วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ยิงผู้ใหญ่บ้านที่ อ.ยะหริ่ง




          วันที่ 10 พ.ย. เมื่อเวลา 07.15 น.เกิดเหตุยิงกันบนถนนทางหลวงชนบทบริเวณ ม.5 ต.สาบัน อ.ยะหริ่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายนิมุ นิเลาะ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 ม.1 ต.ตันหยงดาลอ เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ้านตันหยงดาลอ ที่เกิดเหตุ พบมีผู้เสียชีวิตญาติได้นำผ้าคลุมในระหว่างรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ท่ามกลางฝูงชนไทยมุงเป็นจำนวนมาก และ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ100 สีดำ-เทา หมายเลขทะเบียน กบม 723 ปัตตานี ซึ่งเป็นของผู้ตายล้มอยู่ข้างทาง สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามชนิดอาก้า เข้าที่บริเวณลำตัว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้า จำนวน 6 ปลอก ก่อนเกิดเหตุทราบว่าผู้ตายกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านเพื่อไปร้านน้ำชาในหมู่บ้านเกิดเหตุ ระหว่างทางได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะไล่ตามมากราดยิงจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว 









วางระเบิดทหารนราธิวาส บาดเจ็บ 3 ราย ชาวบ้าน 2 ราย



          เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 10 พ.ย. เกิดหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15133 ฉก.นราธิวาส 30 ที่บริเวณสามแยกข้างกำแพงรั้วบ้าน นางเย็นจิตต์ จั่นปิยะ มารดาของอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลรือเสาะ เลขที่ 133 บ้านยะบะ ม.2 ต.รือเสาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ที่เกิดเหตุพบที่บริเวณกำแพงรั้วถูกอานุภาพของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน จนกำแพงรั้วพังเป็นรูโหว่ และฝาผนังของบ้านถูกอานุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บค 1675 เบตง ของเจ้าหนาที่ทหารกระจกหน้าแตกตัวถังด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน โดยเฉพาะที่กระบะหลังมีกองเลือดจำนวนหนึ่ง และยังพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีแดง ทะเบียน ป 0053 ปัตตานี ของชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดที่กระจกหน้า และตัวถังด้านซ้ายเช่นกัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย ได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ประกอบด้วย

  • 1.จ.ส.อ.สายชล ทาตะชัย ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณไหปลาร้าด้านซ้าย 
  • 2.ส.อ.อนุวัฒน์ ชาญณรงค์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ต้นคอซ้าย 
  • 3.ส.ท.สถาพร กองาม ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าแข้ง ต้นคอ และเอว 
ส่วนชาวบ้านอีก 2 ราย คือ
  • 4.นายรุสลัน อารีย์ 
  • 5.นายอาลีซู ตาเละ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้า 
         ก่อนเกิดเหตุทราบว่ากำลัง รวม 18 นาย นั่งรถจีเอ็มซี 1 คัน และรถยนต์กระบะอีก 1 คัน ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟลาโล๊ะ เพื่อเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการชุดเฉพาะกิจ นราธิวาส 30 โดยรถจีเอ็มซีขับนำหน้าและรถยนต์กระบะตามหลัง ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคใส่ไว้ในตะกร้าพลาสติกโดยมีเศษผ้าปิดอำพรางไว้ มาจอดที่บริเวณข้างกำแพงรั้วบ้านของมารดาอดีตนายกเทศบาลตำบลรือเสาะ แล้วรีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป เมื่อรถยนต์ถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และมีชาวบ้านที่ขับรถยนต์กระบะตามหลังถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายดังกล่าว






วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เปิดแนวรบชิงเก้าอี้ประธานพูโล ศึกนี้เพื่อใคร


เปิดแนวรบชิงเก้าอี้ประธานพูโล ศึกนี้เพื่อใคร


          ภายหลัง ตนกูบีรอ กอตอนีลอ ประธานผู้ก่อตั้งขบวนการป่วนใต้พูโลคนแรกได้เสียชีวิตลงเมื่อ พ.ศ.2551
ตนกูบีรอ กอตอนีลอ 

