วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หลักคำสอนศาสนา (ฉบับแก้ไข โดย อิหม่ามฟาตอนี)

หลักคำสอนศาสนา (ฉบับแก้ไข โดย อิหม่ามฟาตอนี)


       
          เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา เหล่านักรบฟาตอนีได้ลอบวางระเบิด 2 จุด ภายในพื้นที่เขตเทศบาลอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส จุดที่ 1 บริเวณหน้า ร.ร.บ้านยะบะอุปการวิทยา และจุดที่ 2บริเวณสี่แยกหลัง สภ. รือเสาะ ทั้งสองจุดเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3ราย บาดเจ็บจำนวน 17 ราย ที่โดนระเบิดล้วนเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เป็นเด็ก และผู้หญิง

         แต่..ที่น่าเศร้าสลดมากที่สุด มีเด็กหญิงมุสลิมอายุแค่ 3 ขวบโดนระเบิดที่ศีรษะเละ ตายคาทีต่อหน้าผู้เป็นพ่ออย่างน่าเวทนา

         นับว่า..นักรบฟาตอนีเลว โหดร้ายเหลือเกิน เนื่องจากกระทำแรงเกินไป ทำให้ญาติผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรับไม่ได้กับเหตุการณ์ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่มีเจ้าหน้าที่สักคนที่โดนระเบิด ล้วนเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสิ้น 

        มันสนุกมากใช่ไหมกับการกระทำชั่ว ๆ ที่ทำให้พี่น้องมุสลิมที่บริสุทธิ์เดือดร้อน พยายามจะสร้างข่าวให้มันใหญ่ 

         แต่..รู้ใหมว่าประชาชนที่โดนระเบิดเดือดร้อนขนาดไหน เหตุการณ์ครั้งนี้ประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บต่างพากันประนามสาปแช่งนักรบฟาตอนี เพราะเสียใจที่ครอบครัวของเขาต้องประสบเหตุอย่างนี้ ขอถามพี่น้องทุกคนว่าไปวางระเบิดฆ่าประชาชน พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้มันถูกต้องหรือ.. สงครามของนักรบฟาตอนีต่อสู้แบบนี้หรือ ไปวางระเบิดมั่ว ๆ อย่างนี้ถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลามหรือ.?  
หัวใจนักรบฟาตอนีเยี่ยง สัตว์เดรัจฉานแบบนี้หรือที่กล้าพูดกล้าอ้างว่าทำสงครามเพื่อศาสนา.......

          ฉะนั้นขอให้ชาวมลายูทุกคนใช้สมองคิด และรับรู้ด้วยว่า การกระทำอย่างนี้มันไม่ใช่หนทางของอิสลาม และไม่ใช่หนทางไปสู่ความสำเร็จของการต่อสู้(ญิฮาด) 

        อย่าหวังเลยว่าจะได้ป่วนปัตตานีโดยอ้างเอกราชปัตตานี เพราะการฆ่าและทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่ชั่วร้าย อิสลามเป็นศาสนาที่ปฏิเสธความรุนแรง การละเมิด การคร่าชีวิตมนุษย์ และการรุกรานทุกรูปแบบ อิสลามเป็นศาสนาที่กำชับให้เกิดความยุติธรรมเพื่อนำสู่เส้นทางแห่งสันติภาพ การกระทำความดี ห้ามปรามความชั่ว และการให้อภัย ดังบัญญัติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน.. 

“ ผู้ใดฆ่าชีวิตมนุษย์คนหนึ่งโดยมิใช่เป็นการชดเชยอีกชีวิตหนึ่ง หรือมิใช่เนื่องจากการบ่อนทำลายในแผ่นดินแล้ว ก็ประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล” ( 5 : 32 ) ......


(ขอร้องอย่าให้มีเหตุการณ์ฆ่าประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กแบบนี้อีก)......

จาก..คนมลายูฟาตอนี
http://narater2010.blogspot.com/

เงาแห่งสันติภาพที่เลือนลางกับข้อต่อรองที่มืดมน

เงาแห่งสันติภาพที่เลือนลางกับข้อต่อรองที่มืดมน



            แล้วความเคลือบแคลงใจของหลายฝ่ายเกี่ยวกับบทบาทท่าทีและความจริงใจของผู้แทนขบวนการบีอาร์เอ็นก็ปรากฏชัดและแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงซึ่งแอบแฝงอยู่ภายใต้วาทะกรรม “สันติสนทนา” ด้วยเกมส์รุกที่เหนือชั้นของฮาซัน ตอยิบ และอับดุลการิม คอลิบ ผู้แทนบีอาร์เอ็นซึ่งได้แถลงข้อเสนอ 5 ข้อเผยแพร่ผ่านยูทูบก่อนวันที่จะมีการพูดคุยรอบที่ 3 เพียง 1 วัน แน่นอนว่าด้วยข้อเสนอทั้ง 5 นั้น ได้สร้างกระแสความไม่เห็นด้วยและได้รับการปฏิเสธจากหลายฝ่าย ขณะที่ระดับนโยบายรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเจรจาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างชัดเจน


            ตามมาด้วยกระแสวิพากษ์แสดงทัศนะของนักวิชาการอีกหลายท่าน โดยเฉพาะท่านที่มีบทบาทชี้นำความเป็นไปในพื้นที่ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยเป็นนักวิชาการที่มีเชื้อสายมลายูและส่วนที่อยู่ในสถาบันส่วนกลาง จากน้ำเสียงของท่านเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ได้แสดงทัศนะในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้อย่างมีนัยสำคัญที่น่าสนใจ ภายใต้ความมุ่งหวังเดียวกันคือ ร่วมกันแสวงหาทางออกด้วยแนวทางสันติเพื่อให้ปัญหาที่ยื้ดเยื้อมานานจบลงโดยเร็ว


        ข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ เริ่มตั้งแต่ให้ยอมรับประเทศมาเลเซียเป็นคนกลางในการเจรจา (ซึ่งจริงๆ เวลานี้ต้องเรียกว่าพูดคุย) การให้มีพยานจากอาเซียน องค์การความร่วมมืออิสลามหรือเอ็นจีโอเข้ามาร่วมพูดคุย รวมถึงการที่ฝ่ายไทยต้องยอมรับว่าบีอาร์เอ็นไม่ใช่ขบวนการแบ่งแยกแต่เป็นขบวนการปลดปล่อยชาวปาตานีนั้น หากพิจารณาถึงสาระแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่หากทั้งสองฝ่ายมีความจริงใจที่จะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นร่วมกันโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เพราะในทุกเวทีที่มีการเจรจาเพื่อสันติภาพในประเด็นความขัดแย้งใดๆ ก็จำเป็นที่จะต้องมีองค์ประกอบเหล่านี้เพื่อให้เกิดความพึงพอใจร่วมกันของคู่เจรจา แม้ว่าเจตนาของบีอาร์เอ็นต้องการที่จะยกระดับการพูดคุยเป็นการเจรจาที่สูงขึ้นก็ตาม


         แต่วันนี้กระบวนการสันติภาพยังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยเพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างฝ่ายไทยและกลุ่มขบวนการยังไม่ถึงขั้นการเจรจา ข้อเสนอข้างต้นจึงยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะหากกระบวนการมีการพัฒนาไปถึงขั้นการเจรจาแล้วข้อเสนอซึ่งวันนี้ยังพิจารณาร่วมกันได้จะกลายเป็น “ข้อต่อรอง” ซึ่งหากถึงเวลานั้นจริงๆ คู่เจรจาและองค์ประกอบข้างต้นจะเป็นองคาพยศสำคัญในการร่วมกันทำให้บรรลุวัตถุประสงค์สามารถนำไปสู่สันติภาพที่ต้องการ หรือหนทางแห่งสันติภาพอาจพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ทั้งสองหนทางนี้มีความเป็นไปได้เท่าๆ กันซึ่งนับเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่งโดยมีชะตากรรมของประชาชนในพื้นที่เป็นเดิมพัน


         โดยรวมแล้วก็ต้องใช้เวลาในการพิจารณาร่วมกันพร้อมฟังเสียงของประชาชนเจ้าของประเทศด้วย ซึ่งนั้นเป็นวิถีแห่งประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ



           ยกเว้นข้อเสนอข้อที่ 4 ที่ดูเหมือนนักวิชาการเหล่านั้นไม่ได้วิพากษ์และให้เหตุผลอย่างชัดเจนคือ ต้องปล่อยตัวผู้แกนนำแนวร่วมในคดีความมั่นคงโดยไม่มีเงื่อนไข ที่ฟังอย่างไรก็รู้สึกคับข้องใจระคนสงสัยว่านี่คือข้อเสนอที่จะนำไปสู่สันติภาพได้กระนั้นหรือ เพราะตั้งแต่เหตุการณ์รุนแรงที่ปะทุขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ต้นปี 47 เป็นต้นมา การเสียชีวิตของพลเรือน เจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฏหมาย ประชาชนทุกสาขาอาชีพทั้งที่เป็นพุทธและมุสลิม ไม่เว้นแม้แต่คนแก่ เด็กผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาต้องสูญเสียชีวิตไปด้วยการก่อเหตุร้ายหลายรูปแบบ เป็นการก่ออาชญากรรมต่อพี่น้องประชาชนอย่างร้ายแรง แล้วด้วยข้อเสนอข้อนี้หากรัฐบาลไทยยอมรับ แล้วปล่อยให้อาชญากรเหล่านั้นออกมาเดินลอย ชายเสมือนไม่ได้ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนไว้ รัฐบาลไทยจะตอบคำถามนี้กับประชาชนโดยเฉพาะกับญาติพี่น้องของผู้สูญเสียเหล่านั้นได้อย่างไร


          ข้อเสนอของบีอาร์เอ็นในข้อนี้จึงไม่ใช่หนทางไปสู่สันติภาพ แต่เป็นความแข็งกร้าวที่ต้องการกดดันรัฐบาลไทยให้ยอมรับด้วยคิดว่ากลุ่มตนมีแต้มต่อที่สำคัญ กล่าวคือ หากไม่ยอมรับก็ก่อเหตุร้ายต่อไป และแน่นอนว่าบีอาร์เอ็นนอกจากไม่เคยประกาศความรับผิดชอบต่อการกระทำแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ยังโยนความผิดให้ฝ่ายรัฐทุกครั้งหากเห็นว่าจะเสียมวลชน


         และหากการเสนอตนออกมาเป็นผู้แทนการพูดคุยของบีอาร์เอ็นมีความจริงใจตามที่กล่าวอ้างแล้ว การเปิดเผยตัวตนและขบวนการครั้งนี้จึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่าเหตุร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นบีอาร์เอ็นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและต้องรับผิดชอบต่อการก่อเหตุจนนำไปสู่การสูญเสียทั้งหมด ซึ่งผู้ที่ก่อเหตุซึ่งกำลังถูกคุมขังและขบวนการเสนอให้ปล่อยตัวนั้นย่อมต้องเกี่ยวข้องกับบีอาร์เอ็นด้วยเช่นกัน


         ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยการตัดสินใจเรื่องใดๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องต้องนำบทบัญญัติมายึดถือและนำมาเป็นบรรทัดฐานเพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการบังคับใช้กฏหมาย เพราะท้ายที่สุดแล้วประชาชนในพื้นที่จะตัดสินใจได้เองว่า ใครที่ให้ความสำคัญกับประชาชน ใครที่ต้องการให้สันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่ ใครเป็นอุปสรรคขัดขวาง และใครคืออาชญากร เพราะอาชญากรก็คืออาชญากร


ซอเก๊าะ นิรนาม





Kekaburan bagi pelbagai pihak tentang peranan yang keikhlasan dari wakil kumpulan brn masih menghadiri dan menunjuk kemahuan sebenar yang sunyi di bawah wacana“ dialog yang aman ” dengan permaian yang melebihi bagi hasan tolip dan abdulkarim khalip adalah wakili brn yang dapat membincangkan cadangan 5 perkara melalui youtube sebelum sampai hari bercakapan kali yang 3 satu hari sahaja sudah tentu bahawa cadangan 5 perkara itu dapat membangun stream percanggahan pendapat juga dapat dinafikan dari pelbagai pihak manakala dasar bersama meraka yang berkaitan dengan perundingan tidak dapat di jawab atau menafikan yang jelasnya

Mengikut stream yang mengkritik menunjuk oleh pelbagai ahli akademik terutama anda tugas yang untuk mengarahkan kejadian dalam temnpatan yang berkaitan dengan akademik anak bangsa melayu dan bagi bahagian yang hidup dalam institutenya dari kataan anda itu masih menjadi dalam bidang kreatif bersama mengarahkan kemungkinan penting yang menarikkan hati di bawah satu harapan iaitu bersatu tangan untuk mencari jalan dengan melalui keamanan sepaya mengubah masaolah yang lama menuju kepada selatan dengan segera-geranya

Cadangan 5 perkara itu mulakan ketika menerima Negara Malaysia menjadi perantara dalam perundingan (yang sebenar-benarnya pada masa ini perlu memanggilkan percakapan ) Membiarkan kepunyaan saksi-saksi arsian organisasi kerjasama islam atau ngo masuk untuk kerjasama dalam cakapan bersama bagi pihak kerajaan thai akan di terima itu bahawa brn bukan menjadi kumpulan yang memisahkan tetapi menjadi kumpulan yang menbibaskan rakyat patani itu jikalau di timbangkan perkara-perkara tersebut itu bukan menjadi perkara yang besar jika kedua – dua mengada keikhlasan untuk membangun keamanan berlaku bersama memberi menafat dari Negara bangsa dan rakyatnya sebab dalam setiap pentas yang mengada cara perundingan untuk keamanan dalam isu-isu konflik mana-mana pun masih mengada unsur.ini untuk memuaskan hati dari rakan perundingan walaupun brn mahukan untuk angkat peringkat cakapan menjadi perundingan yang tingginya

Tetapi pada hari ini kumpulan keamanan masih mengada dalam langkah cakapan untuk membangun kecayaan antara pihak kerajaan thai dan kumpulan yang tidak sampai langkah perundingan cadangan di atas itu masih menjadi cadangan untuk mengguna masa dalam pertimbangan kerana jika kumpulan di bangunkan peringkat rundingan yang pada hari ini dapat di timbangkan sehingga menajadi syarat jika sampai masa itu rakan rundingan dan unsur-unsur di atas masih menjadi kepentingan dalam kerjasama untuk mencapai matlamat menuju kapada keamanan apa yang di kehandakkinya atau jalan keamanan akan runtuh jika tidak tetap cadangan kedua-dua jalan ini mungkin menjadi samanya

Apabila di campurkan semua ini akan mengguna masa dalam ketimbangan bersama mendengar kataan rakyat pemilik negaranya itu menjadi cara demokrasi di bawah perlembagaannya

Kecuali 4 perkara iaitu mesti membibaskan ketua ally dalam hal kestabilan yang tidak ada syarat mendengar dan rasa menggagalkan hati di syaki bahawa ini adalah cadangan yang membawa kepada keamanan ke kerana semejak kelukuan keganasan yang berlau pula pada awal tahun 2547 sepintas lalu kematian rakyat pihak pegawai di bawah rangka undang rakyat semua cawangan walau buddha dan islam walau orang tua kanak yang murni pun tidak kecualinya dapat meninggal dunia dengan kelakuannya juga dengan cadangan perkara ini jika kerajaan thai di terima dan juga membibaskan penjenayah itu maka pihak kerajaan thai mesti menjawab soalan ini kepada rakyat terutamanya saudara mara rakyat yang meninggal dunianya bagai manakhah pihak kerajaan akan menjawab

Cadangan brn dalam perkara ini bukan menjadi jalan datang keamanan tetapi menjadi ketegasan yang handak di tekan pihak kerajaan thai untuk menerima dengan fikiran bahawa kumpulan mareka ada markah yang penting iaitu jika tidak terima punca itu akan berlaku seterusnya dan sesungguhnya bahawa brn tidak pernah di isytiharkan bertanggung jawab terhadap perbuatan walau sekali pun juga menyalahkan kesalan kepada pihak kerajaan thai jika masa itu ada peluangnya dan jika tunjuk untuk menawarkan mereka.menjadi wakil perundingan brn mengadakan keikhlasan yang di nyatakan penzahiran identity kumpulan sekali ini sebagai mengakui bahawa segala kejahatan yang berlaku itu brn berada di belakang dan mesti bertanggung jawab terhadap kelakuan yang membawa kepada kerugiannya yang penjenayah sedang di kurungan dan pergerakan untuk pembebasan akan prihatin dengan brn juga

Di bawah perlembagaan kingdom thai keputusan hal mana-mana yang berkaitan di perlukan membawa undang agamanya dan membawa untuk menjadi norma sepaya berlaku kesaksamaan dalam undang-undang kerana akhirnya rakyat dalam tempatan akan membuat keputusan sendirinya bahawa siapa memberi kepentingan kepada rakyat siapa yang mahukan keamanan berlaku dalam tempatan siapa menjadi halangan.dan siapakhah ialah penjenayah kerana penjenayah ia adalah penjenayahnya.
http://narater2010.blogspot.com/

กฎหมายให้โอกาสท่าน แล้วท่านเคยให้โอกาสเหยื่อหรือไม่....??

กฎหมายให้โอกาสท่าน แล้วท่านเคยให้โอกาสเหยื่อหรือไม่....??
หมายให้โอกาสท่าน แล้วท่านเคยให้โอกาสเหยื่อหรือไม่....??



         กรณีหลายๆ กรณีที่กลุ่มโจรใต้ถูกจับกุม ไม่ว่าจะเป็นแนวร่วมระดับปฏิบัติการ แกนนำ หรือแม้แต่กลุ่มสนับสนุนโจรที่มีส่วนรู้เห็นก็ตาม ความจริงคือ โอกาสที่มอบให้คนกลุ่มนี้มีอยู่มากมายในการสู้คดี บ้างก็หลุดคดี บ้างก็ได้รับการเว้นโทษ บ้างก็ได้รับการประกันตัว บ้างก็ได้รับการลดโทษ.... ไปกว่านั้นท่านได้รับฉายาใหม่ “ผู้หลงผิด” ทุกอย่างก็สิ้นสุดลงไปในพริบตา...

          เมื่อกฎหมายให้โอกาสท่านแล้ว ทำไมท่านไม่สำนึกถึงความยุติธรรมที่ศาลมอบให้...ชีวิตคนที่พวกคุณมีส่วนรู้เห็น มันมากกว่าการจำคุกเสียอีก...


     มองเขามองเรา ท่านจะเห็นเองว่าชีวิตท่านท่านรัก ชีวิตเขาเขาก็รักเช่นกัน...


          จากกระแสต่อต้านคำพิพากษาศาลเกิดขึ้น เมื่อผู้สื่อข่าวอิสระที่ชอบสร้างมวลชนต่อต้านรัฐ กลายเป็นนักโทษจำคุกเสียเอง และมันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไปเมื่อมีการตัดสินคดีเกี่ยวกับความมั่นคง นั่นก็เพราะโจรใต้ได้สร้างมวลชนมานานแล้ว ผ่านนักข่าว ผ่านนักการเมือง ผ่านครูสอนศาสนา....

       กรณีคดีความมั่นคงนายมูฮาหมัดอัณวัร ผู้สื่อข่าวอิสระ ที่ถูกจับกุมนั้น หากไม่เกริ่นนำอาจจะมองไม่เห็นภาพว่าทำไมถึงต้องตกเป็นจำเลย...

         เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 เกิดเหตุยิง ด.ต.สัมพันธ์ อ้นยะลา อายุ 43 ปี หัวหน้าสถานียุทธศาสตร์ ตำบลสะนอ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ในหมู่บ้านบาซาเวาะเซ็ง หมู่ที่ 2 ตำบลปิตูมูดี อำเภอยะรัง มีคนร้ายบุกเข้ามาใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่ กระสุนเข้าลำตัว ด.ต.สัมพันธ์ หลายนัดเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายใช้มีดปลายแหลมตัดศีรษะจนขาดแล้วนำศีรษะหลบหนีไป พร้อมกับเรือใบตลอดทางด้วย...

         เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปตรวจสอบพบศพ ด.ต.สัมพันธ์ แต่ส่วนศีรษะหายไป จึงได้ออกตามหาทันที พร้อมระดมกำลังตำรวจ ทหาร และสุนัขออกไล่ล่าคนร้ายทางไปบ้านเกาะหวาย ต่อมาพบศีรษะของ ด.ต.สัมพันธ์ บริเวณมัสยิดแห่งหนึ่ง

        เหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 11 คน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิพากษา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2550 ให้จำคุกคนละ 12 ปี จำนวน 9 คน คือ


        จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 คือ นายมะกอรี ดาโอ๊ะ, นายอัรฟาน บินอาแว, นายมูฮำหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ จำเลยที่ 5 นายหามะ สือแม และจำเลยที่ 11 นายอับดุลเลาะ กาโบะในความผิดก่อความมั่นคง ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร

       โดยจำเลยทุกคดีจะมีสิทธิในการร้องขอความยุติธรรมได้รวม 3 ชั้น และสิ้นสุดที่ศาลฎีกา จึงเห็นได้ว่า ศาลของประเทศไทยได้ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรมในการให้โอกาสต่อทั้งจำเลย และฝ่ายผู้ฟ้อง คือ อัยการ นายมูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ ถูกตั้งข้อกล่าวหาร่วมกับพวกอีก 11 คน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 48 จากพฤติกรรมร่วมกันซ่องสุมผู้คนทำการฝึกเพื่อต่อต้าน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ จึงถูกตั้งข้อหาร่วมกันก่อการร้าย เป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิจารณาจากหลักฐาน และพยานบุคคลแล้วพิพากษาให้ลงโทษจำคุก นายมูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ เป็นเวลา 12 ปี

