วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
วางระเบิดทหารนราธิวาส บาดเจ็บ 3 ราย ชาวบ้าน 2 ราย
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 10 พ.ย. เกิดหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15133 ฉก.นราธิวาส 30 ที่บริเวณสามแยกข้างกำแพงรั้วบ้าน นางเย็นจิตต์ จั่นปิยะ มารดาของอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลรือเสาะ เลขที่ 133 บ้านยะบะ ม.2 ต.รือเสาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ที่เกิดเหตุพบที่บริเวณกำแพงรั้วถูกอานุภาพของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน จนกำแพงรั้วพังเป็นรูโหว่ และฝาผนังของบ้านถูกอานุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บค 1675 เบตง ของเจ้าหนาที่ทหารกระจกหน้าแตกตัวถังด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน โดยเฉพาะที่กระบะหลังมีกองเลือดจำนวนหนึ่ง และยังพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีแดง ทะเบียน ป 0053 ปัตตานี ของชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดที่กระจกหน้า และตัวถังด้านซ้ายเช่นกัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย ได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ประกอบด้วย
|
วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
เปิดแนวรบชิงเก้าอี้ประธานพูโล ศึกนี้เพื่อใคร
เปิดแนวรบชิงเก้าอี้ประธานพูโล ศึกนี้เพื่อใคร ภายหลัง ตนกูบีรอ กอตอนีลอ ประธานผู้ก่อตั้งขบวนการป่วนใต้พูโลคนแรกได้เสียชีวิตลงเมื่อ พ.ศ.2551
ตนกูบีรอ กอตอนีลอ
ใครจะรู้บ้างว่า วันนี้ Pulo ถึงคราวตกอับถึงขนาดบรรดาสมาชิกซึ่งมีทั้งเก่าและใหม่ต่างรุมแย่งชิงเก้าอี้ประธานพูโลและใช้การโฆษณาชวนเชื่อตามความถนัดดิสเครดิตกันไปมา ไม่เว้นแม้แต่ในเว็บไซต์ Puloinfo.net ซึ่งเป็นของกลุ่มที่ทำขึ้นเพื่อโจมตีรัฐบาลไทยแต่วันนี้กลับถูกสมาชิกระดับแกนนำทั้งเก่าและใหม่ในแต่ละกลุ่มซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม ใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างการยอมรับในฐานะประธานพูโลจนเป็นที่ตลกขบขัน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มก่อการร้ายอีกกลุ่มที่เดินเกมส์ได้เหนือกว่าคือ BRN นิยายศึกชิงเก้าอี้นี้แน่นอนว่าย่อมมีที่มาที่ไป มีผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและพวกพ้องของเหล่าสมาชิก แล้วมีใครบ้างล่ะ
ซัมซูดิง คาน
นอกจากนี้ยังมีนายซัมซูดิง คาน ประธานกลุ่มพูโลเก่าซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่พยายามมีบทบาทนำด้วยจุดยืนแข็งกร้าวที่ไม่ต้องการเพียงเขตปกครองพิเศษหรือการปกครองตนเองนอกจากการได้รับเอกราชเท่านั้น ขณะที่กลุ่มของนายกาแม ยูโซ๊ะ ก็มีจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน
นายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขบวนการพูโล
อย่างไรก็ดีทั้ง 3 กลุ่มนี้หากมองด้วยสายตาสร้างสรรค์แล้วจะเห็นว่ากลุ่มที่มีท่าทีใฝ่สันติภาพด้วยแนวทางการพูดคุยคงมีเพียงนายกัสตูรีฯ ซึ่งหากเป็นไปตามการกล่าวอ้างแล้ว น่าจะได้รับการยอมรับทั้งจากมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกและ BRN ซึ่งยอมที่จะให้เข้าร่วมโต๊ะพูดคุยสันติภาพ แม้ว่านายกัสตูรีฯ จะอ้างว่าทั้ง 3 กลุ่มได้รวมกันเป็นหนึ่งแล้ว แต่การอ้างคำแถลงของสำนักเลขาธิการพูโลระบุว่า แกนนำ Pulo MKPและ Pulo MKP-PERPADUAN ซึ่งจัดการประชุมเมื่อวันที่ 8 ต.ค.56 ได้เห็นชอบให้นายมะมูด มะห์ยีดดีน เป็นประธานพูโล และ นายกาบีร อับดุลเราะห์มาน ซานี หรือนายกาแม ยูโซ๊ะ เป็นเลขาธิการพูโล ซึ่งมีน้ำเสียงชัดเจนว่าหากมีกลุ่มใดอ้างตัวเองเป็นประธานพูโลนั้นเป็นความเท็จ นี่จึงแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งแย่งเก้าอี้ประธานของทั้ง 3 กลุ่มยังไม่จบลง ก็น่าอยู่หรอก เพราะใครก็ตามที่ได้เข้าร่วมโต๊ะพูดคุย ย่อมหมายถึงการได้รับการยอมรับ และหากมีการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลไทยตามข้อเสนอเพ้อเจ้อทั้ง 5 ข้อของฝ่าย BRN แล้ว ย่อมส่งผลให้เส้นทางก้าวสู่การเป็นชนชั้นปกครองในอนาคตแจ่มใสขึ้นมาทันที สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องอยากเป็นใหญ่เป็นโต ตามมาด้วยเม็ดเงินจากการสนับสนุนที่ประเทศในกลุ่มมุสลิมหลับหูหลับตาบริจาคให้อีกปีละไม่น้อย การได้เป็นผู้นำจึงสร้างผลประโยชน์ให้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ยุทธศาสตร์การก่อการร้ายของกลุ่มที่ว่า “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” ในมิติต่างๆ ทั้งกองกำลังติดอาวุธและการเมืองระหว่างประเทศ จึงมีทีท่าว่าจะไปไม่รอด เพราะเป้าหมายที่พวกเขาต้องการไม่ได้อยู่ที่ความสงบสุขของพื้นที่ ความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนเหมือนอุดมการณ์สวยหรูตามที่กล่าวอ้าง สงครามกองโจรไม่อาจกำหนดการแพ้ชนะได้ เพราะชัยชนะที่แท้จริงอยู่ที่ประชาชน แต่ในวันนี้ วันที่พวกเขาเอาประชาชนมาอ้าง วันที่ประชาชนไม่ได้โง่อย่างที่พวกเขาคิดอีกต่อไป เดาได้เลยว่าคงไปไม่ถึงไหนหรอก เพราะธาตุแท้มันโผล่ออกมาให้เห็นแล้ว ซอเก๊าะ นิรนาม |
จดหมายข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ “PULO” หรือ “BRN” ปริศนา (ไม่ลับ) ที่รอการเปิดเผย
จดหมายข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ “PULO” หรือ “BRN” ปริศนา (ไม่ลับ) ที่รอการเปิดเผย ข่าวความเคลื่อนไหวการพูดคุยสันติภาพกำลังเดินหน้า “PULO” รวมเป็นหนึ่งเตรียมร่วมวงเจรจา “BRN” รับคำตอบ 5 ข้อจากฝ่ายไทย นายกัสตูรี มะห์โกตา เผยขบวนการพูโล 3 กลุ่ม รวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเตรียมส่งตัวแทน 2 คน ร่วมทีม BRN ในวงพูดคุยสันติภาพกับฝ่ายไทย ยันหารือผู้อำนวยการพูดคุยฝ่ายมาเลเซียแล้ว ฮัสซัน ตอยิบ ระบุไม่มีปัญหาแต่ให้รวมเป็นหนึ่งก่อนแล้วส่งตัวแทนมา นายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขบวนการพูโล (Patani United Liberation Organisation : PULO) มีถิ่นพำนักอยู่ที่ประเทศสวีเดน ให้สัมภาษณ์กับ นายอัศโตรา โต๊ะราแม ผู้สื่อข่าวอาวุโสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้ขบวนการ PULO ที่แตกออกมาเป็น 3 กลุ่ม ได้รวมเป็นหนึ่งแล้ว เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมวงพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทยที่ได้ดำเนินการพูดคุยกับตัวแทนขบวนการBRN ไปก่อนหน้านี้แล้ว นายกัสตูรี เปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อพบกับผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับฝ่ายขบวนการต่อสู้ปาตานี เพื่อหารือถึงเรื่องการเข้าร่วมวงการพูดคุยดังกล่าว การหารือดังกล่าวมีข้อตกลงว่าจะให้ฝ่ายขบวนการ PULO ส่งตัวแทนเข้าร่วมวงพูดคุยเพื่อสันติภาพจำนวน 2 คน ซึ่งหากเป็นความประสงค์ของพระเจ้า ตนก็จะเป็นคนหนึ่งที่จะเข้าร่วมการพูดคุยครั้งต่อไปด้วย ขบวนการพูโล (Patani United Liberation Organisation : PULO) ประสบความสำเร็จในการรวม 3 กลุ่ม ให้เป็นหนึ่งเพื่ออำนาจต่อรองเข้าร่วมวงพูดคุยเพื่อสันติภาพ จำนวน 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีนายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขวนการ PULO รวมอยู่ด้วยในการพูดคุยครั้งต่อไป จากการตั้งข้อสังเกตการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนการพูดคุยสันติภาพทุกครั้ง จะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถี่ยิบ ซึ่งไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นการกระทำของกลุ่ม BRN เพียงกลุ่มเดียว แน่นอนกลุ่มขบวนการ PULO เริ่มแสดงศักยภาพมีการผสมโรงในการก่อเหตุด้วยเพียงเพราะเหตุผลในการพยายามสร้างผลงานบนความเดือดร้อนของชาวบ้านนำไปสู่การมีส่วนร่วมในโต๊ะการพูดคุยสันติภาพ ล่าสุดขบวนการ PULO ได้ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ มายังบ้านพักของเจ้าพนักงานปกครองฝ่ายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดคนหนึ่งในลักษณะข่มขู่ให้ จนท.ดังกล่าวเดินทางออกนอกพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ หากยังต้องการความปลอดภัยในชีวิต และหน้าที่การงานโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งลงลายมือชื่อ โดย นาย อาบูยีฮัล ยาลีล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขบวนการ PULO นายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นประธานขวนการ PULO กล้าที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวหรือไม่ ในการส่งจดหมายข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ลูกหลานของพี่น้องในพื้นที่ห่างไกลจากปัญหาการระบาดของยาเสพติด หากไม่กล้ารับผิดชอบแสดงให้เห็นว่าขวนการ PULO กับขบวนการค้ายาเสพติดมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกกันไม่ออก เป็นเนื้อเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดที่คอยมอมเมาลูกหลานพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดต่อกฎหมายทุกชนิด รวมทั้งการลักลอบสินค้าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน เพื่อเป็นแหล่งเงินทุน สนับสนุนการเคลื่อนไหวในการก่อเหตุของขวนการ PULO ในการสร้างผลงานเพื่อเป็นอำนาจต่อรองในการเข้าร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ มันช่างบังเอิญเสียเหลือเกินที่จดหมายฉบับดังกล่าวได้รับการเปิดเผยความชั่วร้ายกระชากหน้ากากที่แท้จริงของขบวนการ PULO ออกมาให้ชาวโลกได้รับรู้ อนิจจาประชาชนอย่างเราๆ เจอแต่เรื่องร้ายๆ อยู่กับปัญหาความรุนแรงที่กระทำโดยกลุ่มคนที่ขาดความยั้งคิด เพื่อตัวเอง เพื่อกลุ่มตน สุดท้ายคนที่รับกรรมหนีไม่พ้นประชาชนเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ที่ไม่มีสิทธิกำหนดชะตากรรมอนาคตของตัวเอง อีกมุมมองหนึ่งของการตั้งใจส่งจดหมายข่มขู่ดังกล่าว มีความผิดปกติบางอย่างว่าทำไมจึงมาเกิดช่วงการเตรียมการพูดคุยสันติภาพ หรือเป็นเพราะขบวนการพูโล 3 กลุ่ม สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียว และเตรียมส่งตัวแทน 2 คน ร่วมทีม BRN ในวงพูดคุยสันติภาพกับฝ่ายไทย เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมทั้งการก่อเหตุรุนแรงก่อนการพูดคุยสันติภาพทุกครั้งเป็นการกระทำของกลุ่ม BRN แล้วโยนความผิดให้ขบวนการ PULO เพื่อใส่ร้ายอีกกลุ่มหวังผลด้านมวลชนในพื้นที่ แย่งชิงการเป็นองค์กรนำ ในเวทีการพูดคุยสันติภาพ สักวันความจริงจะปรากฏ กับการกระทำที่เลวร้ายสุดโต่ง ก่อเหตุร้ายรายวัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนเป็นผู้กระทำ สุดท้ายประชาชนคือผู้รับกรรม ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า อนิจจากับเสียงโหยหาสันติภาพที่ริบหรี่เหมือนแสงไฟที่ปลายอุโมงค์ ตนไทยปลายด้ามขวาน |
วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ระเบิดที่นราธิวาส ชาวบ้าน - ทหารดับ 2 พร้อมสุนัขดมกลิ่น
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 6 พ.ย. เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณหัวมุมรั้วที่ว่าการ อ.ระแงะ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายมะรือโบ - บ่อทอง ม.1 ต.ตันหยงมัส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดนอนจมกองเลือด และร้องครวญครางอยู่บนถนน จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะกันอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเข้าตรวจสอบพบว่า มีเศษซากชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคที่ตัดออกมาครึ่งหนึ่ง หนักประมาณ 10-15 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ และมีรถยนต์ของทหารยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บต 4966 ปัตตานี ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่ตัวถัง และกระจกหน้า รวมทั้งรถยนต์กระบะของชาวบ้านอีก 1 คัน ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน ถจ 1710 กทม.ที่จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่ตัวถัง ยางล้อหน้า และหลังด้านคนขับแตก ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล มีทั้งเจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่ชุดสุนัขดมกลิ่น และประชาชนได้รับบาดเจ็บ รวม 8 ราย ซึ่ง 1 ในนั้นเสียชีวิต 1 ราย คือ ส.ต.ประพันธ์ ชมโคกกรวด สังกัดชุดสุนัขดมกลิ่นอโณทัย ถูกสะเก็ดระเบิดขาขาด และนายปริญญา ปราบวิจิตร อายุ 50 ปี ชาวบ้านอาการสาหัส เสียชีวิตที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย ประกอบด้วย
ก่อนเกิดเหตุทราบว่า คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคผ่าครึ่ง หนักประมาณ 10-15 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ที่ซุกซ่อนใส่ไว้ในช่องลับใต้เบาะสำหรับใส่หมวกกันน็อกมาจอดทิ้งไว้ตรงหัวมุมของกำแพงรั้วที่ว่าการอำเภอระแงะ ซึ่งฝั่งตรงข้ามมีการจัดงานแสดงสินค้าราคาถูก และเมื่อ จ.ส.อ.อำนวย หัวหน้าชุดสุนัขดมกลิ่นของอโณทัย และพวก นำสุนัขสงครามดมกลิ่นลงจากรถยนต์กระบะเพื่อเคลียร์พื้นที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในระหว่างที่ จ.ส.อ.อำนวย กำลังจูงสุนัขให้ดมกลิ่นวัตถุต้องสงสัยภายในบริเวณงาน สุนัขได้เข้าไปดมที่รถจักรยานยนต์คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ภายในงาน จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดขึ้น ทำให้ จ.ส.อ.อำนวย และพวก รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่กำลังเดินตรวจสอบความเรียบร้อยภายในงาน และชาวบ้านอีก 2 คน ที่กำลังเดินอยู่ ถูกอานุภาพของระเบิดกระเด็นลอยไปคนละทิศละทาง แต่สุนัขสงครามตายคาที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว |
วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ตำรวจสนธิกำลังที่เข้าปิดล้อม พบความเคลื่อนไหวของ นายไซนูรอาบาเซร์ สุหลงเส็น
|
||||||||||||||
วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
รวบโจรใต้ ผู้ต้องหายิง ผอ.โรงเรียนร่มเกล้า
เมื่อเวลา 03.00 น. วันนี้ (5 พ.ย.56) เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจสนธิกำลังปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 18/3 บ.จือแร ม.4 ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา หลังชาวบ้านในพื้นที่แจ้ง จากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุม นายนูรดิน แบเลาะ สมาชิกโจรใต้ระดับแกนนำ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย สามารถจับกุมพร้อมอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุน จำนวน 27 นัด จากข่าวเดิม คนร้ายยิงครูนราฯสังเวยรายที่148 “ขณะนี้เพื่อนครูหลายคนในพื้นที่ให้ข้อมูลตรงกันว่ามีกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัย ซึ่งมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล โดยมีการเฝ้าติดตาม บางครั้งขับรถตามยานพาหนะของครูบางคนอย่างมีพิรุธหรือน่าสงสัย ทำให้ต้องมีการเพิ่มความระมัดระวังเพราะมีข่าวลือหน้าหูว่าคนร้ายจ้องทำร้ายครูอีกในระยะนี้”นายสงวน กล่าว ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า ถือเป็นสัญญาณที่เพื่อนครูต้องระมัดระวังให้มาก เนื่องจากขณะนี้เป็นห้วงเวลาที่มีการสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่บางหน่วยในพื้นที่ดังนั้น คนร้ายจะอาศัยช่องว่างดังกล่าวในการฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ได้ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