           ขบวนการ Pulo หรือ Patani United Liberation Organisation แปลเป็นไทยว่าองค์การกู้เอกราชสหปาตานี ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดวัตถุประสงค์การก่อตั้งไว้อย่างสวยหรูว่า เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อกู้เอกราชแผ่นดิน ปาตานีรายาอันเป็นสิทธิของชาวมลายูผู้นับถือศาสนาอิสลาม แต่กลับมีบทบาทโดดเด่นเข้าข่ายโจรคือ การเรียกค่าไถ่หรือค่าคุ้มครองกับผู้ประกอบการซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจในสมัยนั้น ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันดีแต่ถูกจับกุมและถูกตัดสินประหารชีวิตแต่ได้รับความปราณีลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิตคือ หะยีดาโอ๊ะ ท่าน้ำ ซึ่งวันนี้ก็ยังชดใช้กรรมที่ก่อไว้อยู่ในเรือนจำ

         ใครจะรู้บ้างว่า วันนี้ Pulo ถึงคราวตกอับถึงขนาดบรรดาสมาชิกซึ่งมีทั้งเก่าและใหม่ต่างรุมแย่งชิงเก้าอี้ประธานพูโลและใช้การโฆษณาชวนเชื่อตามความถนัดดิสเครดิตกันไปมา ไม่เว้นแม้แต่ในเว็บไซต์ Puloinfo.net ซึ่งเป็นของกลุ่มที่ทำขึ้นเพื่อโจมตีรัฐบาลไทยแต่วันนี้กลับถูกสมาชิกระดับแกนนำทั้งเก่าและใหม่ในแต่ละกลุ่มซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม ใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างการยอมรับในฐานะประธานพูโลจนเป็นที่ตลกขบขัน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มก่อการร้ายอีกกลุ่มที่เดินเกมส์ได้เหนือกว่าคือ BRN

          นิยายศึกชิงเก้าอี้นี้แน่นอนว่าย่อมมีที่มาที่ไป มีผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและพวกพ้องของเหล่าสมาชิก แล้วมีใครบ้างล่ะ



           นูร อับดุรเราะห์มาน หรือ กาแม ยูโซ๊ะ ซึ่งอ้างว่าได้รับแต่งตั้งเป็นประธานองค์การแนวร่วมปลดปล่อย ปาตานี หลังจาก ตนกูบีรอ กอตอนีลอ ประธานคนแรกเสียชีวิต หลังจากนั้นไม่นานได้ออกแถลงการณ์โจมตี นายกัสตูรีฯ กรณีได้รับความไว้วางใจจากคะแนนเสียงข้างมากของคณะกรรมการกลางพูโลว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งหลังจากนั้นการออกมาแสดงบทบาทนำในลักษณะขัดแย้งของทั้งคู่ก็มีมาโดยต่อเนื่อง

ซัมซูดิง คาน

           นอกจากนี้ยังมีนายซัมซูดิง คาน ประธานกลุ่มพูโลเก่าซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่พยายามมีบทบาทนำด้วยจุดยืนแข็งกร้าวที่ไม่ต้องการเพียงเขตปกครองพิเศษหรือการปกครองตนเองนอกจากการได้รับเอกราชเท่านั้น ขณะที่กลุ่มของนายกาแม ยูโซ๊ะ ก็มีจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน
 นายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขบวนการพูโล 

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.๕๖ นายกัสตูรีฯ ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของกลุ่มโดยอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขบวนการพูโล พร้อมด้วยการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอาวุโสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้ขบวนการพูโลที่แตกออกมาเป็น 3 กลุ่มได้รวมเป็นหนึ่งแล้ว เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทยที่ได้ดำเนินการพูดคุยกับตัวแทนขบวนการบีอาร์เอ็นไปก่อนหน้านี้แล้ว และยังเปิดเผยด้วยว่าได้เดินทางไปที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อพบกับผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับฝ่ายขบวนการต่อสู้ที่ปาตานี เพื่อหารือถึงเรื่องการเข้าร่วมวงการพูดคุยดังกล่าวแล้วด้วย โดยพูโลจะส่งตัวแทนเข้าร่วมวงพูดคุยเพื่อสันติภาพจำนวน 2 คน ซึ่ง ตนจะเป็นคนหนึ่งที่จะเข้าร่วมการพูดคุยครั้งต่อไปด้วย

            อย่างไรก็ดีทั้ง 3 กลุ่มนี้หากมองด้วยสายตาสร้างสรรค์แล้วจะเห็นว่ากลุ่มที่มีท่าทีใฝ่สันติภาพด้วยแนวทางการพูดคุยคงมีเพียงนายกัสตูรีฯ ซึ่งหากเป็นไปตามการกล่าวอ้างแล้ว น่าจะได้รับการยอมรับทั้งจากมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกและ BRN ซึ่งยอมที่จะให้เข้าร่วมโต๊ะพูดคุยสันติภาพ

            แม้ว่านายกัสตูรีฯ จะอ้างว่าทั้ง 3 กลุ่มได้รวมกันเป็นหนึ่งแล้ว แต่การอ้างคำแถลงของสำนักเลขาธิการพูโลระบุว่า แกนนำ Pulo MKPและ Pulo MKP-PERPADUAN ซึ่งจัดการประชุมเมื่อวันที่ 8 ต.ค.56 ได้เห็นชอบให้นายมะมูด มะห์ยีดดีน เป็นประธานพูโล และ นายกาบีร อับดุลเราะห์มาน ซานี หรือนายกาแม ยูโซ๊ะ เป็นเลขาธิการพูโล ซึ่งมีน้ำเสียงชัดเจนว่าหากมีกลุ่มใดอ้างตัวเองเป็นประธานพูโลนั้นเป็นความเท็จ


           นี่จึงแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งแย่งเก้าอี้ประธานของทั้ง 3 กลุ่มยังไม่จบลง ก็น่าอยู่หรอก เพราะใครก็ตามที่ได้เข้าร่วมโต๊ะพูดคุย ย่อมหมายถึงการได้รับการยอมรับ และหากมีการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลไทยตามข้อเสนอเพ้อเจ้อทั้ง 5 ข้อของฝ่าย BRN แล้ว ย่อมส่งผลให้เส้นทางก้าวสู่การเป็นชนชั้นปกครองในอนาคตแจ่มใสขึ้นมาทันที


          สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องอยากเป็นใหญ่เป็นโต ตามมาด้วยเม็ดเงินจากการสนับสนุนที่ประเทศในกลุ่มมุสลิมหลับหูหลับตาบริจาคให้อีกปีละไม่น้อย การได้เป็นผู้นำจึงสร้างผลประโยชน์ให้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ


           ยุทธศาสตร์การก่อการร้ายของกลุ่มที่ว่า “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” ในมิติต่างๆ ทั้งกองกำลังติดอาวุธและการเมืองระหว่างประเทศ จึงมีทีท่าว่าจะไปไม่รอด เพราะเป้าหมายที่พวกเขาต้องการไม่ได้อยู่ที่ความสงบสุขของพื้นที่ ความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนเหมือนอุดมการณ์สวยหรูตามที่กล่าวอ้าง


           สงครามกองโจรไม่อาจกำหนดการแพ้ชนะได้ เพราะชัยชนะที่แท้จริงอยู่ที่ประชาชน แต่ในวันนี้ วันที่พวกเขาเอาประชาชนมาอ้าง วันที่ประชาชนไม่ได้โง่อย่างที่พวกเขาคิดอีกต่อไป เดาได้เลยว่าคงไปไม่ถึงไหนหรอก เพราะธาตุแท้มันโผล่ออกมาให้เห็นแล้ว



ซอเก๊าะ นิรนาม

จดหมายข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ “PULO” หรือ “BRN” ปริศนา (ไม่ลับ) ที่รอการเปิดเผย




จดหมายข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ “PULO” หรือ “BRN” ปริศนา (ไม่ลับ) ที่รอการเปิดเผย


             ข่าวความเคลื่อนไหวการพูดคุยสันติภาพกำลังเดินหน้า “PULO” รวมเป็นหนึ่งเตรียมร่วมวงเจรจา “BRN” รับคำตอบ 5 ข้อจากฝ่ายไทย นายกัสตูรี มะห์โกตา เผยขบวนการพูโล 3 กลุ่ม รวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเตรียมส่งตัวแทน 2 คน ร่วมทีม BRN ในวงพูดคุยสันติภาพกับฝ่ายไทย ยันหารือผู้อำนวยการพูดคุยฝ่ายมาเลเซียแล้ว ฮัสซัน ตอยิบ ระบุไม่มีปัญหาแต่ให้รวมเป็นหนึ่งก่อนแล้วส่งตัวแทนมา


         นายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขบวนการพูโล (Patani United Liberation Organisation : PULO) มีถิ่นพำนักอยู่ที่ประเทศสวีเดน ให้สัมภาษณ์กับ นายอัศโตรา โต๊ะราแม ผู้สื่อข่าวอาวุโสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้ขบวนการ PULO ที่แตกออกมาเป็น 3 กลุ่ม ได้รวมเป็นหนึ่งแล้ว เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมวงพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทยที่ได้ดำเนินการพูดคุยกับตัวแทนขบวนการBRN ไปก่อนหน้านี้แล้ว

           นายกัสตูรี เปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อพบกับผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับฝ่ายขบวนการต่อสู้ปาตานี เพื่อหารือถึงเรื่องการเข้าร่วมวงการพูดคุยดังกล่าว การหารือดังกล่าวมีข้อตกลงว่าจะให้ฝ่ายขบวนการ PULO ส่งตัวแทนเข้าร่วมวงพูดคุยเพื่อสันติภาพจำนวน 2 คน ซึ่งหากเป็นความประสงค์ของพระเจ้า ตนก็จะเป็นคนหนึ่งที่จะเข้าร่วมการพูดคุยครั้งต่อไปด้วย

           ขบวนการพูโล (Patani United Liberation Organisation : PULO) ประสบความสำเร็จในการรวม 3 กลุ่ม ให้เป็นหนึ่งเพื่ออำนาจต่อรองเข้าร่วมวงพูดคุยเพื่อสันติภาพ จำนวน 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีนายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขวนการ PULO รวมอยู่ด้วยในการพูดคุยครั้งต่อไป
         จากการตั้งข้อสังเกตการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนการพูดคุยสันติภาพทุกครั้ง จะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถี่ยิบ ซึ่งไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นการกระทำของกลุ่ม BRN เพียงกลุ่มเดียว แน่นอนกลุ่มขบวนการ PULO เริ่มแสดงศักยภาพมีการผสมโรงในการก่อเหตุด้วยเพียงเพราะเหตุผลในการพยายามสร้างผลงานบนความเดือดร้อนของชาวบ้านนำไปสู่การมีส่วนร่วมในโต๊ะการพูดคุยสันติภาพ

           ล่าสุดขบวนการ PULO ได้ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ มายังบ้านพักของเจ้าพนักงานปกครองฝ่ายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดคนหนึ่งในลักษณะข่มขู่ให้ จนท.ดังกล่าวเดินทางออกนอกพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ หากยังต้องการความปลอดภัยในชีวิต และหน้าที่การงานโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งลงลายมือชื่อ โดย นาย อาบูยีฮัล ยาลีล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขบวนการ PULO

          นายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขวนการ PULO กล้าที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวหรือไม่ ในการส่งจดหมายข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ลูกหลานของพี่น้องในพื้นที่ห่างไกลจากปัญหาการระบาดของยาเสพติด หากไม่กล้ารับผิดชอบแสดงให้เห็นว่าขวนการ PULO กับขบวนการค้ายาเสพติดมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกกันไม่ออก เป็นเนื้อเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดที่คอยมอมเมาลูกหลานพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดต่อกฎหมายทุกชนิด รวมทั้งการลักลอบสินค้าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน เพื่อเป็นแหล่งเงินทุน สนับสนุนการเคลื่อนไหวในการก่อเหตุของขวนการ PULO ในการสร้างผลงานเพื่อเป็นอำนาจต่อรองในการเข้าร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ มันช่างบังเอิญเสียเหลือเกินที่จดหมายฉบับดังกล่าวได้รับการเปิดเผยความชั่วร้ายกระชากหน้ากากที่แท้จริงของขบวนการ PULO ออกมาให้ชาวโลกได้รับรู้ อนิจจาประชาชนอย่างเราๆ เจอแต่เรื่องร้ายๆ อยู่กับปัญหาความรุนแรงที่กระทำโดยกลุ่มคนที่ขาดความยั้งคิด เพื่อตัวเอง เพื่อกลุ่มตน สุดท้ายคนที่รับกรรมหนีไม่พ้นประชาชนเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ที่ไม่มีสิทธิกำหนดชะตากรรมอนาคตของตัวเอง

          อีกมุมมองหนึ่งของการตั้งใจส่งจดหมายข่มขู่ดังกล่าว มีความผิดปกติบางอย่างว่าทำไมจึงมาเกิดช่วงการเตรียมการพูดคุยสันติภาพ หรือเป็นเพราะขบวนการพูโล 3 กลุ่ม สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียว และเตรียมส่งตัวแทน 2 คน ร่วมทีม BRN ในวงพูดคุยสันติภาพกับฝ่ายไทย เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมทั้งการก่อเหตุรุนแรงก่อนการพูดคุยสันติภาพทุกครั้งเป็นการกระทำของกลุ่ม BRN แล้วโยนความผิดให้ขบวนการ PULO เพื่อใส่ร้ายอีกกลุ่มหวังผลด้านมวลชนในพื้นที่ แย่งชิงการเป็นองค์กรนำ ในเวทีการพูดคุยสันติภาพ สักวันความจริงจะปรากฏ กับการกระทำที่เลวร้ายสุดโต่ง ก่อเหตุร้ายรายวัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนเป็นผู้กระทำ สุดท้ายประชาชนคือผู้รับกรรม ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า อนิจจากับเสียงโหยหาสันติภาพที่ริบหรี่เหมือนแสงไฟที่ปลายอุโมงค์

ตนไทยปลายด้ามขวาน


วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ระเบิดที่นราธิวาส ชาวบ้าน - ทหารดับ 2 พร้อมสุนัขดมกลิ่น


              เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 6 พ.ย. เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณหัวมุมรั้วที่ว่าการ อ.ระแงะ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายมะรือโบ - บ่อทอง ม.1 ต.ตันหยงมัส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดนอนจมกองเลือด และร้องครวญครางอยู่บนถนน จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะกันอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเข้าตรวจสอบพบว่า มีเศษซากชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคที่ตัดออกมาครึ่งหนึ่ง หนักประมาณ 10-15 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ และมีรถยนต์ของทหารยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บต 4966 ปัตตานี ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่ตัวถัง และกระจกหน้า รวมทั้งรถยนต์กระบะของชาวบ้านอีก 1 คัน ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน ถจ 1710 กทม.ที่จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่ตัวถัง ยางล้อหน้า และหลังด้านคนขับแตก ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล มีทั้งเจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่ชุดสุนัขดมกลิ่น และประชาชนได้รับบาดเจ็บ รวม 8 ราย ซึ่ง 1 ในนั้นเสียชีวิต 1 ราย คือ ส.ต.ประพันธ์ ชมโคกกรวด สังกัดชุดสุนัขดมกลิ่นอโณทัย ถูกสะเก็ดระเบิดขาขาด และนายปริญญา ปราบวิจิตร อายุ 50 ปี ชาวบ้านอาการสาหัส เสียชีวิตที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย ประกอบด้วย
  • 1.อส.ทพ.วินัย เหมเดโช อายุ 58 ปี สังกัด ร้อยทหารพรานที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 ขาขาด 
  • 2.จ.ส.อ.อำนวย ศรบุญชู อายุ 50 ปี 
  • 3.จ.ส.อ.สุชาติ เวียงจันทร์ อายุ 50 ปี 
  • 4.ส.อ.ทรงไทย นาจรูญ อายุ 25 ปี 
  • 5.พลฯ อนุพล ลิ่มอรุณ อายุ 22 ปี 
  • 6.นายมะอุเซ็ง บาแย 
         ซึ่งชาวบ้านทั้ง 2 ราย เป็นชาวบ้านที่เดินทางมาเที่ยวงานแสดงสินค้า
ก่อนเกิดเหตุทราบว่า คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคผ่าครึ่ง หนักประมาณ 10-15 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ที่ซุกซ่อนใส่ไว้ในช่องลับใต้เบาะสำหรับใส่หมวกกันน็อกมาจอดทิ้งไว้ตรงหัวมุมของกำแพงรั้วที่ว่าการอำเภอระแงะ ซึ่งฝั่งตรงข้ามมีการจัดงานแสดงสินค้าราคาถูก และเมื่อ จ.ส.อ.อำนวย หัวหน้าชุดสุนัขดมกลิ่นของอโณทัย และพวก นำสุนัขสงครามดมกลิ่นลงจากรถยนต์กระบะเพื่อเคลียร์พื้นที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในระหว่างที่ จ.ส.อ.อำนวย กำลังจูงสุนัขให้ดมกลิ่นวัตถุต้องสงสัยภายในบริเวณงาน สุนัขได้เข้าไปดมที่รถจักรยานยนต์คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ภายในงาน จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดขึ้น ทำให้ จ.ส.อ.อำนวย และพวก รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่กำลังเดินตรวจสอบความเรียบร้อยภายในงาน และชาวบ้านอีก 2 คน ที่กำลังเดินอยู่ ถูกอานุภาพของระเบิดกระเด็นลอยไปคนละทิศละทาง แต่สุนัขสงครามตายคาที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว





 










วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ตำรวจสนธิกำลังที่เข้าปิดล้อม พบความเคลื่อนไหวของ นายไซนูรอาบาเซร์ สุหลงเส็น


       ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เจ้าหน้าตำรวจสนธิกำลังที่เข้าปิดล้อมบ้านเป้าหมาย 2 หลังใน อ.จะนะ จ.สงขลา หลังพบความเคลื่อนไหวของ นายไซนูรอาบาเซร์ สุหลงเส็น ผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคงติดตัว 7 คดี และเกี่ยวพันกับเหตุลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม 3 จุดใน จ.สงขลา แต่ไหวตัวทันหลบหนีไปได้
   
       วานนี้ (5 พ.ย.) พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.สงขลา และพ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธร จ.สงขลา สภ.จะนะ และชุดสืบสวนของ ตชด.43 สนธิกำลังกว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 2 หลัง เลขที่ 2/4 กับเลขที่ 39 หมู่ 4 บ้านโคกเค็ด ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา
    
       หลังพบความเคลื่อนไหวของ นายไซนูรอาบาเซร์ สุหลงเส็น อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคงติดตัว 7 คดี รวมทั้งเกี่ยวพันกับเหตุลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม 3 จุดในพื้นที่ อ.เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 56 ที่ผ่านมา เข้ามาอาศัยอยู่ซึ่งเป็นบ้านของภรรยา และญาติ แต่จากการตรวจค้นภายในบ้านไม่พบตัวแต่อย่างใด คาดว่าได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำกำลังเข้าปิดล้อม แม้จะมีการวางสายเฝ้าจับตาไว้แล้วก็ตาม
นายไซนูรอาบาเซร์ สุหลงเส็น ผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคงติดตัว 7 คดี
    
       โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานภายในบ้านไว้ตรวจสอบ สำหรับ นายไซนูรอาบาเซร์ เป็นหนึ่งในแกนนำระดับสั่งการในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา เกี่ยวพันกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา รวมทั้ง อ.หาดใหญ่ โดยเฉพาะคดีลอบวางระเบิด
    
    
    


วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รวบโจรใต้ ผู้ต้องหายิง ผอ.โรงเรียนร่มเกล้า



Photo: รวบไอ้เหี้ยม! โจรใต้ยิง ผอ.รร. และภรรยา....

เมื่อเวลา 03.00 น. วันนี้ (5 พ.ย.56) เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจสนธิกำลังปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 18/3 บ.จือแร  ม.4 ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา หลังชาวบ้านในพื้นที่แจ้ง

จากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุม

นายนูรดิน แบเลาะ สมาชิกโจรใต้ระดับแกนนำ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย สามารถจับกุมพร้อมอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุน จำนวน 27 นัด

เหตุการณ์นูรดิน แบเลาะ ยิง ผอ.รร. บาดเจ็บ และ ภรรยา เสียชีวิต: http://bit.ly/ruvoMH 

           เมื่อเวลา 03.00 น. วันนี้ (5 พ.ย.56) เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจสนธิกำลังปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 18/3 บ.จือแร ม.4 ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา หลังชาวบ้านในพื้นที่แจ้ง

            จากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุม นายนูรดิน แบเลาะ สมาชิกโจรใต้ระดับแกนนำ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย สามารถจับกุมพร้อมอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุน จำนวน 27 นัด


จากข่าวเดิม


คนร้ายยิงครูนราฯสังเวยรายที่148

   

          คนร้ายลอบยิงนายสกุล ทองเอียด ผอ.โรงเรียนร่มเกล้าและนางวรุณ ทองเอียด ภรรยาของนายสกุล และเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า ทำให้นางวรุณเสียชีวิต ขณะที่นายสกุลได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดแกนนำครูและตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่นราธิวาส ได้เข้าประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ขวัญข้าราชการครูในพื้นที่ระส่ำระส่ายอย่างหนัก

        “ขณะนี้เพื่อนครูหลายคนในพื้นที่ให้ข้อมูลตรงกันว่ามีกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัย ซึ่งมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล โดยมีการเฝ้าติดตาม บางครั้งขับรถตามยานพาหนะของครูบางคนอย่างมีพิรุธหรือน่าสงสัย ทำให้ต้องมีการเพิ่มความระมัดระวังเพราะมีข่าวลือหน้าหูว่าคนร้ายจ้องทำร้ายครูอีกในระยะนี้”นายสงวน กล่าว

            ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า ถือเป็นสัญญาณที่เพื่อนครูต้องระมัดระวังให้มาก เนื่องจากขณะนี้เป็นห้วงเวลาที่มีการสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่บางหน่วยในพื้นที่ดังนั้น คนร้ายจะอาศัยช่องว่างดังกล่าวในการฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ได้


Powered By Blogger

หน้าเว็บ

ผู้ติดตาม