       หลังจากนั้น นายมูฮาหมัดอัณวัร และเครือญาติมีความเห็นว่า ศาลชั้นต้นมิได้ให้ความยุติธรรมเพียงพอ จึงได้ดำเนินการร้องขอความยุติธรรมผ่านศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้อง 

       ต่อมา ฝ่ายอัยการซึ่งเป็นทนายความของรัฐเห็นว่า รูปคดีของนายมูฮาหมัดอัณวัร ยังมีข้อสงสัยในพฤติกรรมอันมีผลต่อความมั่นคงสันติสุขของประชาชน ชุมชนและประเทศ จึงได้เสนอเรื่องให้พิจารณาในระดับสูงสุดคือ ศาลชั้นฎีกา ด้วยพยานหลักฐานที่ครบถ้วน และมีความชัดเจนมิอาจโต้แย้งได้ ศาลฎีกาจึงได้พิพากษายืนตามศาลขั้นต้นคือ จำคุก นายมูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ เป็นเวลา 12 ปี นับว่าเพียงพอต่อการให้ความยุติธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย แล้ว...

http://narater2010.blogspot.com/

โจรดวงกุด! ลักของแผงขายปลาในตลาดสดยะลาถูกไฟช็อตดับ

โจรดวงกุด! ลักของแผงขายปลาในตลาดสดยะลาถูกไฟช็อตดับ

        ค่ำวันนี้ 23 พ.ค. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจถนนพาดรถไฟว่า เกิดเหตุคนถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตอยู่ที่แผงขายปลาภายในตลาดสดรถไฟยะลา ถนนรถไฟ เขตเทศบาลนครยะลา ทีเกิดเหตุพบศพชายไทยมุสลิมนอนเสียชีวิตอยู่ภายในแผงขายปลา ซึ่งเป็นของแม่ค้าที่นำปลามาเก็บไว้ จากการตรวจสอบสภาพศพมีร่องรอยไฟไหม้จากการถูกระแสไฟฟ้าดูด ลักษณะสายไฟคล้ายวางดักไว้ เนื่องจากทราบว่ามีคนร้ายมาขโมยสิ่งของ และปลาเป็นประจำ จากการสอบสวนทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายรุสดี สะมะแอ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 ม.2 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา สภาพศพถูกไฟฟ้าดูดจนตัวมีรอยไหม้เกรียมที่ข้อมือ และแขน ส่วนสาเหตุเกิดจากผู้ตายเข้าไปขโมยสิ่งของภายในแผงดังกล่าว แต่มองไม่เห็นสายไฟ จึงถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิต



























http://narater2010.blogspot.com/

ปะทะที่ บ.ไอปาแย ทหารพรานพลีชีพปกป้องมุสลิมเสียชีวิต 1 ส่ง RKK ไปเฝ้าโอลันล้า 1

ปะทะที่ บ.ไอปาแย ทหารพรานพลีชีพ 1 ส่ง RKK ไปเฝ้าโอลันล้า 1

 

          ทหารพรานปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ในพื้นที่ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จนเกิดการปะทะกับอาร์เคเคที่ลักลอบมาพบเมีย ผลอาร์เคเคดับ 1 ศพ ทหารพรานพลีชีพ 1 นาย และบาดเจ็บอีก 1 นาย...

         เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 พ.ค. 56 มีรายงานว่า พ.ท.อิศรา จันทะกระยอม รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 นำกำลัง 40 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านเลขที่ 274/7 บ้านไอร์ปาแย หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หลังสืบทราบว่า นายแมโซ เจ๊ะเลาะ อายุ 42 ปี แนวร่วมอาร์เคเค พร้อมพวก ลักลอบมาจากมาเลเซียเพื่อพบภรรยา โดยเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจค้น นายแมโซและพวกในบ้านกลับใช้ปืนสงครามยิงใส่ จนเกิดการยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นาน 10 นาที ก่อนหลบหนีไปหน้ากูโบร์บ้านไอร์ปาแย เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและเกิดปะทะกันอีกระลอก

           สิ้นสุดการยิงปะทะ ตรวจสอบพบว่า อส.ทพ.โยธิน พรหมช่วย อายุ 23 ปี สังกัด ร้อย ทพ.4804 กรมทหารพรานที่ 48 เสียชีวิต ส่วน ส.ต.สินชัย สุขมี อายุ 31 ปี สังกัดเดียวกัน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย คือ นายแมโซ มีบาดแผลและมีปืนอาก้าอยู่ข้างศพ 1 กระบอก ขณะที่แนวร่วมอาร์เคเคที่เหลือสามารถหลบหนีไปได้

          นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจค้นพื้นที่โดยรอบ 300 เมตร จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน คือ 1. นายดาโอ๊ะ สาและ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 274/9 หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และ 2. นายยากี เวาะงอย อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 328/5 หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พร้อมนำตัวไปสอบสวนต่อไป.


ทหารปะทะโจรใต้วิสามัญโจรดับ1

ทหารพราน 48 พลีชีพ 1 เจ็บอีก 1 หลังปะทะก่อนวิสามัญโจรตายตามอีก 1 ที่เจาะไอร้อง ก่อนควบคุม 2 ผู้ต้องสงสัยเค้นสอบ



เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 22 พ.ค.56 พ.อ.ภูมินทร์ ชุมช่วย ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 สั่งการให้ พ.ท.อิศรา จันทะกระยอม รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมทหารพรานที่ 48 สนธิกับกองร้อย ทพ.ที่ 4804, 4808 และกองร้อย ทพ.ที่ 1107 กรมทหารพรานที่ 11 จำนวน 50 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญจำนวน 3 เป้าหมายในพื้นที่ ม.8 บ.ไอปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หลังรับแจ้งจากแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ว่ากลุ่มก่อเหตุรุนแรงเข้ามากบดานในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเตรียมประชุมวางแผนก่อเหตุร้ายต่อผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะชุด รปภ.ครู โดย พ.ท.อิศรา รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 ได้มีการวางแผนลับเพื่อเตรียมเข้าประชิดตัวตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมาอย่างรัดกุมก่อนนำกำลังเดินเท้าเข้าโอบล้อมพื้นที่เป้าหมายและได้กระจายกำลังปูพรมตรวจค้นอย่างละเอียด และในขณะที่เจ้าหน้าที่เดินเท้าถึงบริเวณบ้านพักเลขที่ 274/9 ม.8 บ.ไอปาแย ชายฉกรรจ์ 1 คนได้วิ่งออกมาจากบ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวทราบชื่อต่อมาคือนายดาโอ๊ะ สาและ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพักหลังดังกล่าว

ส่วนชายฉกรรจ์อีก 1 คนที่กบดานในบ้านพักได้ใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้าใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะวิ่งออกมาจากบ้านพักเข้าไปที่บริเวณสนามฟุตบอลท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งหาที่กำบังก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกนานประมาณ 30 นาที และเมื่อสิ้นเสียงปืนจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียดพบศพคนร้ายนอนหงายในสภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขายาวสีฟ้าอยู่บริเวณใต้ต้นเงาะ ข้างศพซึ่งถูกกระสุนปืนเข้าที่ลำตัว สีข้างและแผ่นหลังพรุนทั้งร่างมีอาวุธปืนสงคราม อา.ก้า.47 จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุน รวมทั้งกระเป๋าสะพายข้างที่ภายในมีทั้งที่เก็บเสียงปืน ซองกระสุน 3 ซอง และแม็กกาซีน เป็นต้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดไว้ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกันจากเหตุปะทะครั้งนี้ยังทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานซึ่งถูกกระสุนปืนเข้าที่ลำตัวจำนวน 3 นัดต้องพลีชีพอีก 1 นายคือ อส.ทพ.โยธิน พรหมช่วย อายุ 23 ปี ซึ่งสังกัดกองร้อย ทพ.ที่ 4804 โดยมีผู้บาดเจ็บ 1 นายซึ่งถูกกระสุนปืนเข้าที่ขาซ้ายคือ ส.ต.สินชัย สุขมี อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมทหารพรานที่ 48 และถูกนำส่งรักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส ในเวลาต่อมา

ส่วนคนร้ายที่เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายมาโซ เจ๊ะเลาะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 ม.5 บ.โคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบว่ามีหมายจับคดีความมั่นคงในพื้นที่ แต่มีพฤติกรรมเป็นผู้ก่อการร้ายระดับสมาชิกแนวร่วม และหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 รายไปสอบขยายผลคือ นายดาโอ๊ะ สาและ เจ้าของบ้านพักและนายยากี ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งนางมาซือกะ ดือราแม อายุ 30 ปี ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ให้การว่า ผู้ตายเป็นสามีของตนเองโดยเพิ่งกลับมาจากทำงานรับจ้างที่ประเทศมาเลเซีย

ต่อมา พ.อ.นิพันธ์ แตงฉ่ำ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.ต.อ.สุชาติ สอิด ผกก.สภ.เจาะไอร้อง รวมทั้ง พ.ต.ท.ธนวัฒน์ พูลเฉลิม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.เจาะไอร้อง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะที่ในช่วงเช้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส กองวิทยาการ จ.นราธิวาส รวมทั้งอัยการจังหวัดจะได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่งต่อไป

http://narater2010.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ปูเนาะออกันซีแย ปูเนาะไทยแลนด์

ปูเนาะออกันซีแย ปูเนาะไทยแลนด์

            กลยุทธ อัลกอฮ์ ฮู ฮัค บั๊ค ลาอีลลา ฮะ อีลลัลลอย์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใด มีอัลเลาะฮ์องค์เดียว)

การฆ่าคนเพื่ออิสลามไม่ผิด  
เราทำเพื่ออัลลอย์ดังต่อไปนี้

         1. การทำ มีเด๊าะ มาอ๊ะ (การขอโทษ) ของพวกมันไม่ต้องไปสนใจ เพราะมันทำเหมือนพวกมากันซูซู (เด็กกินนม) ดูแล้วโจ๊ก สรุปความเห็นของมุสลิมเราคือ เดาะเซาะ มีเด๊าะมาอ๊ะ (ไม่ต้องมาขอโทษ) ยิ่งทำอย่างนี้มากเท่าไร พวกเราต้อง บูวะ วีซียะ (เก็บมันให้เรียบ) พื้นที่ใด ที่มันไม่ยอมให้ ดาวะจากจังหวัดอาเจะ ประเทศอินโดนีเซียเข้าไปปกป้องอยู่ด้วย ก็เตรียมจัดการเมื่อมันออกมาจากพื้นที่ เหมือนเก็บพวกอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เก็บมันทั้งรถตู้เลยง่ายดี แต่ต้องส่งสัญญาณให้มุสลิมเรารู้ตัว ถ้าเป็นมุสลิมนอกกรอบก็เก็บไปพร้อมกันเลย


        2. การเสนอให้ปลดย้ายซะคาดู(ตำรวจ) และพวกกาเฟรซียัม(ข้าราชการ) ทหาร ให้มันย้ายที่ทำงานใหม่ มันจะไม่ชำนาญพื้นที่ จะทำให้เราฆ่ามันได้เพิ่มขึ้น อีกประการหนึ่ง เป็นธรรมชาติของไทยพุทธ มันไม่รักกัน ชอบแย่งชิงอำนาจ อิจฉาริษยากันเองอยู่แล้ว ถ้าเรารีบแต่งตั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการอื่นขึ้นมาใหม่ จะได้หลอกใช้พวกมัน เพราะมันได้ตำแหน่งใหม่ๆ จะเหิมเกริม เราก็หลอกว่าจะให้ตำแหน่งมัน เพราะพวกมันบ้าอำนาจเห็นกันอยู่แล้ว ส่วนคนที่ถูกปลดไปก็จะน้อยใจ ก็จะเกิดการต่อต้าน จะทำให้มันไม่มีสติ จะทะเลาะกัน แตกแยกกันเอง

        3. บอกคนของเราและคนไทยพุทธที่เราซื้อไว้แล้วให้ช่วยกันเสนอคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็น ส.ส. โดยให้กำหนดคุณสมบัติให้ต่ำกว่าปริญญาตรี พยายามต่อรองให้ใช้วุฒิ ม.3 หรือ ม.6 ก็ได้ เพราะวุฒินี้สามารถซื้อได้จากกระทรวงศึกษาธิการ เพียงหัวละ 5 พันบาท การณ์นี้คิดเผื่อไว้ให้คนมุสลิมในพื้นที่ และมุสลิมที่มาจากนอกประเทศมาอยู่ในไทย 4 ปี 5 ปี พอพูดภาษาไทยได้ เมื่อซื้อวุฒิแล้ว ก็ลงเลือกตั้งได้และต้องได้แน่นอนเพราะมีเงินซื้อเสียงมากพอ ฉะนั้นที่นั่งในสภาจะตกเป็นของมุสลิมเรามากที่สุดโดยขั้นแรก เราต้องพูดกรอกหูไทยพุทธว่า เพื่อช่วยคนจนต่างจังหวัดให้ได้ลงเลือกตั้ง ให้ดูว่าทำเพื่อคนไทยไม่ใช่ทำเพื่อมุสลิมเรา


       4. เรื่องปิดกั้น โค่นล้มศาสนาพุทธ ต้องทำต่อเนื่อง ให้จ้างคนพุทธและอาจารย์มหาวิทยาลัยและซื้อตัวผู้มีอำนาจทางการเมืองให้ช่วยเชียร์อิสลาม ปิดกั้นพุทธศาสนา ไม่ให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ อย่าลืม ขณะนี้อำนาจอยู่ในมือมุสลิมเรา ต้องรีบทำโดยจ่ายเงินซื้อคนพุทธ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักหนังสือพิมพ์ เลือกผู้มีฝีปากดี ๆ ให้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เอาศาสนาพุทธ ไม่ต้องบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เพราะจะสร้างความแตกแยก เราต้องใช้ความขี้เกรงใจของคนพุทธให้เป็นประโยชน์กับเรา

       5. กรอกหูคนมุสลิมทุกคนที่นับถือศาสนาอิสลามและพูดภาษายาวีว่า เวลาพูดภาษาไทยต้องพูดให้เป็นเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลไทยมาถูกทางแล้ว ให้สมานฉันท์กันต่อไป อดทนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อดึงเวลาให้เราฆ่าคนพุทธและมุสลิมนอกกรอบให้สิ้นเสี้ยน ขณะเดียวกันเราก็ไปแทรกซึมทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอใน 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย และจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทุกจังหวัด เพื่อมุสลิมเราจะได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจอีกด้วย


      6. ให้แกนนำบอกกันเหล่านักรบมุสลิม เราแต่งกายเลียนแบบทหาร ตำรวจ แล้วไปก่อการโจมตีกับพวกไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่บ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจผิด เราก็โยนความผิดให้ทหาร ตำรวจ จากนั้นให้แกนนำมุสลิมลงไปในหมู่บ้าน จัดกลุ่มสตรี เด็ก ออกประท้วง ด่าตำรวจ ทหาร ในการประท้วงทุกครั้ง ต้องเขียนข้อความลงในแผ่นกระดาษแข็ง หรือเขียนลงบนผ้าขาว แล้วถ่ายลง CD หรือโทรศัพท์มือถือและส่งไปทั่วโลกว่า มุสลิมโดนรังแก


     7. ทุกครั้งที่คนมุสลิมโดนจับ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะผิดหรือไม่ ให้ร่วมกันออกมาประท้วง โดยให้ผู้หญิงและเด็กออกมาประท้วงให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับ ถ้าไม่ปล่อยก็ให้ก่อวินาศกรรม เผาสถานที่ราชการให้เสียหาย

     8. การส่งคนอาหรับมาช่วยเราทำพาสปอร์ตปลอม เพื่อให้กลุ่มตาลีบันได้เข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย เลือกดูจังหวัดที่สงบ เช่น สตูล เชียงราย อยุธยา สระบุรี นครสวรรค์นั่นแหละ เพราะพวกคนไทยมันโง่ มันไม่รู้หรอกว่าเป็นมุสลิมในพื้นที่หรือมุสลิมที่มาจากอัฟกานิสถาน อาหรับฯลฯ พวกคนไทยมันฟังภาษายาวียังไม่ได้เลย นับประสาอะไรจะไปฟังภาษาอื่น พวกมุสลิมที่มาจากนอก จะช่วยวางแผนด้านการก่อวินาศกรรมและโค่นประเทศไทยด้วย

      9. เร่งประสานไปยังแกนนำควนโดนที่จังหวัดสตูล ให้หาคนกลุ่มหนึ่งไปประสานเรื่องโครงการแลกเปลี่ยนด้านความร่วมมือระหว่างอาหรับกับสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ เราจะต้องอาศัยสถาบันราชภัฏเป็นที่ฝึกครูของพวกเรา ในทางกลับกัน เราก็ล้างสมองพวกอาจารย์ราชภัฏให้เห็นฝ่ายเดียวกับมุสลิมเรา ให้ซื้อตัวอธิการบดี แล้วเราจะได้ทุกอย่าง คิดดูว่าถ้าทุกราชภัฏในประเทศไทยมีคนมุสลิมได้เข้าเรียนมากและดำเนินตามแผนที่วางไว้ ประเทศไทยก็จะตกอยู่ในมือเราง่ายดาย มหาเดย์ สั่งว่า ให้เลือกไปติดต่อสถาบันราชภัฏในวันหยุดราชการ เพื่อพบอธิการบดีคนเดียว มุสลิมเราได้ ลงพื้นที่วางคนไว้ด้วย ตอนนี้ที่ราชภัฏ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีได้ผลดี อธิการบดีตกหลุมเราแล้วในโครงการธุรกิจการศึกษากับสถาบันในรัฐซาบา ประเทศมาเลเซีย

      10. มหาเดย์ (มหาเดย์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ชมเชยกลุ่มนักรบฟาตอนีว่าทำงานได้ผลดีมาก จะได้เป็นใหญ่ทุกคน ให้เลือกแกนนำที่เข้มแข็งไปฝึกอาวุธ ให้คนมุสลิมเขมรช่วยเข้ามาจัดการกับคนพุทธที่จันทบุรีและตราด เราต้องการพื้นที่ 2 จังหวัดนี้เอาไว้ก่อการในเขมร เมื่อเรายึดไทยได้แล้ว เราจะยึดเขมร เราทำให้เหมือนทาง 3 จังหวัดใต้ของไทย คือเอาพวกมุสลิมจากอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียและมุสลิมมาเลเซียมาก่อการร้ายในไทย เอามุสลิมเขมร,พม่าเข้ามาช่วยก่อการร้ายในไทย เมื่อได้ประเทศไทยแล้ว เราก็เอามุสลิมไทยที่เราฝึกไว้ไปรวมกับมุสลิมจากอาเจะห์, มุสลิมเขมร เข้าไปก่อการร้ายในพม่า เราก็ได้พม่า

     11. มหาเดย์ ให้เลือกจังหวัดราชบุรีเป็นที่บัญชาการของเหล่านักรบ เพราะขณะนี้ทาง 3 จังหวัดใต้ อยู่ในมือเราแล้ว แย่งให้พวกแกนนำฟาตอนีลงมาแทรกซึมและแต่งงานกับคนไทยราชบุรี เพื่อดึงคนมาเป็นพวกมุสลิมในจังหวัดราชบุรี เราจะไม่ให้มีเหตุการณ์ร้าย แต่เราจะไปก่อการในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งในกรุงเทพฯ ขอสำทับว่าอย่าก่อการร้ายในจังหวัดราชบุรีเด็ดขาด เพราะใช้เป็นที่ซ่องสุมขุมกำลังและจะเอาเยาวชนมุสลิมมาลงที่ราชภัฏจอมบึง เหมือนกับที่เราไม่ก่อการร้ายในจังหวัดสตูล เพราะเราจะได้มีที่พบปะวางแผนกันในอำเภอควนโดนจังหวัดสตูล มหาเดย์จะมาพบพวกเราที่ จ.สตูล และพบกับเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เรียนดี จะให้รางวัลด้วยมือมหาเดย์เอง ไม่มีใครรู้หรอกว่า ชายแดนประเทศมาเลเซียที่ติดกับจังหวัดสตูลนั้น เราขนวัสดุและอาวุธกันมานาน ตั้งแต่ท่านอารีย์เป็นผู้ว่าฯ

     12. ให้แกนนำที่มีสมองโต ไปบอกพวกมุสลิมกรุงเทพฯทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ให้ไปตีสนิทกับพวกหัวคะแนน ทั้งที่เป็น สก. สข. ถ้ามีโอกาสก็แต่งงานเอามาเป็นพวกเสียเลย เพื่อการเลือกตั้งในครั้งต่อไปมุสลิมกรุงเทพฯ จะได้รับเลือก ส่วนในต่างจังหวัดเลือกเอาจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวก่อน ให้มุสลิมแต่งงานกับพวก อบต. หรืออดีตผู้เคยเป็น ส.ส. ให้เลือกดูหนุ่ม ๆ อนาคตดีเหมือนที่เราได้อภิรักษ์มาเป็นพวก

     13. การวางกำลังมุสลิมไว้ชายแดนไทย โดยกองบัญชาการในเขตภาคกลางของเราจะอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เราจะวางคนมุสลิมเราไว้ 16 จุด เพราะราชบุรีเป็นจังหวัดเล็ก แต่เราจะเอาคนมุสลิมเราไปวางไว้ที่แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 40 จุด เช่น อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อแพร่เข้าไปในพม่าด้วย โชคดีที่พระอุตมะที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของกระเหรี่ยงพุทธ มอญพุทธ เสียชีวิตแล้ว เอาคนของเราเข้าแต่งงานกับพวกนี้ แล้วย้ายกระจายไปที่อื่นด้วย กลืนมาเป็นมุสลิมให้หมด บริเวณไทรโยคให้เอาไปวาง 3 ครอบครัว อ.ทองผาภูมิ 3 ครอบครัว อ.ศรีสวัสดิ์ 5 ครอบครัว อ.สวนผึ้ง 5 ครอบครัว อ.บ้านคา 3 ครอบครัว อ.หนองปรือ 5 ครอบครัว อ.บ่อพลอย 5 ครอบครัว อ.พนมทวน 5 ครอบครัว อ.ท่าม่วง 3 ครอบครัว อ.ท่ามะกา 3 ครอบครัว จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม วางไว้ 42 จุด ตามชายฝั่งทะเล รายละเอียดดูตามแผนที่ประกอบ จังหวัดชลบุรี เน้นแหล่งท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะศรีราชา หาดจอมเทียน บางละมุง แม้แต่ที่เกาะสีชัง เกาะยายเท้า เกาะค้างคาว เกาะขามเล็ก เกาะขามใหญ่ ฯลฯ คนมุสลิมที่จะเอาไปวางไว้ชายฝั่งทะเล ให้เลือกผู้ที่ชำนาญการประมงจาก อ.ปานาเระ อ.มายอ จ.ปัตตานี อ.เมือง จ.นราธิวาส และพวกเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเขาเหล่านี้จะได้ออกทะเล หาปลาด้วย คุมพื้นที่ด้วย จังหวัดจันทบุรี ให้วางไว้ 34 จุด และจังหวัดตราด 31 จุด จุดใหญ่ที่จะประสานคือ ที่ อ.แก่งหางแมว เป็นที่รู้กัน มุสลิมเราซื้อที่ดินไว้นานแล้ว นอกนั้นวางมุสลิมให้อยู่รอยต่อตะเข็บชายแดนเพื่อฝึกอาวุธในเขตเขมร


      แกนนำมุสลิมในอยุธยา สระบุรี ลพบุรี ให้ช่วยจัดมุสลิมไปวางไว้ที่ จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี ให้วางไว้ 25 จุดพอ เพราะไม่ใช่ตะเข็บชายแดน แต่ให้ทำธุรกิจท่องเที่ยวด้วย จ.สระแก้ว ให้วางไว้ อ.โรงเกลือ เพื่อทำการค้าและแพร่ไปในเขมรได้ง่าย ทั่วจังหวัดสระแก้ว วางไว้ 28 จุด อ.กบินทร์บุรี วางไว้ 25 จุด ส่งคนทำงานในโรงงาน ๆ ละ 2-3 คน อย่าให้มาก คนพุทธจะไหวตัว เขตนครราชสีมาวางไว้ 32 จุด

       ในภาคอีสานทั้งหมด เน้นจังหวัดท่องเที่ยวและรอยต่อตะเข็บชายแดน เพื่อซื้อคนเขมร มาฝึกและคนเขมรให้ลงใต้ ช่วยก่อการร้ายใน 4 จังหวัดภาคใต้ของไทย

       ภาคเหนือ แหล่งใหญ่อยู่ที่เชียงราย 7 พันกว่าคน ให้ถอนผู้ที่สมรสใหม่ ไม่มีบุตร เอาไปวางไว้อำเภอดอยปุย จ.เชียงใหม่ 5 จุด ทำร้านขายโรตี 1 ร้าน ร้านขายกาแฟ 1 ร้าน ขายเสื้อผ้า 2 ร้าน ขายของที่ระลึก 1 ร้าน เป็นที่น่ายินดีที่ร้านนี้ได้แต่งกับผู้หญิงชาวม้งพื้นที่ และหญิงม้งผู้นี้กำลังตั้งครรภ์แล้ว นอกจากนี้ได้ติดต่อผู้หญิงม้งอื่น ๆ ให้กับมุสลิมเราด้วย เป็นการเพิ่มมุสลิมดีจัง ให้มุสลิมเราไปก่อเหตุฆ่าม้งพื้นที่ ให้ออกไปหาเรื่องครอบครองร้านค้าของคนม้งให้หมด คนไทยพุทธมันไม่รู้หรอกว่าดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงค์ฯ ไม่ถึง 3 กิโลเมตร หรือเพราะพวกมันไม่คิดว่าเราจะล้วงคอ งูจงอาง ฐานกำลังฐานเสียงของเราส่วนใหญ่อยู่ใกล้พระราชฐานทั้งนั้น รอเวลาอีกนิด เมื่อเลือกตั้งอีก 2 ครั้ง มุสลิมเราจะได้ที่นั่งมากกว่าไทยพุทธที่เคยได้แน่นอน


      14. เรื่องเงินสำหรับคนมุสลิมที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในจังหวัดต่าง ๆ มหาเดย์บอกว่า ท่านมอบเงินให้ท่านวันนอร์มาแล้ว ให้จ่ายให้รายละ 3 แสน รวม 76 จังหวัด ถัวเฉลี่ยจังหวัด 30 ครอบครัว รวมเป็น 2,280 ครอบครัว รวม 684 ล้าน แต่ท่านวันนอร์ได้รับ 700 ล้าน ไม่เป็นไรส่วนที่เหลือเก็บไว้ก่อน เพราะเราจะเอามุสลิมไปวางไว้เพื่อทำการค้าที่เชียงแสนเพิ่มอีก เพราะมีร้านป้าเด๊ะร้านเดียว คนมาท่องเที่ยวมากมาย ต้องทำรายได้ทั้งหมดอยู่ในมือมุสลิมเราเท่านั้น


      15. ในการประชุมที่เกาะลังกาวี ดร.วันกาเดร์ เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ท่านพูดว่าคนไทย มันโง่จัง เราพูดอะไรมันเชื่อหมด ให้มัน compromise (สมานฉันท์) มันก็ทำลูกเดียว ไม่กล้าแม้แต่จะแตะโจรมุสลิม ถูกจับตัวได้ ให้ดูว่าไทยมันโง่ขนาดไหน ดูมันปล่อยพวกที่จับได้เหมือนปล่อยเสือเข้าป่าไม่มีผิด นี่ถ้าเป็นประเทศมาเลเซียเราคงฆ่าทิ้งทั้งหมด อย่างดีก็จำคุกตลอดชีวิตฐานปรานี ท่านยังบอกเลยว่า ท่านวันนอร์ประสานงานในประเทศไทยดีมากตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 เป็นต้นมา ประสานดึงนักศึกษามุสลิมทั้งประเทศมาประชุมกันที่จังหวัดสตูล ให้มารับเอาความรู้และโดนล้างสมองให้เกลียดประเทศไทย ต่อไปให้นักศึกษาไปประสานพ่อแม่ ญาติพี่น้องให้เดินทางมารู้จักแกนนำ จากสตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และแกนนำประเทศมาเลเซีย ดูแล้วคนไทยมันโง่มาก ท่าน ดร.วันกาเดร์และมหาเดย์ (ดูสถิติ 2529-2530 จากรายชื่อนักศึกษามุสลิมในประเทศไทยที่ท่านวันนอร์หลอกลวงมาล้างสมองเพิ่มมากขึ้นระหว่างที่นายอารีย์ วงศ์อารยะ คุมกระทรวงมหาดไทย) ท่านชมว่าเก่งมาก ที่ท่าน วันนอร์ขอทุนจากรัฐบาลไทยได้ส่งเด็กมุสลิมเราจบด๊อกเตอร์จากอเมริกาหลายคน ตอนนี้อยู่ในมหาวิทยาลัยดัง ๆ ของไทย เป็นกำลังสำคัญช่วยเราวางแผนแบ่งแยกดินแดน เช่น อาจารย์ใน มหาวิทยาลัยศิลปากรใน ม.บางมด และม.อื่น ๆ ที่มากที่สุดที่ ม.สงขลานครินทร์โชคเข้าข้างมุสลิมดีจัง

       16. ดร.วันกาเดร์และมหาเดย์ ขอให้แกนนำสมองโตไปเร่งให้ท่านสุรินทร์พิศสุวรรณ เร่งซื้อที่ดินชายทะเลเพิ่มมากขึ้น ที่ดินที่ซื้อไว้ที่ อ.ท่าศาลา ท่าแซะและอื่น ๆ รวมทั้งที่จะแนะ ให้รีบกั้นรั้วไว้ก่อน เพราะเมื่อลงมือทำโรงงานอาหารสัตว์และอาหารฮาราลจะได้รวดเร็ว ท่าน ดร.วันกาเดร์บอกว่า ให้ ดร.สุรินทร์ นำเงินส่วนที่เหลือจากซื้อที่ดินไปสร้างธนาคารอิสลาม (สาขา) เพิ่ม และเงินอีก 500 ล้าน ท่านให้แจกแกนนำมุสลิมในกรุงเทพฯ พวกเขายังไม่ได้รับ เพราะกลุ่มพิราบขาวไปสืบถามมุสลิมทุ่มครุ หนองจอก มีนบุรี คลองตัน อิสรภาพ รวมทั้งกลุ่มมุสลิมที่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ และมุสลิมเชียงราย 7,200 คน ยังไม่ได้รับเงินเพื่อสร้างสุเหร่า ท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ เดินทางไปเชียงรายจริง มุสลิมเชียงรายบอกว่า ท่านเดินทางไปก่อนที่มกุฎราชกุมารประเทศไทยจะขับเครื่องบินไปเชียงราย 2 วัน ท่านไปสั่งการแบบเร็ว ๆ คร่าว ๆ และงานก็ทำไม่สำเร็จ ขอให้รู้ว่า มหาเดย์รู้ทุกอย่าง ก่อนท่านสุรินทร์ฯ จะขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ยังแวะไปเที่ยวที่อูบคำใช่ไหม อูบคำเป็นที่แสดงวัตถุโบราณของคนไทยพุทธภาคเหนือ ท่านไปจริงไหม มหาเดย์ยังบอกว่าห่างกันเพียงอาทิตย์เดียว ท่านวันมูฮัมหมัด นอร์มะทา ได้ไปพบกับมุสลิมที่ อ.หางดง จังหวัดเชียงใหม่ และให้เงินไว้ 100 ล้านแรก เพื่อสร้างสุเหร่าให้ทั่วเชียงใหม่และ จ.ลำพูน แต่ท่านวันนอร์ก็ไม่ให้ครบ และเงินที่ให้จ้างคนพุทธโค่นล้มรัฐบาลก่อนก็ยังให้เขาไม่หมด ระวังเรื่องจะแดงขึ้นมา คนของท่านวันนอร์ก็ไปหลอกลวงขอเด็กหางดงลงไปปัตตานี ไม่สำเร็จเช่นกัน ขอให้เปลี่ยนตัวแกนนำโดยด่วน อย่าทำให้ไก่ไทยตื่น เพราะการณ์ข้างหน้ายังต้องทำต่อไป

       17. ควรเพิ่มเงินในการซื้อฐานเสียงในภาคเหนือให้หมด คนภาคเหนือจะกลัวซะดาคู(ตำรวจ) จึงต้องซื้อตำรวจในภาคเหนือ อย่าลืมไปยุแหย่ผู้มีฐานะทางการเงินและ owner (เจ้าของกิจการ) ใหญ่ ๆ ให้เกลียดชังคนพุทธด้วยกัน และให้โค่นล้มรัฐบาลคนพุทธทุกครั้ง เช่น พูดให้เจ้าของ Outlet จ.เชียงใหม่ ซึ่งมี 4 สาขา เอาหนุ่มมุสลิมเข้าไปขอแต่งงานกับลูกสาว Outlet โดยด่วนแล้วดึงมาเป็นพวก เพราะเจ้าของ Outlet ฝีปากดีมาก คนเชื่อถือ ส่วนใหญ่ใน จ.ภูเก็ตและจังหวัดใหญ่ ๆ และต้องพูดให้เจ้าของโรมแรม เจ้าของกิจการไข่มุก เจ้าของกิจการภูเก็ตแฟนตาซี และกิจการก่อสร้างบ้านจัดสรรอื่น ๆ ให้เกลียดชังตำรวจ ทหาร เช่น ขณะนี้ ทหารไทยยึดอำนาจ และวางทหารเข้ามาสืบทอดอำนาจในทุกกิจการ เช่น เข้ามาเป็นบอร์ดในกิจการท่าอากาศยาน เป็นบอร์ดในการไฟฟ้า การประปา องค์การโทรศัพท์ บอร์ดในการสื่อสารโทรคมนาคม และอื่น ๆ ต้องกำจัดทหารออกไป ยุให้มันทะเลาะกัน แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไร เพราะทหารมุสลิมของเราเป็นใหญ่ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่รู้อะไรในกองทัพไทย แต่ถ้าเมื่อใดที่มุสลิมเราไม่ได้เป็นใหญ่ ก็ยุแหย่ให้มันทะเลาะกัน


        18. มหาเดย์ สั่งให้แกนนำสมองโต (พวกฉลาดมาก) ไปพบทหารมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดของไทย ให้สร้างความหวัง และหลอกใช้อัศวินของไทย ทั้งตำรวจ ทหาร เป็นกระบอกเสียงให้ แต่เมื่อเวลาเสนอชื่อจริง ๆ ให้เป็นแม่ทัพทหารหรือเป็นอธิบดีต่าง ๆ ในเดือนตุลาคม 2550 ก็ให้เสนอชื่ออัศวินผู้อื่นที่มีอายุน้อยและถ้าเป็นมุสลิมก็ดีหรือที่ใกล้ชิด King Queen เป็นผู้รับตำแหน่งใหญ่สืบทอด (และให้โทษว่า King หรือ Queen เป็นผู้เลือก) เพื่อหวังการณ์ข้างหน้า เราจะได้พึ่งในการได้ข่าว และการดักโจมตีก่อการร้ายในจังหวัดอื่นๆของเรา ขณะนี้ได้ข่าวว่ามีอัศวิน 3-4 คน กำลังบ้าอำนาจมาก และเต้นตามลมปากของมุสลิมผู้เป็นใหญ่ของเรา ขอให้ผู้ประชุมทุกคนเก็บความลับ คอยดูคนไทยบ้าอำนาจตีกัน

      19. เรื่อง Public Health Center (สถานีอนามัย) ใน 3 จังหวัดภาคใต้ เมื่อเผาแล้ว เรียกร้องให้ไทยมันสร้างใหม่ ให้มันเสียเงินมาก ๆ เราจะได้สถานีใหม่ ๆ และให้เลี้ยงเด็กมุสลิมเป็นอย่างดี ดูเรื่องอาหารการกิน ของคาวหวาน นม ต้องมีให้พร้อม จากการส่งสายลับไปดูเปรียบเทียบแล้ว เด็กมุสลิมเรากินอยู่ดีกว่าเด็กไทยพุทธมาก เด็กไทยพุทธกินข้าวราดแกงจืดอย่างเดียวไม่มีขนม เรื่องโรงเรียนก็เช่นกัน เมื่อเผาไปแล้ว เรียกร้องให้มันสร้างใหม่ให้ได้ ให้บอกว่าเพื่อเอาใจมุสลิมพื้นที่


      20. ขอให้ผู้มีอำนาจของพวกมุสลิมเราส่งสัญญาให้กลุ่มแกนนำที่ไทยมันเรียกว่า โจรก่อการร้าย ได้รู้ว่า ทหารไทยมันมีจุดอ่อนอย่างไรบ้าง เช่น ไม่มีเสื้อเกราะ ไม่มีความชำนาญภาคสนามรบ จำนวนคนน้อย และไม่มีการวางแผนการสู้รบ โดยเฉพาะเมื่อเด็กมุสลิมเราถูกเกณฑ์ทหารไป ก็ขอให้มีการบรรยายพิเศษเรื่องยุทธศาสตร์การสู้รบของไทยมัน และหรือให้ผู้มีอำนาจของเราซื้อทหารคนพุทธ ให้มันเล่าวิธีการสู้รบของมัน เรารู้วิธีของมันมากแล้วก็จริง แต่มันอาจหลุดอะไรใหม่ ๆ ก็ได้ และการให้ข่าวทำลายขวัญของมัน เช่น มีทหารในพื้นที่ขอย้าย 6,000 นาย มีครู ข้าราชการอื่น ๆ ขอย้ายหมื่นคน และผู้สื่อข่าวที่เราซื้อตัวไว้นั่นแหละให้เป็นผู้ถามนำให้ประชาชนมุสลิมเราเป็นผู้ตอบ ดีต่อกลุ่มนักรบเรา แต่ผลเสียต่อนักรบไทย


      ต้องพยายามผลักดันให้มุสลิมเรา โดยเฉพาะอารีย์ วงศ์อารยะ ได้ลงพื้นที่แล้วพูดให้สับสน ไม่ให้ทหารฟังแม่ทัพของไทยมัน เพราะตอนนี้มันเริ่มรู้ทางเรา ขอให้แกนนำใหญ่สุดของกลุ่มสมองโตลงประกบตัวแม่ทัพภาค 4 คนนี้ด้วย พยายามพูดให้มันไขว้เขวอีกคน และให้คนของเรา ไปบอกข่าวเท็จกับมัน เพื่อดึงความสนใจก่อนที่มันจะรู้ที่ซ่อนอาวุธของเรา สุดท้าย มหาเดย์ ตรีมอกาเซะ(ขอบคุณ) มาให้กับมุสลิมที่ดีทุกคน พร้อมย้ำคำว่า อาเมะ วีซียะ ซะลาลู (เก็บมันให้เรียบ)

       21. เร่งให้ฝ่ายหญิงมุสลิมที่แต่งกายชุดสีดำให้หมดทุกคน ผู้ชายสวมหมวกทุกคน ไม่ให้ซ่อเกะหลุดจากหัว แม้แต่เวลาละหมาด ผู้หญิงสวมผ้าตาละโก่ง ผ้าฮิญ๊าบสำหรับโพกหัวก็ให้เป็นสีดำ เพราะสีดำเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลามนิยายซีอะของเรา ให้เข้ากับความดุร้าย ให้พิราบข่าวไปแจ้งผู้นับถือนิกายสุหนี่ให้ทั่วด้วยว่า มหาเดย์ สั่งมา ใครไม่ปฏิบัติ ให้ประสานไปที่ลูกเขยสกุลหิมะทองคำ เขารับเรื่องการแต่งกายที่เป็นเอกภาพอยู่ และเราต้องการให้ประเทศไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม เปลี่ยนเป็นนิกายชีอะทุกคน ให้เหมือนกับมุสลิมในประเทศอินโดนีเซีย บรูไนและมาเลเซีย เพราะเราต้องเอาใจผู้ให้เงินนิกายซีอะ และตอนนี้ มหาเดย์เองก็เปลี่ยนเป็นชีอะแล้ว

      22. มหาเดย์ ขอให้แกนนำช่วยกันคิดในการสร้างปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดกับทุกภูมิภาคของไทย เพราะการเสริมกำลังจากจังหวัดอาเจะ ประเทศอินโดนีเซีย จะหาช่องทางมาสมทบกับกลุ่มอาเจะเดิมในไทย ซึ่งถูกฆ่าตายไปบ้างนั้นยากขึ้น เพื่อให้การก่อการร้ายต่อเนื่อง จำเป็นต้องเคลื่อนกำลังจากอาเจะเข้ามา แต่ทหารไทยตรึงกำลังหนาแน่น ทำให้เคลื่อนเข้ามาไม่ได้ จะมาทางเรือจากเกาะลังกาวี มาเลเซีย เข้าจังหวัดสตูลก็ไม่ได้ เพราะทหารเรือและตำรวจจับตา ฉะนั้นขอให้เปิดฉากอะไรก็ได้ในจังหวัดอื่น ๆ หรือใน 3,4 จังหวัดของไทย เพื่อดึงความสนใจไปที่อื่น และอีกประการหนึ่ง ให้สร้างความเสียหายให้ประเทศไทยให้มากที่สุด ให้มันใช้จ่ายเงินในเรื่องที่ไม่สมควรจ่าย จะทำให้เงินที่มันจะให้ค่าเบี้ยเลี้ยงทหาร ค่าซื้ออาวุธปืน ลูกปืนไม่มีเงินซื้อ ต้องทำให้ไทยมันเลือดไหลหมดตัว ขอย้ำว่า ถ้าไม่มีอะไร ก็ให้เผาป่าก็ยังดี หรือทำให้น้ำเกิด pollution (เป็นพิษ) ทางน้ำ ทางอากาศ บอกมุสลิม ผู้เป็นใหญ่ของเรา อย่าเพิ่งจ่ายเงินพิเศษค่าตำแหน่งให้ครู เพราะเราจะยุยงให้พวกครูประท้วง ถ้ามุสลิมผู้เป็นใหญ่ของเราไม่ได้เป็นใหญ่ต่อไป ทุกอย่างต้องดึงเกมส์ไว้ก่อน


      23. บริษัทเชฟรอนของเรา ได้สำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทยและอ่าวพม่า ยังมีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากมาย รวมทั้งแร่อีกหลายชนิด ถ้ามุสลิมเราได้ 3 จังหวัดใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ยังไม่พอ เราคนเอาคนมุสลิมเราไปวางไว้ในระนอง พังงา กระบี่ พัทลุง ตรังและสงขลา เพิ่มให้มากขึ้น แต่เดิม มหาเดย์ บอกว่าเอา 3 จังหวัด แต่ตอนนี้เปลี่ยนใหม่แล้วว่า เอาด้ามขวานประเทศไทยทุกจังหวัดก่อน และจะคืบคลานให้คนไทยเป็นมุสลิมทั้งประเทศ


      24. แกนนำด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์ทุก ๆ ด้านของมุสลิมเราได้ผลดีเยี่ยมทุก ๆ กลยุทธ และขอเน้นย้ำว่า กลยุทธใดที่มุสลิมเราจะเพลี่ยงพล้ำ ก็ให้ joint venture (เข้าร่วมเป็นมิตร) ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไป อย่าให้คนไทยพุทธรู้ตัว แต่ในทำนองเดียวกัน ก็บรรจุสิ่งที่มุสลิมเราต้องการลงในรัฐธรรมนูญของประเทศไทยให้เต็มที่ให้มากที่สุด เราได้เปรียบไว้ก่อนหลาย ๆ ด้าน สมองของคนไทยพุทธเทียบเท่ากับสมองลือมูและกูบา (วัว ควาย) เท่านั้น จะสู้สมองนักวางแผนของมุสลิมเรา 300 กว่าคนได้อย่างไร เมื่อรวมสมองของ ดร.มหาเดย์และ ดร.วันกาเดร์ เข้าไปด้วยแล้ว การเข้าครอบครองไทยง่ายนิดเดียว เหมือนกระพริบตา


       25. การเพิ่มคนมุสลิมให้เร็วและจำนวนมาก ต้องให้มุสลิมแต่งกับพม่า เขมร ลาวที่เข้ามาในประเทศไทย เป็นโอกาสดีของมุสลิมเราที่มีพวกนี้มากมายเข้ามาทำงานในประเทศไทย ให้มุสลิมชาย 1 คนแต่งกับพวกนี้ ภายในปีเดียวชายมุสลิม 1 คน จะมีลูกได้ถึง 4 คน รวมแม่อีกหนึ่งเป็น 5 คน ใน 1 ปี มุสลิม 1 ล้านคนจะเพิ่มพลเมืองได้ 5 ล้านคน ภายใน 10 ปี จะเพิ่มเป็น 50 ล้านคน หลังจากนั้น เร่งให้เด็กอายุครบ 12 ปี แต่งงาน เพิ่มเป็น 60 ล้านคน ภายใน 12 ปีเท่านั้น เราจะเพิ่มมุสลิมได้มากกว่าไทยพุทธอีกเท่าตัว เรื่องนี้เก็บเป็นความลับอย่าให้รั่วไหล ไม่ต้องจดบันทึกก็ได้ให้รู้กันในหมู่มุสลิมเท่านั้น


      26. อาวุธปืนที่ได้จากอำเภอเจาะไอร้อง ทางเราได้กระจายกับครบ 4 จังหวัด แต่ที่ให้จังหวัดสงขลาน้อยเพียง 30 กระบอก เพราะมหาเดย์บอกว่า ทางปัตตานี 90 กระบอก นราธิวาส 90 กระบอก และยะลา 90 กระบอก มีความจำเป็นต้องใช้ และถ้าทางสงขลาต้องการอะไร ทั้ง 3 จังหวัดจะร่วมด้วยทันที เร็ว ๆ นี้แหละคงถึงเวลาที่มุสลิมใน จ.สงขลา จะได้แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ของเราก็มีความเข้มแข็ง ให้เร่งสร้างคนเพิ่มให้มาก ๆ ขอให้สงขลาใจเย็น ๆ อาวุธจะเข้าทาง จ.สตูล รวมที่สะสมไว้ที่ อ.ควนโดน จะส่งมาให้พร้อม ๆ กับส่งไปจอมบึง จ.ราชบุรี


       27. มหาเดย์ ขอแสดงความชื่นชมแกนนำมุสลิมในจังหวัดสงขลาที่เร่งสร้างสุเหร่าได้ถึง 145 สุเหร่า ภายในเวลาอันรวดเร็ว ดีมากที่ทำให้คนพุทธนึกว่า เรามีประชากรมุสลิมเยอะดี จริง ๆ แล้วสุเหร่า 1 สุเหร่า ต่อมุสลิมเราเพียง 20 คนเท่านั้น ขอให้เร่งขยายการสร้างสุเหร่าไปยังจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ทั่วไทย

        28. ส่วนการเงินในการสร้างสุเหร่า มหาเดย์ จะมอบให้บุคคล 3 คน ที่มีอำนาจในประเทศไทยเป็นผู้นำไปมอบให้ เรื่องสร้างสุเหร่านี้ เงินช่วยจากยุโรปมีมาก โดยเฉพาะผู้นำมุสลิมในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน ให้มาคราวละ 1,000 ล้านเหรียญมาเลเซีย หรือราว 10,000 ล้านบาท โดย ดร.วันกาเดร์แห่งรัฐกลันตัน เป็นผู้ดูแลเงิน โดยมอบหมายให้ท่านวันมูฮัมหมัดนอร์มะทา และท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นผู้นำมาให้แกนนำสร้างสุเหร่าในประเทศไทย เรื่องนี้คนใกล้ชิดของผู้ว่าราชการที่มีนามสกุล “มินทราศักดิ์” ได้เงินเกินกว่าครึ่ง ในการสร้างสุเหร่าและที่ละหมาดทั่วประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า ใครเป็นมุสลิมที่ดีอยู่ในโอวาทมหาเดย์แล้ว จะได้รับการสนับสนุนให้มีเงินและมีอำนาจในประเทศไทย

      29. ให้ลงมืออุ้มฆ่าอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นมุสลิม เลือกดูอาจารย์มุสลิมที่มีนักศึกษารักและเคารพมาก และ (ทูวอ) มีอายุหน่อย แล้วโยนความผิดให้รัฐบาลไทย ขอให้ผู้ที่จะไปปฏิบัติการแต่งชุดตำรวจหรือทหารเข้าไป เพื่อจะให้ดูเสมือนว่ารัฐบาลไทยส่งคนมาอุ้มฆ่า นำศพเข้าไปไว้ในที่มิดชิด เช่น กูโบ แล้วจึงเคลื่อนย้ายเข้ามาในมาเลเซียต่อไป จะได้ไม่พบศพ อย่าลืมว่าก่อนเข้าไปชวนอาจารย์มุสลิมออกมา ให้ไปถามอาจารย์คนไทยพุทธและอาจารย์มุสลิมในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้พูดภาษาไทยอย่าพูดภาษายาวีเด็ดขาด ในขณะที่ถามให้มีพยานเห็นสัก 3-4 คน ระวังตัวด้วย พอลับตาพยาน 3-4 คนนั้น จึงดำเนินการตามการฝึกมาและเคยทำมาบ้างแล้ว

      30. มหาเดย์สั่งว่า ขอให้มุสลิมเราที่เป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ รองผู้ว่าฯ และผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อสบช่องโอกาสให้เปลี่ยนชื่อถนน ตรอก ซอก ซอย หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เป็นภาษายาวี ให้หมด และถ้ามีการจัดสร้างอาคารร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้ใช้ชื่อเป็นภาษายาวีเท่านั้น


      31. ให้เรียกร้องให้ใช้ภาษายาวีเป็นภาษาทางราชการ จริงอยู่ ถึงแม้ภาษายาวีเป็นภาษาที่ไม่มีตัวอักษรเป็นภาษายาวี ก็ให้แจ้งรัฐบาลไทยไปว่า สามารถใช้อักษรภาษาอังกฤษแทนได้ แล้วมุสลิมเราจะใช้คำภาษายาวีทั้งหมด มาจากประเทศมาเลเซีย ขอให้เตือนพวกที่ทำใบปลิวแจกด้วย ให้ทำการเขียนเรียกร้องสนับสนุนให้มีการใช้ภาษายาวีควบคู่กับภาษาไทยไปก่อน ยังไงรัฐบาลต้องให้อยู่แล้ว เพราะเกรงใจบิ๊กสนธิ บุญยรัตกลินของเรามาก


     32. เป็นที่ยินดีที่สุดของชาวมุสลิมมลายูที่เรามีองค์รัชทายาทขึ้นครองรัฐฟาตอนีของเราแล้ว อีกไม่นานองค์รัชทายาทที่เราเตรียมการกันไว้ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของมุสลิมแท้ ๆ ที่เกิดจากธิดาสาวของ ส.ส.ปัตตานี และเกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของสุลต่านรัฐกลันตันของพวกเราไง สุตต่านเราจะอบรมให้ท่านอยู่ในศาสนาอิสลามยึดอัลเลาะเพียงองค์เดียว และจะให้ท่านมีจริยวัตรงดงาม นอบน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่งกับประชาชนมุสลิม เพราะถือตนว่าเป็นลูกเจ้า


      33. แผนที่ประเทศไทยใหม่รัฐฟาตอนีดารุสซารามที่แจกให้ในวันนี้ เพื่อให้กลุ่มแกนนำได้นำไปแจกจ่ายให้มุสลิมทั่วประเทศไทยได้ดูกันไว้เป็นกำลังใจ กำชับพวกมุสลิมว่าเก็บเป็นความลับอย่างสุด ๆ ไม่เช่นนั้นถ้าเรื่องแตก การครอบครองประเทศไทยของเราจะช้าออกไปอีกมา

      34. เรื่องปั๊มน้ำมันปิโตรนาสของมุสลิมเรา เราต้องช่วยกันสนับสนุนการข่าวบางอย่าง ก็ให้ติดต่อได้ที่ปั๊มปิโตรนาสของเรา แจ้งให้มุสลิมทุกคนรับรู้ อย่าเติมน้ำมันปั๊มอื่น ๆ


       35. เรื่องการใช้ลำโพงและหอกระจายข่าวในสุเหร่าทุกแห่ง ขอให้ทำให้เหมือนกันทุกสุเหร่า ให้เปิดเสียงดังให้สุด ๆ ก่อกวนให้คนพุทธมันขายที่ดินย้ายไปที่อื่น ๆ มันทนไม่ได้แน่ ๆ เพราะเราทำละหมาดกันวันละ 5 เวลา ในตอนนี้มันยิ่งไม่กล้าพูดเพราะบิ๊กบังสนธิเราเป็นใหญ่ และโชคดีที่ประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้ามส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านเหมือนประเทศยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่นและจีน ประเทศไทยมันยังโง่มาก กฎหมายการสร้างสุเหร่าก็ยังไม่มี มหาเดย์สั่งว่า ให้มุสลิมที่เป็นใหญ่ออกกฎหมายห้ามสร้างวัดไทยเพิ่ม


        36. เรื่องการสร้างโรงเรียนเอกชนของมุสลิมเราในกรุงเทพฯและจังหวัดใหญ่ ๆ ให้รีบสร้าง เพราะถ้าไทยมันปิดปอเนาะเราก็สอนตาดีกา ในโรงเรียนเอกชนของเราได้ตอนนี้ มหาเดย์ ชมมากเรื่องปอเนาะ ในอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดอยุธยาที่ดึงเด็กพุทธและปลุกมุสลิมได้เก่งจริง ๆ และคนของเราได้เป็นครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการโรงเรียนกันมากมายในอยุธยา สระบุรี ลพบุรี ราชบุรี และจังหวัดอื่น ๆ อีกมากในกระทรวงศึกษาธิการมายาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เกษียณราชการไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร เราค่อยหาทางเดินหมากวางคนของเราคุมกระทรวงอื่นต่อไป


       37. ในกรณีที่คนไทยมันรู้ทางเรา รู้ไส้เรา ให้มุสลิมผู้เป็นใหญ่ของเราพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นแผนการ discredit (ทำให้เสื่อมเสีย) จะได้ดูว่าเป็นแผนการของกลุ่มอำนาจเก่าและทำให้มันรวมกันไม่ติดด้วยซ้ำ ทำอย่างไรก็ได้ให้มันแตกกันมาก ๆ การทำเช่นนี้จะเป็นผลดีกับอิสลามเรา โดยเฉพาะให้เงินปิดปากผู้มีอำนาจที่เป็นพุทธและให้เงินพรรคการเมือง ซื้อของกำนัลให้เจ้าใหญ่ นายโตของประเทศไทย เพื่อเก็บมาเป็นคนข้างเราให้หมด การเดินหมากใกล้ชิดคนมีฐานะและมีอำนาจเข้าไว้ดีที่สุด

       38. เร่งส่งเด็กจบใหม่ของเราเข้าไปสู่วงการสื่อมวลชน โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เราจะได้ลดวงเงินในการซื่อสื่อเพื่อเป็นกระบอกเสียงของเราให้ลดลง และจะได้เพิ่มการกระพือข่าวที่ไม่ดีของประเทศไทย ของราชวงศ์ไทย ก่อการร้ายในไทย การเขียนข่าวบิดเบือนว่ามุสลิมโดนรังแกให้เพิ่มมากขึ้น เป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงไทยอยู่ทุกวันนี้คือการท่องเที่ยวจะได้เปลี่ยนนักท่องเที่ยวให้เข้าไปมาเลเซียและอินโดนีเซีย

       39. ให้เข้าขัดขวางการร่วมมือสร้างถนนเชื่อมต่อประเทศจีนกับไทย ให้ไปยุแหย่ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ให้ทะเลาะกับไทย ขอให้ทำลายไทยทุกวิถีทาง

       40. ต้องให้อาจารย์มุสลิมในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของไทย เปลี่ยนประวัติศาสตร์ โดยการเรียกร้องให้เปิดโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แล้วบิดเบือนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยให้แสดงให้เห็นว่า เดิมดินแดนแถบนี้เป็นของมลายู ที่ต้องตั้งโครงการนี้เพราะต่อ ๆ ไป เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ มันจะเป็นเรื่องจริงที่ปรากฏเป็นหลักฐาน เพราะคนไทยมันไม่เขียนหลักฐาน เราเขียนไว้ผู้อ่านเขาจะเชื่อเรา เมื่อมีชาวต่างชาติอื่น ๆ มาอ่าน ก็จะพากันเชื่อว่าเราถูกไทยรุกราน โกงแผ่นดิน ทั้ง ๆ ที่เราจะโกงมัน ถ้ามันมีหลักฐานอะไรก็ให้นักศึกษาเรายืมหนังสือประวัติศาสตร์นั้น ๆ ไปทำลายทิ้งเสีย ทุก ๆ ที่ที่มีประวัติศาสตร์ไทย

        41. เรื่องอิหม่ามและอุสต๊าส ในไทยจะต้องมีวิชาความรู้ โดยส่งไปเรียนที่สถาบันราชภัฏจอมบึง ให้อุสต๊านและอิหม่ามทุกคนไปฝึกภาษามลายูที่รัฐซาบา ประเทศมาเลเซีย เพราะเป็นโครงการร่วมมือกัน อิหม่ามจะได้มีความรู้เอาไว้สู้กับพระสงฆ์ของไทย ถึงอย่างไรเสียพระสงฆ์ไทยก็มีช่องให้เราโจมตีอยู่แล้ว เพราะอิหม่ามของเรามีภรรยาได้ พระสงฆ์มีจุดอ่อนตรงนี้


       42. วัดใดที่โดนเผาและทำลายไปแล้ว ให้ต่อต้านไม่ให้สร้างขึ้นใหม่ ให้เพิ่มการสร้างสุเหร่าของมุสลิมเราแทนที่วัดเท่านั้น ส่วนบริเวณที่ดินเดิมให้สร้างกูโบ (ที่ฝังศพของมุสลิม) ลงแทนที่วัดเดิม



      43. การจ้างคนพุทธแต่งกายเป็นมุสลิมโดยเฉพาะในวันพิธีสำคัญของไทย โดยจ่ายค่าจ้างไปคนละ 2,000 บาท เพราะภาพที่ออกมาทางสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ จะทำให้เห็นว่าประเทศไทยก็เป็นมุสลิมทั้งประเทศ เป็นการข่มขู่คนไทยและประเทศที่เป็นคริสต์ศาสนาไว้ก่อน สำหรับเสื้อผ้าที่จะแต่งกาย ขอให้มุสลิมกลุ่มกรุงเทพฯและในจังหวัดต่าง ๆ ช่วยกันจัดหาให้ไปก่อนเพื่อดูดี การเงินเบิกได้ที่แกนนำมุสลิมประจำจังหวัด การจ้างคนเขมร ลาว พม่า มาทำงานในร้านอาหารของมุสลิมเรา ก็ให้แต่งกายแบบมุสลิม


       44. ให้ทำวุฒิบัตร Transcript ปลอมให้กับผู้ที่จะเป็นอาจารย์อัตราจ้างหรืออัตราประจำ เน้นให้บรรจุลงใน 3 จังหวัดที่ขาดแคลนก่อน เพราะผู้ที่พิจารณาเป็นพวกเรา เสร็จแล้วก็ให้ขอย้ายไปประจำในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วประเทศเพื่อช่วยมุสลิมเรา และเพื่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในสถาบันและจังหวัด


      45. ให้ลงมือฆ่าผู้ที่ไปให้ความร่วมมือกับข้าราชการในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล หรือพวกที่ให้ความร่วมมือกับท่านผู้หญิงและทหาร ข้าราชการไทย ทำอย่างไรก็ได้ให้ Queen และ King ของประเทศไทย เดาะ ซูกอ ฮาดี (ไม่ชอบใจ, ไม่สบายใจ) จะทำให้ มหาเดย์ ซูกอ ฮาตี และเป็นการสกัดกั้นคนมุสลิมพื้นที่ให้ด้อยโอกาส ด้อยพัฒนาไปด้วย จะได้เชื่อฟังกลุ่มเราหมด


      46. ให้แกนนำของเราไปควบคุมคนงานในโรงงานปลาป่น โรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ บังคับให้จ่ายให้กลุ่มแกนนำเราคนละ 200 บาทต่อเดือน ห้ามมันเปิดปากบอกกับฟาร์ซิยัม และซะคาดู ไม่เช่นนั้นจะโดนเก็บและแกนนำบังคับให้ทุกคนแต่งกายด้วยเครื่องแบบมุสลิม คือผู้ชายสวมหมวกซอเกะ ส่วนผู้หญิงให้โพกผ้าฮิญ๊าบ ถ้าเป็นพวกพม่า เขมร บอกด้วยว่าเสื้อผ้ามุสลิมเป็นเกราะป้องกันตำรวจ ทหารและข้าราชการไทยได้ ตำรวจไม่กล้าจับ และเงินที่ได้ในส่วนนี้จะเก็บรวบรวมไว้ก่อการร้ายต่อไป


       47. ขอให้แกนนำด้านการศึกษา ไปลบชื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีออกไป ขอให้ใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยปัตตานีเฉย ๆ ถึงแม้จะเปิดเป็นมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 แล้วก็ตาม คณาจารย์เก่า ๆ ก็ตายไปหมดแล้ว และเพื่อให้ชื่อสมเด็จพระราชบิดาหมดไป ขอให้คณาจารย์มุสลิมแสดงท่าทีแข็งแกร้าว อย่างไรเสียไทยมันไม่กล้าแน่นอนต้องยอมเรา ที่เราต้องทำอย่างนี้เพราจะให้ต่างชาติเห็นว่า เราเป็นมุสลิมเก่งเป็นเอกภาพเดียวกัน คนไทยมันไม่รู้แผนการของเราหรอก เราซื้อท่านวิจิตร ศรีสะอ้านได้แน่ ๆ


       48. ขอให้คณาจารย์มุสลิมทุกมหาวิทยาลัย ทำลายงานวิจัยและประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เน้นมากที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้เขียนและบิดเบือนประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี ถึงแม้จริง ๆ มันเป็นของประเทศไทย เราต้องบิดเบือนให้ได้แล้วลง Internet ให้คนได้ได้อ่านกันให้ทั่วว่า ประเทศไทยโกงดินแดนของพวกเรา โดยให้เขียนประวัติราชอาณาจักรมลายูปัตตานี เรียกเป็นภาษายาวีว่า สยาเราะกือราญาอันมลายู-ปัตตานีขึ้นมา และให้แปลเป็นภาษาไทยด้วย โดยให้ผู้เขียนเป็นคนมุสลิมเรา ผู้แปลก็เป็นคนมุสลิมเรา ส่วนงานวิจัยทั้งเชิงประวัติศาสตร์ที่คณาจารย์ไทยทำไว้เดิมให้ทำลายทิ้ง เช่นเรื่อง 1) เหตุใดคนตากใบ จ.นราธิวาสและคนปานาเระ จ.ปัตตานี จึงพูดใช้คำราชาศัพท์เหมือนกัน 2) งานวิจัยเรื่องสาเหตุใดคนไทยในตำบลโต๊ะโมะ อำเภอแว้ง จ.นราธิวาส จึงรู้เรื่องการทำเหมืองทองเป็นอย่างดี 3) งานวิจัยเรื่องคนไทยในรัฐไทรบุรี ปะริด กลันตัน และตรังกานู รู้สึกอย่างไรเมื่อถูกแบ่งแยกดินแดนมาอยู่กับประเทศมาเลเซีย และงานวิจัยอื่น ๆ อย่าให้มีเหลือไว้ แม้แต่เล่มเดียวในหอสมุดเคเนดี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


       49. ในการลง Internet ทุกเรื่องให้มุสลิมเราที่มีความรู้ภาษาอังกฤษดี เขียนเป็นภาษาอังกฤษกำกับด้วย เพื่อให้ต่างชาติอ่านจะได้เคลือบแคลงและต่อว่าไทยว่า ยึดครองแผ่นดินเราจริง ๆ เมื่อมีการตัดสินหลักฐานทุกอย่างแสดงว่าเป็นของมุสลิมเรา เราก็ได้เป็นเจ้าของ ตอนนี้ต้องหลอกล่อมันทุกวิถีทาง ว่าทำเพื่ออัลลอฮ์ มันจะได้มีกำลังใจ จำไว้ว่า เราจะรับไว้กลุ่มเดียวเท่านั้นในดินแดนไทยคือ ธิดาของ ส.ส.ปัตตานีผู้ให้กำเนิดรัชทายาท ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับนายวันนอร์ นายเด่น โต๊ะมีนา นายนิฮูเซ็ม สุไลมาน กลุ่มมุสลิมกรุงเทพไม่เคร่ง เราไม่เอา แต่เราหลอกใช้มันไว้ก่อน

อัสลามูอาลัยกุม วาเราะห์ มาดุลลอ ฮีวา บารอกาคุหุ อัลฮัมคุลิยาฮุ

แท้จริงการสรรเสริญเป็นลัทธิของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว เราขอสรรเสริญพระองค์


....คือ ข้อมูลที่เก็บตกมาฝากเพื่อพิจารณา
ด้วยความห่วงใยใน "ขวานทอง"
http://narater2010.blogspot.com/

Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม