงพูดแทรกมาว่า  "มาแล้วๆ" (เป้าหมายมาถึงแล้ว)  มีการเปล่งเสียงเอ่ย พระนามของพระเจ้าว่า “บิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺรอฮีม” (ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ปราณียิ่งเสมอ)
          ต่อเนื่องด้วยการกล่าวคำสรรเสริญพระเจ้า ว่า “อัลลอฮุ อักบัรฺ” (อัลลอฮฺ ผู้ ทรงเกรียงไกร) ซ้ำกันหลายครั้ง

         ในช่วงท้ายของคลิปวิดีโอ มีเสียงสอบถามเพื่อนร่วมกลุ่มที่ก่อเหตุ ว่า ..เข้าหรือเปล่า..และมีเสียงตอบว่า...ไม่เข้า...(รถยนต์หุ้มเกราะ) หลังจากนั้นก็มีเสียงพูดว่า ...หมดแล้วๆ (กระสุนหมด หรือกระสุนติดขัด)....

กอ.รมน.เผยต้องสอบคลิปของโจรใต้


          'พ.อ.บรรพต' เผย ต้องตรวจสอบคลิปการปฏิบัติการทางทหารเป็นของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจริงหรือไม่

           พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. กล่าวถึงกรณีที่ แนวร่วมกลุ่มบีอาร์เอ็น ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอการปฏิบัติการทางทหารผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า คลิปเป็นของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจริงหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป เพราะในโซเชียลมีเดียทุกคนสามารถโพสต์ข้อความ หรือวิดีโอส่วนตัวมาแสดงต่อสาธารณะได้ โดยที่เนื้อหาและรายละเอียดที่ระบุไว้ อาจจะไม่ใช่เรื่องจริง

         ทั้งนี้ หากคลิปดังกล่าวเป็นของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจริง ก็แสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ ถึงแม้จะมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดีก็ตาม เพราะเมื่อถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ก็ได้ล่าถอยออกไป

จากข่าวเดิม 




         กดระเบิดถล่มชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ก่อนเปิดฉากยิงซ้ำบนถนนกลางหุบเขา ชาวบ้านถูกลูกหลงตาย 1 เจ็บ 1 ส่วนเจ้าหน้าที่สาหัส 3 ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.บาเจาะ นำกำลังเข้าสนับสนุน รถพลิกคว่ำเสียชีวิต 4 นาย เจ็บอีก 7 

        เมื่อเวลา 12.10 น. วันนี้ (27 ก.ย.) หลังจากที่ ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส แล้วเสร็จจากภารกิจในการตรวจสอบเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.รือเสาะ และร่วมกับพวก จำนวน 16 นาย นั่งรถยนต์ จำนวน 4 คัน เพื่อกลับฐานที่ตั้ง โดยวิ่งมาสายทางลัดบนเทือกเขายือราแป เมื่อถึงบริเวณเขตรอยต่อระหว่าง อ.รือเสาะ กับ อ.ยี่งอ ช่วงบริเวณบ้านบลูกาสนอ ม.4 ต.ตะปอเยาะ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนจุดชนวนระเบิดซึ่งนำไปวางไว้บนโขดหินริมไหล่ทางกลางหุบเขา จนหินได้ร่วงลงมาบนถนน ในขณะที่รถยนต์คันแรก ซึ่งมี ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บวัตุระเบิด และพวกรวม 4 นาย แล่นผ่าน

         จากนั้นกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 20 คน ซึ่งแฝงตัวอยู่บนภูเขาได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่รถยนต์ทั้ง 4 คันที่แล่นผ่านตามกันมา เป็นระยะทางยาวประมาณ 500 เมตร พร้อมทั้งได้มีการโปรยตะปูเรือใบเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่หลบหนี

เมื่อรถของเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คัน ถูกตะปูเรือใบของคนร้าย จึงได้พากันจอดริมถนน และใช้รถยนต์เป็นที่กำบังยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายเป็นระลอกๆ นานกว่า 1 ชั่วโมง ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดได้วิทยุของสนับสนุนกำลังไปยัง สภ.ยี่งอ และ สภ.บาเจาะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.นราธิวาส 32 เพื่อเดินทางเข้าช่วยเหลือ ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 3 นาย คือ
  • 1.ส.ต.อ.เมธี ดีพาส ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณคางจนหายไปทั้งแถบ
  • 2.ส.ต.อ.ชัชวาลย์ เจริญบุตร ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่แขนขวา
  • 3.ส.ต.ท.มนตรี แก้วประสิทธิ์ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณไหล่ขวา
         ร.ต.อ.ประจวบ หน.ชุดจึงได้ประสานของเฮลิคอปเตอร์ นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน  และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่มคนร้ายนั้น ได้มีชาวบ้าน จำนวน 2 คน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ขับและนั่งรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูมิซิ สีบรอนซ์ ทะเบียน กข 4913 ยะลา ผ่านมา ทำให้คนขับซึ่งยังไม่ทราบชื่อได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนที่นั่งคู่กันมาเสียชีวิตคที่ และมาจอดขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.นราธิวาส 32 ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล

         ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาเจาะ ภายใต้การนำของ ร.ต.ท.อาคม อินทรสมบูรณ์ รอง สวป.ที่ถูกร้องขอเข้าสนับสนุนจุดเกิดเหตุ รถยนต์ได้เกิดเหยียบตะปูเรือใบที่คนร้ายโปรยทิ้งไว้บนถนนทำให้ล้อหน้ายางแตก รถเสียหลัก และได้เกิดพลิกคว่ำบนถนนหน้า อบต.ตะปอเยาะ ม.1 ต.ตะปอเยาะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 4 นาย คือ

  • 1.ร.ต.ท.อาคม อินทรสมบูรณ์ รอง สวป.สภ.บาเจาะ 
  • 2.ส.ต.ต.นพนัย คีรีธาร 
  • 3.ส.ต.ต.อภิชัย จุลเรือง 
  • 4.ส.ต.ต.วุฒิพงศ์ ภู่ปาน 
         นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีก 7 นาย ซึ่งล่าสุดได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว ทราบชื่อคือ

  • 1.ส.ต.อ.ปิยะพงศ์ ช่วยชูวงศ์
  • 2.ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ ขวัญขาว
  • 3.ส.ต.ต.จีระวุฒิ พรหมชู
  • 4.ส.ต.ต.ปุริม ธีระกุล
  • 5.ส.ต.ต.อุทร เวชสิทธิ์
  • 6.ส.ต.ต.ชาญวิทย์ อินมณเฑียร
  • 7.ส.ต.ต.มูฮำหมัด สะแลแม
          โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยกำลังเร่งตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏในคลิปที่อ้างว่าบันทึกขณะซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ชุด EOD นราธิวาส ชี้อาจเป็นการแอบอ้างคล้ายคลิป “ขู่ฆ่าทักษิณ” เนื่องจากในคลิปมีเสียงน้ำตก แต่บริเวณที่เจ้าหน้าที่ถูกซุ่มโจมตีไม่มีน้ำตก

           วันนี้ (4 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอในยูทิวบ์ โดยในคลิปวิดีโอดังกล่าวมีภาพของบุคคล จำนวน 2 คน แต่งกายชุดดำ มีอาวุธปืนสงคราม และมีวิทยุสื่อสาร มีคำกล่าวเป็นภาษาอาหรับคำว่า “อัสลามมูอาลัยกุม วาเราะห์มาตุลลอฮฺ ฮีวาบารอกาตุห์ กลุ่มพวกตนเป็นนักรบฟาตอนี ดารุสสลาม ต้องการทำลายรัฐสยาม ผู้ยึดครองฟาตอนี”

            จากนั้นมีการกล่าวคำว่า ฟาตอนีเอกราช และมีเสียงตะโกนเป็นภาษายาวี ว่า “มาแล้ว มาแล้ว” จำนวนหลายครั้งคล้ายกับส่งสัญญาณว่าเป้าหมายได้เข้ามาแล้ว เสียงปืนก็ดังขึ้นจำนวนหลายชุด แต่ในภาพวิดีโอไม่เห็นเป้าหมายที่ถูกโจมตี ได้ยินเพียงเสียงปืน และภาพที่เคลื่อนไหว ซึ่งในภาพดังกล่าวต้นฉบับใช้ชื่อนายอับดุลเลาะ มามา เป็นผู้โพสต์ไว้ในยูทิวบ์เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา และอ้างว่าเป็นการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดที่กลับจากกู้ระเบิดในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเหตุการณ์ซุ่มโจมตีในครั้งนั้นเหตุเกิดบ้านยือลาแป ต.สุวารี บริเวณบนถนนสายจ๊ะกว๊ะ-ยี่งอ รอยต่อ อ.รือเสาะ กับ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายนาย

          หลังคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์ลงในยูทิวบ์ และมีผู้เข้าชมจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในคลิป โดยโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บอกเพียงว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังเร่งตรวจสอบว่าบุคคลในภาพวิดีโอดังกล่าวเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจริงหรือไม่

          ขณะเดียวกัน หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ให้ข้อสังเกตว่า เป็นการแอบอ้างหรือไม่ ซึ่งคล้าย ๆ กับคลิปข่มขู่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา และจะต้องตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่ปรากฏในภาพจะเป็นอาวุธปืนที่ปล้นมาจากหน่วยงานใด เนื่องจากบริเวณที่ปรากฏบุคคลในภาพมีเสียงน้ำตกด้วย แต่บริเวณที่เจ้าหน้าที่ถูกซุ่มโจมตีไม่มีน้ำตก ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
http://narater2010.blogspot.com/

อิหร่าน ผ่านกฏหมาย ฟันเด็ก

อิหร่าน ผ่านกฏหมาย ฟันเด็ก 

       
      สภาอิหร่านผ่านกม.ให้ชายแต่งงานกับลูกสาวบุญธรรมได้เมื่อเธออายุครบ 13 ปี...

          สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอิหร่าน ลงมติผ่านความเห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ ที่อนุญาตให้ผู้ชายแต่งงานกับลูกสาวบุญธรรม เมื่อพวกเธอมีอายุครบ 13 ปี ได้ ทำให้เกิดความวิตกภายในประเทศว่าประธานาธิบดีคนใหม่ไม่ใช่คนหัวก้าวหน้าอย่างที่คิดไว้แต่แรก

        ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี่ ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้นำสายกลางหัวก้าวหน้าคนใหม่ล่าสุดแห่งตะวันออกกลาง แต่การอนุมัติกฎหมายฉบับใหม่ ได้แสดงให้เห็นว่า แนวคิดอันสุดโต่งในอิหร่านยังไม่ลบเลือนไป ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ได้ยินยอมให้ลูกสาวบุญธรรมแต่งงานกับผู้เป็นบิดาได้เมื่อเธอมีอายุครบ 13 ปี ส่วนเด็กผู้ชายก็สามารถแต่งงานได้เมื่ออายุครบ 15 ปี

         การผ่านกฎหมายฉบับนี้ มีขึ้นในเวลาเพียงไม่นาน หลังจากเรื่องนี้ถูกรายงานครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน และหลังจากประธานาธิบดีรูฮานี่้ สนทนาทางโทรศัพท์ครั้งประวัติศาสตร์กับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ซึ่งเป็นการเจรจาระหว่างผู้นำสองประเทศครั้งแรกในรอบ 34 ปี

         กฎหมายฉบับนี้ นอกจากจะสร้างความวิตกในเรื่องอายุแล้ว นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนยังเพิ่มปัจจัยที่น่าเป็นห่วงด้วยว่า จะนำไปสู่การร่วมประเวณีระหว่างคนสายเลือดเดียวกัน ทนายของกลุ่มจัสทิซ ฟอร์ อิหร่าน ให้ความเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นการเปิดไฟเขียวกับพวกที่มีรสนิยมชอบเด็ก มันไม่ใช่วัฒนธรรมของอิหร่าน ในการแต่งงานกับลูกบุญธรรม มันจะกลายเป็นอันตรายต่อเด็กและอาชญากรรมต่อเด็กจะกลายเป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมของอิหร่าน

           แม้ว่ากฎหมายฉบับนี้ จะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังมีคำถามตามมาว่า จะผ่านความเห็นชอบของสภาการปกครอง (Governing Council) หรือไม่ แต่มีโอกาสที่จะผ่านค่อนข้างสูง

          การแต่งงานของเด็ก เป็นปัญหาที่น่าวิตกอย่างแท้จริงของอิหร่าน สำนักข่าวของทางการ รายงานว่ามีเด็ก 42,000 คน อายุระหว่าง 10-14 ปี ถูกจับแต่งงาน เมื่อปี 2553 ซึ่งถ้ากฎหมายฉบับล่าสุดนี้ มีผลบังคับใช้ ก็ทำให้อิหร่านมีสภาพเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต

ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/news/article-2442270/Iran-passes-marriage-law-allowing-men-wed-13-year-old-adopted-daughters.html

และ http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=697520
See Translation

         A new law in Iran that allows men to marry their adopted daughters at the age of 13 has caused major concern that the country's new president is not as progressive as originally thought.

          President Hassan Rouhani has been hailed as a new moderate voice in the controversial Middle Eastern government but the approval of the new law shows that the extreme beliefs in the intolerant country have not evaporated.

          The law was approved by the Iranian members of parliament and maintains that girls can marry with the permission of their father at the age of 13 and young boys at the age of 15.


           True ideology: President Hassan Rouhani has portrayed himself as a moderate but the new law gives indications that he does not plan on stopping the conservative clerics in the Iranian parliament



           Danger to children: The new law will allow for girls as young as 13 to get married and those younger than that age only require the permission of their fathers to do so (stock picture of young girls in Tehran)

         The timing of the law being passed through the first legal hurdle, as reported by The Guardian, comes just days after Rouhani's landmark phone call with President Obama- the first between the two countries leaders in 34 years- and an interview with CNN where he admitted the existence of the Holocaust- something that has long been denied by the religious extremists in Iran.

The law in question pertains to the legal marriage age, but the concern about incest is an additional factor for human rights advocates.

More...
Twitter founder exchange tweets with Iranian President and asks him when the leader will allow his people to have better access to social media
Revealed: Six-year-old daughter of polyamorous family was smothered with plastic bags and had her watch stolen by neighbor, 17, 'who raped and killed her'

'This bill is legalizing pedophilia,' lawyer Shadi Sadr, who works for the group Justice for Iran, told the paper.

'It's not part of the Iranian culture to marry your adopted child. Obviously incest exists in Iran more or less as it happens in other countries across the world, but this bill is legalizing pedophilia and is endangering our children and normalizing this crime in our culture.'


          Public steps: During an interview with CNN's Christiane Amanpour, Rouhani made the landmark step of acknowledging the Holocaust, which was previously denied by more conservative administrations

         Iranian officials argue that the question of fathers marrying their adopted daughters comes out of practicality since adopted girls are forced to wear a hijab around their fathers and mothers must wear it around their adopted sons. 

          Ms Sadr argues that it is just a legislative ploy to get around the normal bounds of a paternal relationship- with the sexual aspect of a marriage still in full play even though it is being publicly downplayed.

           'With this bill, you can be a pedophile and get your bait in the pretext of adopting children,' she said.

            There is some question whether the law will get the final stamp of approval by the country's Governing Council, but the prospect has activists outraged.

           Underage marriage is a real concern in the country as the state news agency reported that there were 42,000 children between the ages of 10 and 14 who were married in 2010.

          If it passes through the final legal hurdles to become enforceable, the law will come as a step back following a recent period of apparent modernization in Iran.


          Questionable move: President Obama faced immediate criticism over his call with Rouhani from Republicans in the budget fight but now this law may give their argument another facet

          After Mahmoud Ahmadinejad stepped down from power in August, Rouhani has made clear efforts to be considered a progressive leader by launching an official Twitter account- and making it visible to the Iranian public who have limited internet access.

          The biggest turning point undoubtedly came when President Obama announced that the two had a phone conversation in the days leading up to the federal government shutdown on Monday evening.

          Obama said that the conversation 'underscores the deep mistrust between our countries, but also indicates the prospect of moving on that difficult history.'

Read more:
Iran lawmakers pass bill allowing men to marry adopted daughters

Share or comment on this article

Read more: http://www.dailymail.co.uk/news/article-2442270/Iran-passes-marriage-law-allowing-men-wed-13-year-old-adopted-daughters.html#ixzz2gnlijMOB
Follow us: @MailOnline on Twitter | DailyMail on Facebook
http://narater2010.blogspot.com/

โจรปากคาบคัมภีร์ ย่ำยีสตรีซูดาน ด้วยกฏหมายไซตอน

โจรปากคาบคัมภีร์ ย่ำยีสตรีซูดาน ด้วยกฏหมายไซตอน


            วานนี้ (3 ต.ค. 56) ในเว็บไซต์ www.youtube.com มีการเผยแพร่วิดีโอชื่อว่า "Shocking Video of Sudanese Woman being Flogged" เป็นเหตุการณ์หญิงชาวซูดานคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจลงโทษด้วยการใช้แส้เฆี่ยนตีบริเวณหลัง ซึ่งเธอร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่มีใครสามารถเข้ามาช่วยเหลือได้

          ทั้งนี้ เหตุที่เธอถูกลงโทษ เพราะทำผิดกฎหมาย เนื่องจากไปนั่งรถกับผู้ชายอื่น ทั้งที่ไม่ใช่สามีหรือญาติของตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เป็นการลงโทษให้เธอไม่ทำเช่นนี้อีก

          อย่างไรก็ตาม การลงโทษดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการทำร้ายทารุณผู้หญิงอย่างไม่เป็นธรรม แต่บางกลุ่มก็มองว่าเป็นข้อตกลงในสังคมที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม โดยข้อมูลของกลุ่มเอ็นจีโอระบุว่า มีหญิงซูดานต้องถูกทรมานภายใต้กฎหมายอิสลามอย่างไร้มนุษยธรรม นับตั้งแต่กฎหมายนี้ถูกนำมาใช้ในปี 1991

           โดยภายใต้กฎหมายดังกล่าวระบุว่า หญิงที่กระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมหรือแต่งกายอย่างไม่เหมาะสมจะต้องถูกเฆี่ยนเป็นจำนวน 40 ครั้ง แต่เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีหญิงซูดานรายหนึ่งประกาศว่า เธอพร้อมจะถูกเฆี่ยนเพื่อปกป้องสิทธิที่จะออกจากบ้านโดยไม่ปิดหน้า ซึ่งถือเป็นการท้าทายกฎหมาย


               This horrific video shows a police officer flogging a cowering woman in the street as a crowd watches without protesting or intervening.

           The crime that prompted this horrendous assault? She had ridden in a car with a man who she wasn't related to, an offense that is prohibited by Sudan’s public order law.

          The video is believed to have been taken in Khartoum, the capital, and shows the terrified and bewildered woman crying out in pain as lash after vicious lash rains down.
Scroll down for video


            A Sudanese woman was filmed being whipped by a police officer for riding in a car with a man she wasn't related to

Shocking video of Sudanese woman being flogged



           The woman, reportedly named Halima, cowers on the ground and tries to cover her head with a pink veil while a police officer stalks back and forth, before lining up a vicious swipe.


           In the video, the police officer warns the woman: 'This is so you don’t get into cars anymore.'

More...
Sudanese woman, 35, who refuses to cover her hair under country’s morality law appears in court
The devoted teacher who quit a Muslim school after being told THIS outfit was indecent
Terrorist group al-Qaeda's Twitter account has been suspended after only five days

           Meanwhile a crowd of onlookers mutely stands and watches the disturbing spectacle. The video was anonymously sent to a journalist, who uploaded it last month.
The accents of the people in the video point to it being filmed around Khartoum.


          Mute witness: The crowd watches silently as the blows rain down on the terrified woman

           Khartoum’s governor, Abdul Rahman Al Khidir, reportedly said that he didn’t think the flogging was properly carried out, but still thought the woman was 'rightfully punished according to the Shar’ia law,' according to the New York Daily News.

           Shar’ia law, a system of Islamic religious laws, is widely interpreted by Muslim communities around the world.

          According to Think Africa Press, the women of Sudan have been suffering under article 152 of the penal code, an 'inhumane, vicious and notorious' law first implemented in 1991.


  The woman attempted to cover her face with her pink veil during the attack



Menacing: The guard paces back and forth between blows


         In the video, the police officer warns the woman: 'This is so you don't get into cars anymore.'

          Article 152 of Sudan’s criminal code stipulates that any conduct or clothing in violation of public decency be punished with 40 lashes.

         The law, which mainly targets women, is vague as to what constitutes indecent clothing, leaving room for the Public Order Police to arrest whoever they deem to be dressed inappropriately or committing an act of indecency.

         The nation's harsh laws came under scrutiny last month when a Sudanese woman said she was prepared to be flogged to defend the right to leave her hair uncovered in defiance of the 'Taliban-like' law.

          Amira Osman Hamed faces a possible whipping if convicted. Under Sudanese law her hair - and that of all women - is supposed to be covered with a 'hijab' but Hamed, 35, refuses to wear one.

Her case has drawn support from civil rights activists.


Read more:

Share or comment on this article

Read more: http://www.dailymail.co.uk/news/article-2442911/Sudanese-woman-flogged-street-getting-car-man-wasnt-relative.html#ixzz2gneQuUFj
Follow us: @MailOnline on Twitter | DailyMail on Facebook
http://narater2010.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วางระเบิด ลอบยิงทหารชุดลาดตระเวรคุ้มครองครูที่ยะลา พลีชีพ 4 นาย

วางระเบิด ลอบยิงทหารชุดลาดตระเวรคุ้มครองครูที่ยะลา พลีชีพ 4 นาย

             เมื่อเวลา 08.15 น .วันที่ 2 ต.ค. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด และซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.4022 ฉก.13 เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้านกะดูโดะ ม.3 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ขณะเจ้าหน้าที่ทหารกำลังทำการลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้แก่คณะครู เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บอีกสาหัส 2 นาย ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ
  • 1.จ.ส.อ.สายหยุด เฟื้องเดช
  • 2.ส.อ.เกียรติศักดิ์ ปัวผัด
และผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ
  • 1.ส.อ.ธีระพงษ์ ตาละสา
  • 2.พลฯ สุรพัน แสงดาว ล่าสุดเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 นาย

         ที่เกิดเหตุพบรถยนต์หุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ทหาร ชุดร้อย ร.4022 ฉก.ยะลา 13 พลิกคว่ำ ในสภาพพังยับเยิน โดยพบมีทหารเสียชีวิตอยู่ภายในรถ 2 นายทราบชื่อคือ จ.ส.อ.สายหยุด เฟื้องเดช และ ส.อ.เกียรติศักดิ์ ปัวผัด จึงได้ช่วยกันลำเลียงศพออกจากรถนำไปยังโรงพยาบาลกรงปินัง นอกจากนั้น ยังมีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย คือ ส.อ.ธีระพงษ์ ตาละสา และพลทหารสุรพันธ์ แสงดาว ถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุด ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลยะลา และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 3 ราย คือ
  • 1.นายมะ มาหะมิง อายุ 40 ปี
  • 2.ด.ญ.ซูรนาณี มาหะมิง อายุ 12 ปี
  • 3.ด.ช.มูฮำหมัดอัฎฮา มาหะมิง อายุ 5 ขวบ 

          โดยทั้ง 3 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างจากตัวรถหุ้มเกราะประมาณ 20 เมตร พบหลุมที่เกิดจากเหตุระเบิดกว้างประมาณ 5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร อยู่ริมถนน โดยมีรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียน บต 6805 ปัตตานี จอดอยู่ข้างหลุม ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของนายมะ มาหะมิง อยู่ในสภาพได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยเจ้าหน้าที่พบเศษถังแก๊ส เศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเศษสายไฟ ในเบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 50 กก. ที่คนร้ายนำมาซุกไว้ใต้ผิวถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่วนการจุดชนวนอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นระบบวิทยุสื่อสาร หรือระบบแบตเตอรี่












 













http://narater2010.blogspot.com/

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จุดยืนไทย กับการแก้เกมบีอาร์เอ็น

จุดยืนไทย กับการแก้เกมบีอาร์เอ็น

ตอบโจทย์ จุดยืนไทย กับการแก้เกมบีอาร์เอ็น 1-10-2013






http://narater2010.blogspot.com/
Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม